หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ประสบการณ์นั่งรถไฟในญี่ปุ่น


ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนดีมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เป็นประเทศแรกที่นำรถไฟความเร็วสูงมาใช้ที่เรียกว่ารถไฟหัวกระสุน หรือชิงกันเซ็น ความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเทียบระยะทางจากนครถึงกรุงเทพประมาณ 600 กม. แล้วถ้านักรถไฟหัวกระสุนแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เทียบเคียงกับประเทศญี่ปุ่นก็จากเมือโอซากาไปเมืองโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเช่นกัน สำหรับรถไฟประเภทอื่นๆ ก็คล้ายประประเทศไทยมีรถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ และถ้าเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินจะมีในเมืองใหญ่ทุกเมือง ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นโครงข่ายที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของเมืองจึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีรถกลับ ถ้าหากไม่เลยเวลา


ทุกปีประเทศญี่ปุ่นจะออกตารางเดินรถไฟที่ไม่ใช่รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งจะบอกขบวนรถไฟทุกขบวนที่วิ่งอยู่ระหว่างเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทำสรุปไว้เนียบมากเราอยากไปเมืองไหนจากจุดไหนได้หมด ตามเวลาในหนังสือทุกประการที่บอกว่ารถไฟตรงเวลามากก็ด้วยเหตุนี้ (สำหรับเมืองไทยเมือก่อนนี้) การซื้อขายตั๋วมีทั้งซื้อตัวด้วยตนเองด้วยเครื่องขายอัตโนมัติ หรือจะซื้อที่ห้องขายตั๋วในเมืองต่างจังหวัด ที่น่าประทับใจมากเรื่องหนึ่งก็คือจะมีตั๋วตอนปิดภาคสำหรับนักเรียน ที่มีเงื่อนไขสามารถใช้ตั๋วใบเดียวได้ตั้งแต่ 24น. ไปถึง 24.น. ของอีกวันหนึ่งได้ ซึ่งถ้าดูตารางรถไฟดีๆ อาสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากโตเกียวไปยังส่วนใต้สุดที่นางาซากิได้ด้วยตั๋วใบเดียวได้ แต่ก็นั่นแหละ ไม่สามารถที่จะนั่งรถไฟด่วนพิเศษได้ คงนั่งรถเร็วหรือรถด่วนธรรมดา เจ้าตั๋วที่ว่านี้บางทีไม่เฉพาะนักเรียนเท่านั้นที่ซื้อสำหรับนั่งไปยังเมืองต่างๆ แต่อาจเป็นนักท่องเทียวอย่างเราๆ หรือชาวบ้านเขา นักท่องเที่ยวบางคนก็ลักไก่เอาบ้างแอบไปนั่งรถด่วนเพื่อให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้นก็มี ซึ่งการตรวจตั๋วก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก เพราะยึดความซื่อสัตย์เป็นหลัก

สำหรับนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินในเมิองใหญ่ๆ นั้นในชั่วโมงเร่งรีบเช่นตอนเช้า ตอนออกไปทำงานอาจจะเคยได้ยินว่ามีการอัดยัดเยียดกันมากถึงขั้นว่า สำหรับคนที่รีปมากๆ มีการดึงคนที่อยู่บนรถออกมาแล้วตัวเองก็เบียดเข้าไปแทนที่ตอนที่รถกำลังจะออก เมื่อปิดประตูแล้วก็ไม่สามารถที่จะขึ้นรถไฟไปได้ ในตอนผู้คนขึ้นรถไฟฟ้าไม่หนาแน่น ขณะนั่งรอรถไฟฟ้านั้น อย่าลืมอะไรไว้ข้างนอกนะครับ เพราะเมื่อรถออกไปแล้วจะหวนกลับมาเอาของที่ลืมไว้นั้น มักจะอันตทานหายไปแล้ว เพราะที่ไหนก็มีอยากได้ของพรีทั้งนั้น โดยเฉพาะของที่คนลืมไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น