หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน การสอน การเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน การสอน การเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การฝึกสอนที่ญี่ปุ่น

การฝึกสอนของนักศึกษา ในสัปดาห์แรกนักเรียนดูการสอน ฝึกการสอนจากอาจารย์เก่า  อีก 2 สัปดาห์ต่อมาจึงทำการฝึกสอนจริง

การนิเทศการสอนจะแยกออกเป็นสองแบบ คือ แบบหนึ่งจะนิเทศเฉพาะเนื้อหาที่สอน อีกแบบหนึ่งจะนิเทศเฉพาะเนื้อหาที่สอน 

การแต่งกายของนักศึกษาฝึกสอน ไม่ได้เข้มงวดมากนัก แต่ก็ดูเรียบร้อย กล่าวคือผูกไทด์ สวมใส่รองสาวสีได้ไม่เคร่งครัดมากนัก

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หลักสูตร

เป็นแผนดำเนินการที่จะก่อให้เกิดการกระทำ เอกสารที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ที่รวมเอาเทคนิควิธีการ ยุทธวิธีเพื่อให้บรรลุผลเป้าหมายที่ต้องการ ในเรื่องการสอนและการเรียนรู้

เป็นแผนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ว่าอะไรที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้เรียน สามารถนำมาพิจารณาในรายวิชา เนื้อหา เป็นแนวทางที่จะซึมซับเอาสารสนเทศต่างๆ ไว้ และบ่งบอกถึงเนื้อหาวิชาที่แตกต่างกันตามระดับชั้น

โดยแผนการจัดชุดการเรียนรู้ ให้โอกาสแก่บุคคลที่จะให้การศึกษา หรือเป็นการจัดการศึกษาตามโครงสร้างแบบฉบับจัดให้มีการฝึกตามที่คาดหวังไว้  ตามรายละเอียดในหลักสูตร ประกอบไปด้วยสิ่งจำเป็นที่ต้องกำหนดไว้ในหลักสูตรคือ
     -ตารางเวลาเรียนที่ใช้ในการสอนแต่ละวัน
     -ตำราเอกสารที่ใช้ สื่อการเรียนรู้ อื่นๆ ที่นำมาใช้
     -ลำดับของหัวข้อเนื้อหาที่สัมพันธ์กับการเรียนรู้
     -การประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ได้ใกล้เคียงกับที่เรียนรู้อย่างไร
     -บอกถึงเนื้อหาที่ไปเกี่ยวข้องกับเนื้อหาอื่นอย่างไร


และหลักสูตรที่เน้นการสร้างความรู้ จะคำนึงถึงผู้เรียนว่ามีพื้นฐานอะไรอยู่ก่อนแล้ว ที่นำมาสู่สถานะการณ์การเรียนรู้  จุดประสงค์แนวคิดของหลักสูตรคิดให้เป็นชุดของกิจกรรม และการปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ จากการเรียนรู้ เป็นการเฉพาะจะมีการทดสอบก่อนการเรียน ดุว่าได้เรียนรู้อะไรมาก่อนในเรื่องนั้นๆ รวมเรื่องที่มีวิจัยรองรับ และการสืบเสาะหาความรู้
ได้แก่องค์ประกอบคำสอนคือ
1 การสอนให้คิดในระดับสูง
2 การสอนความรู้ในระดับลึก
3 การสอนให้เชื่อมโยงกับโลก
4 การสอนให้สังคมสนับสนุน
5 การสอนสนทนาที่พอเพียง

การสอนให้คิดในระดับสูง (high order thinking)
     นักเรียนจัดการสารสนเทศแนวคิดของเนื้อหาที่เรียนรู้ในทางที่ให้ความหมายและสิ่งที่เกี่ยวข้องแก่นักเรียน นักเรียนจะควบรวมเอาความจริง (fact) กับและแนวคิด เพื่อนำมาสังเคราะทำให้เป็นทั่วไปหรือสามัญการ ใช้อธิบายและกำหนดสมมุติฐาน หรือให้ได้มาถึงซึ่งข้อสรุปบางอย่าง หรือเป็นการตีความ การจัดการสารสนเทศและแนวคิด (idea) จึงผ่านกระบวนการดังกล่าว ที่ปล่อยให้นักเรียนได้แก้ปัญหา และค้นพบความหมายและความเข้าใจใหม่

การสอนความรู้ระดับลึก
    เมื่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับแนวคิดหลักของหัวข้อเนื้อหาวิชา ความรู้ของนักเรียนจะอยู่ในระดับลึกเมื่อนักเรียนสามารถแยกแยะความแตกต่างได้ชัด สร้างข้อโต้แย้ง แก้ปัญหาและสามารถหารคำอธิบาย
การสอนเชื่อมโยงเข้ากับโลก
     นั้นคำสอนสามารถแสดงความเชื่อมโยงได้ในระดับหนึ่ง เมื่อนักเรียนไดยกประเด็นปัญหาสาธารณะในโลกแห่งความเป็นจริง และนักเรียนใช้ประสบการณ์ตัวเองเป็นเหมือนปริบทสำหรับประยุกใช้ความรู้

การสอนให้สังคมสนับสนุน
     เมื่อครูด้วยความคาดหวังสูงสำหรับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทั้งหมดแล้วการสนับสนุนทางสังคมจะมีสูง รวมไปถึงความจำเป็นที่ต้องเสี่ยง ในการใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ผู้เรียนรอบรู้กับงานที่ท้าทายทางวิชาการ ที่สมาชิกทั้งหมดในชั้นเรียนสามารถจะเรียนรู้ ความรู้และทักษะที่สำคัญ นับเป็นบรรยากาศที่ทุกคนในชั้นเรียนจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลร่วมกันระหว่างสมาชิกในชั้นเรียน

การสอนให้มีการแสดงออกพูดคุยสนทนา
      เช่นการสนทนาในระดับสูง เป็นตังบ่งชีถึง การมีปฏิสัมพันธ์ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับแนวคิดของหัวข้อเนื้อหา ร่วมทั้งตัวบ่งชี้ที่จะเป็นการคิดในระดับสูง การแบ่งบันแนวคิดร่วมกันเป็นหลักฐานในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องที่ไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์และควบคุมได้  การพูดคุยตอบโต้สร้างความสอดคล้องในการมีส่วนร่วม แนวคิดต่างๆที่นำเสนอเข้ามาสามารถที่จะปรับปรุงอย่างเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงและเข้าใจเนื้อหาหรือหัวข้อของเนื้อหา
 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ผู้เรียนเป็นสำคัญ

ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง  ไม่มีการบังคับ ต่อว่า  ค้นพบด้วยตนเอง วางแผนเอง เรียนรู้ด้วยการปฏบัติ สอดคล้องกับโรงเรียนวิถีพุทธ ในการสอนเมื่องครั้งพุทธกาล ไม่ต้องอธิบายให้ค้นพบเอง

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

การสอนการลอยการจมตอน 2

5การเลือกคำถาม
ด้วยคำแนะนำจากครูผู้สอน  เด็กนักเรียนเลือกคำถามที่จะทำงานกันต่อ  ด้วยเหตุผลทางการจัดการ เลือกเพียงคำถามเดียว โดยเลือกคำถาม  "ทำไมผลแอปเปิลจม แต่มันฝรั่งจม" 
.....ให้หลีกเลี่ยง การปรับเปลี่ยนความรู้ที่ล้มเหลว ถำถามที่เลือกจะนำไปพัวพันกับมโนทัศน์ที่ติดตัวเด็กมาที่มีความเชื่อมโยงกัน  อยู่ภายใตกรอบที่เป็นเป้าหมายหลักในหัวข้อนี้  มโนทัศน์ของความหนาแน่นสัมพันธ์กับในการลอย
6 ครูเลือกและวางแผนสำหรับอีกสองสามกิจกรรม บนฐานของคำถามที่เลือก
.......ท้าทายความคิดที่ไม่ถูกต้อง  กิจกรรมที่นำมาใช้เลือกแยกแยะมโนทัศน์ที่ติดตัวมา
7. จัดให้คำตอบเชิงบังคับ
    คำถามที่ให้นักเรียนเพื่อเสนอแนะคำตอบที่เป็นไปได้ ในการเลือกคำถาม จะมีบันทึกให้ครูในแน่ใจว่า ที่บางขั้้นตอน..ตอนนี้หรือต่อมา
  ....คำตอบที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์จะรวมอยู่ด้วย
 .....ไอเดียที่เชื่อมโยงผูกกับคำตอบของเด็กนักเรียน ที่เปิดเผยให้ทราบถึงมโนทัศน์ของเด็กที่มีติดตัวมา ในทางที่ไม่ได้ทำให้คับข้องใจ  โดยหลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนความรู้ที่ล้มเหลว  และป้องกันไม่ให้ออกจากการเรียนรู้  เด็กๆ มักจะมีน้อยที่รอคำตอบ และออกจากการเรียนรู้ หรือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าพวกเขาทำงานจากคำตอบของพวกเขากับคำถามของพวกเขาเอง  คำตอบทั้งหมดเป็นที่ยอมรับว่าเป็นเหมือนคำตอบที่เป็นไปได้ของคำถาม

เมื่อสอนเรื่องการลอยและจม ตอน1.

1ขั้นตอนแรก สำรวจทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ มโนทัศน์ที่มีอยู่ก่อนในเด็กที่จะสอน เกี่ยวกับการลอยการจม และดูคู่มือครูหรือคำแนะนำสำหรับหาไอเดียจัดกิจกรรม

2ขั้นตอนต่อไป ด้วยแนวทางการยกคำถาม ซึ่งยังคงเรียกว่าเป็นการปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนได้ เลือกกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน จัดลำดับวางระบบเนื้อหา และทรัพยากรการเรียนรู้
    ....โดยวางแผนสิ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องภายใต้บริบทที่ว่าจะมีอะไรต่อมา รวมทั้งมโนทัศน์ของเด็กนักเรียนที่มีอยู่ก่อน
3 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน  ในนักเรียนทำงานกันเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยมีวัตถุชนิดต่างๆ  ให้ทำนายว่า วัตถุแต่ละชิ้นจะลอยหรือจะจม และอภิปรายกับครู แล้วทำการทดสอบ  ครูจะเป็นผู้สะท้อนให้กลุ่มได้เห็นขณะที่กลุ่มทำงาน โดยทำความคิดให้ชัดเจน และหยั่งไปถึงมโนทัศน์ เช่นว่า เมื่อวัตถุหนึ่งๆ กำลังลอย
 ......ให้มีตัววัตถุอื่นเข้ามาแทรก เช่นวัตถุที่เบากว่าแต่จมน้ำ ได้รับเลือกมาทดลอง ทำให้นักเรียนคุ้นเคย แต่จะต้องจัดให้เกิดการเปรียบเทียบกับมโนทัศน์ที่มักมีอยู่ก่อน  ถึงตอนนี้แยกแยะให้เห็นถึงมโนทัศน์ที่มีอยู่ก่อนของผู้เรียน ถึงตอนนี้ครูสามารถที่จะได้มาซึ่งสารสนเทศเกี่ยวกับมโนทัศน์ที่มีติดตัวผู้เรียนมา ขณะที่เด็กๆ ทำงานในกระบวนการ

4การถามคำถาม   ตอนนี้ให้นำวัสถุอุปกรณ์ออกไปก่อน และเด็กๆ รายงานในชั้นเรียน  ให้นักเรียนได้รับเชิญหรือเรียกให้ถามคำถามที่นักเรียนอยากจะตอบ แล้วบันทึกคำถามของนักเรียนไว้
     จัดให้มีไอเดียหรือแนวคิดเชื่อมโยง  คำถามที่นักเรียนถามจะบอกใบ้ถึง มีไอเดียอะไรที่พวกเด็กเชื่อมโยงอยู่
..... ให้หลีกเลี่ยงการปรับรับความรู้ที่ล้มเหลว (avod false accommodation)  ถ้านักเรียนถามคำถามของพวกเขาแทนที่จะเป็นครู  ที่จะตอบคำถามของเขาเอง

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

Science as Inquiry

Inquiry is a step beyond student learn skills, such as observing, inferring, and experimenting      Student's understanding aind sills are grounded in the experience of in quriry, and inquiry is the foundation for development of understanding's and abilities of other content standards .  Inquiry assists in develpment of understanding of scientific concepts ,  helps student " know how we know" in science

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความสัมพันธ์ระหว่างการคิดแบบวิจารณญาณ และการคิดแบบสร้างสรรค์

ขณะที่เราแก้ปัญหาหรือตัดสินใจกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เราดำเนินการไปไม่มากก็น้อยบนฐานของการคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบวิจารณญาน โดยทั่วไปคนมักจะมองว่าการคิดแบบวิจารณญานว่าเป็นการตีค่าประเมินเป็นหลัก ส่วนการคิดสร้างสรรค์ก่อให้เกิดสิ่งใหม่และทางเลือก การคิดทั้งสองแบบเป็นคู่ที่มีส่วนร่วมกันหลายอย่าง โดยความคิดที่ดีทั้งหลายจะเกี่ยวข้องกับคุณภาพการประเมิน และผลผลิตใหม่ที่เกิดขึ้น


การคิดแบบวิจารณญานก่อให้เกิดทางเลือกเพื่อการทดสอบยืนยัน นักคิดสร้างสรรค์จะตรวจสอบความคิดใหม่เพื่อยืนยันถึงความถูกต้อง และการใช้ประโยชน์ ความแตกต่างอยุ๋ที่องศาและการเน้น โปรแกรมการเรียนและการปฏิบัติในโรงเรียน ควรจะได้สะท้อนความเข้าใจที่ว่า ผู้มีความคิดสร้างสรรค์สูง ก็มักจะเป็นผู้ที่คิดได้แบบมีวิจารณญานด้วย และในทางที่กลับกัน

Ennis (1985) กำหนดให้การคิดแบบมีวิจารณญานว่าเป็นการคิดที่มีเหตุผล และเป็นการคิดแบบย้อนกลับที่มุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจว่าเชื่ออะไรหรือทำอะไร ในการคิดแบบมีเหตุผลเมื่อนักคิดพยายามคบคิด วิเคราะห์ข้อโต้แย้งอย่างระมัดระวัง มองหาหลักฐานที่ถูกต้อง และเข้าสู่ข้อสรุปที่เป็นพ้องกัน (sound conclusion) เป้าหมายของการสอนการคิดอย่างมีวิจารณญานก็เพื่อพัฒนาคนที่มีใจเป็นกลาง (fair minded) จริงจัง และตัดสินใจแล้วว่าต้องการทำให้ชัดเจนเป็นที่ปรากฏ โดยพัฒนาเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อการตัดสินใจ

ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวข้องกับความสามารถที่ไปไกลกว่าโครงสร้างความคิดตามปกติที่ใช้นำเข้าสู่ปัญหา การออกไปนอกกรอบ นอกเส้น และกำหนดขอบเขตของปัญหา ซึ่งอาจปรากฏในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยคุณลักษณะผู้มีความคิดสร้างสรรค์มีความสามารถที่จะมองปัญหาจากกรอบอ้างอิงหนึ่งหรือมีโครงสร้างความคิดหนึ่ง โดยความรู้ตัวได้ปรับเปลี่ยนไปยังกรอบอ้างอิงอื่นที่ได้ทัศนใหม่ที่แท้จริง กระบวนการนี้ยังคงมีต่อไปจนกระทั่งบุคคลนั้นได้มองปัญญาจากหลายๆ ทัศนะ การสอนเพื่อการคิดสร้างสรรค์จึงต้องการ การใช้กิจกรรมที่ส่งเสริมนักเรียนให้เห็นความเหมือนในปรากฏการณ์และในตัวปริมาณว่าไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างธรรมดา

3Rs & 7Cs

อ่านบล็อกของศ.นพ.วิจารย์ได้พูดถึงทักษะของคนศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปกระทั้งกระเกษียณแล้้วไปตลอดชีวิต ดังที่เรียกว่า 3R x 7C ซึ่งมีรายละเอียดคือ


3R ได้แก่ Reading, 'Riting และ 'Rithmetics

7C ได้แก่ Critical thinking & problem solving

Creativity & innovation

Cross-cultural understanding

Collaboration, teamwork & leadership

Communications, information & media literacy

Computing & ICT literacy

Career & learning skills

หมอวิจารย์ได้ให้ความเห็นว่า สำหรับครูแล้วให้เลิกเน้นสอน อันมาเน้นเรียน ทั้งการเรียนของศิษย์ และครู

การเรียนรู้โดยการท่องจำยังจำเป็นหรือไม่

การเราพูดกันเสมอว่าการท่องจำไม่ดี แต่การท่องจำบางอย่างก็ยังใช้ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศการท่องศัพท์ก็ยังใช้การได้ดี เพราะยิ่งเรารู้ศัพท์มากเท่าใดก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจภาษาต่างประเทศมากเท่านั้น แต่การเรียนรู้โดยการท่องจำในทางการศึกษาดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีการที่ไม่ดีไปเสียหมด ทั้งนี้ก็เพราะนำมาใช้มากเกินไปนั่นเอง

ในการเรียนรู้ และสำหรับการสอบแข่งขัน บางอย่างก็ยังต้องท่องจำ  เคยฟังวิดีโออาจารย์อุที่เป็นเจ้าของสถาบันการติววิชา สอนวิชาเคมีก็ยังบอกให้ผู้เรียนท่องจำสูตรให้ได้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องร่วมด้วยกับความเข้าใจด้วย ทำให้นึกถึงสมัยที่เป็นนักเรียนชั้นประถมก็จะมี อาขยาน สุตรคูณที่ให้เราท่องจนขึ้นใจและยิ่งรู้วิธีคูณหารที่ถูกต้องก็จะยิ่งช่วยให้การคำนวณของเราได้รวดเร็วขึ้นด้วยเป็นต้น

การเรียนรู้ที่ยั่งยืนที่เรียกว่าเกิดการเรียนรู้จริงๆ นั้นทางการศึกษาแบ่งออกหลายขึ้นตอน บางคนบอกว่า ต้องจำได้ เข้าใจอธิบาย ขยายความได้ ประยุกต์ใช้หรือใช้ในสถานะการณ์ต่างๆได้ ประเมินตีค่าได้  แต่จะให้รู้ทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะเชี่ยวชาญในสิ่งที่ชอบสนใจเป็นพิเศษ ดังนั้นหากจำเป็นต้องเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆ ก็สามารถเรียนรู้ได้ถ้าหากรู้วิธีการเรียนรู้ไม่ว่าเรื่องใด จากนี้จะเห็นว่าความรู้ในปัจจุบันจำได้เพียงอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ จำได้แล้วเข้าใจปฏิบัติได้จริงจึงจะมีประโยชน์

การประเมินผลการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การเปลี่ยนแปลงในเรื่องการประเมินผล มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ คือ ข้อสอบที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป มีการสอบเป็นทีมเพิ่มเติมจากการสอบเป็นคน จากข้อสอบที่ใช้ความจำ ถูกผิดมาเป็นการใช้ความคิด โดยที่ถูกผิดอยู่ที่วิธีการคิด เมื่อเปลี่ยนวิธีการสอบแล้วผู้เรียนก็จะเปลี่ยนวิธีการเรียนเอง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น อาจเป็นผลมาจากการที่เราจัดการเรียนการสอนแบบมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่กำหนดผลลัพธิ์การเรียนรู้ กำหนดจัดหมาย สาระ กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ และการประเมินผลที่มุ่งพัฒนาคนให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ เต็มความสามารถสอดคล้องกับความถนัดความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน  การที่จะทำให้ได้เช่นนี้นั้นการสอนของครูก็ต้องเปลี่ยนไปเป็น สถาปนิกหรือวิศวกรความรู้ที่จะคิดสร้างสรรค์แบบการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ ที่จะให้ผู้เรียนเก่ง (มีความรู้ลึกซึ้งเชี่ยวชาญ) ดี (มีคุณธรรมจริยธรรม) มีสุข (เรียนไม่เครียด ไม่ถูกกดดันบังคับ)

ดังนั้นการวัดผลตามแนวที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญต้องมีการปฏิรูปตามไปด้วย ที่จะต้องวัดและประเมินร่วมกับกิจกรรมการเรียนการสอนตลอดเวลา ต้องให้ความสำคัญในการประเมินหลายทาง ทั้งการสอบ การปฏิบิติกิจกรรม และการสังเกต ดังนั้นการประเมินผลที่คุมสอบกันเฉพาะสอบไล่ปลายภาคที่ให้ความสำคัญมาก คงจะไม่สอดคล้องกับกาเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ถึงเวลาแล้วยังที่ควรจะเปลี่ยนแปลง?

การเรียนรู้แบบรู้รอบ (mastery learning)

การเรียนรู้แบบนี้นั้นมีแนวคิดที่จะให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้  โดยพิจารณาระบบการสอนและเทคนิคการสอน  ที่ใช้รูปแบบการสอนที่แตกต่างกันตามความแตกต่างของผู้เรียน  รวมทั้งให้เวลาในการเรียนรู้เพื่อให้เรียนรู้ได้ถึงเกณฑ์การรอบรู้  บลูม(Bloom) ได้กำหนดกรอบพื้นฐานของการเรียนรู้แบบรู้รอบเป็นเหมือนยุทธศาสตร์การสอนที่สามารถทำให้นักเรียนทั้งหมดได้รับผลลัพธ์การเรียนรู้ในระดับสูง เป็นเทคนิคการสอนและการเรียนรู้ที่มีลำดับชั้นและลำดับก่อนหลัง (hierarchical, sequential material)

 การเรียนรู้แบบนี้ต้องการความรู้พื้นฐานต่ำสุด ที่ต้องเรียนรู้ไปตามลำดับ เน้นการคิดที่มุ่งไปที่จุดเดียวกัน โดยมีชุดพฤติกรรมการคิด ซึ่งส่วนใหญ่ของโรงเรียนมัธยมจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับการเรียนรู้แบบรู้รอบ สื่อสำหรับการเรียนรู้จัดแบ่งเป็นหน่วยการเรียนรู้ตามธรรมชาติ จากบทเรียนละ 1วันไปจนถึงบทเรียนละหลายสัปดาห์  ผลการปฏิบัติ การเรียนรู้ของผู้เรียนระบุไว้ในระดับที่จะรูรอบจะต้องหาให้ได้ว่าในเกณฑ์ระดับสูงใด

สำหรับหน่วยการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ การสอนแบบกลุมปฏิบัติการร่วมมือ  นักเรียนจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อไรที่ไหนเมื่อนักเรียนมีความยากลำบากในการเรียนรู้ การวินิจฉัยที่จะเข้าแทรกแทรงผ่านทางการทดสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้   ในกระบวนการจัดให้มีการเสริมแรงเชิงบวก  ให้รู้รอบในสื่อการเรียนรู้ และตัดสินตามเกณฑ์ที่กำหนด นั่นคือการวินิจฉัยให้ส่งผลย้อนกลับไปยังนักเรียน อาจตามด้วยการแทรกแซง

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การเรียนรู้จากประสบการณ์ โครงงาน

การทำได้ดีกว่าความรู้เดิมๆ ที่เคยมีมา ทำได้แย่กว่าเดิมถือว่าเป็นความผิดพลาด แต่เรายังมีโอกาสที่จะเรียนรู้ จากข้อผิดพลาดถือว่าเป็นการถอดบทเรียนอย่างหนึ่ง 

การเข้าถึงเนื้อหาได้สมบูรณ์พอควรแล้วก็ยังไม่พอ จะต้องมีการตีความให้เข้ากับบริบท ที่กำลังนำความรู้นี้ไปใช้งาน จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด  การใช้เป็นองค์ความรู้ให้กับท้องถิ่น ที่จะนำไปปรับใช้ในการพัฒนา หรือขยายพื้นที่ดำเนินการ  เช่นการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นการเรียนรู้แบบองค์รวม ที่เอาปัญหา ความจะเป็นของชีวิตและสังคมเป็นตัวตั้ง เชื่อมโยงบูรณาการจากหลายสาระการเรียนรู้ และทักษะต่างๆ เข้าด้วยกันการเรียนรู้โดยโครงงานเป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้เลือกและสามารถนำผลการเรียนไปใช้ในชีวิตจริง

การเรียนรู้จากประสบการณ์ การเผชิญกับสถานะการณ์จริง การลงมือปฏิบัติจริง ในการปรับปรุงพัฒนาการแก้ปัญหาด้วยตนเอง  สังคมแวดล้อมโดยรอบตัวเกิดการเรียนรู้ พัฒนาทั้งความรู้ความคิด และการปฏิบัติ คุณลักษณะทักษะต่างๆ รวมไปถึงการค้นพบความถนัด ความสนใจของตนเอง ที่มีความสุข ความภูมิใจในตนเอง