ในต่างประเทศการกำหนดความเร็วสูงสุดที่สามารถขับขี่ได้ในถนนแต่ละสายจะบอกไว้ชัดเจน หากใครฝ่าฝืนก็มักถูกเรียกมาตักเตือนหรือ ได้รับใบสั่งให้จ่ายค่าปรับฐานขับรถเร็วเกิดกว่าที่กำหนด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีหักฐานจากเครื่องวัดว่าขับรถด้วยความเร็วที่เกินไปจากกำหนดเท่าใด เวลาเท่าใด เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเรา ไม่ค่อยเน้นในการควบคุมความเร็ว เราจึงเห็นผู้ขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วสูงกว่าที่กฏหมายกำหนด และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หากบังคับกฏหมายได้จริงจัง อุบัติเหตุบ้านเราคงลดน้อยกว่านี้อีกมาก
การควบคุมความเร็วรถยนต์ที่ให้มากับรถยนต์บางรุ่นบางยี่ห้อ ก็คือปุ่ม cruise control ใช้ในการล็อกความเร็วให้รถยนต์วิ่งได้คงที่โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง เป็นการเหยียบคันเร่งให้เองโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ก็เพียงแต่ถือพวงมาลัย หากเมื่อไรที่เบรค หรือไปเหยียบคันเร่ง การขับขี่ก็เข้าสู่การขับขี่ตามปกติ หากใครมีระบบควบคุมนี้อยู่ เช่นเมื่อต้องการล็อกให้ความเร็วที่ 80 กม./ชม. ก็เพียงแต่ให้ขับรถตามปกติให้ได้ความเร็ว 80 กม./ชม. จากนั้นก็กฏปุ่ม cruise control จากนั้นก็สามารถถอนคันเร่งออกได้ โดยรถยังคงวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 80 กม.ต่อชั่วโมง
การใช้ cruise control บ้านเราไม่ค่อยได้ผลไม่สามารถขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ได้เป็นระยะเวลานาน เพราะสภาพถนนอาจจะไม่ค่อยดี มีทางแยกไฟเขียวไฟแดงบ่อย ปริมาณรถยนต์บนถนนมีปริมาณมาก และได้รับผลกระทบจากผู้ที่ขับขี่ฝ่าฝืนกฏจราจร จากเหตุดังกล่าวทำให้ต้องเบรครถ และขับรถให้ช้าลง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
มาตรการความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์
อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นน้อยหากผู้ขับขี่ยานยนต์ ปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากการที่ไม่ปฏิบัติการกฏจราจร การที่มีตัวเลขบอกว่าอีกนานเท่าใดจึงจะเปลี่ยนจากไฟเขียวเป็นไฟแดง มักจะบอกเวลาเป็นจำนวนวินาทีที่ต้องรอจากนั้นเวลาก็จะนำถอยหลังไปจนเป็น 0 โดยวิธีนี้ช่วยลดอุบัติเหตุลงได้
วิธีการที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วช่วยบรรเทาความรุนแรงจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น ได้แก่เข็มขัดนิรภัย ซึ่งกฏหมายบังคับไว้ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัย อุปกรณ์ที่นำมาใช้ป้องกันแรงกระแทกก็คือถุงลม มักจะทำซ่อนไว้ในพวกมาลัยคนขับ แระกระชังหน้า เมื่อรถชนหรือถูกชนแรงๆ ถุงลมก็จะพองออกมาแทรกกลางในเวลาที่หน้าของคนขับหรือผู้โดยสาร กำลังจะไปกระแทกกับของแข็ง
ในการขับขี่รถยนต์สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักจะติดตั้งเครื่องมือช่วยในการขับขี่รถซึ่งได้แก่ เครื่องบอกระยะทางของรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของรถยนต์ที่ขับ ที่เห็นประโยชน์ได้ชัดในการขับรถถอยหลัง หรือขับไปข้างหน้า หากมส่ิงกีดขวางขวางทางรถอยู่ก็จะมีออดส่งเสียงให้เราทราบ ทำให้ผู้ขับรถยนต์ได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
การควบคุมความเร็ว รถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ อาจใช้การติดตามด้วยดาวเทียบที่สามารถบอกความเร็วได้ มาตรการความปลอดภัยบางประเทศมีการรายงานการขับขี่ ว่าขับขี่อยู่ในขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ หากความเร็วที่ขับมากกว่าที่กำหนด อาจมีการเตือนหรือต้องจ่ายเงินค่าปรับ ในบางประเทศสำหรับรถยนต์โดยสารจะมีเครื่องมือคอยตรวจสอบความเร็วรถยนต์ เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถยนต์สำหรับพนักงานขับรถเป็นต้น
วิธีการที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วช่วยบรรเทาความรุนแรงจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้น ได้แก่เข็มขัดนิรภัย ซึ่งกฏหมายบังคับไว้ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัย อุปกรณ์ที่นำมาใช้ป้องกันแรงกระแทกก็คือถุงลม มักจะทำซ่อนไว้ในพวกมาลัยคนขับ แระกระชังหน้า เมื่อรถชนหรือถูกชนแรงๆ ถุงลมก็จะพองออกมาแทรกกลางในเวลาที่หน้าของคนขับหรือผู้โดยสาร กำลังจะไปกระแทกกับของแข็ง
ในการขับขี่รถยนต์สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักจะติดตั้งเครื่องมือช่วยในการขับขี่รถซึ่งได้แก่ เครื่องบอกระยะทางของรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของรถยนต์ที่ขับ ที่เห็นประโยชน์ได้ชัดในการขับรถถอยหลัง หรือขับไปข้างหน้า หากมส่ิงกีดขวางขวางทางรถอยู่ก็จะมีออดส่งเสียงให้เราทราบ ทำให้ผู้ขับรถยนต์ได้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
การควบคุมความเร็ว รถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ อาจใช้การติดตามด้วยดาวเทียบที่สามารถบอกความเร็วได้ มาตรการความปลอดภัยบางประเทศมีการรายงานการขับขี่ ว่าขับขี่อยู่ในขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ หากความเร็วที่ขับมากกว่าที่กำหนด อาจมีการเตือนหรือต้องจ่ายเงินค่าปรับ ในบางประเทศสำหรับรถยนต์โดยสารจะมีเครื่องมือคอยตรวจสอบความเร็วรถยนต์ เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถยนต์สำหรับพนักงานขับรถเป็นต้น
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
มาตรการความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนที่ไม่ธรรมด
ปีนี้มีการรณรงค์โดยใช้ข้อความว่า "ดื่มไม่ขับ"
ก็เป็นที่รู้กันว่าคำว่าดื่มนั้นหมายถึงดื่มเหล้าหรือ่ของมึนเมาทั้งหลายซึ่งดีกว่าที่จะใช้คำว่า
"เมาไม่ขับ" ดังในปีที่ผ่านๆมา เพราะถ้าเมาแล้วก็ไม่สามารถควบคุมได้ว่าไม่ขับ
เพราะคนเมามักไม่รู้ว่าตัวเองเมา
ดังนั้นการที่ดื่มแล้วไม่ขับนั้นไม่ได้หมายความว่าดื่มน้ำดื่มกาแฟ
แต่เป็นการดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้มึนเมาได้
จากการศึกษาหลายสำนักพบว่าแม้ว่าจะดื่มไม่มากเพียงแก้วเดียวก็ทำให้การควบคุมในการขับขี่ลดลงจากปกติเกือบครึ่งแล้วโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า
ในประเทศญี่ปุ่นนั้นแม้จะดื่มเหล้าไม่มากแค่จิบๆ เท่านั้นเขาก็จะไม่ขับรถแล้วเคยมีกรณีที่สามีขับรถไปบ้านเพื่อนและไปกินอาหารบ้านเพื่อนคงจะดื่มเหล้าสาเกไปด้วยเพื่อนก็ไม่ยอมให้ขับรถกลับเองแล้ว บางรายก็โทรให้ภรรยามาขับรถกลับ การให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยในญี่ปุ่นและประชาชนคนญึ่ปุ่นก็ให้ความร่วมมือกันดี ที่เห็นใครดื่มแล้วก็ช่วยกันห้ามช่วยกันเตือนว่าไม่ให้ขับรถ หรือถ้าเห็นว่ายังทำอีกก็โทรบอกตำรวจให้มาจัดการ บางเมืองในญ่ี่ปุ่นพบว่าไม่ค่อยมีโจรผู้ร้ายห้องขังก็ยังไม่ว่างเปล่า ก็มีจับมาขังไว้บ้างก้คือพวกที่เมาเหล้า หายเมาตอนเช้าก็ปล่อยกลับบ้านไป
เช่นเดียวกันในอะเมริกาประชาชนก็มักให้ความร่วมมือดี มักจะโทรบอกตำรวจเช่นกันหากเห็นพฤติกรรมการดื่มและขับรถ และตำรวจเขาก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีด้วย เพราะมักจะตรวจตราสอดส่องเรื่องนี้มากเหมือนกัน ไปเที่ยวบาร์คลับตอนกลางคืนหลังจากบาร์คลับเลิกตำรวจก็จะมาตรวจอัลกอฮอร์หากหรือทดสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง หากเกิดระดับอัลกอฮอร์มาตรฐาน หรือให้เดินไม่ตรงแนวก็จะไม่ยอมให้ขับรถ มีคนไทยเคยไปอบรมที่อะเมริกาเช่ารถขับไปเที่ยวกัน ก็ซื้อเบียร์ไปกินในรถกัน ก็ไม่รู้ใครโทรบอกตำรวจให้ตรวจรถถูกเรียกตรวจแล้วตำรวจก็ไม่อนุญาติให้นำเบียร์ไปในรถต้องเททิ้ง
บางประเทศในยุโรปสำหรับคนที่ขับรถบัสโดยสาร ทั้งทางใกล้ไกลต้องมีใบบันทึกการขับรถประจำวันที่ตำรวจจะเรียกมาตรวจได้ มีกฏอยู่ข้อหนึ่งว่าวันหนึ่งต้องขับรถได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าจะให้เขาขับรถมากกว่านี้นั้นคนขับก็จะไม่ทำ เพราะถ้าตำรวจเรียกตรวจเมื่อไรก็จะมีความผิด อันนี้เป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย ในประเทศมาเลเซียมีการติดตั้งกล่องดำเพื่อไว้ติดตามตรวจสอบรถที่วิ่งว่าอยู่ตำแหน่งไหนและด้วยความเร็วเท่าใด หากขับรถเกินความเร็วที่กำหนดจะมีเสียงเตือนและอาจมีโทษ
สำหรับประเทศไทยก็ยังไม่ค่อยเห็นมาตรการใหม่ๆที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หากพบว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นคนดื่มเหล้าก็ต้องออกมาตรการใหม่ๆ เช่นเพิ่มโทษคนที่ตรวจพบว่ามีอัลกอฮอร์เกินกว่ากำหนดต้องได้รับโทษทันทีอย่างน้อยกักบริเวณจนระดับอัลกอฮอร์ลดลงในระดับปกติและมีโทษปรับเป็นเงิน สำหรับคนที่เกิดอุบัติเหตุแล้วพบว่าดื่มเหล้านั้นจะต้องมีโทษอย่างน้อยกักบริเวณอบรมการขับขี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์เป็นต้น
ในประเทศญี่ปุ่นนั้นแม้จะดื่มเหล้าไม่มากแค่จิบๆ เท่านั้นเขาก็จะไม่ขับรถแล้วเคยมีกรณีที่สามีขับรถไปบ้านเพื่อนและไปกินอาหารบ้านเพื่อนคงจะดื่มเหล้าสาเกไปด้วยเพื่อนก็ไม่ยอมให้ขับรถกลับเองแล้ว บางรายก็โทรให้ภรรยามาขับรถกลับ การให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยในญี่ปุ่นและประชาชนคนญึ่ปุ่นก็ให้ความร่วมมือกันดี ที่เห็นใครดื่มแล้วก็ช่วยกันห้ามช่วยกันเตือนว่าไม่ให้ขับรถ หรือถ้าเห็นว่ายังทำอีกก็โทรบอกตำรวจให้มาจัดการ บางเมืองในญ่ี่ปุ่นพบว่าไม่ค่อยมีโจรผู้ร้ายห้องขังก็ยังไม่ว่างเปล่า ก็มีจับมาขังไว้บ้างก้คือพวกที่เมาเหล้า หายเมาตอนเช้าก็ปล่อยกลับบ้านไป
เช่นเดียวกันในอะเมริกาประชาชนก็มักให้ความร่วมมือดี มักจะโทรบอกตำรวจเช่นกันหากเห็นพฤติกรรมการดื่มและขับรถ และตำรวจเขาก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีด้วย เพราะมักจะตรวจตราสอดส่องเรื่องนี้มากเหมือนกัน ไปเที่ยวบาร์คลับตอนกลางคืนหลังจากบาร์คลับเลิกตำรวจก็จะมาตรวจอัลกอฮอร์หากหรือทดสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง หากเกิดระดับอัลกอฮอร์มาตรฐาน หรือให้เดินไม่ตรงแนวก็จะไม่ยอมให้ขับรถ มีคนไทยเคยไปอบรมที่อะเมริกาเช่ารถขับไปเที่ยวกัน ก็ซื้อเบียร์ไปกินในรถกัน ก็ไม่รู้ใครโทรบอกตำรวจให้ตรวจรถถูกเรียกตรวจแล้วตำรวจก็ไม่อนุญาติให้นำเบียร์ไปในรถต้องเททิ้ง
บางประเทศในยุโรปสำหรับคนที่ขับรถบัสโดยสาร ทั้งทางใกล้ไกลต้องมีใบบันทึกการขับรถประจำวันที่ตำรวจจะเรียกมาตรวจได้ มีกฏอยู่ข้อหนึ่งว่าวันหนึ่งต้องขับรถได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าจะให้เขาขับรถมากกว่านี้นั้นคนขับก็จะไม่ทำ เพราะถ้าตำรวจเรียกตรวจเมื่อไรก็จะมีความผิด อันนี้เป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย ในประเทศมาเลเซียมีการติดตั้งกล่องดำเพื่อไว้ติดตามตรวจสอบรถที่วิ่งว่าอยู่ตำแหน่งไหนและด้วยความเร็วเท่าใด หากขับรถเกินความเร็วที่กำหนดจะมีเสียงเตือนและอาจมีโทษ
สำหรับประเทศไทยก็ยังไม่ค่อยเห็นมาตรการใหม่ๆที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หากพบว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นคนดื่มเหล้าก็ต้องออกมาตรการใหม่ๆ เช่นเพิ่มโทษคนที่ตรวจพบว่ามีอัลกอฮอร์เกินกว่ากำหนดต้องได้รับโทษทันทีอย่างน้อยกักบริเวณจนระดับอัลกอฮอร์ลดลงในระดับปกติและมีโทษปรับเป็นเงิน สำหรับคนที่เกิดอุบัติเหตุแล้วพบว่าดื่มเหล้านั้นจะต้องมีโทษอย่างน้อยกักบริเวณอบรมการขับขี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์เป็นต้น
วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ภัยพิบัติในนคร
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่กี่เดือน ก่อนหน้าที่จะมีอุทกภัยในภาคใต้ ครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาโดยเฉพาะที่นครศรีธรรมราช ถ้านับย้อนหลังไป ก็มีไฟไหม้ที่พลุควนเคร็ง และก่อนที่จะมีไฟไหม้พลุควนเคร็ง เราก็มีภัยแล้ง
ผลกระทบจากน้ำท่วมยังมีให้เห็นร่องรอยอยู่บาง เช่นอ่างเก็บน้ำ ทั้งหลายยังซ่อมกันไม่เสร็จ ถนนหนทางงางแห่งมีร่องรอยชำรุด และยังเห็นร่องรอย การฝนตกจนดินไหลไปกับน้ำ เลื่อนสไลด์แผ่นดินถล่ม ต้นไม้ที่ยึดหน้าดินอยู่ไม่อาจทัดทาน ทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ก็ไหลลงตามกันมา ตามภูเขาต่างๆ และผลกระทบทีคาดว่าน่าจะมีและเห็นได้แล้วในตอนนี้ก็คือ ด้านความมั่นคงของอาหาร ไม้ผลลดลง ที่กรุงชิง นบพิตำ ทุเรียนลดผลผลิตลง ต้นประตามธรรมชาติก็มีผลผลิตลดลง
บางคนบอกว่าภัยพิบัติไม่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตามถ้าหากได้เตรียมการณ์ หาทางหนีทีไล่ไว้ ก็จะลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพสินได้มาก หลายคนอาจจะคิดว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะคนทำให้เปลี่ยนไปส่วนหนึ่ง ภัยพิบัติจะป้องกันได้มากขึ้น ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ว่าเราจะไม่ทำร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ไปบุรุกแผ้วถาง ป่า แต่จะพยายมเพิ่มจำนวนต้นไม้และป่ามากขึ้น ถ้าทำได้เช่นนี้ ผลประโยชน์ก็จะตกกับตัวเราเอง และลูกหลานและเยาวชนของเราในอนาคตนั้่นเอง
ผลกระทบจากน้ำท่วมยังมีให้เห็นร่องรอยอยู่บาง เช่นอ่างเก็บน้ำ ทั้งหลายยังซ่อมกันไม่เสร็จ ถนนหนทางงางแห่งมีร่องรอยชำรุด และยังเห็นร่องรอย การฝนตกจนดินไหลไปกับน้ำ เลื่อนสไลด์แผ่นดินถล่ม ต้นไม้ที่ยึดหน้าดินอยู่ไม่อาจทัดทาน ทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ก็ไหลลงตามกันมา ตามภูเขาต่างๆ และผลกระทบทีคาดว่าน่าจะมีและเห็นได้แล้วในตอนนี้ก็คือ ด้านความมั่นคงของอาหาร ไม้ผลลดลง ที่กรุงชิง นบพิตำ ทุเรียนลดผลผลิตลง ต้นประตามธรรมชาติก็มีผลผลิตลดลง
บางคนบอกว่าภัยพิบัติไม่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตามถ้าหากได้เตรียมการณ์ หาทางหนีทีไล่ไว้ ก็จะลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพสินได้มาก หลายคนอาจจะคิดว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะคนทำให้เปลี่ยนไปส่วนหนึ่ง ภัยพิบัติจะป้องกันได้มากขึ้น ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ว่าเราจะไม่ทำร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ไปบุรุกแผ้วถาง ป่า แต่จะพยายมเพิ่มจำนวนต้นไม้และป่ามากขึ้น ถ้าทำได้เช่นนี้ ผลประโยชน์ก็จะตกกับตัวเราเอง และลูกหลานและเยาวชนของเราในอนาคตนั้่นเอง
วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553
อุบัติเหตุบนท้องถนนบางจังหวัดกับในระดับโลก
ระยะนี้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อย โดยเฉพาะที่ทางแยก ที่เกิดจากการขับรถฝ่าไฟแดง หลายคนเคยประสบด้วยตนเองรวมทั้งผู้เขียน อุบัติเหตุในนครศรีธรรมราชเกิดเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุด ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คนต่อปีที่ช่วงอายุ 15-25 เป็นส่วนใหญ่ อันเป็นช่วงที่จะเป็นกำลังของชาติ ในช่วงที่ผ่านมามีคนที่เรารู้จักเสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งยังมีความเชื่อว่าถ้าทุกคนทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฏจราจรแล้วอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นน้อย และยังเชื่ออีกว่าถ้ามีมาตรการต่างๆ เช่นเมื่อเข้าเขตชุมชนลดความเร็ว และขับขี่ไม่เกินความเร็วที่กม.กำหนด หยุดรอไฟแดงไม่ว่าจะมีรถอีกฝั่งหรือไม่ ต้องเริ่มสร้างวินัยให้กับลูกหลานและเยาวชนโดยทำเป็นตัวอย่าง มิฉะนั้นแล้วถ้าไม่ทำอะไรเลยสักวันหนึ่งคนที่ท่านรู้จักก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่บ่อยมากขึ้น
จากข้อมูลสถิตที่มีการสำรวจกันทั่วโลกพบว่า ร้อยละ 90 อุบัติเหตุเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และยังรายงานอีกด้วยว่า ร้อยละ 82 เกิดจากความผิดพลาดของคน ร้อยละ 15 เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถนน ภัยธรรมชาติ และร้อยละ 3 เกิดขึ้นจากปัญหาของยานพาหนะ และนับเป็นความสูญเสียถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP: Gross Domestic Product) รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และความรุนแรงเกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคมากกว่า
จากข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดถึงคุณภาพของประชากร แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นความมีวินัย และการเคารพกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมายไม่ได้ ทำให้คนยังฝ่าฝืนกฏจราจร สำหรับประเทศไทยแล้วนับว่ามีอุบัติเหตุจากการจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง ถ้าคิดถึงความสูญเสียตามรายงานแล้วนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้น
จากข้อมูลสถิตที่มีการสำรวจกันทั่วโลกพบว่า ร้อยละ 90 อุบัติเหตุเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และยังรายงานอีกด้วยว่า ร้อยละ 82 เกิดจากความผิดพลาดของคน ร้อยละ 15 เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถนน ภัยธรรมชาติ และร้อยละ 3 เกิดขึ้นจากปัญหาของยานพาหนะ และนับเป็นความสูญเสียถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP: Gross Domestic Product) รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และความรุนแรงเกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคมากกว่า
จากข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดถึงคุณภาพของประชากร แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นความมีวินัย และการเคารพกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมายไม่ได้ ทำให้คนยังฝ่าฝืนกฏจราจร สำหรับประเทศไทยแล้วนับว่ามีอุบัติเหตุจากการจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง ถ้าคิดถึงความสูญเสียตามรายงานแล้วนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553
โอนเงินพึงระวัง
การโอนเงินในปัจจุบันทำได้สะดวกขึ้น โดยเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และสามารถโอนเงินข้ามไปมาระหว่างธนาคารที่แตกต่างกันได้ บางธนาคารสามารถโอนได้ฟรีระหว่างธนาคารเดียวกัน หรือโอนฟรีได้ระหว่างธนาคารต่างกันตามเงื่อนไขที่กำหนดของบางธนาคาร ทำให้นิยมโอนเงินกันมากกว่าการส่งด้วยตั๋งแลกเงินหรือเช็คธนาคาร แต่เมื่อเร็วๆนี้จากข่าวที่มีพวกมิจฉาชีพ ที่ลักลอบใส่โปรแกรมไวรัสเข้าไปในระบบตู้เอทีเอ็มที่สามารถโอนเงินได้ โดยวิธีใดก็แล้วแต่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในเครื่องเบิกเงินอัตโนมัตินั้นมีคนเจาะเข้าไปใช้ โดยโปรแกรมนี้จะไปเปลี่ยนทิศทางการโอนเงินที่จะให้เข้าบัญชีปลายทางตามจุดประสงค์ของผู้โอนเงิน ไปเป็นปัญชีเสมือนที่สร้างขึ้นแทนปัญชีธนาคารปลายทางที่เป็นปัญชีจริง โดยโปรแกรมไวรัสดังกล่าว แล้วพวกมิจฉาชีพที่ก่ออาชญากรรมก็ไปเบิกเงินส่วนที่โอนไปใช้ และที่หนักข้อไปอีกหากไว้รัสชนิดพิเศษสามารถโอนเงินจากบัญชีเราไปเข้าบัญชีปลอมก็ได้
สำหรับผู้ที่โอนเงินบ่อยๆ อาจถูกแจ็คพ็อตเงินหายไปโดยวิธีนี้ ขณะนี้ในบางประเทศสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีกีกลุ่มกี่พวกที่ก่ออาชญกรรมเช่นนี้ หนทางป้องกันทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือ อย่างโอนเงินครั้งละมากๆ และให้มีเงินเหลือในปัญชีที่ใช้โอนเงินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
สำหรับผู้ที่โอนเงินบ่อยๆ อาจถูกแจ็คพ็อตเงินหายไปโดยวิธีนี้ ขณะนี้ในบางประเทศสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีกีกลุ่มกี่พวกที่ก่ออาชญกรรมเช่นนี้ หนทางป้องกันทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือ อย่างโอนเงินครั้งละมากๆ และให้มีเงินเหลือในปัญชีที่ใช้โอนเงินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
หญิงชาย ความโน้มเอียงในการเกิดอุบัติเหตุใครมากกว่ากัน
จากการศึกษาทั่วโลกพอประมวลได้ว่าผู้หญิงขับรถและข้ามถนนได้ปลอดภัยมากกว่าผู้ชาย ผู้ใช้ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงรวม 70 เปอร์เซ็นต์ในการเดินตามถนนตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา ในช่วงอายุ 18และ 45 ปี ผู้ชายตกเป็นเหยื่อของรถชนกัน ประมาณ 3 ต่อ 1 อุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตทุกประเภทตั้งแต่การเดินหกล้ม จากอาวุธปืน จมน้ำตาย ไฟไหม้ไฟครอก อาหารเป็นพิษและ ยาพิษต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การแก้ไขอุบัติเหตุทางบกในต่างแดน
เมื่อเร็วๆนี้ได้ยินการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานในประเทศญี่ปุ่น การแก้ปัญหามาจากข้อมูลสำรวจว่ามีอุบัติเหตุเกิดเพิ่มขึ้น 5 เท่าเข้าใจว่าคงจะมีรายละเอียดด้วยว่าจากสาเหตุอะไรบ้าง จึงได้มีมาตรการทางกฏหมายออกมา 3 ข้อคือ 1) คนที่ขับขี่จักรยานจะต้องไม่ถือมือถือในอีกมือขณะที่ขับขี่จักรยาน 2) ขณะที่ขับขี่จักรยานนั้นต้องไม่ใช้เครื่องฟังเพลงเครื่องรับวิทยุ ไม่ให้มีหูฟังขณะขับขี่ 3) ถ้าฝนตกไม่ให้ใช้ร่มแต่ให้ใช้เสื้อกันฝนแทน
จากมาตรการข้อ 1,2 นั้นเป็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วก่อให้เกิดอันตรายมีส่วนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่นเดียวกับเมืองไทยเช่นกันอุบัติเหตุน่าจะเนื่องมาจากการใช้โทรศัพท์และอุปกรณ์ฟังเพลง ทำให้ผู้ขับขี่จักรยานรวมทั้งจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แม้ว่าประเทศเราจะไม่มีการบังคับทางกม. แต่ก็ควรระวังหลีกเลี่ยงไม่ใช้โทรศัพท์และ ใช้หูฟังฟังเสียงต่างๆ สำหรับมาตรการในข้อ 3 ก็เช่นเดียวกันเพราะการใช้ร่มอาจไปบังเส้นทางทำให้มองทางข้างหน้าไม่เห็นและทำให้ผู้ขับขี่เสียการทรงตัวได้ง่าย เนื่องจากกระแสลม การบังคับไม่ให้ใช้ร่มก็ดูมีเหตุผลทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยลง
สำหรับในอเมริกามาตรการทางกฏหมายเข้มงวดมาก เริ่มตั้งแต่การขอใบขับขี่ที่จะต้องสอบให้ผ่านอย่างเข้มงวดทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติ และการจับคนที่ขับขี่ผิดกฏจราจรอย่างไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะผิดเล็กผิดน้อย จะถูจับเสียค่าปรับทั้งสิ้น และตำรวจจราจรก็มีอยู่เหมือนตาสัปรด เช่นไฟหน้าติดด้านเดียว ลากรถกันก็ไม่ได้ต้องใช้รถลากเฉพาะ ขับขี่ความเร็วเกินไม่ได้เลย ในเมืองจะมีความเร็วสูงสุดต่ำกว่าในเมืองต้องระวังให้ดี เพราะอาจเผลอได้ เช่นในบ้านเราบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นความเร็วย่านชุมชนความเร็วสูงสุดที่ขับได้ไม่เกิด 50 กมต่อชม.เท่านั้น และการขับขี่รถยนต์ฝ่าไฟแดงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าถูกจับมีโทษถึงจำคุกต้องไปขึ้นศาลถูกยึดใบขับขี่ และต้องไปเข้าโรงเรียนฝึกอบรมกฏจราจร
เช่นเดียวกันจากผลงานวิจัยในอะเมริกาพบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือการดื่มเหล้าแล้วขับรถ ส่วนความเร็วมีส่วนให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าจึงมีมาตรการทางกฏหมาย โดยการเพิ่มโทษ ยึดใบขับขี่ ส่วนเรื่องความเร็วในบางรัฐเมื่อผลการสำรวจว่ามีอุบัติเหตุน้อยก็เพิ่มความเร็วสูงสุดขึ้น โดยทั่วไปในอเมริกาความเร็วสูงสุดจะไม่เกิด 70 ไมล์ต่อชั่วโมง บางรัฐจะให้สูงถึง 75 ไมล์ต่อชั่วโมงถ้าผลสำรวจอุบัติเหตุน้อยเช่นรัฐมิสซูรีเป็นต้น (ในอเมริกายังใช้ไมล์ต่อชั่วโมงมากกว่า กม.ต่อชม.)
ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องการรัดเข็มขัด และการใส่หมวกกันน็อค ที่เคารพกฏหมายกันดีเพราะตระหนักถึงความปลอดภัยของตัวเอง แต่บ้านเรากลับไม่ค่อยสนใจความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น แม้จะมีกฏหมายบังคับไว้ก็ฝ่าฝืนอยู่เสมอ เพราะการบังคับใช้กม. ทำได้ยาก ทางออกสำหรับประเทศเราก็ คือการศึกษา สถาบันการศึกษา ครู ผู้ปกครอง ห้างร้านบริษัทต้องช่วยเหลือกันไม่ทำผิดกฏจราจร เพราะมาตรการป้องกันดีกว่ามาตรการแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วแน่นอน เพียงแต่เราจะตระหนักกันหรือไม่
จากมาตรการข้อ 1,2 นั้นเป็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วก่อให้เกิดอันตรายมีส่วนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่นเดียวกับเมืองไทยเช่นกันอุบัติเหตุน่าจะเนื่องมาจากการใช้โทรศัพท์และอุปกรณ์ฟังเพลง ทำให้ผู้ขับขี่จักรยานรวมทั้งจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แม้ว่าประเทศเราจะไม่มีการบังคับทางกม. แต่ก็ควรระวังหลีกเลี่ยงไม่ใช้โทรศัพท์และ ใช้หูฟังฟังเสียงต่างๆ สำหรับมาตรการในข้อ 3 ก็เช่นเดียวกันเพราะการใช้ร่มอาจไปบังเส้นทางทำให้มองทางข้างหน้าไม่เห็นและทำให้ผู้ขับขี่เสียการทรงตัวได้ง่าย เนื่องจากกระแสลม การบังคับไม่ให้ใช้ร่มก็ดูมีเหตุผลทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยลง
สำหรับในอเมริกามาตรการทางกฏหมายเข้มงวดมาก เริ่มตั้งแต่การขอใบขับขี่ที่จะต้องสอบให้ผ่านอย่างเข้มงวดทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติ และการจับคนที่ขับขี่ผิดกฏจราจรอย่างไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะผิดเล็กผิดน้อย จะถูจับเสียค่าปรับทั้งสิ้น และตำรวจจราจรก็มีอยู่เหมือนตาสัปรด เช่นไฟหน้าติดด้านเดียว ลากรถกันก็ไม่ได้ต้องใช้รถลากเฉพาะ ขับขี่ความเร็วเกินไม่ได้เลย ในเมืองจะมีความเร็วสูงสุดต่ำกว่าในเมืองต้องระวังให้ดี เพราะอาจเผลอได้ เช่นในบ้านเราบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นความเร็วย่านชุมชนความเร็วสูงสุดที่ขับได้ไม่เกิด 50 กมต่อชม.เท่านั้น และการขับขี่รถยนต์ฝ่าไฟแดงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าถูกจับมีโทษถึงจำคุกต้องไปขึ้นศาลถูกยึดใบขับขี่ และต้องไปเข้าโรงเรียนฝึกอบรมกฏจราจร
เช่นเดียวกันจากผลงานวิจัยในอะเมริกาพบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือการดื่มเหล้าแล้วขับรถ ส่วนความเร็วมีส่วนให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าจึงมีมาตรการทางกฏหมาย โดยการเพิ่มโทษ ยึดใบขับขี่ ส่วนเรื่องความเร็วในบางรัฐเมื่อผลการสำรวจว่ามีอุบัติเหตุน้อยก็เพิ่มความเร็วสูงสุดขึ้น โดยทั่วไปในอเมริกาความเร็วสูงสุดจะไม่เกิด 70 ไมล์ต่อชั่วโมง บางรัฐจะให้สูงถึง 75 ไมล์ต่อชั่วโมงถ้าผลสำรวจอุบัติเหตุน้อยเช่นรัฐมิสซูรีเป็นต้น (ในอเมริกายังใช้ไมล์ต่อชั่วโมงมากกว่า กม.ต่อชม.)
ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องการรัดเข็มขัด และการใส่หมวกกันน็อค ที่เคารพกฏหมายกันดีเพราะตระหนักถึงความปลอดภัยของตัวเอง แต่บ้านเรากลับไม่ค่อยสนใจความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น แม้จะมีกฏหมายบังคับไว้ก็ฝ่าฝืนอยู่เสมอ เพราะการบังคับใช้กม. ทำได้ยาก ทางออกสำหรับประเทศเราก็ คือการศึกษา สถาบันการศึกษา ครู ผู้ปกครอง ห้างร้านบริษัทต้องช่วยเหลือกันไม่ทำผิดกฏจราจร เพราะมาตรการป้องกันดีกว่ามาตรการแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วแน่นอน เพียงแต่เราจะตระหนักกันหรือไม่
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อุบัติเหตุบนท้องถนนนครฯและโลก
ระยะนี้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อย โดยเฉพาะที่ทางแยก ที่เกิดจากการขับรถฝ่าไฟแดง หลายคนเคยประสบด้วยตนเองรวมทั้งผู้เขียน อุบัติเหตุในนครศรีธรรมราชเกิดเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุด ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คนต่อปีที่ช่วงอายุ 15-25 เป็นส่วนใหญ่ อันเป็นช่วงที่จะเป็นกำลังของชาติ ในช่วงที่ผ่านมามีคนที่เรารู้จักเสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งยังมีความเชื่อว่าถ้าทุกคนทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฏจราจรแล้วอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นน้อย และยังเชื่ออีกว่าถ้ามีมาตรการต่างๆ เช่นเมื่อเข้าเขตชุมชนลดความเร็ว และขับขี่ไม่เกินความเร็วที่กม.กำหนด หยุดรอไฟแดงไม่ว่าจะมีรถอีกฝั่งหรือไม่ ต้องเริ่มสร้างวินัยให้กับลูกหลานและเยาวชนโดยทำเป็นตัวอย่าง มิฉะนั้นแล้วถ้าไม่ทำอะไรเลยสักวันหนึ่งคนที่ท่านรู้จักก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่บ่อยมากขึ้น
จากข้อมูลสถิตที่มีการสำรวจกันทั่วโลกพบว่า ร้อยละ 90 อุบัติเหตุเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และยังรายงานอีกด้วยว่า ร้อยละ 82 เกิดจากความผิดพลาดของคน ร้อยละ 15 เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถนน ภัยธรรมชาติ และร้อยละ 3 เกิดขึ้นจากปัญหาของยานพาหนะ และนับเป็นความสูญเสียถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP: Gross Domestic Product) รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และความรุนแรงเกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคมากกว่า
จากข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดถึงคุณภาพของประชากร แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นความมีวินัย และการเคารพกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมายไม่ได้ ทำให้คนยังฝ่าฝืนกฏจราจร สำหรับประเทศไทยแล้วนับว่ามีอุบัติเหตุจากการจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง ถ้าคิดถึงความสูญเสียตามรายงานแล้วนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้น
จากข้อมูลสถิตที่มีการสำรวจกันทั่วโลกพบว่า ร้อยละ 90 อุบัติเหตุเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และยังรายงานอีกด้วยว่า ร้อยละ 82 เกิดจากความผิดพลาดของคน ร้อยละ 15 เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถนน ภัยธรรมชาติ และร้อยละ 3 เกิดขึ้นจากปัญหาของยานพาหนะ และนับเป็นความสูญเสียถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP: Gross Domestic Product) รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และความรุนแรงเกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคมากกว่า
จากข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดถึงคุณภาพของประชากร แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นความมีวินัย และการเคารพกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมายไม่ได้ ทำให้คนยังฝ่าฝืนกฏจราจร สำหรับประเทศไทยแล้วนับว่ามีอุบัติเหตุจากการจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง ถ้าคิดถึงความสูญเสียตามรายงานแล้วนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้น
ความปลอดภัยจากการจราจรทางบกของไทย
เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อมีเทศกาลสำคัญเช่นในวันปีใหม่ วันสงกรานแล้ว จะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา และทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บางคนถึงกับเปรียบเปรยว่าทหารอเมริกันที่ไปรบในอิรักตายน้อยกว่าอุบัติเหตุจากจราจรทางบกในแต่ละปีของไทยเสียอีก เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีสถิติที่เชื่อได้ว่าประเทศไทยเสียชีวิตจากการจราจรทางบกเป็นอันดับ 5 ของโลก จากข้อมูลนี้อยากจะให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนได้พึงตระหนักและระมัดระวังว่าเราสามารถจะหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ ถ้าเราใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติไม่ประมาท และใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อน
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบให้เห็นบางประเทศ โดยคิดจำนวนคนที่เสียชีวิตต่อจำนวนประชากรแสนคน ดังต่อไปนี้
ประเทศไทยเสียชีวิตโดยประมาณ 20 คนต่อแสนคน
ประเทศอินโดนีเซียเสียชีวิต 15 คนต่อแสนคน
ประเทศอินเดียและศรีลังกา 10 คนต่อแสนคน
ประเทศเยอรมัน 5 คนต่อแสนคน
จากข้อมูลที่ยกมาจะเห็นว่าคนไทยตายมากกว่าประเทศอื่นที่ยกมาก็แสดงให้เห็นถึงว่าบนท้องถนนเมืองไทย มีความปลอดภัยน้อยกว่าประเทศที่มีตัวเลขการตายน้อยกว่า ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีอุบัติเหตุน้อยกว่า นั้นเนื่องมาจากการไม่เคารพกฏจราจร และขาดวินัย รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีอัลกอฮอล
สำหรับบางประเทศ เช่นประเทศญี่ปุ่นใครดื่มเหล้าเพียงเล็กน้อยจะไม่ยอมขับรถเลย และทุกคนก็เคารพกติกากันดี ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ว่า การดื่มเบียเพียงขวดเดียวทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 3- 5 เท่า เนื่องจากสมองสั่งงานช้าลง
มาตรการอื่นๆ ที่ต่างประเทศนำมาใช้ ส่วนใหญ่เหมือนกับที่ประเทศไทยมีตามกฏจราจร แต่ทุกคนเคารพมากกว่า ไม่ฝ่าฝืนกฏจราจร ไม่การดื่มเหล้าขณะขับรถ การขับรถฝ่าไฟแดงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นความผิดร้ายแรง มาตรการที่แตกต่างในบางประเทศเช่นที่เยอรมันจะมีเอกสารแสดงให้เห็นว่าขับรถไม่เกินวันละ 10 ชม. สำหรับรถโดยสารประจำทางหรือแบบรถทัวบ้านเรา นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ เช่นความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถ การเก็บภาษีรถสูงขึ้นในกรณีรถเก่าหรือใช้นานกว่า 5 ปี เป็นต้น ทางแก้สำหรับเมืองไทยนั้นคงต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายอย่างจริงจังทั้งนโยบายฝ่ายการเมือง การศึกษาทุกระดับ ทั้งในระบบนอกระบบ ที่จะต้องชี้เห็นถึงความสูญเสียอย่างมหาศาลอย่างไร การมีวินัย และเคารพกฏกติกาอย่างไร ใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างจริงจัง ในทุกกระบวนการเป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบให้เห็นบางประเทศ โดยคิดจำนวนคนที่เสียชีวิตต่อจำนวนประชากรแสนคน ดังต่อไปนี้
ประเทศไทยเสียชีวิตโดยประมาณ 20 คนต่อแสนคน
ประเทศอินโดนีเซียเสียชีวิต 15 คนต่อแสนคน
ประเทศอินเดียและศรีลังกา 10 คนต่อแสนคน
ประเทศเยอรมัน 5 คนต่อแสนคน
จากข้อมูลที่ยกมาจะเห็นว่าคนไทยตายมากกว่าประเทศอื่นที่ยกมาก็แสดงให้เห็นถึงว่าบนท้องถนนเมืองไทย มีความปลอดภัยน้อยกว่าประเทศที่มีตัวเลขการตายน้อยกว่า ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีอุบัติเหตุน้อยกว่า นั้นเนื่องมาจากการไม่เคารพกฏจราจร และขาดวินัย รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีอัลกอฮอล
สำหรับบางประเทศ เช่นประเทศญี่ปุ่นใครดื่มเหล้าเพียงเล็กน้อยจะไม่ยอมขับรถเลย และทุกคนก็เคารพกติกากันดี ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ว่า การดื่มเบียเพียงขวดเดียวทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 3- 5 เท่า เนื่องจากสมองสั่งงานช้าลง
มาตรการอื่นๆ ที่ต่างประเทศนำมาใช้ ส่วนใหญ่เหมือนกับที่ประเทศไทยมีตามกฏจราจร แต่ทุกคนเคารพมากกว่า ไม่ฝ่าฝืนกฏจราจร ไม่การดื่มเหล้าขณะขับรถ การขับรถฝ่าไฟแดงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นความผิดร้ายแรง มาตรการที่แตกต่างในบางประเทศเช่นที่เยอรมันจะมีเอกสารแสดงให้เห็นว่าขับรถไม่เกินวันละ 10 ชม. สำหรับรถโดยสารประจำทางหรือแบบรถทัวบ้านเรา นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ เช่นความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถ การเก็บภาษีรถสูงขึ้นในกรณีรถเก่าหรือใช้นานกว่า 5 ปี เป็นต้น ทางแก้สำหรับเมืองไทยนั้นคงต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายอย่างจริงจังทั้งนโยบายฝ่ายการเมือง การศึกษาทุกระดับ ทั้งในระบบนอกระบบ ที่จะต้องชี้เห็นถึงความสูญเสียอย่างมหาศาลอย่างไร การมีวินัย และเคารพกฏกติกาอย่างไร ใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างจริงจัง ในทุกกระบวนการเป็นต้น
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพสิน
การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ ในระบบใหญ่ในระดับประเทศจะเกิดได้ ก็ต้องเป็นนโยบายระดับประเทศในภาพรวม เราไม่ค่อยเห็นนโยบายที่จะก่อให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตทรัพสินของประชาชนอย่างชัดเจน ในสมัยประธานาธิปดีคลินตันอเมริกานั้น เมื่อมีคดีอาชญากรรมทั้งหลายเพิ่มสูงขึ้น ทางหนึ่งที่รัฐบาลกลางเห็นว่าจะช่วยลดอาชญากรรมดังกล่าวได้ก็คือ การเพิ่มกำลังตำรวจทั่วประเทศเกือบเท่าตัว ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิปดี
สำหรับประเทศไทยเราก็คงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมวลรวมไปทั่วทั้งประเทศที่ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตทรัพสิน ที่เป็นรูปธรรม เช่นมีนโยบายปราบปรามป้องกันไปในตัว อะไรเป็นสาเหตุของอาชญกรรมทั้งหลาย และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องทำอย่างไรให้ชัดเจนไปในแนวทางที่จะทำให้อาชญกรรมลดลง ในแง่การป้องกันก็หนีไม่พ้นการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันอาชญากรรม โดยหลักสูตรให้นักเรียน ได้รู้ดี รู้ชั่ว รู้ผิดรู้ถูกมีความสำนึกได้ตั้งแต่เด็กจะเป็นการป้องกัน แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นก็ต้องทำไปควบคู่กัน ไม่ว่าการเพิ่มการตรวจตราให้เพิ่มขึ้น เพื่อจะให้อาชญากรรมลดลง
นักศึกษาของเราหลายคนได้มาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้ประสบมาจาก มิจฉาชีพเมื่อไปเดินเล่นอยู่ในส่วนสาธารณะ ที่สวนศรีธรรมโศกราช โดยฉกชิงวิ่งราวมาก็มาก บางคนก็ได้รับบาดเจ็บ ทำให้รู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่จะไปเพลิดเพลินเดินทอดน่องไม่ได้เลย จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือพอควรว่าเป็นแหล่งของผู้ติดยาเสพติดมาสถิตย์คอยหาเหยื่อ ซึ่งพวกเราทุกคนพึงระวัง จนกว่าจะมีมาตรการที่แน่ชัด เหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว เราคงต้องมาแก้ปัญหาให้ถึงสาเหตุและต้นตอของปํญหา ปัญหาครอบครัว ปัญหาการศึกษา ปัญหาระบบเศรษฐกิจที่ทำให้คนฟุ้งเฟ้อ อยากมีอยากได้จนไม่คำนึงถึงความผิดความถูก แล้วเราจะแก้อะไรและลงมือกระทำเลยเป็นสิ่งแรก และเมื่อไรเราจึงจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองปลอดอาชญากรรม หรือน้อยเมื่อไร เราคงจะเป็นเมืองที่ใครอยากมาเที่ยว
สำหรับประเทศไทยเราก็คงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมวลรวมไปทั่วทั้งประเทศที่ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตทรัพสิน ที่เป็นรูปธรรม เช่นมีนโยบายปราบปรามป้องกันไปในตัว อะไรเป็นสาเหตุของอาชญกรรมทั้งหลาย และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องทำอย่างไรให้ชัดเจนไปในแนวทางที่จะทำให้อาชญกรรมลดลง ในแง่การป้องกันก็หนีไม่พ้นการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันอาชญากรรม โดยหลักสูตรให้นักเรียน ได้รู้ดี รู้ชั่ว รู้ผิดรู้ถูกมีความสำนึกได้ตั้งแต่เด็กจะเป็นการป้องกัน แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นก็ต้องทำไปควบคู่กัน ไม่ว่าการเพิ่มการตรวจตราให้เพิ่มขึ้น เพื่อจะให้อาชญากรรมลดลง
นักศึกษาของเราหลายคนได้มาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้ประสบมาจาก มิจฉาชีพเมื่อไปเดินเล่นอยู่ในส่วนสาธารณะ ที่สวนศรีธรรมโศกราช โดยฉกชิงวิ่งราวมาก็มาก บางคนก็ได้รับบาดเจ็บ ทำให้รู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่จะไปเพลิดเพลินเดินทอดน่องไม่ได้เลย จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือพอควรว่าเป็นแหล่งของผู้ติดยาเสพติดมาสถิตย์คอยหาเหยื่อ ซึ่งพวกเราทุกคนพึงระวัง จนกว่าจะมีมาตรการที่แน่ชัด เหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว เราคงต้องมาแก้ปัญหาให้ถึงสาเหตุและต้นตอของปํญหา ปัญหาครอบครัว ปัญหาการศึกษา ปัญหาระบบเศรษฐกิจที่ทำให้คนฟุ้งเฟ้อ อยากมีอยากได้จนไม่คำนึงถึงความผิดความถูก แล้วเราจะแก้อะไรและลงมือกระทำเลยเป็นสิ่งแรก และเมื่อไรเราจึงจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองปลอดอาชญากรรม หรือน้อยเมื่อไร เราคงจะเป็นเมืองที่ใครอยากมาเที่ยว
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
นั่งรถตำแหน่งไหนอันตรายและปลอดภัยมากที่สุด
ตำแหน่งที่นั่งในรถยนต์ ดังในรถเก๋งทั่วไปนั้น ขึ้นอยู่กับทิศทางการชนที่ก่อให้เกิดอันตรายมากที่สุด ตามสถิติการชนด้านหน้าตรงก่อให้เกิดเปอร์เซ็นต์รุนแรงอันตรายมากที่สุดถึง 46 เปอร์เซนต์ ต่ำแหน่งซ้ายหน้า 11 เปอร์เซนต์ ขวาหน้า 8% ตำแหน่งระหว่างซ้ายหน้า และซ้ายกลาง 4 % ระหว่างขวาหน้ากับขวากลาง 4 % กลางซ้าย(ข้างกลาง) กลางขวา(ข้างกลาง) ส่วนหลังซ้าย ขวา แค่ 1% ส่วนหลังตรง 2 % โดยสรุปหน้ากลางอันตรายที่สุด 46% ซ้ายหน้าและกลางข้างซ้ายขวา อันตรายรองลงมา 11%
วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553
บทเรียนจากการใช้แกสหุงต้ม
เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าประสบการณ์จากผู้ที่ประสบการณ์ที่ได้รับความเสียหายจาก ไฟไหม้จากแกส ที่เป็นอุธาหรณ์สำหรับ ผู้อื่นเพื่อระมัดระวังป้องกันต่อไป เรื่องแรกเป็นเรื่องของผู้ที่ทำอาหาร รักการทำอาหาร แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลืมปิดแกส ทิ้งไว้ ทำให้ในห้องอบอวลไปด้วยแกสหุงต้ม ที่พร้อมจะติดไฟพรึบขึ้นทันที แต่แม้ว่าไม่ได้จุดไฟ แต่ก็ลืมนึกไปว่าถ้าเปิดสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่้ในห้องนั้นก็เกิดการอาร์คระหว่างที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เกิดประกายไฟขึ้นเล็กน้อยแม้จะมองไม่เห็นทำให้แกสติดไฟขึ้นมาได้ ผลจากการเผาไหม้ของแกสในครั้งนั้นในสูญเสียบุคคลที่รักไป 1 คน และหลานๆ อีก 2 คน ที่ผิวหนังถูกไฟไหม้ไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อไปโรงพยายบาลก็มีห้องปลอดเชื้อไม่เพียงพอ ต้องให้คนอาการหนักเข้าก่อน แต่ก็รอดมาได้ สำหรับการป้องกันทำได้หลายวิธี เช่นติดตั้งเครื่องเตือนแกสรั่้ว และเมื่อไรก็ตามที่ได้กลิ่นแกสรั่ว ให้รีบปิดถังแกส เปิดหน้าต่างประตูให้แกสกระจายตัวออกไปไม่รวมกลุ่ม เพราะแกสหุ้งต้มหนักกว่าอากาศทั้วไป มักจะอยู่ในระดับผิวพื้น หลีกเลี่ยงการเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้า และการจุดไม้ขีดเมื่อได้กลิ่นแกส
อีกกรณีหนึ้่งคือการใช้เตาแกสบนพื้นซีเมนต์ ที่วางถังแกสไว้ที่พื้นด้วยความร้อนจากเตาแกสที่อยู่ติดกับพื้นถ่ายทอดไปยังถังแกสที่วางอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเคยระบิดมาแล้ว ดังนั้นการใช้เตาแกสพึงหลีกเลี่ยงตั้งถังแกส กับเตาแกสที่กับลังหุ้งต้มไว้ใกล้กันที่ทำให้ความร้อนสะสมจนถังแกสระเบิดได้
อีกกรณีหนึ้่งคือการใช้เตาแกสบนพื้นซีเมนต์ ที่วางถังแกสไว้ที่พื้นด้วยความร้อนจากเตาแกสที่อยู่ติดกับพื้นถ่ายทอดไปยังถังแกสที่วางอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเคยระบิดมาแล้ว ดังนั้นการใช้เตาแกสพึงหลีกเลี่ยงตั้งถังแกส กับเตาแกสที่กับลังหุ้งต้มไว้ใกล้กันที่ทำให้ความร้อนสะสมจนถังแกสระเบิดได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)