หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวเคมี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวเคมี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โมเลกุลของชีวิต

โมเลกุลทั้งหมดที่ปรากฏในระบบชีวิตประกอบด้วยธาตุเคมีหลักเพียง 6 ชนิดคือ คาร์บอน(carbon) ไฮโดรเจน(hydrogen) ไนโตรเจน(nitrogen)  ออกซิเจน(oxygen) ฟอสฟอรัส (phosphorus) และซัลเฟอร์ (sulfur)  เป็นธาตุที่มีอยู่เสมอเมื่อเกี่ยวข้องกับการพัฒนาก่อเกิดชีวิตขึ้นมา เพื่อให้จำได้ง่ายใช้ตัวย่อคือ CHNOPS

มีโมเลกุล 4 ชนิดหลักของระบบชีวิตได้แก่ คาร์โบไฮเดรด(carbohydrates) โปรตีน (protein), ไลปิด (lipids) และกรดนิวคลีอิค (nucleic acids)  โมเลกุลแต่ละแบบดังกล่าวมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน และมีบทบาทที่แตกต่างกัน คาร์โบไฮเดรทนำพลังงาน และสร้างเนื้อเยื่อโครงสร้างบางอย่าง โปรตีนเป็นเหมือนแรงงานทางเคมีภายในเซลและจัดสร้างเนื้อเยื่อบางอย่างเช่นกัน ไลปิดเป็นส่นสำคัญของเซลล์เมมเบรน (cell membranes) เป็นแหล่งเก็บพลังงาน ส่วนกรดนิวคลีอิค (DNA และ RNA) ทำหน้าที่นำข่าวสารสำคัญในการปฏิบัติงานในเซลล์

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สารอัศจรรย์

สารที่ว่านี้ไม่เกี่ยวกับสารมวลสารจตุคามแต่เป็นสารที่มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนค้นพบเป็นคนแรก เป็นสารสกัดที่ได้จากพืชทะเลทรายในอัฟริกาชนิดหนึ่ง ที่ให้ชื่อว่า miracle substance ถ้าแปลตามตัวก็คือสารอัศจรรย์ แต่ชื่อไทยเป็นทางการเรียกว่า สารเปลี่ยนรส สารตัวนี้สร้างชื่อให้กับชาวราชภัฏที่มีส่วนในการค้นพบสูตรโครงสร้าง


คุณสมบัติพิเศษที่ว่าก็คือเมื่อนำสารชนิดนี้เพียงน้อยนิดในระดับไมโครกรัม (หนึ่งในล้านกรัม โดยที่ 1000 กรัม = 1 กิโลกรัม) เมื่อนำมาแตะที่ลิ้นแล้วสามารถที่จะเปลี่ยนรสของสารอื่นได้ เช่นจากขม เป็นหวาน หรือเปรี้ยวเป็นหวานได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตามการจะสังเคราะห์สารนี้ขึ้นมาจะทำได้ยากถ้าไม่ทราบสูตรหรือโครงสร้างทางเคมี ซึ่งขณะนั้นโปรเฟสเซอร์ชาวญี่ปุ่นได้เพียรพยายามอยู่หลายปีแต่ไม่สำเร็จ แต่เมื่อราวปี 2530 มีอาจารย์จากวิทยาลัยครูอยุธยาได้รับทุนไปฝึกอบรมที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เข้าฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการชีวเคมี สุดท้ายสามารถที่จะค้นพบสูตรโครงสร้างของสารตัวนี้ได้ และได้เขียนเปเปอร์ลงวารสารสากล และมหาวิทยาลัยฮอกไกโดได้เสนอให้ปริญญาเอกแก่อาจารย์ท่านนี้ โดยนำบทความที่เขียนลงวารสารเป็น disertation อาจารย์ท่านที่ผมกล่าวถึงนั้นก็คือ ดร.สาโรจน์ ก็เป็นอาจารย์คนหนึ่งจากวิทยาลัยครูสู่สถาบันราชภัฏ

หลังจากที่อาจารย์สาโรจน์กลับมาเมืองไทยทางมหาวิทยาลัยญี่ปุนได้มาช่วยเหลือสร้างห้องปฏิบัติการทางชีวเคมี ให้แก่วิทยาลัยครูซึ่งกำลังจะเป็นสถาบันราชภัฏขณะนั้น ต่อมา ทราบว่าอาจารย์สาโรจน์ได้ช่วยเหลือผลักดันโครงการทางวิทยาศาสตร์ และ ได้ลาออกมาสร้างผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับความงาม และอื่นๆ นับเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอีกเรื่องของชาวราชภัฏที่ไปสร้างผลงานระดับโลก

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เทียบเคียงกระบวนการยูโทรฟิเคชั่น

ความจริงกระบวนการนี้มีทั้งที่เป็นเองในธรรมชาติ ที่บริเวณใดที่อุดมสมบูรณ์มากอาจทำให้พืชสัตว์ชนิดหนึ่งเจริญเติบโตได้ดีกว่าชนิดอื่นๆ ถ้าเป็นดินก็มีอาหารของพืชที่เหมาะกับพืชบางชนิดสูง ซึ่งต่อมาอาจทับถมกันเกิดอาการเน่าเสียไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารของพืชต่อไป ก็จะกลายเป็นบริเวณที่แห้งแล้งต่อไป ความจริงกระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นได้จากการช่วยของมนุษย์ก็ได้ ดังในกรณีที่มีการใช้สารทำความสะอาด สารซักล้างกันมาก และตกค้างอยู่ในน้ำปล่อยไปตามคูระบาย ไปตกค้างอยู่ในคูระบาย และสารเหล่านี้ก็เป็นอาหารของพืชบางชนิดได้ดี ดังที่เราจะเห็นว่าผักตบชวากับพืชบางชนิดเติบโตอยู่ได้ขณะที่พืชชนิดอื่นไม่ค่อยเติบโต


ถ้าเทียบกับกระบวนการทางความคิดของคน คนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารแบบหนึ่ง และเชื่อด้วยความสนิทใจจะด้วยหลงหรือโลภที่คิดว่าจะให้ผลประโยชน์ทำให้ชีวิตดีกว่าโดยลืมไปว่าอาจจะทำให้ชีวิตผู้อื่นโดยรวมแย่ลงดังในขณะนี้ ถ้าเทียบกับกระบวนการยูโทรฟิเคชั่น(Eutrophication) แล้วก็เหมือนกับได้น้ำเลี้ยง ปุ๋ยชั้นหนึ่งที่เหมาะที่จะส่งเสริมความคิดที่ทำให้โลภหลงต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่จอน ดิวอี้เคยกล่าวไว้ว่า มนุษย์อาจเจริญไปในทางที่เลว ดังเช่นคนที่ฝึกหัดเป็นขโมย ก็พัฒนาไปในทางที่ชำนาญขึ้น หรือถ้าเป็นนักการเมืองก็จะพัฒนาไปในทางที่ทำได้ชำนาญขึ้นอย่างมิต้องสงสัย (Dewey,1938 Experience and Education) เมื่อเทียบกับกระบวนการยูโทรฟิเคชั่นนั้นสุดท้ายก็มีการทำลายล้างตัวเอง ที่ไม่อาจเติบโตต่อไปได้ แต่ถ้าพัฒนาไปในทางที่ดีสังคมก็อาจยืนยงต่อไปได้นานกว่า ตามประวัติศาสตร์ทุกอาณาจักรมีการล่มสลาย แล้วเกิดอาณาจักรใหม่หมุนเวียนไปเช่นนี้จนกว่าที่จะถึงยุคพระศรีอางค์ หรือยูโทเปีย ซึ่งก็ยังอยู่ในความฝัน