ปัจจุบันศาสตร์ด้านพันธุ์วิศวกรรมได้รับการยอมรับและนำไปประยุกต์ใช้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพืชตกแต่งพันธุ์กรรม ในสัตว์ก็คือการจำลองสิ่งมีชีวิตให้เหมือนต้นแบบที่เรียกว่าโคลนนิ่งก็มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง แต่สำหรับผู้ที่เริ่มต้นในศาสตร์ด้านนี้คือวิทยาศาสตร์พันธุกรรม ผลการศึกษาค้นคว้าแม้แต่ผู้คิดค้นก็คาดไม่ถึงจริงๆ เพราะเมื่อเป็นที่เข้าใจเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว
กล่าวคือโจฮาน เมนเดลถือว่าพระชาวออสเตรียเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งวิทยาศาสตร์พันธุกรรม ที่ว่าคาดไม่ถึงก็เพราะเขาดำเนินชีวิตไปในทางที่เขาเองไม่พอใจและไม่ต้องการ อยากเป็นครูสอนมหาวิทยาลัยแต่ก็สอบเข้ามาทำงานไม่ได้ โดยทางมหาวิทยาลัยมีบันทึกผลการสอบไว้ว่า เขาขาดความชัดเจนในระดับความรู้ลึกและที่จำเป็น เมื่อเมนเดลส่งบนความการทดลองอันเป็นงานบุกเบิกพันธุศาสตร์พิมพ์เผยแพร่ไปยังนักพืชศาสตร์ชาวสวิตส์ก็ยังถูกส่งกลับด้วยข้อคิดเห็นที่เย็นชา เมื่อเขาไม่ได้พิมพงานเผยแพร่ เป็นผลให้เมนเดลล้มเลิกงานทางวิทยาศาสตร์ โดยงานที่สำคัญของเขาไม่เป็นที่เข้าใจจนกระทั่งปี 1900 หรือ 110 ปีมาแล้ว อันเป็นเวลาที่เขาเสียชีวิตไปแล้วถึง 16 ปี
ผลงานของเมนเดลเกี่ยวของกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมในพืช โดยทดลองกับต้นถั่วที่ปลูกเพื่อการทดลองแสดงให้เห็นถึงลักษณะทางกรรมพันธ์ที่เป็นลักษณะเด่นและลักษณะด้วย จากความเรู้เรื่องเหล่านี้นำไปสู่การค้นพบที่ไม่ธรรมดาก็คือยีนหรือสารพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะทางกรรมพันธ์ นำไปสู่การค้นพบรหัสพันธุกรรมมนุษย์ สามารถที่จะตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อประโยชน์ต่างๆ ได้มากมายรวมถึงการจำลองแบบพืชสัตว์หรือโคลนนิ่ง นำไปสู่วิชาใหม่ๆ เช่นพันธุวิศวกรรม ชีวเทคโนโลยี เป็นต้น
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวประยุกต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวประยุกต์ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เบื้องหลังทฤษฎีวิวัฒนาการ
จากที่ทราบกันมาแล้วว่าทฤษฏีวิวัฒนาการของชาลร์ ดาวินนั้นได้รับการเชื่อถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ จากหลักฐานที่พบในรูปของฟอสซิลก็ยิ่งทำให้ทฤษฏีวิวัฒนาการของชาลร์ดาวินได้รับความเชื่อถือมากขึ้น ที่ทุกชีวิตมีวิวัฒนาการมาเป็นเวลานาน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันแม้ว่าจะผ่านการวิวัฒนาการมาอย่างไร สิ่งมีชีวิตก็ยังมีรูปแบบต่างๆ อยู่ทุกรูปแบบ ทฤษฏีวิวัฒนาการอาจจะอ้างได้ว่า มีการเกิดชีวิตขึ้นใหม่ และมีการวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา และเนื่องจากว่าเราไม่สามารถที่จะอธิบายได้ทุกอย่าง จึงคิดให้เป็นการสร้างสรรของพระเจ้า อะไรที่มนุษย์คิดได้ไม่ว่าดีหรือไม่ดี ก็จะกลายเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พระผู้เป็นเจ้าก็มีทั้งให้รางวัลและลงโทษ ไอน์สไตย์เคยกล่าวไว้ในบทความที่ลงในนิวยอร์คไทม์ ว่าพระเจ้าก็น่าจะลงโทษพระเจ้าด้วยเพราะเป็นความคิดของพระเจ้าทั้งนั้น
ด้วยเหตุที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังอธิบายไม่ได้ทุกเรื่อง ทำให้มีข้อโต้แย้งกันถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาลก็มีระหว่างการวิวัฒนาการและการสร้างสรรของพระเจ้า แน่นอนว่าทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลร์ดาวินนั้น ไม่เชื่อในเรื่องของการสร้างสรร และหลักสำคัญมากที่สุดของทฤษฎีวิวัฒนาการก็คือการคัดเลือกตามธรรมชาติ ที่ผุ้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด จากแนวคิดนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารย์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราคงเคยได้ยินว่าทฤษฏีวิวัฒนาการน่าจะมีความบกพร่อง ในแง่ที่คนนั้นต่างไปจากสัตว์ ไม่จำเป็นว่าคนที่แข็งแรงที่สุดจะสามารถอยู่รอดได้ แต่คนที่มีความฉลาด มีปัญญาต่างหากที่สามารถอยู่รอด บางครั้งขยายความกันต่อไปว่าคือคนที่สามารถปรับตัวได้ดี อย่างไรก็ตามแม้ทฤษฎีวิวัฒนาการจะได้กล่าวถึงของการวิวัฒนาการของสมอง สัตว์ที่วิวัฒนาการจนมีสมองขนาดใหญ่คือ ลิงและมนุษย์
อีกมุมหนึ่งที่ได้มีการย้อนหลังไปในประวัติศาสตร์ก่อนที่จะมีทฤษฏีวิวัฒนาการ ว่ายุโรปสมัยนั้นเป็นยุคที่มีการล่าอาณานิคม เพราะชาวยุโรปถือว่าตัวเองเป็นชนชาติที่มีการพัฒนาสูงกว่า จึงสามารถที่จะส่งทหารเข้าไปยึดครองดินแดนต่างๆ มีการล่ามนุษย์มาเป็นทาษ ในบางที่หล้งจากที่ชาวยุโรปเข้าไปสำรวจทำให้ชนพื้นเมืองสูญพันธ์ไปก็มีดังหลักฐานในทวีปอเมริกาใต้ เมกซิโกเป็นต้น จากแนวคิดนี้หลังจากชาลร์ดาวินได้ออกสำรวจธรรมชาติ แล้วได้ตั้งทฤษฏีวิวัฒนาการ อาจอยูภายใต้การครอบงำของอานุภาพของจักรวรรติยุโรป ด้วยผู้ที่แข็งแรงที่สุดที่จะอยู่รอด ทำให้มนุษย์ต้องรบราฆ่าฟันกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ทำลายล้างคนที่อ่อนแอ ทำลายธรรมชาติมากขึ้นทำให้เป็นปัญหาของโลกอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้ ไม่ว่าจะอยู่ในการปกครองแบบสังคมนิยมหรือสังคมประชาธิปไตยก็ตามก็ยังถูกครอบงำด้วยทฤษฎีวิวัฒนาการนี้
ในเมื่อทฤษฎีนี้เป็นต้นแบบที่ก่อให้เกิดการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็น่าจะมีทฤษฎีใหม่ขึ้นมาทดแทน เช่นคนจะอยู่รอดได้ก็ด้วยความรักสามัคคี ดูแลสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลย์ ทุกคนต่างก็มาจากบรรพบุรุสเดียวกัน การทำลายล้างคงจะไม่เกิดขึ้นดังในปัจจุบันถ้าทุกคนได้ตระหนัก ได้รับการปลูกฝังในสังคมมากขึ้น
ด้วยเหตุที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังอธิบายไม่ได้ทุกเรื่อง ทำให้มีข้อโต้แย้งกันถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาลก็มีระหว่างการวิวัฒนาการและการสร้างสรรของพระเจ้า แน่นอนว่าทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลร์ดาวินนั้น ไม่เชื่อในเรื่องของการสร้างสรร และหลักสำคัญมากที่สุดของทฤษฎีวิวัฒนาการก็คือการคัดเลือกตามธรรมชาติ ที่ผุ้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด จากแนวคิดนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารย์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราคงเคยได้ยินว่าทฤษฏีวิวัฒนาการน่าจะมีความบกพร่อง ในแง่ที่คนนั้นต่างไปจากสัตว์ ไม่จำเป็นว่าคนที่แข็งแรงที่สุดจะสามารถอยู่รอดได้ แต่คนที่มีความฉลาด มีปัญญาต่างหากที่สามารถอยู่รอด บางครั้งขยายความกันต่อไปว่าคือคนที่สามารถปรับตัวได้ดี อย่างไรก็ตามแม้ทฤษฎีวิวัฒนาการจะได้กล่าวถึงของการวิวัฒนาการของสมอง สัตว์ที่วิวัฒนาการจนมีสมองขนาดใหญ่คือ ลิงและมนุษย์
อีกมุมหนึ่งที่ได้มีการย้อนหลังไปในประวัติศาสตร์ก่อนที่จะมีทฤษฏีวิวัฒนาการ ว่ายุโรปสมัยนั้นเป็นยุคที่มีการล่าอาณานิคม เพราะชาวยุโรปถือว่าตัวเองเป็นชนชาติที่มีการพัฒนาสูงกว่า จึงสามารถที่จะส่งทหารเข้าไปยึดครองดินแดนต่างๆ มีการล่ามนุษย์มาเป็นทาษ ในบางที่หล้งจากที่ชาวยุโรปเข้าไปสำรวจทำให้ชนพื้นเมืองสูญพันธ์ไปก็มีดังหลักฐานในทวีปอเมริกาใต้ เมกซิโกเป็นต้น จากแนวคิดนี้หลังจากชาลร์ดาวินได้ออกสำรวจธรรมชาติ แล้วได้ตั้งทฤษฏีวิวัฒนาการ อาจอยูภายใต้การครอบงำของอานุภาพของจักรวรรติยุโรป ด้วยผู้ที่แข็งแรงที่สุดที่จะอยู่รอด ทำให้มนุษย์ต้องรบราฆ่าฟันกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ทำลายล้างคนที่อ่อนแอ ทำลายธรรมชาติมากขึ้นทำให้เป็นปัญหาของโลกอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้ ไม่ว่าจะอยู่ในการปกครองแบบสังคมนิยมหรือสังคมประชาธิปไตยก็ตามก็ยังถูกครอบงำด้วยทฤษฎีวิวัฒนาการนี้
ในเมื่อทฤษฎีนี้เป็นต้นแบบที่ก่อให้เกิดการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็น่าจะมีทฤษฎีใหม่ขึ้นมาทดแทน เช่นคนจะอยู่รอดได้ก็ด้วยความรักสามัคคี ดูแลสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลย์ ทุกคนต่างก็มาจากบรรพบุรุสเดียวกัน การทำลายล้างคงจะไม่เกิดขึ้นดังในปัจจุบันถ้าทุกคนได้ตระหนัก ได้รับการปลูกฝังในสังคมมากขึ้น
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ผู้ที่เหมาะสมที่สุดตามทัศนะของดาวิน
การอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้หมายถึงตามที่ดูเหมือนว่าจะเป็น การคัดเลือกตามธรรมชาติ (natural selection) มักจะให้ลักษณะเป็นเหมือนการอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด ดาวิน ตัวเขาเองใช้วลีนี้ แต่บ่อยครั้งที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด นำเสนอผิดไปจากความหมายที่แท้จริง ดาวินใช้คำว่าเหมาะสม (fit) เพื่ออธิบายแต่ละบุคคลผู้ซึ่งประสบผลสำเร็จในการสืบพันธ์ มีลูกๆในรุ่นต่อไป ไม่ได้มีความหมายไปมากกว่านี้ โดยทั่วไปแต่ละบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมาะสมตามความเข้าใจนี้
ระหว่างศตวรรษที่ 19 และต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเวลาของเราคำว่า fitness ได้กำหนดน้ำเสียงไปในทางการตัดสินค่าทางคุณธรรมโดยนักปรัชญาหลายคน เป็นการถกเถียงกันถึงคำว่าดีที่สุด ที่จะอยุ่รอดและความประสบผลสำเร็จ(prosper) ตามที่เห็นได้ในกรณีของจิราฟ ไม่ใช่แนวทางที่เป็นผลการคัดเลือกตามธรรมชาติที่ดี ไม่ได้มีการตีค่าทางคุณธรรมในธรรมชาติ เพียงคำกล่าวที่เราสามารถทำได้คือแต่ละบุคคลดังกล่าว เป็นการกำหนดทางพันธุกรรมทำให้พวกเขามีเหลี่ยมมุมที่จะแข่งขันกันกับเพื่อนหรือคนโดยรอบ ที่มีความโน้มเอียงที่จะมีลูกได้ ดังนั้นในที่ระยะเวลาหนึ่งในอนาคต ลูกๆเหล่านั้นจะมีความเด่นชัดในประชากร
ระหว่างศตวรรษที่ 19 นักปรัชญาชาวอังกฤษ เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ (Herbert Spencer) ได้ดัดแปลงสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับความคิดแบบดาวินนิยมเชิงสังคม (Darwinism) เป็นการดำเนินการตามธรรมชาติอันเนื่องจากความอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด เช่นเดียวกับสังคม ผู้ร่ำรวยตำมแนวคิดสเปนเซอร์แล้ว ไปสู่จุดนั้นได้ก็เพราะพวกร่ำรวยมีความเหมาะสม ขณะที่คนจนที่พวกเขาเป็นอยู่กันนั้นก็เพราะว่าพวกเขายังไม่เหมาะสม แน่นอนว่าในจุดยืนตามทัศนนี้โดยตลอดกระบวนทัศน์แล้วขึ้นอยู่บนหลักการของดาวิน ในความเป็นจริงคนที่ร่ำรวยจำนวนมากไม่เป็นไปโดยหลักการ ซึ่งมีตัวอย่างอยู่มากมายที่คิดได้ว่าไม่เหมาะสมเพราะในจำนวนนั้นหลายคนมีลูกเพียงคนเดียว ชายหนุ่มที่ตายก่อนที่จะมีลูก หรืออีกทางหนึ่ง พวกชั้นต่ำชาวจีน หรือกุลีประเทศไหนๆ หรือที่เป็นกรรมกรของบริษัทเศรษฐี สามารถที่จะมีลูกได้ง่ายเป็นโหลๆ ก็มี และดังนั้นตามความเข้าใจของดาวินนิยมแล้วจะมีความเหมาะสมกว่าในกลุ่มคนรวยดังกล่าวมาแล้ว
เมื่ออภิปรายกันถึงเรื่องทฤษฎีของดาวินในชั้นเรียนปริญญาตรี ผู้สอนสามารถจะชี้ให้เห็นแก่นักศึกษาว่า การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นทำให้พวกเขาไม่เหมาะสม เพราะว่าพวกเข้ามวแต่สำรวจไปทั่วช่วงปีที่เหมาะสมสำหรับการสร้างทายาทหรือสืบพันธ์
ระหว่างศตวรรษที่ 19 และต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเวลาของเราคำว่า fitness ได้กำหนดน้ำเสียงไปในทางการตัดสินค่าทางคุณธรรมโดยนักปรัชญาหลายคน เป็นการถกเถียงกันถึงคำว่าดีที่สุด ที่จะอยุ่รอดและความประสบผลสำเร็จ(prosper) ตามที่เห็นได้ในกรณีของจิราฟ ไม่ใช่แนวทางที่เป็นผลการคัดเลือกตามธรรมชาติที่ดี ไม่ได้มีการตีค่าทางคุณธรรมในธรรมชาติ เพียงคำกล่าวที่เราสามารถทำได้คือแต่ละบุคคลดังกล่าว เป็นการกำหนดทางพันธุกรรมทำให้พวกเขามีเหลี่ยมมุมที่จะแข่งขันกันกับเพื่อนหรือคนโดยรอบ ที่มีความโน้มเอียงที่จะมีลูกได้ ดังนั้นในที่ระยะเวลาหนึ่งในอนาคต ลูกๆเหล่านั้นจะมีความเด่นชัดในประชากร
ระหว่างศตวรรษที่ 19 นักปรัชญาชาวอังกฤษ เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ (Herbert Spencer) ได้ดัดแปลงสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับความคิดแบบดาวินนิยมเชิงสังคม (Darwinism) เป็นการดำเนินการตามธรรมชาติอันเนื่องจากความอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด เช่นเดียวกับสังคม ผู้ร่ำรวยตำมแนวคิดสเปนเซอร์แล้ว ไปสู่จุดนั้นได้ก็เพราะพวกร่ำรวยมีความเหมาะสม ขณะที่คนจนที่พวกเขาเป็นอยู่กันนั้นก็เพราะว่าพวกเขายังไม่เหมาะสม แน่นอนว่าในจุดยืนตามทัศนนี้โดยตลอดกระบวนทัศน์แล้วขึ้นอยู่บนหลักการของดาวิน ในความเป็นจริงคนที่ร่ำรวยจำนวนมากไม่เป็นไปโดยหลักการ ซึ่งมีตัวอย่างอยู่มากมายที่คิดได้ว่าไม่เหมาะสมเพราะในจำนวนนั้นหลายคนมีลูกเพียงคนเดียว ชายหนุ่มที่ตายก่อนที่จะมีลูก หรืออีกทางหนึ่ง พวกชั้นต่ำชาวจีน หรือกุลีประเทศไหนๆ หรือที่เป็นกรรมกรของบริษัทเศรษฐี สามารถที่จะมีลูกได้ง่ายเป็นโหลๆ ก็มี และดังนั้นตามความเข้าใจของดาวินนิยมแล้วจะมีความเหมาะสมกว่าในกลุ่มคนรวยดังกล่าวมาแล้ว
เมื่ออภิปรายกันถึงเรื่องทฤษฎีของดาวินในชั้นเรียนปริญญาตรี ผู้สอนสามารถจะชี้ให้เห็นแก่นักศึกษาว่า การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นทำให้พวกเขาไม่เหมาะสม เพราะว่าพวกเข้ามวแต่สำรวจไปทั่วช่วงปีที่เหมาะสมสำหรับการสร้างทายาทหรือสืบพันธ์
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พืชตัดแต่งพันธุกรรม:กรณีถั่วเหลื่อง
ประเทศไทยแม้ว่าจะปลูกถั่วเหลืองได้แต่ไม่เพียงพอ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนถึงปีละ 60000 ล้านบาท และส่วนใหญ่ก็เป็นถั่วเหลืองตัดแต่งพันธุกรรมหรือที่เรียกว่า GMO ที่เรารู้ได้เพราะประเทศที่ส่งออกมายังประเทศไทยนั้นเข้าใช้พันธ์ถั่วเหลืองจีเอ็มโอในการปลูกเช่นบลานซิลอาเยนตินา อันเป็นพันธ์ที่ให้ผลผลิตสูงและต้านทานต่อยาฆ่าวัชพืชและยาฆ่าแมลง จึงทำให้ผลผลิตต่อไร่สูงและต้นทุนการผลิตต่ำกว่าในประเทศไทย
ประเทศไทยปลูกถั่วเหลืองในภาคเหนือและภาคอิสาน เป็นพันธุ์ถั่วเหลืองธรรมชาติที่ยังไม่ตกแต่งพันธุ์กรรม ซึ่งพบว่ามีข้อดีกว่าในแง่ของคุณค่าอาหารที่ให้โปรตีนสูงที่มีถึง 40% และเป็นที่ต้องการของบางประเทศที่ยังต้องการสินค้าอาหารที่ไม่ใช้จีเอ็มโอ ในยุโรปนั้นสินค้าผลิตภัณฑ์ใดที่ใช้พืชจีเอ็มโอต้องติดฉลากบอกให้ผู้บริโภคทราบ ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาจเป็นเพราะว่าการวิจัยยังไม่สมบูรณ์ก็ได้ว่าจะมีผลต่อการบริโภคอย่างไรในขณะนี้ เพราะโครงสร้างขององค์ประกอบแตกต่างไปจากพืชธรรมชาติ
การตกแต่งพันธุ์กรรมแม้ว่าจะมีข้อดีให้ทนต่อโรค แมลง และสารเคมีได้ แต่ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทำให้เสียความสมดุลย์ไป เช่นเมื่อปลุกถั่วเหลืองจีเอ็มโอมีการฉีดยาฆ่าวัชพืช วัชพืชตายหมดแต่ถั่วเหลืองไม่ตาย แมลงที่เคยอาศัยวัชพืชก็ไม่สามารถอยู่ได้ หรือแมลงที่เคยมากินพืชถูกยาฆ่าแมลงตายเกือบหมดแต่พืชไม่ตาย อาจจะส่งผลทำให้แมลงที่ช่วยในการผสมเกสรพืชบางชนิดเสียไป เช่นลำใยการติดลุกน้อยลงทำให้ชาวสวนบางแห่งถึงกับต้องเลี้ยงผึ้งไว้ในสวนด้วยเพื่อช่วยในการผสมเกสรเป็นต้น
ถึงเวลาแล้วที่นักวิชาการต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องนี้ให้มากขึ้นมิฉะนั้นแล้ว เราอาจจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคตอันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมที่ยากต่อการแก้ไขก็เป็นได้ ในการทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และประเทศเราอาจจะไม่เป็นแหล่งอาหารของโลกอีกต่อไป
ประเทศไทยปลูกถั่วเหลืองในภาคเหนือและภาคอิสาน เป็นพันธุ์ถั่วเหลืองธรรมชาติที่ยังไม่ตกแต่งพันธุ์กรรม ซึ่งพบว่ามีข้อดีกว่าในแง่ของคุณค่าอาหารที่ให้โปรตีนสูงที่มีถึง 40% และเป็นที่ต้องการของบางประเทศที่ยังต้องการสินค้าอาหารที่ไม่ใช้จีเอ็มโอ ในยุโรปนั้นสินค้าผลิตภัณฑ์ใดที่ใช้พืชจีเอ็มโอต้องติดฉลากบอกให้ผู้บริโภคทราบ ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาจเป็นเพราะว่าการวิจัยยังไม่สมบูรณ์ก็ได้ว่าจะมีผลต่อการบริโภคอย่างไรในขณะนี้ เพราะโครงสร้างขององค์ประกอบแตกต่างไปจากพืชธรรมชาติ
การตกแต่งพันธุ์กรรมแม้ว่าจะมีข้อดีให้ทนต่อโรค แมลง และสารเคมีได้ แต่ก็จะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทำให้เสียความสมดุลย์ไป เช่นเมื่อปลุกถั่วเหลืองจีเอ็มโอมีการฉีดยาฆ่าวัชพืช วัชพืชตายหมดแต่ถั่วเหลืองไม่ตาย แมลงที่เคยอาศัยวัชพืชก็ไม่สามารถอยู่ได้ หรือแมลงที่เคยมากินพืชถูกยาฆ่าแมลงตายเกือบหมดแต่พืชไม่ตาย อาจจะส่งผลทำให้แมลงที่ช่วยในการผสมเกสรพืชบางชนิดเสียไป เช่นลำใยการติดลุกน้อยลงทำให้ชาวสวนบางแห่งถึงกับต้องเลี้ยงผึ้งไว้ในสวนด้วยเพื่อช่วยในการผสมเกสรเป็นต้น
ถึงเวลาแล้วที่นักวิชาการต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องนี้ให้มากขึ้นมิฉะนั้นแล้ว เราอาจจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคตอันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมที่ยากต่อการแก้ไขก็เป็นได้ ในการทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และประเทศเราอาจจะไม่เป็นแหล่งอาหารของโลกอีกต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)