สะกดคำเด็กชาย1 : ผมเรียนรู้การสะกดคำไม่ได้เลย
เด็กชาย2 : ทำไมละ
เด็กชาย1 : ก็ครูของผมเล่นเปลี่ยนคำให้สะกดอยู่เรื่อยเลย
หนังกระรอกภรรยา: คุณคงไม่คาดหวังให้ฉันสวมเสื้อหนังกระรอกเก่านี้ไปจนตลอดชีวิตนะ
สามี : ทำไมละ กระรอกมันก็ยังทำเช่นนั้นเลย
ปัตตาคารลูกค้าที่มากินอาหารพูดบ่นกับพนักงานเสิร์ฟว่า "ไม่มีไก่ในซุปไก่เลย"
พนักงานเสิร์ฟพูดตอบกลับไปว่า "ก็ไม่มีม้าในพวกซุปม้าเช่นกัน"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา และนันทนาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา และนันทนาการ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เครื่องเล่นมัลติมีเดีย
ชุดเครื่องเสียงในปัจจุบันมีส่วนสำคัญที่เรียกว่าDVD Player ซึ่งความจริงน่าจะเรียกว่าชุดเครื่องเล่นมัลติมีเดียมากกว่า ทั้งนี้เพราะปัจจุบันสามารถนำไปใช้แสดงสื่อได้หลายรูปแบบคือ เสียงรวมทั้งเพลง ภาพ ภาพกราฟิกส์ ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอหรือภาพยนต์ ซึ่งทั้งหมดบันทึกอยู่ในระบบดิจิทัล สามารถบันทึกลงบนแผ่นซีดี หรือดีวีดี หรือสื่อบันทึกข้อมูลได้หลายรูปแบบอยู่่ในรูปของแฟลตเมมโมรีหรือหน่วยความจำชนิดหนึ่ง สามารถพกพาได้ง่ายจะเรียกว่า Thumb หรือ Handy drive เมื่อจะใช้งานก็เสียบเข้ากับช่องหรือพอร์ทที่เรียกว่ายูเอ็สบีที่เครื่องเล่นได้เลย นอกจากนี้แล้วยังมีสื่อเก็บข้อมูลขนาดเล็กจากมือถือที่เรียกว่า กล้องถ่ายรูป microstorage ที่สามารถเสียบเข้ากับเครื่องเล่น ซึ่งต่อไปน่าจะเรียกว่าเครื่องเล่นมัลติมีเดีย
การเล่นแผ่นซีดีเพลงไม่ค่อยมีปัญหาใด คุุณภาพเสียงได้พัฒนาขึ้นจนมีคุณภาพดีขึ้นมากกว่าเทปเสียงที่เราเคยเล่นกันมาก่อนหน้านี้ แต่สำหรับคุณภาพของวิดีโอปัจจุบันสามารถพัฒนาให้มีคุณภาพสูงกว่าที่เราเคยมีในวีโอเทป และเครื่องเล่นมัลติมีเดียก็ต้องปรับปรุงให้มีคุณภาพสูงขึ้นให้แสดงรายละเอียดมากขึ้น เช่นเดียวกับจอที่ใช้แสดงภาพก็ต้องมีคุณภาพทีสูงขึ้นให้สอดรับกับเครื่องเล่นปัจจุปัน ปัจจุบันเครื่องเล่นที่ให้รายละเอียดสูงคือเครื่องเล่น dvd ที่เล่นในโหมด HDMI สำหรับเครื่องเล่นที่ให้รายละเอียดที่ที่สุดคือเครื่องเล่นที่เรียกว่าบลูเรย์(Blue Ray) ซึ่งต้องใช้แผ่นบันทึกที่แตกต่างออกไปเรียกว่าแผ่นบลูเรย์ที่มีความจุสูงกว่าแผ่นดีวีดีเดิม
การเล่นแผ่นซีดีเพลงไม่ค่อยมีปัญหาใด คุุณภาพเสียงได้พัฒนาขึ้นจนมีคุณภาพดีขึ้นมากกว่าเทปเสียงที่เราเคยเล่นกันมาก่อนหน้านี้ แต่สำหรับคุณภาพของวิดีโอปัจจุบันสามารถพัฒนาให้มีคุณภาพสูงกว่าที่เราเคยมีในวีโอเทป และเครื่องเล่นมัลติมีเดียก็ต้องปรับปรุงให้มีคุณภาพสูงขึ้นให้แสดงรายละเอียดมากขึ้น เช่นเดียวกับจอที่ใช้แสดงภาพก็ต้องมีคุณภาพทีสูงขึ้นให้สอดรับกับเครื่องเล่นปัจจุปัน ปัจจุบันเครื่องเล่นที่ให้รายละเอียดสูงคือเครื่องเล่น dvd ที่เล่นในโหมด HDMI สำหรับเครื่องเล่นที่ให้รายละเอียดที่ที่สุดคือเครื่องเล่นที่เรียกว่าบลูเรย์(Blue Ray) ซึ่งต้องใช้แผ่นบันทึกที่แตกต่างออกไปเรียกว่าแผ่นบลูเรย์ที่มีความจุสูงกว่าแผ่นดีวีดีเดิม
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ฟุตบอลล์โลกฟีเวอร์
ทุกสี่ปีก็จะมีฟุตบอลล์โลกครั้งหนึ่ง คนเกือบทั่วโลกใจจดใจจ่อกับการแข่งขันฟุตบอลล์โลกรอบสุดท้ายที่ทั่วโลกเข้ามาแข่งขัน 32 ทีม ก่อนหน้าที่จะถึงวันแข่งฟุตบอลล์โลกรอบสุดท้ายก็มีการแข่งขันคัดเลือกเพื่อให้ติด 32 ทีมสุดท้ายไปแข่งในรอบสุดท้าย ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่แข่งขันคัดเลือกเพื่อเข้าไปแข่งขันรอบสุดท้าย แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จยังไม่สามารถเข้าไปแข่งขันได้แม้แต่ครั้งเดียว การแข่งขันคัดเลือกกว่าจะได้ทีมที่เข้าไปแข่งขันดังกล่าวเท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนหันมาสนใจฟุตบอลล์ ที่จะต้องคอยติดตามว่าจะถึงเมื่อไร นอกจากนี้ขณะเดียวกันการแข่งขันฟุตบอลล์สโมสรในยุโรปที่ได้รับความนิยิมก็มีการแข่งขันกันตลอดปี ที่เกิดตำนานพนันบอลล์เกิดขึ้น ความจริงนักฟุตบอลล์ที่มาเล่นในบอลล์โลกในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น นักฟุตบอลล์ที่ดังๆ นั้นต่างก็เล่นอยู่ในทีมสโมสรต่างอยู่แล้ว เพียงแต่คราวนี้มาเล่นให้ในนามทีมชาติของตัวเองแทนที่จะเป็นทีมสมโมสรเท่านั้นเอง ประเทศไทยแม้ว่าจะไม่มีทีมชาติเข้าแข่งขัน แต่คนก็คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลล์พอควรจะสังเกตได้ว่าถ้าหากนัดคู่สำคัญแข่งขันจะทำให้ช่วงเวลานั้นการจราจรจะไม่ติดขัดมากนัก เพราะส่วนหนึ่งหยุดดูฟุตบอลล์ ยังตามไปดูทีมหรือนักฟุตบอลล์ที่ตัวเองชื่นชอบอยู่
ตอนนี้ประเทศไทยก็มีการแข่งขันระหว่างทีมสโมสรต่างๆ แล้วในอนาคตเราคงจะมีนักฟุตบอลล์ดีๆ มากขึ้นและคงมีสักวันที่ทีมจากประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายบ้าง เมื่อนั้นก็จะเกิดอาการฟีเวอร์มากกว่านี้ เมือถึงเวลาทีมชาติไทยลงแข่งเมื่อไรละก็คนเกือบทั้งประเทศคงเฝ้าติดตาม ขณะแม้แต่การแข่งขันในรอบแรกก็เฝ้าติดตามไม่ไปไหนเมื่อถึงเวลาแข่งขัน เข้าขั้นฟีเวอร์แล้ว ตัวบ่งชีอีกอย่างหนึ่งที่กระทบแฟนฟุตบอลล์ทั่วประเทศซึ่งก็มีอยู่หลายล้านที่ไม่อาจรับชมได้ เวลาแข่งฟุตบอลล์จอดับมืดไป ที่เป็นเช่นนี้คงมาจากปัญหาทางธุรกิจบางประการที่จะควบคุมให้เป็นไปตามสิทธิ์ของลิขสิทธิ์ที่ส่งผ่านดาวเทียมที่ควบคุมได้ยาก
ความโกลาหลก็เกิดขึ้นบ้างสำหรับบ้านที่ใช้จานดาวเทียมแบบที่ไม่สามารถรับชมได้ ก็ต้องหาซื้อสายอากาศทีมีหรือไม่ก็ติดตั้งแผงกันอย่างรวดเร็วทำให้บางแห่ง อุปกรณ์สายอากาศขาดตลาดราคาแพงขึ้นอย่างทันตา จะอย่างไรก็ตามก็มีผู้คาบข่าวมาบอกว่าจะปรับดาวเทียมอย่างไรให้รับชมได้ มีการจูนจานดาวเทียมกันใหม่จนรับสัญญาณได้ ในที่สุดก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงสำหรับแฟนบอลล์ที่ไม่อยากจ่ายเงินเพิ่ม
สัญญาณดาวเทียมทั่วประเทศที่รับสัญญาณภาพไม่ได้ก็งุดหงิดเป็นธรรมดา
ตอนนี้ประเทศไทยก็มีการแข่งขันระหว่างทีมสโมสรต่างๆ แล้วในอนาคตเราคงจะมีนักฟุตบอลล์ดีๆ มากขึ้นและคงมีสักวันที่ทีมจากประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายบ้าง เมื่อนั้นก็จะเกิดอาการฟีเวอร์มากกว่านี้ เมือถึงเวลาทีมชาติไทยลงแข่งเมื่อไรละก็คนเกือบทั้งประเทศคงเฝ้าติดตาม ขณะแม้แต่การแข่งขันในรอบแรกก็เฝ้าติดตามไม่ไปไหนเมื่อถึงเวลาแข่งขัน เข้าขั้นฟีเวอร์แล้ว ตัวบ่งชีอีกอย่างหนึ่งที่กระทบแฟนฟุตบอลล์ทั่วประเทศซึ่งก็มีอยู่หลายล้านที่ไม่อาจรับชมได้ เวลาแข่งฟุตบอลล์จอดับมืดไป ที่เป็นเช่นนี้คงมาจากปัญหาทางธุรกิจบางประการที่จะควบคุมให้เป็นไปตามสิทธิ์ของลิขสิทธิ์ที่ส่งผ่านดาวเทียมที่ควบคุมได้ยาก
ความโกลาหลก็เกิดขึ้นบ้างสำหรับบ้านที่ใช้จานดาวเทียมแบบที่ไม่สามารถรับชมได้ ก็ต้องหาซื้อสายอากาศทีมีหรือไม่ก็ติดตั้งแผงกันอย่างรวดเร็วทำให้บางแห่ง อุปกรณ์สายอากาศขาดตลาดราคาแพงขึ้นอย่างทันตา จะอย่างไรก็ตามก็มีผู้คาบข่าวมาบอกว่าจะปรับดาวเทียมอย่างไรให้รับชมได้ มีการจูนจานดาวเทียมกันใหม่จนรับสัญญาณได้ ในที่สุดก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงสำหรับแฟนบอลล์ที่ไม่อยากจ่ายเงินเพิ่ม
สัญญาณดาวเทียมทั่วประเทศที่รับสัญญาณภาพไม่ได้ก็งุดหงิดเป็นธรรมดา
ไม่ขำก็อมยิ้ม
งาน
"พี่ชายของผมได้งานในร้านขายเครื่องไฟฟ้า วันหนึ่งเขาจับยึดสายไฟที่มีไฟอยู่"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น"
"ผมก็ไม่ทราบ ..แต่ก็เป็นงานเดียวที่เขาจับยึดไว้ได้เหมือนกัน"
ความสุข
สุภาพสตรี: เจ้าหนุ่ม ฉันจะให้เหรียญ 75 เซ็นต์ ไม่ใช่เพราะว่าเธอสมควรจะได้รับ แต่เพราะว่าทำให้ฉันพอใจในการทำเช่นนั้น
ขอทานหนุ่ม: ขอบคุณครับ ทำไมไม่ให้เป็นดอลล่าหนึ่งเลยละคุณก็จะได้ทำให้ตัวคุณเองมีความสุขจริงๆ
ทำไม่ถูก
"ผมเคยทำไม่ถูกต้องมาครั้งหนึ่ง"
"คุณทำหรอ แล้วเมื่อไรละ"
"เมื่อผมเป็นเด็กแบเบาะ ผมเดินไม่ได้จนกระทั่งผมอายุหนึ่งขวบ"
จำได้
พ่อ: เมื่อพ่อเด็กขนาดเท่าอายุลูก พ่อตื่นตีห้าทุกเช้า พ่อเลี้ยงไก่กวาดขยะใบไม้รอบบ้าน ทิ้งขยะ และกลับมาทำงานกระดาษต่างๆ และพ่อไม่ได้คิดอะไรกับมันเลย
ลูก: ลูกก็ไม่ตำหนิอะไรพ่อนะ ลูกก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นเหมือนกัน
"พี่ชายของผมได้งานในร้านขายเครื่องไฟฟ้า วันหนึ่งเขาจับยึดสายไฟที่มีไฟอยู่"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น"
"ผมก็ไม่ทราบ ..แต่ก็เป็นงานเดียวที่เขาจับยึดไว้ได้เหมือนกัน"
ความสุข
สุภาพสตรี: เจ้าหนุ่ม ฉันจะให้เหรียญ 75 เซ็นต์ ไม่ใช่เพราะว่าเธอสมควรจะได้รับ แต่เพราะว่าทำให้ฉันพอใจในการทำเช่นนั้น
ขอทานหนุ่ม: ขอบคุณครับ ทำไมไม่ให้เป็นดอลล่าหนึ่งเลยละคุณก็จะได้ทำให้ตัวคุณเองมีความสุขจริงๆ
ทำไม่ถูก
"ผมเคยทำไม่ถูกต้องมาครั้งหนึ่ง"
"คุณทำหรอ แล้วเมื่อไรละ"
"เมื่อผมเป็นเด็กแบเบาะ ผมเดินไม่ได้จนกระทั่งผมอายุหนึ่งขวบ"
จำได้
พ่อ: เมื่อพ่อเด็กขนาดเท่าอายุลูก พ่อตื่นตีห้าทุกเช้า พ่อเลี้ยงไก่กวาดขยะใบไม้รอบบ้าน ทิ้งขยะ และกลับมาทำงานกระดาษต่างๆ และพ่อไม่ได้คิดอะไรกับมันเลย
ลูก: ลูกก็ไม่ตำหนิอะไรพ่อนะ ลูกก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นเหมือนกัน
วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553
แข่งขันนกกรงหัวจุกกันอย่างไร
ได้มีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการจัดแข่งขันนกกรงหัวจุกซึ่งจัดโดยคณะวิทยาการจัดการ นับเป็นครั้งแรกที่จัดโดยคณะฯ โปรแกรมการจัดการทั่วไป เมื่อเข้าบริเวณแข่งขันจะได้ยินเสียงนก ดังไปทั่วงานได้บรรยากาศสำหรับคนชอบฟังเสียงนก การจัดแข่งขันครั้งนี้ผู้ส่งนกเข้าแข่งขันก็คงมีค่าสมัคร ส่วนรางวัลก็มีถ้วยรางวัลเกียรติยศ และของขวัญรางวัลมากมาย ซึ่งรวมทั้งของขวัญหมายเลขหางบัตร ที่น่าสนใจก็คือว่าพระเอกของงานคือนกมีการฝึกซ้อมเตรียมตัวกันมาดีก่อนแข่งขัน กติกาการแข่งขันที่น่าสนใจ
นกกรงหัวจุกเป็นนกขนาดเล็กกว่านกเขา หัวเป็นขนพู่ขึ้นเป็นสองแนว ที่แก้มหรือใกล้กับหูจะมีสีส้มหรือแดงเป็นแถบเล็กๆ เป็นลักษณะประจำตัวของนกทีเดียว แต่นกที่เข้าแข่งขันล้วนเป็นนกตัวผู้ทั้งสิ้น เป็นนักร้องเสียงดีแข่งกัน เพราะอะไรคงไม่ต้องอธิบาย
การแข่งขันจะใช้กรรมการในการฟังเสียง โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 4 ยก 8 ดอก คำว่าดอกนั้นคือเสียงนกที่เข้าหูกรรมการว่าเป็นเสียงที่ต้องการคือเสียงร้องลากยาวหนึ่งครั้งเรียกว่าดอกหนึ่ง ในแต่ละยกจะใช้ภาชนะคล้ายกะลาเจาะรูตรงกลางถ่วงน้ำหนักนำไปลอยในโถแก้วใหญ่ใส่น้ำไว้ เมื่อน้ำเข้ามาเต็มภาชนะจะจมลงก้นโถแก้วนับเวลาได้ประมาณ 25 วินาทีช่วงที่กรรมการเข้าไปดูนั้น เจ้าของนกต้องเชียร์ให้นกร้องหรือขัน จะได้ดอกในแต่ละยกอาจได้หลายดอก แข่งกัน 4 ยกจะเข้ารอบได้ต้องได้ 8 ดอก หลังจากนั้นนกที่เข้ารอบต้องมาแข่งกันในรอบต่อไปเพื่อหาตัวที่ขันได้ชนะเลิศและรองต่อไป
การแข่งขันจะสนุกเร้าใจก็ตรงที่กรรมการไปฟังเสียงนกนี่แหละ ที่กรงนกจะมีผ้าคลุมกันแดด เพราะถ้านกโดนแดนจัดร้อยอาจเหนื่อยง่ายขันไม่ออก หรือไม่ตอนกรรมการเข้าไปฟังเสียงอาจตื่นเต้นไม่ยอมขันก็แพ้ได้เพราะไม่ได้ดอก อย่างไรก็ตามเจ้าของนกที่ฝึกมาดี เตรียมตัวกันมาดีสามารถจูงใจให้นกขันเมื่อไรก็ได้ พูดง่ายๆ ว่ารู้ใจกันก็ว่าได้
จะว่าไปแล้วการใช้คนเป็นกรรมการในการฟังเสียงก็อาจใส่ความรู้สึกเข้าไปบ้างในแต่ละคนฟังไม่เหมือนกันก็อาจตัดสินผิดพลาดได้ ทำให้นึกไปในเรื่องการชิมไวน์ที่ยังต้องใช้คนชิม แต่ตอนหลังหาคนชิมไวน์ที่ได้มาตรฐานที่ชำนาญจริงๆ ไม่ค่อยได้ จึงมีคนคิดเครื่องชิมไวน์โดยไม่ต้องใช้คนได้แล้ว แต่ให้ได้รสชาดเหมือนเดิม ในกรณีของเสียงนกก็เช่นเดียวกันผูเขียนพอมีความรู้เรื่องเสียงทางฟิสิกส์อยู่บ้างถ้าใครต้องการดูรูปคลื่นเสียงของนก ว่าเสียงสูงต่ำระดับเสียงเป็นอย่างไรให้อัดเสียงนกมา หรือให้นกมาขันที่ไมโครโฟนเท่านั้น แล้วต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ดูรูปคลื่นเสียงได้ทันที ใครอยากได้รูปคลื่นเสียงนกว่าเป็นอย่างไรติดต่อได้ที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยพิมพ์เป็นภาพกราฟิกให้ดูได้เลยครับ
นกกรงหัวจุกเป็นนกขนาดเล็กกว่านกเขา หัวเป็นขนพู่ขึ้นเป็นสองแนว ที่แก้มหรือใกล้กับหูจะมีสีส้มหรือแดงเป็นแถบเล็กๆ เป็นลักษณะประจำตัวของนกทีเดียว แต่นกที่เข้าแข่งขันล้วนเป็นนกตัวผู้ทั้งสิ้น เป็นนักร้องเสียงดีแข่งกัน เพราะอะไรคงไม่ต้องอธิบาย
การแข่งขันจะใช้กรรมการในการฟังเสียง โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 4 ยก 8 ดอก คำว่าดอกนั้นคือเสียงนกที่เข้าหูกรรมการว่าเป็นเสียงที่ต้องการคือเสียงร้องลากยาวหนึ่งครั้งเรียกว่าดอกหนึ่ง ในแต่ละยกจะใช้ภาชนะคล้ายกะลาเจาะรูตรงกลางถ่วงน้ำหนักนำไปลอยในโถแก้วใหญ่ใส่น้ำไว้ เมื่อน้ำเข้ามาเต็มภาชนะจะจมลงก้นโถแก้วนับเวลาได้ประมาณ 25 วินาทีช่วงที่กรรมการเข้าไปดูนั้น เจ้าของนกต้องเชียร์ให้นกร้องหรือขัน จะได้ดอกในแต่ละยกอาจได้หลายดอก แข่งกัน 4 ยกจะเข้ารอบได้ต้องได้ 8 ดอก หลังจากนั้นนกที่เข้ารอบต้องมาแข่งกันในรอบต่อไปเพื่อหาตัวที่ขันได้ชนะเลิศและรองต่อไป
การแข่งขันจะสนุกเร้าใจก็ตรงที่กรรมการไปฟังเสียงนกนี่แหละ ที่กรงนกจะมีผ้าคลุมกันแดด เพราะถ้านกโดนแดนจัดร้อยอาจเหนื่อยง่ายขันไม่ออก หรือไม่ตอนกรรมการเข้าไปฟังเสียงอาจตื่นเต้นไม่ยอมขันก็แพ้ได้เพราะไม่ได้ดอก อย่างไรก็ตามเจ้าของนกที่ฝึกมาดี เตรียมตัวกันมาดีสามารถจูงใจให้นกขันเมื่อไรก็ได้ พูดง่ายๆ ว่ารู้ใจกันก็ว่าได้
จะว่าไปแล้วการใช้คนเป็นกรรมการในการฟังเสียงก็อาจใส่ความรู้สึกเข้าไปบ้างในแต่ละคนฟังไม่เหมือนกันก็อาจตัดสินผิดพลาดได้ ทำให้นึกไปในเรื่องการชิมไวน์ที่ยังต้องใช้คนชิม แต่ตอนหลังหาคนชิมไวน์ที่ได้มาตรฐานที่ชำนาญจริงๆ ไม่ค่อยได้ จึงมีคนคิดเครื่องชิมไวน์โดยไม่ต้องใช้คนได้แล้ว แต่ให้ได้รสชาดเหมือนเดิม ในกรณีของเสียงนกก็เช่นเดียวกันผูเขียนพอมีความรู้เรื่องเสียงทางฟิสิกส์อยู่บ้างถ้าใครต้องการดูรูปคลื่นเสียงของนก ว่าเสียงสูงต่ำระดับเสียงเป็นอย่างไรให้อัดเสียงนกมา หรือให้นกมาขันที่ไมโครโฟนเท่านั้น แล้วต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ดูรูปคลื่นเสียงได้ทันที ใครอยากได้รูปคลื่นเสียงนกว่าเป็นอย่างไรติดต่อได้ที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยพิมพ์เป็นภาพกราฟิกให้ดูได้เลยครับ
วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ดูซอพท์บอลที่สนามมหาวิทยาลัยราชภัฏนคร
เพิ่งเห็นกีฬาซอพท์บอลมาแข่งที่สนามมหาวิทยาลัยราชภัฏนครเป็นครั้งแรก ก็ให้รู้สึกตื่นเต้น และรู้กติกาว่าคล้ายกับเบสบอลมาก ซึ่งจริงๆแล้วก็ดัดแปลงมาจากเบสบอลที่ต้องการเล่นในร่ม และใช้พื้นที่สนามน้อยลง แต่ไม่ได้รับความนิยมจึงดัดแปลงมาเล่นกลางแจ้งอีกมีการเปลี่ยนกติกาและอุปกรณ์ที่ใช้เล็กน้อย หลายคนอยากทราบกติกา ซึ่งโดยสรุปจะเป็นดังนี้ (ถ้าเป็นกติกาเป็นทางในรายละเอียดจะมีถึง 88 หน้าทีเดียว)
การแข่งขัน ประกอบด้วย 7 อินนิ่ง เมื่อครบ 7 อินนิ่งแล้วมีคะแนนเท่ากัน ต้องเล่นต่อไปทีละอินนิ่งหรือใช้ระบบไทเบรกจนกว่าจะมีผู้ชนะ ทีมที่ชนะคือทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดในเกมปกติ ( 7 อินนิ่ง ) อินนิ่งหนึ่งหมายถึง 1 อินนิ่ง คือส่วนของเกมการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองทีมได้ผลัดกันเป็ยฝ่ายรับและฝ่ายรุกครบทีมละ 1 ครั้ง และจะต้องทำเอาต์ฝ่ายรุกครบสามคนก่อน อินนิ่งใหม่จะเริ่มทันทีที่คนที่ 3 ถูกทำเอาต์
เบสรันเนอร์ คือผู้เล่นฝ่ายรุกที่ได้ขึ้นตี และครอบครองเบสหนึ่งได้โดยไม่ถูกทำเอาต์ จะนับเป็นคะแนนหนึ่งรัน ( RUN ) ก็ต่อเมื่อ เบสรันเมนอร์ได้แตะเบสหนึ่ง เบสสอง และเบสสาม และ โฮมเพลท ตามลำดับอย่างถูกต้องตามกติกาและจะต้องแตะก่อนการทำเอาต์ที่ 3
การพิทช์บอล พิทเชอร์บอลถือลูกบอลอย่างถูกต้อง ไม่น้อยกว่า 1 วินาที ไม่เกิน 10 วินาที จะเริ่มเมื่อ พิทเชอร์ดึงลูกออกจากโกลฟแล้ว จะเหวี่ยงแขนเพื่อปล่อยลูกลักษณะอันเดอร์แฮนด์ไม่เกิน 1 รอบ โดยต้องผ่านแนวลำตัว มือต่ำกว่าตะโพก ข้อมือไม่ห่างจากลำตัวมากกว่าข้อศอก พิทเชอร์มีเวลา 20 นาที ที่จะพิทช์ลูกต่อไป เมื่อมีการเปลี่ยนพิทเชอร์อนุญาตให้ซ้อมพิทช์ได้ไม่เกิน 5 ครั้ง หรือไม่เกิน 1 นาที ถ้าพิทช์ผิดกติกา เดดบอล แบตเตอร์จะได้ 1 บอล และเบสรันเนอร์ได้สิทธิ์ครอบครองเบสหน้าได้หนึ่งเบส
การตี ผู้เล่นในแต่ละทีมจะขึ้นเป็นแบตเตอร์ตามลำดับที่แจ้งไว้ในสกอร์ชีต ถ้าผิดลำดับจะต้องนับบอลและสไตร์กต่อไป การ " สไตร์ก " คือ ส่วนของลูกที่พิทช์เข้ามาในสไตร์กโซน ( คือพื้นที่สมมุติเหนือโฮมเพลทสูงระหว่างช่วงรักแร้-หัวเข่าของผู้ตี ) แบตเตอร์จะถูกเชิญให้ออกจากการแข่งขันเมื่อตีฟลายบอล ไปแล้วถูกรับไว้อย่างถูกต้องตามกติกา เมื่อตีลูกสไตร์กครั้งที่ 3 ผิด เมื่อแคมเชอร์รับลูกสไตร์กครั้งที่ 3 ได้ การวิ่งเบส เบสรันเนอร์ จะต้องแตะเบสอย่างถูกต้องกติกาและเรียงลำดับ (เบสหนึ่ง เบสสอง เบสสาม และโฮมเพลท) ต้องวิ่งย้อนทาง เบสรันเนอร์ 2 คน จะครอบครองเบสเดียวกันไม่ได้ เบสรันเนอร์มีสิทธิ์ที่จะวิ่งไปเบสหน้าได้ โดยการเสี่ยงต่อการทำเอาต์ เช่นเมื่อลูกหลุดจากมือของพิทเชอร์ ขณะพิทช์ ถ้ากรรมการพิจารณาเห็นว่าลูกที่ถูกรับได้อย่างผิดกติกา ควรจะลอยข้ามรั้วเอาต์ฟิลด์ในเขตแฟร์ได้ แบตเตอร์จะได้โฮมรัน
...ย่อจากhttp://www.horhook.com/section/sec5physical/athens2004/Softball.htm
ในสมัยเด็กๆ ที่เราชาวนครเคยเล่นกีฬากติกาคล้ายคลึงกับเบสซ์บอลและซอพท์บอลก็คือกีฬาที่เรียกว่า ตีระเด้อ นั่นเอง
การแข่งขัน ประกอบด้วย 7 อินนิ่ง เมื่อครบ 7 อินนิ่งแล้วมีคะแนนเท่ากัน ต้องเล่นต่อไปทีละอินนิ่งหรือใช้ระบบไทเบรกจนกว่าจะมีผู้ชนะ ทีมที่ชนะคือทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดในเกมปกติ ( 7 อินนิ่ง ) อินนิ่งหนึ่งหมายถึง 1 อินนิ่ง คือส่วนของเกมการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองทีมได้ผลัดกันเป็ยฝ่ายรับและฝ่ายรุกครบทีมละ 1 ครั้ง และจะต้องทำเอาต์ฝ่ายรุกครบสามคนก่อน อินนิ่งใหม่จะเริ่มทันทีที่คนที่ 3 ถูกทำเอาต์
เบสรันเนอร์ คือผู้เล่นฝ่ายรุกที่ได้ขึ้นตี และครอบครองเบสหนึ่งได้โดยไม่ถูกทำเอาต์ จะนับเป็นคะแนนหนึ่งรัน ( RUN ) ก็ต่อเมื่อ เบสรันเมนอร์ได้แตะเบสหนึ่ง เบสสอง และเบสสาม และ โฮมเพลท ตามลำดับอย่างถูกต้องตามกติกาและจะต้องแตะก่อนการทำเอาต์ที่ 3
การพิทช์บอล พิทเชอร์บอลถือลูกบอลอย่างถูกต้อง ไม่น้อยกว่า 1 วินาที ไม่เกิน 10 วินาที จะเริ่มเมื่อ พิทเชอร์ดึงลูกออกจากโกลฟแล้ว จะเหวี่ยงแขนเพื่อปล่อยลูกลักษณะอันเดอร์แฮนด์ไม่เกิน 1 รอบ โดยต้องผ่านแนวลำตัว มือต่ำกว่าตะโพก ข้อมือไม่ห่างจากลำตัวมากกว่าข้อศอก พิทเชอร์มีเวลา 20 นาที ที่จะพิทช์ลูกต่อไป เมื่อมีการเปลี่ยนพิทเชอร์อนุญาตให้ซ้อมพิทช์ได้ไม่เกิน 5 ครั้ง หรือไม่เกิน 1 นาที ถ้าพิทช์ผิดกติกา เดดบอล แบตเตอร์จะได้ 1 บอล และเบสรันเนอร์ได้สิทธิ์ครอบครองเบสหน้าได้หนึ่งเบส
การตี ผู้เล่นในแต่ละทีมจะขึ้นเป็นแบตเตอร์ตามลำดับที่แจ้งไว้ในสกอร์ชีต ถ้าผิดลำดับจะต้องนับบอลและสไตร์กต่อไป การ " สไตร์ก " คือ ส่วนของลูกที่พิทช์เข้ามาในสไตร์กโซน ( คือพื้นที่สมมุติเหนือโฮมเพลทสูงระหว่างช่วงรักแร้-หัวเข่าของผู้ตี ) แบตเตอร์จะถูกเชิญให้ออกจากการแข่งขันเมื่อตีฟลายบอล ไปแล้วถูกรับไว้อย่างถูกต้องตามกติกา เมื่อตีลูกสไตร์กครั้งที่ 3 ผิด เมื่อแคมเชอร์รับลูกสไตร์กครั้งที่ 3 ได้ การวิ่งเบส เบสรันเนอร์ จะต้องแตะเบสอย่างถูกต้องกติกาและเรียงลำดับ (เบสหนึ่ง เบสสอง เบสสาม และโฮมเพลท) ต้องวิ่งย้อนทาง เบสรันเนอร์ 2 คน จะครอบครองเบสเดียวกันไม่ได้ เบสรันเนอร์มีสิทธิ์ที่จะวิ่งไปเบสหน้าได้ โดยการเสี่ยงต่อการทำเอาต์ เช่นเมื่อลูกหลุดจากมือของพิทเชอร์ ขณะพิทช์ ถ้ากรรมการพิจารณาเห็นว่าลูกที่ถูกรับได้อย่างผิดกติกา ควรจะลอยข้ามรั้วเอาต์ฟิลด์ในเขตแฟร์ได้ แบตเตอร์จะได้โฮมรัน
...ย่อจากhttp://www.horhook.com/section/sec5physical/athens2004/Softball.htm
ในสมัยเด็กๆ ที่เราชาวนครเคยเล่นกีฬากติกาคล้ายคลึงกับเบสซ์บอลและซอพท์บอลก็คือกีฬาที่เรียกว่า ตีระเด้อ นั่นเอง
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ควันหลงกีฬาคนพิการในลิกอร์เกมส์
แม้ว่าฝนจะตกหนักบาง เบาบ้าง ก็ไม่ได้ทำให้การแข่งขันกีฬาคนพิการต้องล้มเลิก การแข่งขันกีฬาคนพิการก็ดำเนินไปด้วยดี ด้วยสปิริสของนักกีฬาอย่างแท้จริง มีการแข่งขันกันท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา ทั้งเปตองและยิงธนู แม้จะพิการอย่างอื่นแต่มือยังใช้ได้ดี สนามยิ่งธนูจะแฉะอย่างไร ก็แข่งขันกันจนจบ รับเหรียญกันข้างสนามที่แฉะน้อยที่สุดแล้ว ส่วนการแข่งขันเปตองต้องแก้ปัญหาในการเพิ่มสนามให้มากขึ้นลดความกว้างสนามมาตรฐานลงสนามละ 1 เมตร เพราะสนามในลู่วิ่งมิอาจใช้ได้อันเนื่องมาจากฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง สนามเปตองแม้ฝนจะตกอย่างไรก็ยังใช้การได้ เพราะพืนสนามไม่เก็บน้ำมีทางระบายน้ำที่ดี
ที่สนามยูโดแม้มีการแข่งขันเพียง 6 คู่ และแข่งขันเพียงวันเดียว แม้นักกีฬาไม่สามารถที่จะเห็นหน้าคู่ต่อสู้ได้ กรรมการต้องนำมาให้จับกันก่อนที่จะให้กระชากลากดึงเพื่อเอาชนะกันตามกติกา เพราะนักกีฬาทั้งคู่ต่างก็เป็นคนตาตาบอดทั้งสองข้าง
ทั้งปิงปองและยกน้ำหนักต่างก็แข่งขันกันในร่มไม่มีปัญหาเรื่องฝน ใช้ความสามารถของอวัยวะที่ยังใช้ได้ดีคือมือ ปิงปองต้องมีความคล่องตัวว่องไว ส่วนยกน้ำหนักอาจเชื่องช้าบ้าง เพราะต้องมีกรรมการคอยระวังไม่ให้ลูกเหล็กหล่นใส่ มีเพลงประกอบขณะแข่งขันและรับเหรียญรางวัลที่สร้างบรรยากาศให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดานใจ ความภูมิใจให้นักกีฬ่า มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าสำหรับนักกีฬายกน้ำหนักแล้วในแต่ละรุ่นจะใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์ในการกำหนดรุ่น ทำให้ผู้พิการที่ขาขาดมากได้เปรียบกว่าเพราะน้ำหนักจะเบากว่าเมื่อชั่งน้ำหนัก
กีฬาบางประเภทที่ไม่มีการแข่งในมหาวิทยาลัยราชภัฏคือกีฬาว่ายน้ำ แต่ก็มีผู้เล่าให้ฟังว่า มีนักกีฬาว่ายน้ำที่ชนะคนหนึ่งชนะการแข่งขันทั้งๆ ที่ไม่มีแขน นึกไม่ออกว่าเข้าข่ายว่ายน้ำประเภทใด ที่อดประหลาดใจไม่ได้ในกีฬาอีกประเภทคือคนขาขาดเล่นตะกร้อ ผมก็เลยตีความเอาว่าขาขาดข้างเดียว ก็มีคนถามกันต่ออีกว่า เออ..เวลาจะเต๊ะทำอย่างไรในการใช้ขาเดียวแล้วกระโดดเต๊ะด้วย ต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ไปดูด้วยตาตนเองเลยไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็มาคิดดูว่า น่าจะเป็นว่าขาขาดข้างหนึ่งแล้วใส่ขาปลอมอีกข้างหรือเปล่า ใครทราบช่วยเสริมด้วยจะขอบพระคุณยิ่ง
ที่สนามยูโดแม้มีการแข่งขันเพียง 6 คู่ และแข่งขันเพียงวันเดียว แม้นักกีฬาไม่สามารถที่จะเห็นหน้าคู่ต่อสู้ได้ กรรมการต้องนำมาให้จับกันก่อนที่จะให้กระชากลากดึงเพื่อเอาชนะกันตามกติกา เพราะนักกีฬาทั้งคู่ต่างก็เป็นคนตาตาบอดทั้งสองข้าง
ทั้งปิงปองและยกน้ำหนักต่างก็แข่งขันกันในร่มไม่มีปัญหาเรื่องฝน ใช้ความสามารถของอวัยวะที่ยังใช้ได้ดีคือมือ ปิงปองต้องมีความคล่องตัวว่องไว ส่วนยกน้ำหนักอาจเชื่องช้าบ้าง เพราะต้องมีกรรมการคอยระวังไม่ให้ลูกเหล็กหล่นใส่ มีเพลงประกอบขณะแข่งขันและรับเหรียญรางวัลที่สร้างบรรยากาศให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดานใจ ความภูมิใจให้นักกีฬ่า มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าสำหรับนักกีฬายกน้ำหนักแล้วในแต่ละรุ่นจะใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์ในการกำหนดรุ่น ทำให้ผู้พิการที่ขาขาดมากได้เปรียบกว่าเพราะน้ำหนักจะเบากว่าเมื่อชั่งน้ำหนัก
กีฬาบางประเภทที่ไม่มีการแข่งในมหาวิทยาลัยราชภัฏคือกีฬาว่ายน้ำ แต่ก็มีผู้เล่าให้ฟังว่า มีนักกีฬาว่ายน้ำที่ชนะคนหนึ่งชนะการแข่งขันทั้งๆ ที่ไม่มีแขน นึกไม่ออกว่าเข้าข่ายว่ายน้ำประเภทใด ที่อดประหลาดใจไม่ได้ในกีฬาอีกประเภทคือคนขาขาดเล่นตะกร้อ ผมก็เลยตีความเอาว่าขาขาดข้างเดียว ก็มีคนถามกันต่ออีกว่า เออ..เวลาจะเต๊ะทำอย่างไรในการใช้ขาเดียวแล้วกระโดดเต๊ะด้วย ต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ไปดูด้วยตาตนเองเลยไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็มาคิดดูว่า น่าจะเป็นว่าขาขาดข้างหนึ่งแล้วใส่ขาปลอมอีกข้างหรือเปล่า ใครทราบช่วยเสริมด้วยจะขอบพระคุณยิ่ง
มุกนี้ฟังมาจากที่ประชุมทางวิชาการนานาชาติ
มีวิทยากรท่านหนึ่งคั่นเวลาก่อนที่จะทำเวิร์คชอร์ฟ ได้เล่าเรื่องให้ฟังฆ่าเวลา เนื่องจากเขาเล่าเป็นภาษาอังกฤษผมอาจเข้าใจไม่ตรงกับที่เข้าเล่าบ้างแต่ก็คิดว่าคงใกล้เคียง เรื่องมีอยู่ว่ามีสถานออกกำลังกายหรือฟิตเนสแห่งหนึ่งได้ประชาสัมพันธ์ว่าสามารถจะลดน้ำหนักจากคนอ้วนให้รูปร่างดีได้เพียงสองครั้งที่มาฟิตเนสเท่านั้น ก็มีชายคนหนึ่งไปสมัครเพื่อเข้าคอร์สลดน้ำหนักเมื่อสมัครแล้วเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาจึงจะไปขอคืนเงินที่จ่ายไป แต่ขณะเดียวกันนั้นก็มีสาวสวยหุ่นดีของฟิสเนส มาชักจูงชักชวนให้เข้าคอร์สโดยเสนอว่า ถ้าชายคนนั้นไล่จับได้จะให้เป็นแฟนด้วย ชายคนนั้นก็ไล่จับจนเหนื่อยเท่าไรก็ยังจับสาวสวยคนนั้นไม่ได้ ก็เลยเหนื่อยกลับบ้านไป
แต่เมื่อชายผู้นั้นคิดขึ้นมาได้เงินก็จ่ายไปแล้ว ก็คิดขึ้นมาว่ายังไงต้องไปเที่ยวกับสาวสวยคนนั้นให้ได้ ก็เลยรีบฟิสออกกำลังกายจนกระทั่งรูปร่างดีขึ้นมาได้ และรู้สึกถึงกำลังความฟิตมากขึ้นแล้วจากนั้นเขาก็กลับไปที่ฟิตเนสเดิมอีกครั้งหนึ่งโดยมีความหวังลึกๆ ในใจว่าจะวิ่งไล่จับสาวสวยหุ่นดีให้ได้ แต่เมื่อไปถึงฟิตเนสกลับพบว่าเขาเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้วเป็นว่าคราวนี้ แทนที่จะใช้สาวสวยหุ่นดีก็ใช้สาวอ้วนหน้าตาขี่เหร่แทน และคราวนี้ถ้าคุณไม่พาไปเที่ยวเป็นแฟนแล้วสาวอ้วนคนนี้จะไล่จับคุณ ยังไม่ทันไรเลยชายคนนั้นก็วิ่งหนีเป็นการใหญ่ สรุปแล้วเป็นไปตามที่ฟิตเนสประชาสัมพันธ์ไว้คือใช้สถานฟิตเนสเพียงสองครั้ง และรูปร่างก็จะผอมลงจริงเสียด้วย
คนไทยที่นั่งใกล้ๆ ผมพูดว่าเออ..มุกมากจังเลยคงมาจากทะเลอันดามัน ...
แต่เมื่อชายผู้นั้นคิดขึ้นมาได้เงินก็จ่ายไปแล้ว ก็คิดขึ้นมาว่ายังไงต้องไปเที่ยวกับสาวสวยคนนั้นให้ได้ ก็เลยรีบฟิสออกกำลังกายจนกระทั่งรูปร่างดีขึ้นมาได้ และรู้สึกถึงกำลังความฟิตมากขึ้นแล้วจากนั้นเขาก็กลับไปที่ฟิตเนสเดิมอีกครั้งหนึ่งโดยมีความหวังลึกๆ ในใจว่าจะวิ่งไล่จับสาวสวยหุ่นดีให้ได้ แต่เมื่อไปถึงฟิตเนสกลับพบว่าเขาเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้วเป็นว่าคราวนี้ แทนที่จะใช้สาวสวยหุ่นดีก็ใช้สาวอ้วนหน้าตาขี่เหร่แทน และคราวนี้ถ้าคุณไม่พาไปเที่ยวเป็นแฟนแล้วสาวอ้วนคนนี้จะไล่จับคุณ ยังไม่ทันไรเลยชายคนนั้นก็วิ่งหนีเป็นการใหญ่ สรุปแล้วเป็นไปตามที่ฟิตเนสประชาสัมพันธ์ไว้คือใช้สถานฟิตเนสเพียงสองครั้ง และรูปร่างก็จะผอมลงจริงเสียด้วย
คนไทยที่นั่งใกล้ๆ ผมพูดว่าเออ..มุกมากจังเลยคงมาจากทะเลอันดามัน ...
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ข้อคิดจากการดูพลุในช่วงเฉลิมพระชนมพรรษา
การจุดพลุที่ผ่านมาโดยทั่วไปโด้วยวัตถุประสงค์หลายอย่าง การจุดพลุในตอนกลางวันหลายคนสงสัยว่าจะดูอะไรเพราะแสงสีก็มองไม่ค่อยเห็นมีแต่ควันกับเสียง ด้วยประการหลังนั่นแหละที่ต้องการถ้าจุดพลุในเวลากลางวันก็เน้นที่เสียงดัง เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนได้รู้ว่ามีงานอยู่นะ อะไรทำนองนั้น พร้อมกันนั้นก็ไล่สัตว์บางชนิดที่คิดว่าจะมาสร้างสิ่งที่ไม่เป็นมงคล แต่เมื่อจุดพลุตอนกลางคืนนั้นส่วนใหญ่ก็เน้นที่ความสวยงามของแสงสีที่จะได้เห็น เพื่อเฉลิมฉลอง และเพื่อความครึกครื้นเช่นกัน แต่การดูพลุในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 พรรษาของพระเจ้าอยู่หัวนั้นนอกจากจะมีมีความยิ่งใหญ่สวยงามความแปลกใหม่และข้อคิดน่าจะนำมาพิจารณา
การจุดพลุในคราวนี้ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ได้นึกถึงคุณงามควมดีที่พระองค์ท่านได้ทรงมีเมตตากรุณาต่อประสกนิกรชาวไทย นอกเหนือจากความสวยงาม ครึกครื้น แปลกใหม่ ทำให้พวกเราได้สำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นตัวอย่างตลอดระยะเวลาที่ครองราชมามากกว่า 60 ปี อันก่อให้เกิดคุณูประการต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง รวมทั้งที่ได้ช่วยแก้วิกฤติครั้งสำคัญ ไม่ให้ประเทศต้องหายนะ มาได้หลายครั้ง
การจุดพลุในคำคืนที่ผ่านมาแม้ว่าจะไม่ได้ไปดูจากสถานที่จริง แต่ได้ดูการถ่ายทอดจากเครื่องรับโทรทัศน์ โดยที่พลุได้รับอนุเคราะห์จากภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนต่างประเทศที่ได้นำพลุที่สวยงามแปลกใหม่มาจุดถวาย ซึ่งก็ได้คัดสรรมาอย่างดี ตามที่ผู้บรรยายได้บอกว่าพลุได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ และเคยได้รับรางวัลจากการประกวดมาแล้วก็มี พลุที่ได้เฝ้ามองดูในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ได้พัฒนาขึ้นมามากถือว่าสวยที่สุด มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดเท่าที่เคยดูมา ทั้งพลุระดับต่ำ และพลุระดับสูง พลุที่ระดับต่ำนั่นจะเริ่มเห็นแสงสีตั้งแต่ยิงออกมาใกล้พื้นดิน พลุระดับสูงจะถูกยิงสูงขึ้นไปที่ระดับหนึ่งก่อนแล้วจึงระเบิดออกเป็นแสงสีต่างๆ
พลุบางลูกหลังจากยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยระยะหนึ่งแล้วระเบิดออกเป็นแสงสีต่างๆ กันนั้นก็เนื่องจากการผสมสารหรือโลหะบางอย่างเข้าไปในดินระเบิด โลหะที่ผสมต่างชนิดกันก็จะให้แสงสีที่ต่างกัน เมื่อระเบิดออกแล้วส่วนใหญ่มักเกิดเป็นกลุ่มทรงกลม พลุบางลูกเมือระเบิดครั้งแรกก็เป็นสีหนึ่ง แล้วระเบิดออกเป็นอีกสีอยู่ในชั้นที่สอง บ้างก็เป็นแฉกพรรณรังสี และยังมีเทคนิคให้คงสภาพแสงคล้ายผีเสื้อบินหรือนกบินเป็นฝูงสะท้อนแสงมาเข้าตา บ้างก็เหมือนฝูงปลามุดลงใต้น้ำ หรือเหมือนตัวหนอนสีเคลื่อนที่อยู่ บ้างก็เหมือนเปิดไฟกระพริบไว้นับพันดวง และในบางชุดยิงพลุติดต่อกันหลายลูกไม่หยุดทำให้ท้องฟ้าสว่างไสวไปด้วแสงสีที่ส่วยงาม คนที่อยู่ในสถานที่จริงก็จะเกิดความประทับใจในความสวยงามและแปลกใหม่นั้น
ความก้าวหน้าของวงการพลุนั้นได้จัดให้มีการแข่งขันกันถึงระดับโลก ว่าพลุของใครจะชนะเลิศเช่นกัน ตามกระแสข่าวพลุที่ร่วมจัดเฉลิมฉลองในครั้งนี้ก็เป็นพลุที่เคยชนะการประกวดมาแล้ว และที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือที่เป็นพลุแฟนซี ที่แสดงเป็นรูปดอกไม้รูปแบบต่างๆ สำหรับที่ได้รับอนุเคราะห์จากบริษัทประเทศญี่ปุ่น ก็ได้แสดงพลุสัญลักษณะประเทศไทย ญี่ปุ่นเสียดายที่พลุชุดนี้ดูไม่ค่อยชัด ที่น่าสนใจพลุที่เมื่อแตกออกมาแล้วเป็นรูปหน้าการ์ตูนยิ้มหลายหน้า และ พลุที่ทำเป็นพิเศษเมื่อแตกออกมาแล้วเกิดเป็นแสงแสดงตัวเลข ๘๐ไทย บ่งบอกถึงพระชนมมายุครบ 80 พรรษา ทำให้นึกว่ากว่าจะทดลองออกมาได้เป็นเลข ๘๐ ได้นั้นต้องทดลองกันกี่ครั้ง และใช้เทคนิคการทำอย่างไรน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิทยาการทุกสาขาจะต้องมีการสร้างสรรค์ การพัฒนาขึ้น มีเทคโนโลยีในการผลิตเฉพาะตัว ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง เพราะเมื่อไรเราหยุดนิ่งก็เท่ากับล้าหลัง
การจุดพลุในคราวนี้ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ได้นึกถึงคุณงามควมดีที่พระองค์ท่านได้ทรงมีเมตตากรุณาต่อประสกนิกรชาวไทย นอกเหนือจากความสวยงาม ครึกครื้น แปลกใหม่ ทำให้พวกเราได้สำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นตัวอย่างตลอดระยะเวลาที่ครองราชมามากกว่า 60 ปี อันก่อให้เกิดคุณูประการต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง รวมทั้งที่ได้ช่วยแก้วิกฤติครั้งสำคัญ ไม่ให้ประเทศต้องหายนะ มาได้หลายครั้ง
การจุดพลุในคำคืนที่ผ่านมาแม้ว่าจะไม่ได้ไปดูจากสถานที่จริง แต่ได้ดูการถ่ายทอดจากเครื่องรับโทรทัศน์ โดยที่พลุได้รับอนุเคราะห์จากภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนต่างประเทศที่ได้นำพลุที่สวยงามแปลกใหม่มาจุดถวาย ซึ่งก็ได้คัดสรรมาอย่างดี ตามที่ผู้บรรยายได้บอกว่าพลุได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ และเคยได้รับรางวัลจากการประกวดมาแล้วก็มี พลุที่ได้เฝ้ามองดูในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ได้พัฒนาขึ้นมามากถือว่าสวยที่สุด มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดเท่าที่เคยดูมา ทั้งพลุระดับต่ำ และพลุระดับสูง พลุที่ระดับต่ำนั่นจะเริ่มเห็นแสงสีตั้งแต่ยิงออกมาใกล้พื้นดิน พลุระดับสูงจะถูกยิงสูงขึ้นไปที่ระดับหนึ่งก่อนแล้วจึงระเบิดออกเป็นแสงสีต่างๆ
พลุบางลูกหลังจากยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยระยะหนึ่งแล้วระเบิดออกเป็นแสงสีต่างๆ กันนั้นก็เนื่องจากการผสมสารหรือโลหะบางอย่างเข้าไปในดินระเบิด โลหะที่ผสมต่างชนิดกันก็จะให้แสงสีที่ต่างกัน เมื่อระเบิดออกแล้วส่วนใหญ่มักเกิดเป็นกลุ่มทรงกลม พลุบางลูกเมือระเบิดครั้งแรกก็เป็นสีหนึ่ง แล้วระเบิดออกเป็นอีกสีอยู่ในชั้นที่สอง บ้างก็เป็นแฉกพรรณรังสี และยังมีเทคนิคให้คงสภาพแสงคล้ายผีเสื้อบินหรือนกบินเป็นฝูงสะท้อนแสงมาเข้าตา บ้างก็เหมือนฝูงปลามุดลงใต้น้ำ หรือเหมือนตัวหนอนสีเคลื่อนที่อยู่ บ้างก็เหมือนเปิดไฟกระพริบไว้นับพันดวง และในบางชุดยิงพลุติดต่อกันหลายลูกไม่หยุดทำให้ท้องฟ้าสว่างไสวไปด้วแสงสีที่ส่วยงาม คนที่อยู่ในสถานที่จริงก็จะเกิดความประทับใจในความสวยงามและแปลกใหม่นั้น
ความก้าวหน้าของวงการพลุนั้นได้จัดให้มีการแข่งขันกันถึงระดับโลก ว่าพลุของใครจะชนะเลิศเช่นกัน ตามกระแสข่าวพลุที่ร่วมจัดเฉลิมฉลองในครั้งนี้ก็เป็นพลุที่เคยชนะการประกวดมาแล้ว และที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือที่เป็นพลุแฟนซี ที่แสดงเป็นรูปดอกไม้รูปแบบต่างๆ สำหรับที่ได้รับอนุเคราะห์จากบริษัทประเทศญี่ปุ่น ก็ได้แสดงพลุสัญลักษณะประเทศไทย ญี่ปุ่นเสียดายที่พลุชุดนี้ดูไม่ค่อยชัด ที่น่าสนใจพลุที่เมื่อแตกออกมาแล้วเป็นรูปหน้าการ์ตูนยิ้มหลายหน้า และ พลุที่ทำเป็นพิเศษเมื่อแตกออกมาแล้วเกิดเป็นแสงแสดงตัวเลข ๘๐ไทย บ่งบอกถึงพระชนมมายุครบ 80 พรรษา ทำให้นึกว่ากว่าจะทดลองออกมาได้เป็นเลข ๘๐ ได้นั้นต้องทดลองกันกี่ครั้ง และใช้เทคนิคการทำอย่างไรน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิทยาการทุกสาขาจะต้องมีการสร้างสรรค์ การพัฒนาขึ้น มีเทคโนโลยีในการผลิตเฉพาะตัว ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง เพราะเมื่อไรเราหยุดนิ่งก็เท่ากับล้าหลัง
กิจกรรมสร้างความรู้จักกันของนักกิจกรรม
คนที่เป็นนักกิจกรรมไม่ว่าจะออกค่าย หรือกิจกรรมอื่นใดจะมีบางช่วงที่มีกิจกรรมแก้เบื่อ ด้วยการร้องเพลง หรือเป็นเพลงง่ายๆ ดัดแปลงที่ทุกคนสามารถจะร้องได้ และเข้าร่วมกิจกรรมได้ เพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และเป็นการสร้างความสนิทสนมกัน ดังเช่น มีเพลงร้อยสั้นๆ หรือเพลงดัดแปลงดังต่อไปนี้
"ใจเอ๋ยใจปิดเปิดได้ดังบานประตูอยากจะรู้หัวใจ ๆ "
“….นั้นคู่กับ….แล้ว…..จะคู่กับใคร
“คู่กับควาย คู่กับควาย”
ที่ทำเครื่องหมายจุดๆไว้จะต้องทำให้คล้องจองกัน เช่น
ช้อนนั่นคู่กับซ่อม แล้วละม่อมจะคู่กับใคร
เปียกนั้นคู่กับแห้ง แล้วไอ้แป้งจะคู่กับใคร
มะกรูดคู่กับมะนาว แล้วมะพร้าวจะคู่กับอะไร
เพื่อให้นึกหาคำคล้องจองกันให้ได้ ในการขึ้่นรอบใหม่ต้องร้องเนื้อท่อนแรกก่อนสองรอบ
ใจเอ๋ยใจเปิดเปิดได้ดังบานประตู อยากจะรู้หัวใจทุกครั้ง ถ้าใครคิดใม่ทันหรือไม่คล้องจองจะถือว่าแพ้ถูกทำโทษได้ในการเล่นรอบกองไฟ
อีกบทเพลงหนึ่งใช้เมื่อต้องการเรียกความสนใจเพื่อความครึกครื้น
"สาวชาววัง เอว เล็กเอวบาง ประแป้งบาหยัน ๆ"
….เป็นของใครกัน ถ้าเป็นของฉัน ……….
จุดๆ ตอนต้นจะเป็นชื่อเพื่อนๆ จุุดๆ ตอนท้าย อาจเป็นประโยค "ฉันรักตายเลย" "ฉันเต๊ะตายเลย" แล้วแต่สถานะการแล้วแต่บุคคล
เพลงแปลงที่นิยมมาร้องกันเมื่อความสนุกสนานมีอยู่หลายเพลงเพลงหนึ่งที่สร้างความคลึกคลื้นได้มาก และคุ้นเคยกันดี คือเพลงที่มีเนื้อร้องดังนี้
ลงเรือน้อยลอยวน ในสายชลห้วยละหาย มีทั้งบัวตูมบัวบาน ดอกบ้านไว้ก้านงานเมื่อลมพัดมาชื่นใจ...แล้วแปลงดังนี้
ลงเรือน้อยไปขาย...เรือชน... ... จมหายไอ้...ที่ลอยมันก็ไม่จมไอ้...ที่จมมันก็ไม่ลอย ไอ้...ที่ลอยมันก็ไม่จบ... จากนั้นก็ร้องเพลงท่อนนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ โดยแทนจุด... เป็นวัตถุอะไรก็ได้ที่คิดว่า ลอยน้ำ เช่น หม้อ อ่าง ขวดเป็นต้น
"ใจเอ๋ยใจปิดเปิดได้ดังบานประตูอยากจะรู้หัวใจ ๆ "
“….นั้นคู่กับ….แล้ว…..จะคู่กับใคร
“คู่กับควาย คู่กับควาย”
ที่ทำเครื่องหมายจุดๆไว้จะต้องทำให้คล้องจองกัน เช่น
ช้อนนั่นคู่กับซ่อม แล้วละม่อมจะคู่กับใคร
เปียกนั้นคู่กับแห้ง แล้วไอ้แป้งจะคู่กับใคร
มะกรูดคู่กับมะนาว แล้วมะพร้าวจะคู่กับอะไร
เพื่อให้นึกหาคำคล้องจองกันให้ได้ ในการขึ้่นรอบใหม่ต้องร้องเนื้อท่อนแรกก่อนสองรอบ
ใจเอ๋ยใจเปิดเปิดได้ดังบานประตู อยากจะรู้หัวใจทุกครั้ง ถ้าใครคิดใม่ทันหรือไม่คล้องจองจะถือว่าแพ้ถูกทำโทษได้ในการเล่นรอบกองไฟ
อีกบทเพลงหนึ่งใช้เมื่อต้องการเรียกความสนใจเพื่อความครึกครื้น
"สาวชาววัง เอว เล็กเอวบาง ประแป้งบาหยัน ๆ"
….เป็นของใครกัน ถ้าเป็นของฉัน ……….
จุดๆ ตอนต้นจะเป็นชื่อเพื่อนๆ จุุดๆ ตอนท้าย อาจเป็นประโยค "ฉันรักตายเลย" "ฉันเต๊ะตายเลย" แล้วแต่สถานะการแล้วแต่บุคคล
เพลงแปลงที่นิยมมาร้องกันเมื่อความสนุกสนานมีอยู่หลายเพลงเพลงหนึ่งที่สร้างความคลึกคลื้นได้มาก และคุ้นเคยกันดี คือเพลงที่มีเนื้อร้องดังนี้
ลงเรือน้อยลอยวน ในสายชลห้วยละหาย มีทั้งบัวตูมบัวบาน ดอกบ้านไว้ก้านงานเมื่อลมพัดมาชื่นใจ...แล้วแปลงดังนี้
ลงเรือน้อยไปขาย...เรือชน... ... จมหายไอ้...ที่ลอยมันก็ไม่จมไอ้...ที่จมมันก็ไม่ลอย ไอ้...ที่ลอยมันก็ไม่จบ... จากนั้นก็ร้องเพลงท่อนนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ โดยแทนจุด... เป็นวัตถุอะไรก็ได้ที่คิดว่า ลอยน้ำ เช่น หม้อ อ่าง ขวดเป็นต้น
ขำขันจากห่อท็อปฟี่
จากการเดินทางไปพักผ่อนเรามักจะชื่อท็อปฟี่แบบต่างๆ ไปอมเล่นแก้หิวแก้ง่วงกันได้บ้าง มีลูกอบสอดไส้ช้อคโกเลตอยู่ยีห้อหนึ่ง ชื่อที่แปลได้ว่าเป็นระเบิดแบบหนึ่ง ด้านหลังซองจะพิพม์ด้วยตัวอักษรขนาดเล็ก เป็นขำขัน เท่าที่หยิบดูมีขำขันลำดับเรื่องที่มากว่า 300 เรื่อง แต่ที่ได้มาในถุงลูกอมดังกล่าวมีเรื่องไม่ซ้ำกันประมาณ 20 เรื่อง เช่นดังเรื่องที่จะยกมากเป็นตัวอย่างสัก 5 เรื่องขำขัน ตามความทรงจำของผุ้เขียนที่ได้อ่านไปแล้วอาจไม่ตรงกับต้นฉบับดังนี้
เรื่องที่ 1
หนุ่มคนหนึ่งไปบ้านแฟนสาว แม่ของแฟนก็ถามว่าออกไปนอกบ้าน ที่พับ บาร์ ร้านเหล้าหรือไม่ ชายหนุ่มก็ตอบว่าไปทุกเดือน แม่ของแฟนสาวก็เลยบอกว่า อย่ามาคบกับลูกสาวฉันเลยถ้าเป็นแบบนั้น ชายหนุ่มก็ตอบว่าเขาเป็นพนักงานไฟฟ้าต้องไปเก็บค่าไฟฟ้า
เรื่องที่ 2
สามีภรรยาคู่หนึ่งเดิมทางไปพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ก็ถามราคาห้องสูทว่าราคาเท่าใด พนักงานตอบกลับมาว่า 5000 บาท สามีคิดว่าแพงไปจึงถามกลับ ไปว่าแล้วห้องเสื้อกล้ามละราคาเท่าใด
เรื่องที่ 3
เรื่องของสามี ภรรยาอีกคู่หนึ่ง เพื่อนสามีมาเยี่ยมทีไรก็เห็นเพื่อนซักผ้าอยู่ทุกที ก็เลยสงสัยว่าจะกลัวเมียมาก จึงต้องยอมทำทุกอย่าง ฝ่ายสามีจึงตอบว่า เราแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อนก็สงสัยอีกก็เห็นทำอยู่คนเดียวทุกที ฝ่ายสามีจึงตอบว่าคือแบ่งหน้าที่กันอย่างนี้ ในชาตินี้ผมเป็นคนทำก่อน แล้วชาติหน้าภรรยาจะเป็นคนทำหน้าที่นี้
รื่องที่ 4
มีเรื่องเล่าถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมอังกฤษ (England) กับทีมเดนมาร์ค (Denmark) ว่านักเตะทีมใดเล่นดีที่สุด มีคนตอบให้ทราบในขณะนั้นว่า ว่าทีมเดนมาร์คตัวหน้าดี ส่วนทีมอังกฤษตัวหลังดี
เรื่องที่ 5
ชายคนหนึ่งไปหาหมอ เมื่อหมอตรวจเสร็จก็บอกชายคนนั้นว่าเป็นมะเร็งสมอง ทำให้ชายคนนั้นดีใจมากที่เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็งสมอง หมอก็เลยสงสัยว่าดีใจอะไร ก็ได้รับคำตอบจากชายคนนั้นว่า เจ้านายหาว่าผมไม่มีสมองอยู่เรื่อย เที่ยวนี้จะได้ยืนยันกับเจ้านายว่าผมนะมีสมอง ให้หมอยืนยันได้
เรื่องที่ 1
หนุ่มคนหนึ่งไปบ้านแฟนสาว แม่ของแฟนก็ถามว่าออกไปนอกบ้าน ที่พับ บาร์ ร้านเหล้าหรือไม่ ชายหนุ่มก็ตอบว่าไปทุกเดือน แม่ของแฟนสาวก็เลยบอกว่า อย่ามาคบกับลูกสาวฉันเลยถ้าเป็นแบบนั้น ชายหนุ่มก็ตอบว่าเขาเป็นพนักงานไฟฟ้าต้องไปเก็บค่าไฟฟ้า
เรื่องที่ 2
สามีภรรยาคู่หนึ่งเดิมทางไปพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ก็ถามราคาห้องสูทว่าราคาเท่าใด พนักงานตอบกลับมาว่า 5000 บาท สามีคิดว่าแพงไปจึงถามกลับ ไปว่าแล้วห้องเสื้อกล้ามละราคาเท่าใด
เรื่องที่ 3
เรื่องของสามี ภรรยาอีกคู่หนึ่ง เพื่อนสามีมาเยี่ยมทีไรก็เห็นเพื่อนซักผ้าอยู่ทุกที ก็เลยสงสัยว่าจะกลัวเมียมาก จึงต้องยอมทำทุกอย่าง ฝ่ายสามีจึงตอบว่า เราแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อนก็สงสัยอีกก็เห็นทำอยู่คนเดียวทุกที ฝ่ายสามีจึงตอบว่าคือแบ่งหน้าที่กันอย่างนี้ ในชาตินี้ผมเป็นคนทำก่อน แล้วชาติหน้าภรรยาจะเป็นคนทำหน้าที่นี้
รื่องที่ 4
มีเรื่องเล่าถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมอังกฤษ (England) กับทีมเดนมาร์ค (Denmark) ว่านักเตะทีมใดเล่นดีที่สุด มีคนตอบให้ทราบในขณะนั้นว่า ว่าทีมเดนมาร์คตัวหน้าดี ส่วนทีมอังกฤษตัวหลังดี
เรื่องที่ 5
ชายคนหนึ่งไปหาหมอ เมื่อหมอตรวจเสร็จก็บอกชายคนนั้นว่าเป็นมะเร็งสมอง ทำให้ชายคนนั้นดีใจมากที่เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็งสมอง หมอก็เลยสงสัยว่าดีใจอะไร ก็ได้รับคำตอบจากชายคนนั้นว่า เจ้านายหาว่าผมไม่มีสมองอยู่เรื่อย เที่ยวนี้จะได้ยืนยันกับเจ้านายว่าผมนะมีสมอง ให้หมอยืนยันได้
ขำขันจากเปลือกท็อปฟี่ตอน2
การเล่าเรื่องขำ บางคนมีทักษะในการเล่าให้คนอื่นขำได้ง่าย และบางคนเล่าเรื่องเดียวกันกันแต่ไม่ค่อยมีคนขำ แต่บางเรื่องไม่ว่าคนเล่าจะเป็นอย่างไรก็ขำได้ทั้งนั้น เรื่องต่อไปนี้ก็มีแหล่งที่มาจากขำขันบนเปลือกท็อปฟี่เช่นกัน ชอบเรื่องไหนลองเอาไปเล่าดูนะครับ
เรื่องที่1 ห้ามคนรบกวน
คณะทัวจากบ้านนอกมาแวะพักโรงแรมทันสมัย เมื่อต่างเข้าห้องพักกันแล้ว ไกด์ผู้ดูแลก็โทรขึ้นไปถามว่ามีปัญหาอะไร หนุ่มบ้านนอกที่พักในห้องก็ตอบไปว่า แหมดีใจจังกำลังอยากถามอยู่พอดีว่า ห้องพักมีประตู 3 บาน บานแรกเป็นประตูห้องน้ำ อีกบานเป็นประตูตู้เสื้อผ้า และอีกบานไม่ทราบประตูอะไร ไม่กล้าเปิดเขียนติดไว้ว่า …ห้ามรบกวน
เรื่องที่2 แปลว่าอะไร
นายสุมิตรไปเรียนต่ออะเมริกา วันหนึ่งด้วยอารมณ์สุนทรีจึงไปสัก เลือกตัวอักษรภาพภาษาจีนสักที่ข้างแก้ม เพื่อนชาวต่างประเทศที่เรียนด้วยกันต่างก็ชื่นชมลายสักของเขา และก็เอาไปอวดเพื่อนชายจีน แต่เพื่อนชาวจีนกลับหัวเราะแบบขำกลิ้ง เพื่อนชาวจีนบอกว่า ที่เขาสักไว้นั้นมันแปลว่าหม้อหุงข้าว ฮา ฮา ฮ่า
เรื่องที่3 ใครซวย
ไพรกำลังจะดื่มเบียร์แบบซังกะตาย ก็มีนักเลงดีมาแย่งเบียร์ไปดื่มจนหมด ไพรก็รำพันด้วยเสียงสะอื่้นว่า ขับรถ รถก็ถูกชนเสียยับเยิน ไปทำงานสายแค่ 10 นาทีก็ถูกไล่ออก กลับบ้านเมียก็ขอเลิกแล้วหนีไปอีก อยากจะนั่งดื่มเบียร์ใส่ยาพิษจบชีวิตลาโลกก็โดนแย่งไปเสียอีก ฮื้อๆ…
เรื่องที่4 เรื่องไม่ใช่ของผม
ครูใส่รองเท้าให้เด็กๆ ก่อนพาไปกินข้าว เมื่อใส่รองเท้าที่แสนคับให้เด็กชายเอก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ดช.เอกจึงบอกครูว่าจริงแล้วไม่ใช่รองเท้าของผม ครูก็รีถอดออกด้วยความยากลำบากเมื่อใกล้เสร็จ ดช.เอกก็พูดขึ้นอีกว่า มันเป็นรองเท้าของน้องผมครับ
เรื่องที่1 ห้ามคนรบกวน
คณะทัวจากบ้านนอกมาแวะพักโรงแรมทันสมัย เมื่อต่างเข้าห้องพักกันแล้ว ไกด์ผู้ดูแลก็โทรขึ้นไปถามว่ามีปัญหาอะไร หนุ่มบ้านนอกที่พักในห้องก็ตอบไปว่า แหมดีใจจังกำลังอยากถามอยู่พอดีว่า ห้องพักมีประตู 3 บาน บานแรกเป็นประตูห้องน้ำ อีกบานเป็นประตูตู้เสื้อผ้า และอีกบานไม่ทราบประตูอะไร ไม่กล้าเปิดเขียนติดไว้ว่า …ห้ามรบกวน
เรื่องที่2 แปลว่าอะไร
นายสุมิตรไปเรียนต่ออะเมริกา วันหนึ่งด้วยอารมณ์สุนทรีจึงไปสัก เลือกตัวอักษรภาพภาษาจีนสักที่ข้างแก้ม เพื่อนชาวต่างประเทศที่เรียนด้วยกันต่างก็ชื่นชมลายสักของเขา และก็เอาไปอวดเพื่อนชายจีน แต่เพื่อนชาวจีนกลับหัวเราะแบบขำกลิ้ง เพื่อนชาวจีนบอกว่า ที่เขาสักไว้นั้นมันแปลว่าหม้อหุงข้าว ฮา ฮา ฮ่า
เรื่องที่3 ใครซวย
ไพรกำลังจะดื่มเบียร์แบบซังกะตาย ก็มีนักเลงดีมาแย่งเบียร์ไปดื่มจนหมด ไพรก็รำพันด้วยเสียงสะอื่้นว่า ขับรถ รถก็ถูกชนเสียยับเยิน ไปทำงานสายแค่ 10 นาทีก็ถูกไล่ออก กลับบ้านเมียก็ขอเลิกแล้วหนีไปอีก อยากจะนั่งดื่มเบียร์ใส่ยาพิษจบชีวิตลาโลกก็โดนแย่งไปเสียอีก ฮื้อๆ…
เรื่องที่4 เรื่องไม่ใช่ของผม
ครูใส่รองเท้าให้เด็กๆ ก่อนพาไปกินข้าว เมื่อใส่รองเท้าที่แสนคับให้เด็กชายเอก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ดช.เอกจึงบอกครูว่าจริงแล้วไม่ใช่รองเท้าของผม ครูก็รีถอดออกด้วยความยากลำบากเมื่อใกล้เสร็จ ดช.เอกก็พูดขึ้นอีกว่า มันเป็นรองเท้าของน้องผมครับ
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ควันหลงจากวลัยลักษณ์เกม
ในฐานะที่จัดการแข่งขันขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นั้นโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพ แม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นมาได้เพียงประมาณ 10 ปีแต่ก็สามารถจัดงานใหญ่ได้ก็น่าชื่นชม มีปัญหาบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ผลประโยชน์ตกแก่ชาวนครศรีธรรมราชต่อเนื่องตั้งแต่ปรากฏการณ์จตุคาม กีฬาแห่งชาติ กีฬาคนพิการ และกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติอีก ราชภัฏนครของเราก็ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันแม้ไม่ได้เหรียญใดกลับมา แต่อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของราชภัฏทั้งหมด 40 แห่งเมื่อรวมเหรียญทั้งหมดได้ถึง 20 เหรียญทองเท่ากับมหาวิทยาลัยศรีปทุม แต่จำนวนเหรียญเงินและบรอนซ์ราชภัฏได้มากกว่าจึงคิดได้ว่าอยู่ในอันดับ 4 ของทั้งหมด
ที่ราชภัฏนครศรีธรรมราชเป็นสนามแข่งขัน 2 รายการคือฟันดาบ และฟุตบอลบางแมทซ์ ส่วนฟันดาบนั้นมีการแข่งขันทุกรายการ ทุกประเภทแจกเหรียญกันที่ห้องประชุมเรานี่เอง เมื่อไปดูฟันดาบ ซึ่งดูๆ แล้วไม่ค่อยได้ฟันกันเท่าไหร่ส่วนใหญ่เป็นการแทงกันเสียมากกว่าที่ได้คะแนน ส่วนกีฬาฟุตบอลได้ไปดูในบางคู่ทำให้รู้ว่านักฟุตบอลดังนั้นก็เล่นดีสมราคา ยิงประตูได้สวยงาม เสียดายแต่ทีมฟุตบอลของเราเล่นดีมาก แต่อ่อนประสบการณ์ไปนิดหนึ่งทำให้ไม่ได้เข้ารอบที่สูงขึ้น แพ้ด้วยลูกโทษจุดเดียวกันทั้งสองครั้ง
เมื่อพูดถึงนักกีฬาดังระดับทีมชาติส่วนใหญ่ก็อยู่ในมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพและปริมณฑนเสียเป็นส่วนใหญ่ กล่าวกันว่านักกีฬาเหล่านี้ที่เข้าเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ นั้น จะศึกษาตามหลักสูตรจริงจังแค่ไหนไม่ทราบ แต่ว่าการแข่งขันแต่ละรายการต้องได้เหรียญมาแลกกับทุนการศึกษาถ้าไม่ได้ก็จะไม่ได้รับทุนอีกอะไรทำนองนี้ มาตรการนี้ก็ทำให้ผู้ได้รับทุนต้องสนใจเล่นกีฬาให้ชนะก็เป็นมาตรการที่ดีเหมือนกัน
สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้เหรียญมากที่สุดได้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเหรียญ 31 เหรียญจากเหรียญทองจำนวน 263 เหรียญ แสดงให้เห็นว่าชนะกระจายกันมาก มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 20 แห่งที่ได้รับเหรียญที่ได้รับเหรียญทองด้วยมีอยู่ 8 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยราชมงคลทั่วประเทศไม่ได้เหรียญทอง ได้เฉพาะเหรียญเงินและบรอนซ์ มหาวิทยาลัย สถาบันและวิทยาลัยที่ไม่ได้รับเหรียญเลยมี 43 แห่ง มหาวิทยาลัยดังๆ ที่ไม่ได้รับเหรียญก็มีหลายแห่ง
สำหรับนักกีฬาทีสร้างชื่อได้รับเเหรียญ ที่เล่นให้กับสถาบันการศึกษาในจังหวัดนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เพียง 1 เหรียญ เงิน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยอีก 1 เหรียญทองแดง ขอชื่อชมและแสดงความยินดีด้วยครับ
ที่ราชภัฏนครศรีธรรมราชเป็นสนามแข่งขัน 2 รายการคือฟันดาบ และฟุตบอลบางแมทซ์ ส่วนฟันดาบนั้นมีการแข่งขันทุกรายการ ทุกประเภทแจกเหรียญกันที่ห้องประชุมเรานี่เอง เมื่อไปดูฟันดาบ ซึ่งดูๆ แล้วไม่ค่อยได้ฟันกันเท่าไหร่ส่วนใหญ่เป็นการแทงกันเสียมากกว่าที่ได้คะแนน ส่วนกีฬาฟุตบอลได้ไปดูในบางคู่ทำให้รู้ว่านักฟุตบอลดังนั้นก็เล่นดีสมราคา ยิงประตูได้สวยงาม เสียดายแต่ทีมฟุตบอลของเราเล่นดีมาก แต่อ่อนประสบการณ์ไปนิดหนึ่งทำให้ไม่ได้เข้ารอบที่สูงขึ้น แพ้ด้วยลูกโทษจุดเดียวกันทั้งสองครั้ง
เมื่อพูดถึงนักกีฬาดังระดับทีมชาติส่วนใหญ่ก็อยู่ในมหาวิทยาลัยในเขตกรุงเทพและปริมณฑนเสียเป็นส่วนใหญ่ กล่าวกันว่านักกีฬาเหล่านี้ที่เข้าเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ นั้น จะศึกษาตามหลักสูตรจริงจังแค่ไหนไม่ทราบ แต่ว่าการแข่งขันแต่ละรายการต้องได้เหรียญมาแลกกับทุนการศึกษาถ้าไม่ได้ก็จะไม่ได้รับทุนอีกอะไรทำนองนี้ มาตรการนี้ก็ทำให้ผู้ได้รับทุนต้องสนใจเล่นกีฬาให้ชนะก็เป็นมาตรการที่ดีเหมือนกัน
สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้เหรียญมากที่สุดได้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเหรียญ 31 เหรียญจากเหรียญทองจำนวน 263 เหรียญ แสดงให้เห็นว่าชนะกระจายกันมาก มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 20 แห่งที่ได้รับเหรียญที่ได้รับเหรียญทองด้วยมีอยู่ 8 แห่ง สถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยราชมงคลทั่วประเทศไม่ได้เหรียญทอง ได้เฉพาะเหรียญเงินและบรอนซ์ มหาวิทยาลัย สถาบันและวิทยาลัยที่ไม่ได้รับเหรียญเลยมี 43 แห่ง มหาวิทยาลัยดังๆ ที่ไม่ได้รับเหรียญก็มีหลายแห่ง
สำหรับนักกีฬาทีสร้างชื่อได้รับเเหรียญ ที่เล่นให้กับสถาบันการศึกษาในจังหวัดนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เพียง 1 เหรียญ เงิน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยอีก 1 เหรียญทองแดง ขอชื่อชมและแสดงความยินดีด้วยครับ
วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ควันหลงพิธีเปิดโอลิมปิก
ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกมีมากกว่า 200 ประเทศ ต่างก็มีส่วนร่วมในการเดินพาเหรดเข้าสู่สนามในพิธีเปิด พร้อมกันนั้น ผู้นำของประเทศก็จะมาโบกไม้โบกมือให้กับกระบวนนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่สนาม จะมองเห็นกันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งถ้าอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย ผู้เดินพาเหรดก็จะทักทายกับผู้นำของเขาด้วย ไม่ทราบว่ามีการนัดแนะกันมาก่อนหรือเปล่า เป็นการให้กำลังใจกัน ผู้นำบางประเทศกลัวว่าผู้เดินพาเหรดประเทศตนเองจะมองไม่เห็น ก็ต้องยืนโปกไม้โบกมือ บ้างก็เคลื่อนไหวเป็นเต้น แต่งตัวที่เป็นสัญลักษณ์ทำให้เห็นได้ชัดจำได้ก็มี่ และที่สื่อออกไปก็เพื่อให้เป็นที่รู้จักของประชาคมโลกด้วย เพื่อความยิ่งใหญ่เจ้าภาพก็ได้จัดให้มีนักเต้นชาวจีนมาต้อนรับอยู่รายรอบสนาม เพื่อให้ดูว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ไม่เงียบเหงา แต่ก็นั่นแหละคนไม่ใช่เครื่องจักรพอเต้นไปได้สักร้อยประเทศก็จะเห็นนักเต้นแสดงอาการเมื่อยล้า ความพร้อมเพรียงก็ลดน้อยถอยลง บางคนขยับขาแถบไม่ออกแม้จะซ้อมมาแล้วก็ตาม น่าจะมีผลัดหมุนเวียนเหมือนเปลี่ยนเวรยาม
ส่วนผู้ที่เดินพาเหรดเข้ามาในสนามนั้น บ่งบอกอะไรให้ทราบบางอย่างว่าโดยภาพรวมกลุ่มประเทศไหนเป็นอย่างไรก็ดูได้จากการแสดงออกขณะที่เดิน มีความยิ่มแย้ม สดชื่นขนาดไหน มีการแสดงออกทางร่างกาย ด้วยการกระโดดโลดเต้น ดีอกดีใจ ส่งเสียงโห่ร้อง ที่น่าสังเกตคนที่ถือป้ายชื่อนำหน้าของแต่ละประเทศนั้นมีความเหมือนๆ กันที่เจ้าภาพจัดให้ก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร เพราะความเหมือนอาจทำให้ดูว่าซ้ำๆ น่าเบื่อ แต่ที่น่าดูก็คือคนถือธงชาติของแต่ละประเทศที่แต่งตัวแตกต่างกัน มักจะร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อมีการซูมภาพใกล้ผู้ถือธงทุกชาติ น่าเสียได้ที่สยามเมืองยิ้มผู้ถือธงของเราไม่ได้อินกับอารมณ์นี้ ไม่ได้ยิ้มไม่แสดงอาการอะไร ต่างกับชาติทางยุโรปที่แสดงออกกันอย่างเต็มที่ ส่วนประเทศที่เคยมีส่งครามเพิ่งผ่านมา ก็ดูหน้าตามักจะขรึมๆ การแสดงออกจะมีน้อยกว่า ถ้าจะวิเคราะห์ดูก็พอจะแยกออกได้เป็นประเทศที่พัฒนา ประเทศมีฐานะดี กว่า มีการเมืองมั่นคงกว่า มีความมั่นอกมั่นใจกว่าอะไรทำนองนั้น หรือถ้ามองลึกลงไปอีก ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด ประเทศที่มีการศึกษามากน้อยเพียงใด
การแสดงอันเป็นพิธีเปิดนั้น ตอนดูครั้งแรกผ่านทางโทรทัศน์รู้สึกทึ่งกับชุดการแสดง ที่มีความพร้อมเพียง แปรขบวนได้พร้อมเพรียงที่ใช้ผู้แสดง เป็นคนนับพันถึงสองพันคนในแต่ละชุด รู้สึกว่ายิ่งใหญ่สมกับเป็นประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลก แต่แล้วข่าวที่มาทำลายความรู้สึกว่าจีนยิ่งใหญ่ก็ลดลงไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เมื่อทราบว่าที่ออกที่วีมานั้นเป็นการแสดงสดผสมภาพกราฟิกส์แอนนิเมชั่น ก็ค่อยๆรู้ไปเรื่อยว่า เป็นการตัดต่อไม่ใช่ของจริง ก็เลยไม่รู้ว่าอันไหนจริงไม่จริง ที่ว่าพร้อมเพียงกันมากนั้น เป็นภาพกราฟิกส์แอนนิเมชั่นหรือเปล่า อย่างน้อยก็รู้สึกไม่ดีที่ว่าถูกหลอกให้ดูของไม่จริง โลกปัจจุบันอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น แถมยังคุยและยอมรับต่ออีกว่าแสดงให้เห็นการผสมผสานกันระหว่างของจริงและเทคโนโลยี หรือโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกเสมือนที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นทุกทีจนผู้ดูแยกไม่ออก แต่ยังไงก็มีคนจับได้จนต้องออกมายอมรับดังกล่าว
ส่วนผู้ที่เดินพาเหรดเข้ามาในสนามนั้น บ่งบอกอะไรให้ทราบบางอย่างว่าโดยภาพรวมกลุ่มประเทศไหนเป็นอย่างไรก็ดูได้จากการแสดงออกขณะที่เดิน มีความยิ่มแย้ม สดชื่นขนาดไหน มีการแสดงออกทางร่างกาย ด้วยการกระโดดโลดเต้น ดีอกดีใจ ส่งเสียงโห่ร้อง ที่น่าสังเกตคนที่ถือป้ายชื่อนำหน้าของแต่ละประเทศนั้นมีความเหมือนๆ กันที่เจ้าภาพจัดให้ก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร เพราะความเหมือนอาจทำให้ดูว่าซ้ำๆ น่าเบื่อ แต่ที่น่าดูก็คือคนถือธงชาติของแต่ละประเทศที่แต่งตัวแตกต่างกัน มักจะร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อมีการซูมภาพใกล้ผู้ถือธงทุกชาติ น่าเสียได้ที่สยามเมืองยิ้มผู้ถือธงของเราไม่ได้อินกับอารมณ์นี้ ไม่ได้ยิ้มไม่แสดงอาการอะไร ต่างกับชาติทางยุโรปที่แสดงออกกันอย่างเต็มที่ ส่วนประเทศที่เคยมีส่งครามเพิ่งผ่านมา ก็ดูหน้าตามักจะขรึมๆ การแสดงออกจะมีน้อยกว่า ถ้าจะวิเคราะห์ดูก็พอจะแยกออกได้เป็นประเทศที่พัฒนา ประเทศมีฐานะดี กว่า มีการเมืองมั่นคงกว่า มีความมั่นอกมั่นใจกว่าอะไรทำนองนั้น หรือถ้ามองลึกลงไปอีก ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด ประเทศที่มีการศึกษามากน้อยเพียงใด
การแสดงอันเป็นพิธีเปิดนั้น ตอนดูครั้งแรกผ่านทางโทรทัศน์รู้สึกทึ่งกับชุดการแสดง ที่มีความพร้อมเพียง แปรขบวนได้พร้อมเพรียงที่ใช้ผู้แสดง เป็นคนนับพันถึงสองพันคนในแต่ละชุด รู้สึกว่ายิ่งใหญ่สมกับเป็นประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลก แต่แล้วข่าวที่มาทำลายความรู้สึกว่าจีนยิ่งใหญ่ก็ลดลงไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เมื่อทราบว่าที่ออกที่วีมานั้นเป็นการแสดงสดผสมภาพกราฟิกส์แอนนิเมชั่น ก็ค่อยๆรู้ไปเรื่อยว่า เป็นการตัดต่อไม่ใช่ของจริง ก็เลยไม่รู้ว่าอันไหนจริงไม่จริง ที่ว่าพร้อมเพียงกันมากนั้น เป็นภาพกราฟิกส์แอนนิเมชั่นหรือเปล่า อย่างน้อยก็รู้สึกไม่ดีที่ว่าถูกหลอกให้ดูของไม่จริง โลกปัจจุบันอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น แถมยังคุยและยอมรับต่ออีกว่าแสดงให้เห็นการผสมผสานกันระหว่างของจริงและเทคโนโลยี หรือโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกเสมือนที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นทุกทีจนผู้ดูแยกไม่ออก แต่ยังไงก็มีคนจับได้จนต้องออกมายอมรับดังกล่าว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

