คำแนะนำคนไข้: น้ำหนักผมเพิ่มขึ้นทุกวัน
หมอครับ ผมควรทำอย่างไรดี
หมอ : ออกกำลังกายตามปกติ
และนำตัวเองออกจากโต๊ะอาหารวันละสามครั้ง
แต่งตัวผู้หญิงคนแรก :
คุณชอบชุดใหม่ของฉันไหม
ผู้หญิงคนที่สอง : ดีนี่
แต่คุณไม่ได้เอาไม้แขวนออกหรือ
ผู้หญิงคนแรก :
อันนั้นคือผ้าฟองน้ำรองไหล่ต่างหาก
ขับรถตำรวจ : คุณผู้หญิง คุณขับรถตั้ง 85
ไมล์ต่อชั่วโมง
ผู้หญิง : โอ..งั้นเหรอ ไม่ใช่เรื่องตื่นใจหรือ
ฉันเพิ่งได้เรียนรู้วิธีขับรถเมื่อวานนี้เอง
กำลังตายสามีคนแรก : เมื่อผมใกล้ตาย
ผมจะขอร้องให้ภรรยาของผมทำอาหารมื้อสุดท้ายให้ผม
สามีคนที่สอง :
ทำไมหรือ
สามีคนแรก : ผมจะได้รู้สึกใกล้ตายมากยิ่งขึ้น
คุณธรรมลูกชาย : พ่อครับ
คุณธรรมคืออะไร
พ่อ : เออนี่นะลูก
ลูกรู้ว่าพ่อกับลุงของลูกนั้นทำธุรกิจร่วมกัน
สมมุติว่ามีลูกค้าคนหนึ่ง
เข้ามาซื้อของบางอย่างในร้านราคา 10 บาท
แต่โดยความผิดพลาดเขาให้
เงินใบ 20
บาทโดยออกไปจากร้านโดยไม่รอรับเงินทอน ถ้าพอ่แบ่งเงินที่เกิน
มา 10
บาทให้กับลุงของลูกด้วย ..นั่นเป็นคุณธรรมละ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันเทิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันเทิง แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เรื่องเล่าภาษาดิ้นได้
เรื่องนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ที่คณะบดีผู้หญิงของวิทยาลัยทางการศึกษา ได้ติดประกาศข้อความเริ่มต้นด้วยประโยคว่า "The president of the college and I have decided to stop necking on the campus" ซึ่งถ้าแปลตามตัวอักษรก็จะได้ความว่า "ประธานและ ฉัน ได้ตัดสินใจที่จะหยุด การเล้าโลมกอดจูบในแคมปัสของวิทยาลัย"
ผู้ที่อ่านประกาศนี้ก็จะเข้าใจไปในสองลักษณะคือ ประการแรกนั้นเหมือนกับบอกว่า ประธานและคณะบดี ตัดสินใจที่ไม่ให้มีการเล้าโลมกอดจูบกันในแคมปัสวิทยาลัย แต่ภาษาก็ดิ้นได้เช่นกันว่า ฉันหมายถึงคณะบดีและประธานตัดสินใจจะหยุดเล้าโลมกอดจูบ(เป็นผู้กระทำเสียเอง)กันในแคมปัส คนที่มาอ่านประกาศนี้พออ่านประโยคแรกก็อดขำไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร เพราะบริบทในประโยคหลังๆ ไม่ได้หมายความเช่นนั้น
ผู้ที่อ่านประกาศนี้ก็จะเข้าใจไปในสองลักษณะคือ ประการแรกนั้นเหมือนกับบอกว่า ประธานและคณะบดี ตัดสินใจที่ไม่ให้มีการเล้าโลมกอดจูบกันในแคมปัสวิทยาลัย แต่ภาษาก็ดิ้นได้เช่นกันว่า ฉันหมายถึงคณะบดีและประธานตัดสินใจจะหยุดเล้าโลมกอดจูบ(เป็นผู้กระทำเสียเอง)กันในแคมปัส คนที่มาอ่านประกาศนี้พออ่านประโยคแรกก็อดขำไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร เพราะบริบทในประโยคหลังๆ ไม่ได้หมายความเช่นนั้น
ชวนขันวันหยุด
ความจำ
ครู : จอร์จ วอชิงตัน มีชื่อเสียงด้านใดมากที่สุด
นร : ด้านความหลังของเขา
ครู : นับเป็นคำตอบที่แปลกมาก อะไรทำให้เธอคิดว่าความหลังของเขาเป็นเรื่องเด่นสำคัญละ
นร : อือ.. ก็มีคนไปทำอนุสาวรีให้จำนวนมากนี่ครับ
วันจันทร์ นักโทษ : ผู้คุมหมายถึงว่าผมจะกำลังจะถูกนำไปแขวนคอ
ผู้คุม : ใช่แล้ว ในตอนเช้าวันจันทร์
นักโทษ : เพชรฆาตไม่สามารถจะแขวนคอในวันเสาร์หรือ
ผู้คุม : ทำไมจึงไม่อยากให้ถูกแขวนคอในวันจันทร์
นักโทษ : เออ.. มันดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายมากที่เดียว ที่จะเริ่มแขวนคอในวันเริ่มต้นทำงานของสัปดาห์
แม่ยาย
" แม่ยายผมเสียชีวิตไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว "
" แล้วมีเสียงพร่ำบ่นต่อว่าเรียกร้องอะไรไหม "
" ไม่มี ใครบ่นเรียกร้องอะไร ทุกคนพอใจดี "
เรียกชื่อสุภาพสตรีเจ้าของบ้าน : ฉ้นต้องการให้ไปยืนหน้าประตูคอยรับแขก และเรียกชื่อแขกที่มาถึงบ้านด้วย
คนรับใช้ : ครับผม ดีมากครับเจ้านาย ผมก็ยืนรอเช่นนี้เป็นระยะเวลาร่วมปีแล้วครับ
ครู : จอร์จ วอชิงตัน มีชื่อเสียงด้านใดมากที่สุด
นร : ด้านความหลังของเขา
ครู : นับเป็นคำตอบที่แปลกมาก อะไรทำให้เธอคิดว่าความหลังของเขาเป็นเรื่องเด่นสำคัญละ
นร : อือ.. ก็มีคนไปทำอนุสาวรีให้จำนวนมากนี่ครับ
วันจันทร์ นักโทษ : ผู้คุมหมายถึงว่าผมจะกำลังจะถูกนำไปแขวนคอ
ผู้คุม : ใช่แล้ว ในตอนเช้าวันจันทร์
นักโทษ : เพชรฆาตไม่สามารถจะแขวนคอในวันเสาร์หรือ
ผู้คุม : ทำไมจึงไม่อยากให้ถูกแขวนคอในวันจันทร์
นักโทษ : เออ.. มันดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายมากที่เดียว ที่จะเริ่มแขวนคอในวันเริ่มต้นทำงานของสัปดาห์
แม่ยาย
" แม่ยายผมเสียชีวิตไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว "
" แล้วมีเสียงพร่ำบ่นต่อว่าเรียกร้องอะไรไหม "
" ไม่มี ใครบ่นเรียกร้องอะไร ทุกคนพอใจดี "
เรียกชื่อสุภาพสตรีเจ้าของบ้าน : ฉ้นต้องการให้ไปยืนหน้าประตูคอยรับแขก และเรียกชื่อแขกที่มาถึงบ้านด้วย
คนรับใช้ : ครับผม ดีมากครับเจ้านาย ผมก็ยืนรอเช่นนี้เป็นระยะเวลาร่วมปีแล้วครับ
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ชวนขัน หมอกับคนไข้
คนไข้ : หมอครับ ผมคิดว่าผมมีอยู่ด้วยกันสองคนขณะนี้
หมอ : แล้วทำไมเธอทั้งสองคนไม่นั่งลงก่อน และคนหนึ่งบอกเกี่ยวกับอาการที่เป็น
หมอ : ถ้าผมเห็นว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัด คุณมีเงินพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัดหรือไม่
คนไข้ : แล้วถ้าผมไม่มีเงิน คุณหมอจะเห็นว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่
ชายคนหนึ่งไปพบหมอโรคจิตเพื่อขอความช่วยเหลือสำหรับอาการซึมเศร้าของเขา ขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องรับรอง เขาสังเกตเห็นประตูสองประตูเขียนไว้ข้างหน้าประตูหนึ่งว่าผู้ชาย อีกประตูว่าผู้หญิง เขาเดินเข้าไปที่ประตูที่เขียนว่าผู้ชาย
จากนั้นเข้าก็พบกับอีกสองประตูที่ประตูหนึ่งเขียนว่าคนเปิดเผย อีกประตูหนึ่งเขียนว่าคนเก็บตัว เขาตัดสินใจเลือกเข้าประตูคนเก็บตัวซึ่งเป็นห้องที่พบอีกสองประตูที่ประตูหนึ่งเขียนว่า 40000$หรือมากกว่า ส่วนอีกประตูเขียนว่าน้อยกว่า40000$
เขารู้โดยทันทีว่าเขาทำงานมีรายได้น้อยกว่า 40000$ เขาจึงเปิดประตูที่เขียนว่าน้อยกว่า40000$ และพบว่าตัวเขาออกมาอยู่นอกตึก
หมอ : แล้วทำไมเธอทั้งสองคนไม่นั่งลงก่อน และคนหนึ่งบอกเกี่ยวกับอาการที่เป็น
หมอ : ถ้าผมเห็นว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัด คุณมีเงินพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัดหรือไม่
คนไข้ : แล้วถ้าผมไม่มีเงิน คุณหมอจะเห็นว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่
ชายคนหนึ่งไปพบหมอโรคจิตเพื่อขอความช่วยเหลือสำหรับอาการซึมเศร้าของเขา ขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องรับรอง เขาสังเกตเห็นประตูสองประตูเขียนไว้ข้างหน้าประตูหนึ่งว่าผู้ชาย อีกประตูว่าผู้หญิง เขาเดินเข้าไปที่ประตูที่เขียนว่าผู้ชาย
จากนั้นเข้าก็พบกับอีกสองประตูที่ประตูหนึ่งเขียนว่าคนเปิดเผย อีกประตูหนึ่งเขียนว่าคนเก็บตัว เขาตัดสินใจเลือกเข้าประตูคนเก็บตัวซึ่งเป็นห้องที่พบอีกสองประตูที่ประตูหนึ่งเขียนว่า 40000$หรือมากกว่า ส่วนอีกประตูเขียนว่าน้อยกว่า40000$
เขารู้โดยทันทีว่าเขาทำงานมีรายได้น้อยกว่า 40000$ เขาจึงเปิดประตูที่เขียนว่าน้อยกว่า40000$ และพบว่าตัวเขาออกมาอยู่นอกตึก
ชวนขัน คนไข้กับหมอ
เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการให้หมอเอาตาปลาออกจากเท้า ตาปลาทำให้เขาเจ็บปวดมากดังนั้นเขาจึงไปโรงพยาบาล เนื่องจากเขาคิดว่าการเอาตาปลาออกจะทำให้เจ็บมากเขาจึงขอร้องให้วางยาสลบ ทันทีที่วางยาสลบทำให้หัวใจเขาหยุดเต้น ทำให้ที่หมอตกใจแทบหมดสติเช่นกันนั้น ทำการนวดและปั๊มหัวใจเขาเพื่อให้เข้าฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง
แม้ว่าหัวใจเขากลับมาทำงานตามปกติแล้ว เขาได้รับการช่วยโดยการให้ออกซิเจนมากกว่าปกติ ที่ทำให้กระเพาะอาหารโป่งพอง จึงต้องให้การผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อลดอาการดังกล่าว แต่ต่อมายังต้องผ่าตัดอีกสองรายการ นั่นคือระหว่างที่ได้เคลื่อนย้ายมายังห้องพักคนไข้โดยใช้ลิฟท์นั้น ลิฟท์เกิดติดขัดค้างกระทันหัน หมออินเทิร์นที่ดูแลจึงไปจัดวางตำแหน่งคนไข้ให้ยืดตัวได้ดีขึ้น ระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าวหมอเกิดลื่นไถล ทำให้คนไข้ตกลงมากระแทกพื้น ทำให้แขนและกระดูกไหปลาร้าหัก คนไข้รู้สึกตัวขยับพยายามหายใจสูดอากาศ คนไข้จึงถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นหนที่สาม
ในช่วงเวลาอันสับสนดังกล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น หมอลืมที่จะผ่าตัดเอาตาปลาออกจากเท้าของเขาอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บปวดเข้าโรงพยาบาล
แม้ว่าหัวใจเขากลับมาทำงานตามปกติแล้ว เขาได้รับการช่วยโดยการให้ออกซิเจนมากกว่าปกติ ที่ทำให้กระเพาะอาหารโป่งพอง จึงต้องให้การผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อลดอาการดังกล่าว แต่ต่อมายังต้องผ่าตัดอีกสองรายการ นั่นคือระหว่างที่ได้เคลื่อนย้ายมายังห้องพักคนไข้โดยใช้ลิฟท์นั้น ลิฟท์เกิดติดขัดค้างกระทันหัน หมออินเทิร์นที่ดูแลจึงไปจัดวางตำแหน่งคนไข้ให้ยืดตัวได้ดีขึ้น ระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าวหมอเกิดลื่นไถล ทำให้คนไข้ตกลงมากระแทกพื้น ทำให้แขนและกระดูกไหปลาร้าหัก คนไข้รู้สึกตัวขยับพยายามหายใจสูดอากาศ คนไข้จึงถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นหนที่สาม
ในช่วงเวลาอันสับสนดังกล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น หมอลืมที่จะผ่าตัดเอาตาปลาออกจากเท้าของเขาอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บปวดเข้าโรงพยาบาล
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ชวนขันวันหยุด
สะกดคำ
เด็กชาย1 : ผมเรียนรู้การสะกดคำไม่ได้เลย
เด็กชาย2 : ทำไมละ
เด็กชาย1 : ก็ครูของผมเล่นเปลี่ยนคำให้สะกดอยู่เรื่อยเลย
หนังกระรอก
ภรรยา: คุณคงไม่คาดหวังให้ฉันสวมเสื้อหนังกระรอกเก่านี้ไปจนตลอดชีวิตนะ
สามี : ทำไมละ กระรอกมันก็ยังทำเช่นนั้นเลย
ปัตตาคาร
ลูกค้าที่มากินอาหารพูดบ่นกับพนักงานเสิร์ฟว่า "ไม่มีไก่ในซุปไก่เลย"
พนักงานเสิร์ฟพูดตอบกลับไปว่า "ก็ไม่มีม้าในพวกซุปม้าเช่นกัน"
เด็กชาย1 : ผมเรียนรู้การสะกดคำไม่ได้เลย
เด็กชาย2 : ทำไมละ
เด็กชาย1 : ก็ครูของผมเล่นเปลี่ยนคำให้สะกดอยู่เรื่อยเลย
หนังกระรอก
ภรรยา: คุณคงไม่คาดหวังให้ฉันสวมเสื้อหนังกระรอกเก่านี้ไปจนตลอดชีวิตนะ
สามี : ทำไมละ กระรอกมันก็ยังทำเช่นนั้นเลย
ปัตตาคาร
ลูกค้าที่มากินอาหารพูดบ่นกับพนักงานเสิร์ฟว่า "ไม่มีไก่ในซุปไก่เลย"
พนักงานเสิร์ฟพูดตอบกลับไปว่า "ก็ไม่มีม้าในพวกซุปม้าเช่นกัน"
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ชวนขันวันหยุด
คำแนะนำคนไข้: น้ำหนักผมเพิ่มขึ้นทุกวัน
หมอครับ ผมควรทำอย่างไรดี
หมอ : ออกกำลังกายตามปกติ และนำตัวเองออกจากโต๊ะอาหารวันละสามครั้ง
แต่งตัวผู้หญิงคนแรก : คุณชอบชุดใหม่ของฉันไหม
ผู้หญิงคนที่สอง : ดีนี่ แต่คุณไม่ได้เอาไม้แขวนออกหรือ
ผู้หญิงคนแรก : อันนั้นคือผ้าฟองน้ำรองไหล่ต่างหาก
ขับรถตำรวจ : คุณผู้หญิง คุณขับรถตั้ง 85 ไมล์ต่อชั่วโมง
ผู้หญิง : โอ..งั้นเหรอ ไม่ใช่เรื่องตื่นใจหรือ ฉันเพิ่งได้เรียนรู้วิธีขับรถเมื่อวานนี้เอง
กำลังตายสามีคนแรก : เมื่อผมใกล้ตาย ผมจะขอร้องให้ภรรยาของผมทำอาหารมื้อสุดท้ายให้ผม
สามีคนที่สอง : ทำไมหรือ
สามีคนแรก : ผมจะได้รู้สึกใกล้ตายมากยิ่งขึ้น
คุณธรรมลูกชาย : พ่อครับ คุณธรรมคืออะไร
พ่อ : เออนี่นะลูก ลูกรู้ว่าพ่อกับลุงของลูกนั้นทำธุรกิจร่วมกัน สมมุติว่ามีลูกค้าคนหนึ่ง
เข้ามาซื้อของบางอย่างในร้านราคา 10 บาท แต่โดยความผิดพลาดเขาให้
เงินใบ 20 บาทโดยออกไปจากร้านโดยไม่รอรับเงินทอน ถ้าพอ่แบ่งเงินที่เกิน
มา 10 บาทให้กับลุงของลูกด้วย ..นั่นเป็นคุณธรรมละ
หมอ : ออกกำลังกายตามปกติ และนำตัวเองออกจากโต๊ะอาหารวันละสามครั้ง
แต่งตัวผู้หญิงคนแรก : คุณชอบชุดใหม่ของฉันไหม
ผู้หญิงคนที่สอง : ดีนี่ แต่คุณไม่ได้เอาไม้แขวนออกหรือ
ผู้หญิงคนแรก : อันนั้นคือผ้าฟองน้ำรองไหล่ต่างหาก
ขับรถตำรวจ : คุณผู้หญิง คุณขับรถตั้ง 85 ไมล์ต่อชั่วโมง
ผู้หญิง : โอ..งั้นเหรอ ไม่ใช่เรื่องตื่นใจหรือ ฉันเพิ่งได้เรียนรู้วิธีขับรถเมื่อวานนี้เอง
กำลังตายสามีคนแรก : เมื่อผมใกล้ตาย ผมจะขอร้องให้ภรรยาของผมทำอาหารมื้อสุดท้ายให้ผม
สามีคนที่สอง : ทำไมหรือ
สามีคนแรก : ผมจะได้รู้สึกใกล้ตายมากยิ่งขึ้น
คุณธรรมลูกชาย : พ่อครับ คุณธรรมคืออะไร
พ่อ : เออนี่นะลูก ลูกรู้ว่าพ่อกับลุงของลูกนั้นทำธุรกิจร่วมกัน สมมุติว่ามีลูกค้าคนหนึ่ง
เข้ามาซื้อของบางอย่างในร้านราคา 10 บาท แต่โดยความผิดพลาดเขาให้
เงินใบ 20 บาทโดยออกไปจากร้านโดยไม่รอรับเงินทอน ถ้าพอ่แบ่งเงินที่เกิน
มา 10 บาทให้กับลุงของลูกด้วย ..นั่นเป็นคุณธรรมละ
วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554
โจ๊กชวนขัน2
เกี่ยวกับการทำงาน
ประกาศต่อไปนี้ติดอยู่ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัทแห่งหนึ่งถึงพนักงานทุกคน: อันเนื่องจากการแข่งขันกันทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และด้วยวัตถุประสงค์จะอยู่ในธุรกิจต่อไปอย่างเอาใจใส่ เราพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดนโยบายใหม่ให้มีผลในทันที
โดยเราร้องขอให้เวลาระหว่างการเริ่มต้นทำงานและเลิกงานปราศจากการเข้าไปพัวพันมากเกินไปในเวลาที่จัดให้สำหรับอาหารเที่ยง กาแฟพัก(เบรค) ช่วงเวลาพักทำงาน เรื่องเล่า ขายตั๋วต่างๆ เล่นก๊อฟ แข่งรถ วางแผนเที่ยววันหยุด วิพากษ์วิจารณ์รายการทีวีที่ผ่านมา
จึงขอให้พนักงานแต่ละคนพยายามหาบางเวลาที่สามารถที่จะจัดให้ได้นอกเหนือออกไปที่รู้กันว่าเป็นพักการทำงาน
จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน
คนไข้และหมอ
คนไข้1 : ต้องใช้หมอกี่คนนะในการหมุนสกรูขันเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า
คนไข้2 : แล้ว..ๆ...ๆ ต้องใช้กี่คนละ
คนไข้1 : ขึ้นอยู่กับว่า หลอดไฟฟ้านั้นมีประกันสุขภาพไว้หรือไม่
หมอ พยาบาล และคนไข้
พยาบาลผลุนผลันเข้ามาที่สำนักการของหมอ พูดละล่ำละลักเหมือนตะคอกว่า "ดร.โบเร คุณหมอเพิ่มให้ใบเสร็จรับเงินคนไข้ที่ชื่อเวศ และเมื่อเขาเดินออกไปเข้าทรุดตัวล้มลงเสียชีวิตในทางที่เดินออกไป"
ดร.โบเร ได้ยินก็ออกท่าทางแล้วพูดว่า "งั้นรีบเร็วเข้า เราจะต้องหันเขากลับให้ดูเหมือนว่าเขากำลังเข้ามาที่สำนักงานเรา"
ประกาศต่อไปนี้ติดอยู่ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัทแห่งหนึ่งถึงพนักงานทุกคน: อันเนื่องจากการแข่งขันกันทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และด้วยวัตถุประสงค์จะอยู่ในธุรกิจต่อไปอย่างเอาใจใส่ เราพบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดนโยบายใหม่ให้มีผลในทันที
โดยเราร้องขอให้เวลาระหว่างการเริ่มต้นทำงานและเลิกงานปราศจากการเข้าไปพัวพันมากเกินไปในเวลาที่จัดให้สำหรับอาหารเที่ยง กาแฟพัก(เบรค) ช่วงเวลาพักทำงาน เรื่องเล่า ขายตั๋วต่างๆ เล่นก๊อฟ แข่งรถ วางแผนเที่ยววันหยุด วิพากษ์วิจารณ์รายการทีวีที่ผ่านมา
จึงขอให้พนักงานแต่ละคนพยายามหาบางเวลาที่สามารถที่จะจัดให้ได้นอกเหนือออกไปที่รู้กันว่าเป็นพักการทำงาน
จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน
คนไข้และหมอ
คนไข้1 : ต้องใช้หมอกี่คนนะในการหมุนสกรูขันเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า
คนไข้2 : แล้ว..ๆ...ๆ ต้องใช้กี่คนละ
คนไข้1 : ขึ้นอยู่กับว่า หลอดไฟฟ้านั้นมีประกันสุขภาพไว้หรือไม่
หมอ พยาบาล และคนไข้
พยาบาลผลุนผลันเข้ามาที่สำนักการของหมอ พูดละล่ำละลักเหมือนตะคอกว่า "ดร.โบเร คุณหมอเพิ่มให้ใบเสร็จรับเงินคนไข้ที่ชื่อเวศ และเมื่อเขาเดินออกไปเข้าทรุดตัวล้มลงเสียชีวิตในทางที่เดินออกไป"
ดร.โบเร ได้ยินก็ออกท่าทางแล้วพูดว่า "งั้นรีบเร็วเข้า เราจะต้องหันเขากลับให้ดูเหมือนว่าเขากำลังเข้ามาที่สำนักงานเรา"
โจ๊กชวนขัน
เรื่อง1
กาณต์ :เฉพาะอาทิตย์ที่แล้วเขานำน้องชายที่น่าสงสารไปเข้าโรงพยาบาล.
ราช : และเอาเขาไปทำอะไร
กาณต์: พวกเขากำลังผ่าตัด
ราช: เพื่ออะไร
กาณต์: 36000 บาท
ราช: แล้วคนไข้มีเท่าใด
กาณต์: 36000 บาท
ราช: แล้วบ่นอะไรกันบ้าง
กาณต์: ไม่มีทุกคนพอใจ
เรื่อง2
คำถาม: อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างความกล้าหาญและดุลพินิจ
คำตอบ: การเดินทางโดยสารด้วยเรือสำราญที่ไม่มีการทิปนับเป็นความกล้าหาญ และเมื่อจะเดินทางกลับด้วยเรือเดินสมุทรที่ต่างจากเรือสำราญก็จะเป็นดุลพินิจ
เรื่อง3
ผู้ชาย: โทษนะน้องสาว ตามรูปลักษณ์การแต่งกายของคุณนะ ไม่คิดหรือว่าจะต้องแสดงให้เห็นดุลพินิจให้มากกว่านี้
หญิงสาว: โอพระเจ้า! พวกคุณบางคนไม่เคยพอใจสักที
กาณต์ :เฉพาะอาทิตย์ที่แล้วเขานำน้องชายที่น่าสงสารไปเข้าโรงพยาบาล.
ราช : และเอาเขาไปทำอะไร
กาณต์: พวกเขากำลังผ่าตัด
ราช: เพื่ออะไร
กาณต์: 36000 บาท
ราช: แล้วคนไข้มีเท่าใด
กาณต์: 36000 บาท
ราช: แล้วบ่นอะไรกันบ้าง
กาณต์: ไม่มีทุกคนพอใจ
เรื่อง2
คำถาม: อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างความกล้าหาญและดุลพินิจ
คำตอบ: การเดินทางโดยสารด้วยเรือสำราญที่ไม่มีการทิปนับเป็นความกล้าหาญ และเมื่อจะเดินทางกลับด้วยเรือเดินสมุทรที่ต่างจากเรือสำราญก็จะเป็นดุลพินิจ
เรื่อง3
ผู้ชาย: โทษนะน้องสาว ตามรูปลักษณ์การแต่งกายของคุณนะ ไม่คิดหรือว่าจะต้องแสดงให้เห็นดุลพินิจให้มากกว่านี้
หญิงสาว: โอพระเจ้า! พวกคุณบางคนไม่เคยพอใจสักที
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
การเล่นไฟล์รูปแบบ MP3 ในเครื่องเล่นดีวีดี
เครื่องเล่นดีวีดี(Versatile Video Disk) เป็นเครื่องเล่นแบบบูรณาการก็ว่าได้ เพราะเล่นแผ่นรูปแบบต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นแผ่นวีซีดี แผ่นดีวีดี แผ่นเพลงรูปแบบต่างๆ ซึ่งร่วมทั้งสื่อที่บันทึกแบบ MP3 เมื่อจะนำมาเล่นกับเครื่องเล่นดีวีดี ก็ต้องบันทึกไว้ในแฮนดีไดร์ฟ หรือในแผ่นซีดีหรือแผ่นดีวีดี
ปกติที่เครื่องเล่นดีวีดีในปัจจุบันจะมีปุ่มปิดเปิดแหล่ง จ่ายไฟ ปุ่มเล่นและหยุด ปุ่มปิดเปิดช่องใส่แผ่น ส่วนมากที่ตัวเครื่องเล่นมีปุ่มอยู่แค่นี้จริงๆ ส่วนปุ่มควบคุมอื่นๆอีกมากอยู่บนรีโมทคอนโทรล เมื่อจะเล่นเพลMP3 ก็เสียมแฮนดี้ไดร์ฟที่เครื่องเล่นดีวีดี แล้วเปิดสวิตช์เครื่องเครื่องเล่นถ้าไม่มีแผ่นซีดีในเครื่องเล่น เครื่องก็จะเล่นเพลงไปตามลำดับที่บันทึกไว้ในแฮนดี้ไดร์ฟ หากเครื่องเล่นมีฟังชั่นแรนดอม (random) ก็จะเลือกเพลงให้แบบสุ่มมาได้ไม่ต้องเริ่มไปตามลำดับที่บันทึกไว้
ในกรณีที่เล่นจากแผ่นเปิดสวิตช์เครื่องแล้วเปิดถาดใส่ แผ่นที่บันทึกเพลงMP3 ในเครื่องเล่นบางรุนเครื่องจะเริ่มเล่นเพลงให้โดย อัตโนมัติ
ปกติที่เครื่องเล่นดีวีดีในปัจจุบันจะมีปุ่มปิดเปิดแหล่ง จ่ายไฟ ปุ่มเล่นและหยุด ปุ่มปิดเปิดช่องใส่แผ่น ส่วนมากที่ตัวเครื่องเล่นมีปุ่มอยู่แค่นี้จริงๆ ส่วนปุ่มควบคุมอื่นๆอีกมากอยู่บนรีโมทคอนโทรล เมื่อจะเล่นเพลMP3 ก็เสียมแฮนดี้ไดร์ฟที่เครื่องเล่นดีวีดี แล้วเปิดสวิตช์เครื่องเครื่องเล่นถ้าไม่มีแผ่นซีดีในเครื่องเล่น เครื่องก็จะเล่นเพลงไปตามลำดับที่บันทึกไว้ในแฮนดี้ไดร์ฟ หากเครื่องเล่นมีฟังชั่นแรนดอม (random) ก็จะเลือกเพลงให้แบบสุ่มมาได้ไม่ต้องเริ่มไปตามลำดับที่บันทึกไว้
ในกรณีที่เล่นจากแผ่นเปิดสวิตช์เครื่องแล้วเปิดถาดใส่ แผ่นที่บันทึกเพลงMP3 ในเครื่องเล่นบางรุนเครื่องจะเริ่มเล่นเพลงให้โดย อัตโนมัติ
พัฒนาการของเครื่องเล่น MP3
ในบล็อกที่แล้วได้พูดถึงเครื่องเล่น MP3 แบบพกพา สำหรับแบบที่ไม่ต้องใช้หูฟังมีลำโพงในตัวและเครื่องขยายเสียง ซึ่งขนาดก็ยังพกพาได้แต่อาจไม่สะดวกเท่า เครื่องเล่นที่ใช้หูฟัง และใช้แบตเตอร์รีขนาด AA ปกติแล้วเครื่องเล่น MP3 นอกจากจะฟังเพลงได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องบันทึกเสียงได้อีกด้วย และค่อยๆ ใส่ความสามารถเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ดังที่บริษัทแอปเปิลทำสำเร็จมาแล้วในเครื่องไอพอด(Ipod) นอกจากจะฟังเพลง บันทึกเสียง ก็เริ่มใส่กล้องถ่ายรูปที่ ที่สามารถเก็บทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวแบบวิดีโอ พัฒนาการต่อไปก็ให้รับฟังเสียงจากสถานีวิทยุ แล้วให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย Wifi แล้วสุดทัายก็มาสู่ เครื่องไอโฟน(Iphone) ที่เพิ่มโทรศัพท์เข้าไป และปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้การใช้สะดวก กลายเป็นเครื่องใช้สารพัดประโยชน์ไป
และเมื่อเครื่องไอโฟนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงแม้ราคา จะแพงก็มีคนซื้อใช้จนกล่าวได้ว่าในอเมริกาส่วนใหญ่ใช้เครื่องไอโฟนกัน เมื่อไอโฟนใช้ได้ดีบริษัทแอปเปิลโดยการนำของสตีฟ จ๊อป ก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็ เอาไอโฟนมาจำลองเป็นเครื่องไอแพด(Ipad) ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย หน้าจอใหญ่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงฟังเพลงก็สะดวก ชาร์ตแบตเตอร์รีครั้งหนึ่งก็ใช้ได้นานเกือบสิบชั่วโมง ทำงานก็เร็ว เพิ่งออกรุ่นใหม่มากอีก ทำให้บางเบาลงและทำงานก็เร็วขึ้น นำมาใช้ทางการศึกษาได้เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอพท์แวร์เกือบทุกอย่างที่เคยใช้ในไอโฟนสามารถมาใช้ในไอแพ ดได้ แต่ไม่ใช่ฟรีทั้งหมดต้องจ่ายเงินในซอพท์แวร์ที่จะติดตั้ง แต่ที่มีฟรีให้ใช้ก็ใช้ไม่ทันแล้ว
และเมื่อเครื่องไอโฟนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงแม้ราคา จะแพงก็มีคนซื้อใช้จนกล่าวได้ว่าในอเมริกาส่วนใหญ่ใช้เครื่องไอโฟนกัน เมื่อไอโฟนใช้ได้ดีบริษัทแอปเปิลโดยการนำของสตีฟ จ๊อป ก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็ เอาไอโฟนมาจำลองเป็นเครื่องไอแพด(Ipad) ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย หน้าจอใหญ่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงฟังเพลงก็สะดวก ชาร์ตแบตเตอร์รีครั้งหนึ่งก็ใช้ได้นานเกือบสิบชั่วโมง ทำงานก็เร็ว เพิ่งออกรุ่นใหม่มากอีก ทำให้บางเบาลงและทำงานก็เร็วขึ้น นำมาใช้ทางการศึกษาได้เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอพท์แวร์เกือบทุกอย่างที่เคยใช้ในไอโฟนสามารถมาใช้ในไอแพ ดได้ แต่ไม่ใช่ฟรีทั้งหมดต้องจ่ายเงินในซอพท์แวร์ที่จะติดตั้ง แต่ที่มีฟรีให้ใช้ก็ใช้ไม่ทันแล้ว
การฟังเพลง MP3 ในปัจจุบัน
หลังจากที่วงการเพลงได้เปลี่ยนจากระบบสื่อแอนะล็อกมาเป็น สื่อดิจิทัล และบันทึกไว้ในแผ่นซีดี (compact disk) ซึ่งพัฒนามาจากแผ่นซีดีรอมของคอมพิวเตอร์ ความก้าวหน้าทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถอัดบีบข้อมูลแบบดิจิทัลลงได้ หลายเท่า ทำให้สามารถสร้างไฟล์เพลงที่มีขนาดเล็ก ที่นิยมมากอย่างหนึ่งคือไฟล์รูปแบบ MP3 ที่ลดขนาดไฟล์ลงได้นับ 10 เท่า และมีผู้คิดเครื่องเล่น MP3 แบบพกพาเล็กๆ เมื่อก่อนแผ่นซีดีแผ่นหนึ่งก็จะบันทึกเพลงได้ไม่เกิน 20 เพลง แต่เมื่อบันทึกเพลง MP 3 จะบันทึกได้ถึง ร้อยกว่าเพลงทีเดียว
เครื่องเล่นเพลงที่สามารถเล่นเพลง MP3 (แม้จะมีMP4ออกมาก็ยังเรียกMP3) ตอนแรกก็มีเฉพาะเล่นกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อมาก็ทำเป็นเครื่องเล่นขนาด เล็กแบบพกพา ที่จะต้องเอาไฟล์เพลง MP3 จากคอมพิวเตอร์จากลงในหน่วยความจำของเครื่องเล่น MP3 ต่อมาคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้มีส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่าพอร์ตUSB สำหรับติดต่อหน่วยความจำที่เรียกว่า Thumb drive หรือ Handy drive โดยตรง ซึ่งต่อมาก็ได้มาพัฒนาในเครื่องเล่น MP3 ที่มีช่องเสียบ USB นอกจากในเครื่องเล่นมีหน่วยความจำที่บันทึกเพลงได้แล้วยังเสียง handy drive ที่บันทึกเพลงไว้ได้อีกด้วย อยากฟังเพลงใดก็เอา handy drive ที่บันทึกเพลงที่ต้องการมาเสียบฟังเพลงได้ทันที
เครื่องเล่นกับสื่อที่เป็นแผ่นซีดี ที่มีขายตามท้องตลาดก็คือเครื่องเล่นดีวีดี ปัจจุบันได้ใส่พอร์ต USB มาให้ด้วยทำให้สามารถเล่นเพลง MP3 ได้สะดวกมากขึ้น และเครื่องเล่นได้มีฟังก์ชั่นการเล่นเพลงให้สะดวกขึ้น เช่นเล่นเพลงที่เล่นค้างไว้ได้เมื่อเปิดสวิตช์เครื่องเล่นอีกครั้ง สำหรับการเล่นแผ่นซีดีเพลง mp3 ที่มีเพลงนับร้อยเพลง และถ้าเป็นแผ่นดีวีดีเพลงmp3 แผ่นหนึ่งอาจเก็บเพลงได้ถึง 1000 เพลง เครื่องเล่นจะมีรีโมทให้เลือกเพลงได้ แต่ถ้าไม่อยากมาเลือกเพลงอยู่อีก ก็ให้ใช้วิธีเปิดเล่นเพลงหนึ่งก่อน แล้วเลือกเล่นแบบสุ่ม (Random) เครื่องจะสุ่มเพลงแบบไม่ซ้ำเดิมมาให้ฟังได้ตลอดโดยไม่ต้องเริ่มต้นตามลำดับ เดิมที่ฟังไม่เคยจบแผ่น
เครื่องเล่นเพลงที่สามารถเล่นเพลง MP3 (แม้จะมีMP4ออกมาก็ยังเรียกMP3) ตอนแรกก็มีเฉพาะเล่นกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อมาก็ทำเป็นเครื่องเล่นขนาด เล็กแบบพกพา ที่จะต้องเอาไฟล์เพลง MP3 จากคอมพิวเตอร์จากลงในหน่วยความจำของเครื่องเล่น MP3 ต่อมาคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้มีส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่าพอร์ตUSB สำหรับติดต่อหน่วยความจำที่เรียกว่า Thumb drive หรือ Handy drive โดยตรง ซึ่งต่อมาก็ได้มาพัฒนาในเครื่องเล่น MP3 ที่มีช่องเสียบ USB นอกจากในเครื่องเล่นมีหน่วยความจำที่บันทึกเพลงได้แล้วยังเสียง handy drive ที่บันทึกเพลงไว้ได้อีกด้วย อยากฟังเพลงใดก็เอา handy drive ที่บันทึกเพลงที่ต้องการมาเสียบฟังเพลงได้ทันที
เครื่องเล่นกับสื่อที่เป็นแผ่นซีดี ที่มีขายตามท้องตลาดก็คือเครื่องเล่นดีวีดี ปัจจุบันได้ใส่พอร์ต USB มาให้ด้วยทำให้สามารถเล่นเพลง MP3 ได้สะดวกมากขึ้น และเครื่องเล่นได้มีฟังก์ชั่นการเล่นเพลงให้สะดวกขึ้น เช่นเล่นเพลงที่เล่นค้างไว้ได้เมื่อเปิดสวิตช์เครื่องเล่นอีกครั้ง สำหรับการเล่นแผ่นซีดีเพลง mp3 ที่มีเพลงนับร้อยเพลง และถ้าเป็นแผ่นดีวีดีเพลงmp3 แผ่นหนึ่งอาจเก็บเพลงได้ถึง 1000 เพลง เครื่องเล่นจะมีรีโมทให้เลือกเพลงได้ แต่ถ้าไม่อยากมาเลือกเพลงอยู่อีก ก็ให้ใช้วิธีเปิดเล่นเพลงหนึ่งก่อน แล้วเลือกเล่นแบบสุ่ม (Random) เครื่องจะสุ่มเพลงแบบไม่ซ้ำเดิมมาให้ฟังได้ตลอดโดยไม่ต้องเริ่มต้นตามลำดับ เดิมที่ฟังไม่เคยจบแผ่น
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
พัฒนาการของเครื่องเล่น MP3
ในบล็อกที่แล้วได้พูดถึงเครื่องเล่น MP3 แบบพกพา สำหรับแบบที่ไม่ต้องใช้หูฟังมีลำโพงในตัวและเครื่องขยายเสียง ซึ่งขนาดก็ยังพกพาได้แต่อาจไม่สะดวกเท่า เครื่องเล่นที่ใช้หูฟัง และใช้แบตเตอร์รีขนาด AA ปกติแล้วเครื่องเล่น MP3 นอกจากจะฟังเพลงได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องบันทึกเสียงได้อีกด้วย และค่อยๆ ใส่ความสามารถเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ดังที่บริษัทแอปเปิลทำสำเร็จมาแล้วในเครื่องไอพอด(Ipod) นอกจากจะฟังเพลง บันทึกเสียง ก็เริ่มใส่กล้องถ่ายรูปที่ ที่สามารถเก็บทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวแบบวิดีโอ พัฒนาการต่อไปก็ให้รับฟังเสียงจากสถานีวิทยุ แล้วให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย Wifi แล้วสุดทัายก็มาสู่เครื่องไอโฟน(Iphone) ที่เพิ่มโทรศัพท์เข้าไป และปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้การใช้สะดวก กลายเป็นเครื่องใช้สารพัดประโยชน์ไป
และเมื่อเครื่องไอโฟนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงแม้ราคาจะแพงก็มีคนซื้อใช้จนกล่าวได้ว่าในอเมริกาส่วนใหญ่ใช้เครื่องไอโฟนกัน เมื่อไอโฟนใช้ได้ดีบริษัทแอปเปิลโดยการนำของสตีฟ จ๊อป ก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็ เอาไอโฟนมาจำลองเป็นเครื่องไอแพด(Ipad) ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย หน้าจอใหญ่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงฟังเพลงก็สะดวก ชาร์ตแบตเตอร์รีครั้งหนึ่งก็ใช้ได้นานเกือบสิบชั่วโมง ทำงานก็เร็ว เพิ่งออกรุ่นใหม่มากอีก ทำให้บางเบาลงและทำงานก็เร็วขึ้น นำมาใช้ทางการศึกษาได้เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอพท์แวร์เกือบทุกอย่างที่เคยใช้ในไอโฟนสามารถมาใช้ในไอแพดได้ แต่ไม่ใช่ฟรีทั้งหมดต้องจ่ายเงินในซอพท์แวร์ที่จะติดตั้ง แต่ที่มีฟรีให้ใช้ก็ใช้ไม่ทันแล้ว
และเมื่อเครื่องไอโฟนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงแม้ราคาจะแพงก็มีคนซื้อใช้จนกล่าวได้ว่าในอเมริกาส่วนใหญ่ใช้เครื่องไอโฟนกัน เมื่อไอโฟนใช้ได้ดีบริษัทแอปเปิลโดยการนำของสตีฟ จ๊อป ก็ไม่ได้หยุดนิ่งก็ เอาไอโฟนมาจำลองเป็นเครื่องไอแพด(Ipad) ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย หน้าจอใหญ่เหมาะสำหรับอ่านหนังสือเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงฟังเพลงก็สะดวก ชาร์ตแบตเตอร์รีครั้งหนึ่งก็ใช้ได้นานเกือบสิบชั่วโมง ทำงานก็เร็ว เพิ่งออกรุ่นใหม่มากอีก ทำให้บางเบาลงและทำงานก็เร็วขึ้น นำมาใช้ทางการศึกษาได้เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอพท์แวร์เกือบทุกอย่างที่เคยใช้ในไอโฟนสามารถมาใช้ในไอแพดได้ แต่ไม่ใช่ฟรีทั้งหมดต้องจ่ายเงินในซอพท์แวร์ที่จะติดตั้ง แต่ที่มีฟรีให้ใช้ก็ใช้ไม่ทันแล้ว
ฟังเพลง MP3
หลังจากที่วงการเพลงได้เปลี่ยนจากระบบสื่อแอนะล็อกมาเป็นสื่อดิจิทัล และบันทึกไว้ในแผ่นซีดี (compact disk) ซึ่งพัฒนามาจากแผ่นซีดีรอมของคอมพิวเตอร์ ความก้าวหน้าทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถอัดบีบข้อมูลแบบดิจิทัลลงได้หลายเท่า ทำให้สามารถสร้างไฟล์เพลงที่มีขนาดเล็ก ที่นิยมมากอย่างหนึ่งคือไฟล์รูปแบบ MP3 ที่ลดขนาดไฟล์ลงได้นับ 10 เท่า และมีผู้คิดเครื่องเล่น MP3 แบบพกพาเล็กๆ เมื่อก่อนแผ่นซีดีแผ่นหนึ่งก็จะบันทึกเพลงได้ไม่เกิน 20 เพลง แต่เมื่อบันทึกเพลง MP 3 จะบันทึกได้ถึง ร้อยกว่าเพลงทีเดียว
เครื่องเล่นเพลงที่สามารถเล่นเพลง MP3 (แม้จะมีMP4ออกมาก็ยังเรียกMP3) ตอนแรกก็มีเฉพาะเล่นกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อมาก็ทำเป็นเครื่องเล่นขนาดเล็กแบบพกพา ที่จะต้องเอาไฟล์เพลง MP3 จากคอมพิวเตอร์จากลงในหน่วยความจำของเครื่องเล่น MP3 ต่อมาคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้มีส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่าพอร์ตUSB สำหรับติดต่อหน่วยความจำที่เรียกว่า Thumb drive หรือ Handy drive โดยตรง ซึ่งต่อมาก็ได้มาพัฒนาในเครื่องเล่น MP3 ที่มีช่องเสียบ USB นอกจากในเครื่องเล่นมีหน่วยความจำที่บันทึกเพลงได้แล้วยังเสียง handy drive ที่บันทึกเพลงไว้ได้อีกด้วย อยากฟังเพลงใดก็เอา handy drive ที่บันทึกเพลงที่ต้องการมาเสียบฟังเพลงได้ทันที
เครื่องเล่นกับสื่อที่เป็นแผ่นซีดี ที่มีขายตามท้องตลาดก็คือเครื่องเล่นดีวีดี ปัจจุบันได้ใส่พอร์ต USB มาให้ด้วยทำให้สามารถเล่นเพลง MP3 ได้สะดวกมากขึ้น และเครื่องเล่นได้มีฟังก์ชั่นการเล่นเพลงให้สะดวกขึ้น เช่นเล่นเพลงที่เล่นค้างไว้ได้เมื่อเปิดสวิตช์เครื่องเล่นอีกครั้ง สำหรับการเล่นแผ่นซีดีเพลง mp3 ที่มีเพลงนับร้อยเพลง และถ้าเป็นแผ่นดีวีดีเพลงmp3 แผ่นหนึ่งอาจเก็บเพลงได้ถึง 1000 เพลง เครื่องเล่นจะมีรีโมทให้เลือกเพลงได้ แต่ถ้าไม่อยากมาเลือกเพลงอยู่อีก ก็ให้ใช้วิธีเปิดเล่นเพลงหนึ่งก่อน แล้วเลือกเล่นแบบสุ่ม (Random) เครื่องจะสุ่มเพลงแบบไม่ซ้ำเดิมมาให้ฟังได้ตลอดโดยไม่ต้องเริ่มต้นตามลำดับเดิมที่ฟังไม่เคยจบแผ่น
เครื่องเล่นเพลงที่สามารถเล่นเพลง MP3 (แม้จะมีMP4ออกมาก็ยังเรียกMP3) ตอนแรกก็มีเฉพาะเล่นกันในเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อมาก็ทำเป็นเครื่องเล่นขนาดเล็กแบบพกพา ที่จะต้องเอาไฟล์เพลง MP3 จากคอมพิวเตอร์จากลงในหน่วยความจำของเครื่องเล่น MP3 ต่อมาคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้มีส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่าพอร์ตUSB สำหรับติดต่อหน่วยความจำที่เรียกว่า Thumb drive หรือ Handy drive โดยตรง ซึ่งต่อมาก็ได้มาพัฒนาในเครื่องเล่น MP3 ที่มีช่องเสียบ USB นอกจากในเครื่องเล่นมีหน่วยความจำที่บันทึกเพลงได้แล้วยังเสียง handy drive ที่บันทึกเพลงไว้ได้อีกด้วย อยากฟังเพลงใดก็เอา handy drive ที่บันทึกเพลงที่ต้องการมาเสียบฟังเพลงได้ทันที
เครื่องเล่นกับสื่อที่เป็นแผ่นซีดี ที่มีขายตามท้องตลาดก็คือเครื่องเล่นดีวีดี ปัจจุบันได้ใส่พอร์ต USB มาให้ด้วยทำให้สามารถเล่นเพลง MP3 ได้สะดวกมากขึ้น และเครื่องเล่นได้มีฟังก์ชั่นการเล่นเพลงให้สะดวกขึ้น เช่นเล่นเพลงที่เล่นค้างไว้ได้เมื่อเปิดสวิตช์เครื่องเล่นอีกครั้ง สำหรับการเล่นแผ่นซีดีเพลง mp3 ที่มีเพลงนับร้อยเพลง และถ้าเป็นแผ่นดีวีดีเพลงmp3 แผ่นหนึ่งอาจเก็บเพลงได้ถึง 1000 เพลง เครื่องเล่นจะมีรีโมทให้เลือกเพลงได้ แต่ถ้าไม่อยากมาเลือกเพลงอยู่อีก ก็ให้ใช้วิธีเปิดเล่นเพลงหนึ่งก่อน แล้วเลือกเล่นแบบสุ่ม (Random) เครื่องจะสุ่มเพลงแบบไม่ซ้ำเดิมมาให้ฟังได้ตลอดโดยไม่ต้องเริ่มต้นตามลำดับเดิมที่ฟังไม่เคยจบแผ่น
ชวนขันวันหยุด
สอบพยานในศาล
ทนายได้ซักพยานในการทดสอบคดีการฆ่ากันตาย
โดยทนายถามว่า "คุณเห็นการยิงปืนหรือไม่"
พยานตอบว่า "ไม่ครับ ผมเพียงแต่ได้ยินเสีย"
ผู้พิพากษาพูดกับพยานด้วยเสียงแข็งๆ "ยืนขึ้นสิ การทดสอบเป็นพยานไม่มีคุณค่าใดๆ "
พยานจึงหันหลังออกจากคอกพยานที่ขึ้นมาเพื่อจะเดินออกไป และหันหลังให้ผู้พิพากษา
เขาหัวเราะเสียงดัง และอย่างเย้ยหยัน เป็นการแสดงออกอย่างเจตนาที่ตั้งใจให้โกรธ
ผู้พิพากษาจึงสั่งให้พยานหันกลับมามานั่งเก้าอี้ในคอกพยานอีกครั้ง และบอกว่าเขากล้าดีอย่างไรที่หัวเราะเยาะในศาล
พยานจึงถามว่า "ท่านเห็นผมหัวเราะหรือเปล่าละ ท่านผู้พิพากษา"
ผู้พิพากษาพูดโต้ตอบว่า "ไม่เห็น แต่ก็ได้ยินคุณพูด"
พยานพูดต่อว่าอย่างเคารพว่า "ท่านผู้พิพากษาครัย หลักฐานไม่เป็นที่น่าพอใจครับท่าน"
ผู้พิพากษา !!!
ระดมเงินบริจาคให้วัด
จิตกรท่านหนึ่งได้รับการร้องขอให้บริจาคเงินให้วัด ในการรณรงค์หาเงินเข้าวัด
จิตรกร "ผมเสียใจจริงๆ ผมกำลังถังแตกอยู่พอดี" เขาแก้ตัวแล้วพูดต่อว่า
"แต่ยังไงผมก็จะบริจาคภาพที่ผมวาดราคา 4000 บาท"
ในการระดมเงินเกือบจะสมบูรณ์กับยอดเงินที่ได้รับ
เจ้าอาวาท ก็พูดกับจิตรกรคนนั้นว่า "เรายังขาดเงินอีก 1000 บาท คุณจิตรกร กรุณา
บริจาคอีก 1000 บาทก็แล้วกัน"
จิตรกร "ได้เลย งั้นผมก็เพิ่มราคาภาพเขียนของผมเป็น 5000 บาทก็แล้วกัน"
ทนายได้ซักพยานในการทดสอบคดีการฆ่ากันตาย
โดยทนายถามว่า "คุณเห็นการยิงปืนหรือไม่"
พยานตอบว่า "ไม่ครับ ผมเพียงแต่ได้ยินเสีย"
ผู้พิพากษาพูดกับพยานด้วยเสียงแข็งๆ "ยืนขึ้นสิ การทดสอบเป็นพยานไม่มีคุณค่าใดๆ "
พยานจึงหันหลังออกจากคอกพยานที่ขึ้นมาเพื่อจะเดินออกไป และหันหลังให้ผู้พิพากษา
เขาหัวเราะเสียงดัง และอย่างเย้ยหยัน เป็นการแสดงออกอย่างเจตนาที่ตั้งใจให้โกรธ
ผู้พิพากษาจึงสั่งให้พยานหันกลับมามานั่งเก้าอี้ในคอกพยานอีกครั้ง และบอกว่าเขากล้าดีอย่างไรที่หัวเราะเยาะในศาล
พยานจึงถามว่า "ท่านเห็นผมหัวเราะหรือเปล่าละ ท่านผู้พิพากษา"
ผู้พิพากษาพูดโต้ตอบว่า "ไม่เห็น แต่ก็ได้ยินคุณพูด"
พยานพูดต่อว่าอย่างเคารพว่า "ท่านผู้พิพากษาครัย หลักฐานไม่เป็นที่น่าพอใจครับท่าน"
ผู้พิพากษา !!!
ระดมเงินบริจาคให้วัด
จิตกรท่านหนึ่งได้รับการร้องขอให้บริจาคเงินให้วัด ในการรณรงค์หาเงินเข้าวัด
จิตรกร "ผมเสียใจจริงๆ ผมกำลังถังแตกอยู่พอดี" เขาแก้ตัวแล้วพูดต่อว่า
"แต่ยังไงผมก็จะบริจาคภาพที่ผมวาดราคา 4000 บาท"
ในการระดมเงินเกือบจะสมบูรณ์กับยอดเงินที่ได้รับ
เจ้าอาวาท ก็พูดกับจิตรกรคนนั้นว่า "เรายังขาดเงินอีก 1000 บาท คุณจิตรกร กรุณา
บริจาคอีก 1000 บาทก็แล้วกัน"
จิตรกร "ได้เลย งั้นผมก็เพิ่มราคาภาพเขียนของผมเป็น 5000 บาทก็แล้วกัน"
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554
ชวนขันในลาวตอน 2
ภาษาลาวกับภาษาไทยใกล้เคียงกันมากถึงกับกล่าวกันว่าไทยกับลาวพูดกันเข้าใจรู้เรื่องโดยไม่ต้องมีล่าม แต่ก็สร้างความเข้าใจผิดได้บ่อยๆ เช่นเรื่องที่จะเล่าต่อไป
ฝรั่งเวียนเทียน
เรื่องมีอยู่ว่า ฝรั่งมาเที่ยวลาวมาถึงสนามบินก็ว่าจ้างรถตุ๊กๆ ลาวให้ไปส่งที่เวียงจันทร์ แต่เสียงที่ฝรั่งออกนั้นเป็นคำว่า เวียนเทียน คนขับตุ๊กๆ ก็เข้าใจว่าจะไปเวียนเทียน ก็พยายามหาที่ที่จะไปส่ง จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอ เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีวัดใดเวียนเทียน คนขับรถก็ซื่อสัตย์เมื่อไม่เจอก็นำกลับมาส่งสนามบินอีก
คำไทยคำลาว
คำหลายคำที่เขียนออกเสียงเหมือนกันความหมายเหมือนกัน และบางคำก็มีความหมายไปคนละอย่าง เช่น คำว่าพานในไทย ในภาษาลาวหมายถึงขัน ส่วนขันในไทย ในลาวเรียกว่าโอ และถ้าชาวลาวพูดว่า หวานจ๋อยๆ ข่อยกับเจ้า ในไทยก็คือหวานมันฉันกับเธอนั่นเอง คำว่าเจ้าชู้ในภาษาลาวนั้นหมายถึงหล่อ เทห์มากเป็นคำชมมากกว่าเป็นคำติหรือต่อว่า อีกคำคือห้องตรวจภายในลาวเรียกห้องจดเบิ่ง ส่วนห้องผ่าตัดลาวเรียกว่า ห้องปาด
ฝรั่งเวียนเทียน
เรื่องมีอยู่ว่า ฝรั่งมาเที่ยวลาวมาถึงสนามบินก็ว่าจ้างรถตุ๊กๆ ลาวให้ไปส่งที่เวียงจันทร์ แต่เสียงที่ฝรั่งออกนั้นเป็นคำว่า เวียนเทียน คนขับตุ๊กๆ ก็เข้าใจว่าจะไปเวียนเทียน ก็พยายามหาที่ที่จะไปส่ง จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอ เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีวัดใดเวียนเทียน คนขับรถก็ซื่อสัตย์เมื่อไม่เจอก็นำกลับมาส่งสนามบินอีก
คำไทยคำลาว
คำหลายคำที่เขียนออกเสียงเหมือนกันความหมายเหมือนกัน และบางคำก็มีความหมายไปคนละอย่าง เช่น คำว่าพานในไทย ในภาษาลาวหมายถึงขัน ส่วนขันในไทย ในลาวเรียกว่าโอ และถ้าชาวลาวพูดว่า หวานจ๋อยๆ ข่อยกับเจ้า ในไทยก็คือหวานมันฉันกับเธอนั่นเอง คำว่าเจ้าชู้ในภาษาลาวนั้นหมายถึงหล่อ เทห์มากเป็นคำชมมากกว่าเป็นคำติหรือต่อว่า อีกคำคือห้องตรวจภายในลาวเรียกห้องจดเบิ่ง ส่วนห้องผ่าตัดลาวเรียกว่า ห้องปาด
ชวนขันในลาว
ตอนที่เดินทางระหว่างไปเที่ยวหลวงพระบาง ได้คุยกับคนลาวก็มีเรื่องน่ารักๆ ที่อดขำไม่ได้ ดังเช่น
ไทยรบไม่หยุด
คนลาวบอกว่าเพลงชาติไทยที่บอกว่ารบไม่ขลาดนั้นภาษาลาวจะไม่มีแต่เขียนเป็นรบไม่ขาด คือรบต่อเนื่องหรือคนไทยรบอยู่ตลาดเวลา ต้องชี้แจงกันนานเพื่อให้เข้าใจ
ม้งลาวนั่งรถเมลล์
ครั้งหนึ่งม้งลาวพาลูกมา 2 คนจะไปนั่งรถเมลก็ถามคนรถเสียให้แน่ใจก่อว่า ค่าโดยสารเท่าใด คนรถก็บอกว่าผู้ใหญ่ 1000 กีบ เด็กฟรี ม้งลาวนั้นก็ตอบว่า ยั้งงั้นก็ดีแล้ว เขาจะให้ลูกสองคนนั่งรถไป ส่วนเขาจะเดินไป
โรงหมอกับโรงพยาบาล
ไทยเราเรียกสถานที่รักษาพยาบาลว่าโรงพยาบาล ส่วนลาวเรียกว่าโรงหมอ โดยคนลาวให้เหตุผลว่า การที่เรียกว่าโรงหมอนั้นถูกต้องแล้วสถานที่เช่นนี้หมอต้องเป็นใหญ่ ส่วนของประเทศไทยยกให้พยาบาลเป็นใหญ่เพราะเป็นโรงพยาบาลนั้นเอง
ตำรวจลาว
เมื่อไปลาวบางครั้งนั้นเราเห็นตำรวจลาวต่างสถานที่ต่างวาระ และครั้งหนึ่งเห็นตำรวจลาวทำหน้าที่คล้ายๆ จราจร แต่ตัวจะค่อนข้างเล็ก ก็มีคนถามว่าทำไมตำรวจลาวตัวเล็กก็ได้รับคำตอบว่า ก็เวลามีเรื่องราวอะไรหลบหลีกได้ง่าย เช่นหลบกระสุนก็คล่องตัวดี
หญิงลาว
จำไม่ได้แล้วว่าเป็นลาวกลุ่มใด แต่ก็เห็นเอาลูกติดตัวมาด้วย โดยห้อยสพายหรือแขวนมากับผ้า สูบบุหรี่แบบบ้านๆ ไกด์ลาวก็พูดตลกว่าลูกไม่ค่อยกวนหรอกหลับปุ๋ยเลย ..ก็ลูกเมายาก็เลยหลับไปด้วย
ไทยรบไม่หยุด
คนลาวบอกว่าเพลงชาติไทยที่บอกว่ารบไม่ขลาดนั้นภาษาลาวจะไม่มีแต่เขียนเป็นรบไม่ขาด คือรบต่อเนื่องหรือคนไทยรบอยู่ตลาดเวลา ต้องชี้แจงกันนานเพื่อให้เข้าใจ
ม้งลาวนั่งรถเมลล์
ครั้งหนึ่งม้งลาวพาลูกมา 2 คนจะไปนั่งรถเมลก็ถามคนรถเสียให้แน่ใจก่อว่า ค่าโดยสารเท่าใด คนรถก็บอกว่าผู้ใหญ่ 1000 กีบ เด็กฟรี ม้งลาวนั้นก็ตอบว่า ยั้งงั้นก็ดีแล้ว เขาจะให้ลูกสองคนนั่งรถไป ส่วนเขาจะเดินไป
โรงหมอกับโรงพยาบาล
ไทยเราเรียกสถานที่รักษาพยาบาลว่าโรงพยาบาล ส่วนลาวเรียกว่าโรงหมอ โดยคนลาวให้เหตุผลว่า การที่เรียกว่าโรงหมอนั้นถูกต้องแล้วสถานที่เช่นนี้หมอต้องเป็นใหญ่ ส่วนของประเทศไทยยกให้พยาบาลเป็นใหญ่เพราะเป็นโรงพยาบาลนั้นเอง
ตำรวจลาว
เมื่อไปลาวบางครั้งนั้นเราเห็นตำรวจลาวต่างสถานที่ต่างวาระ และครั้งหนึ่งเห็นตำรวจลาวทำหน้าที่คล้ายๆ จราจร แต่ตัวจะค่อนข้างเล็ก ก็มีคนถามว่าทำไมตำรวจลาวตัวเล็กก็ได้รับคำตอบว่า ก็เวลามีเรื่องราวอะไรหลบหลีกได้ง่าย เช่นหลบกระสุนก็คล่องตัวดี
หญิงลาว
จำไม่ได้แล้วว่าเป็นลาวกลุ่มใด แต่ก็เห็นเอาลูกติดตัวมาด้วย โดยห้อยสพายหรือแขวนมากับผ้า สูบบุหรี่แบบบ้านๆ ไกด์ลาวก็พูดตลกว่าลูกไม่ค่อยกวนหรอกหลับปุ๋ยเลย ..ก็ลูกเมายาก็เลยหลับไปด้วย
เรื่องเล่าสมเด็จพระเทพฯเสด็จในประเทศลาว
ตอนที่เดินทางไปเที่ยวหลวงพระบางประเทศลาว ไกด์มีเวลาที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง และมีเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับสมเด็จพระเทพของเรา ก็คือ...
ตอนที่สมเด็จพระเทพฯเสด็จไปหลวงพระบาง ตอนนั้นลาวเพิ่งเลิกระบบกษัตริย์ไป สมเด็จพระเทพฯทรงเสร็จบริเวณตลาดขายของกัน ทรงดำเนินผ่านแม่ค้าขายกบ อยู่ในภาชนะที่มองไม่ค่อยชัดว่าเป็นอะไร ทรงถามว่าตัวอะไร แม้ค้าก็ตอบว่าตัวกบ และทรงถามต่อไปว่า ขายยังไงแบบไหน
แม่ค้าตอบว่า
ตัวที่เสด็จไปมา ตัวละ 20 บาท
ตัวที่ประชวรอยู่ ตัวละ 10 บาท
ตัวที่สวรรคตแล้ว ให้ฟรี พะยะคะ
!!!!!
ตอนที่สมเด็จพระเทพฯเสด็จไปหลวงพระบาง ตอนนั้นลาวเพิ่งเลิกระบบกษัตริย์ไป สมเด็จพระเทพฯทรงเสร็จบริเวณตลาดขายของกัน ทรงดำเนินผ่านแม่ค้าขายกบ อยู่ในภาชนะที่มองไม่ค่อยชัดว่าเป็นอะไร ทรงถามว่าตัวอะไร แม้ค้าก็ตอบว่าตัวกบ และทรงถามต่อไปว่า ขายยังไงแบบไหน
แม่ค้าตอบว่า
ตัวที่เสด็จไปมา ตัวละ 20 บาท
ตัวที่ประชวรอยู่ ตัวละ 10 บาท
ตัวที่สวรรคตแล้ว ให้ฟรี พะยะคะ
!!!!!
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
ชวนขันวันหยุด
ดูดนิ้ว
เด็กชายเล็กๆหนึ่ง มีนิสัยชอบดูดนิ้วหัวแม่มืออยู่เกือบตลอดเวลา แม่ของเขพยายามหาหนทางต่างๆ นานาเพื่อให้ลูกชายเลิกนิสัยดูดนิ้ว สุดท้ายวันหนึ่งก็ชี้ให้ลูกชายดูผู้ชายอ้วนคนหนึ่งที่ลงพุงใหญ่เป็นพิเศษ และพูดว่า ดูซิผู้ชายอ้วนท้องใหญ่มากนั่นเพราะว่าดูดนิ้วอยู่เรื่อย
ในวันต่อมาขณะที่แม่ลูกอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต ลูกเด็กชายก็จ้องเอาๆ ที่ท้องของผู้หญิงคนหนึ่งก็คงมีขนาดไม่ธรรมดา จนผู้หญิงคนนั้นหันมาพูดกับเด็กชายว่า "หยุดจ้องฉันแบบนั้นเสียที เธอไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร" เด็กชายที่มากับแม่ก็ตอบกลับไปทันที่ "ผมไม่รู้จักหรอก แต่ผมรู้ว่าคุณไปทำอะไรมา และเดี๋ยวนี้ก็ยังทำไม่เลิก"
ประท้วง
พนังงานคนงานบริษัทแห่งหนึ่งได้มารวมตัวกันนั่งประท้วงในเรื่องที่มีปัญหากับบริษัท ผู้บริหารที่ชาญฉลาดก็ออกมาเสนอให้ผ้าห่อมและเหล่าบรั่นดีลังใหญ่ ว่าจะทำให้การประท้วงดูสบายไม่เครียด และเมื่อเวลาผ่านไปเหล้าบรั่นดีก็หมดไปราวครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ส่งหญิงสาวสวยวัยรุ่นมาร้องรำทำเพลงให้ฟังอีกเป็นการให้ความบันเทิง และจากนั้นก็ไปบอกให้ภรรยาผู้ประท้วงมาดูว่าสามีสบายยั่งไง ท้ายสุดการประท้วงจึงเลิกลากันไป
เด็กชายเล็กๆหนึ่ง มีนิสัยชอบดูดนิ้วหัวแม่มืออยู่เกือบตลอดเวลา แม่ของเขพยายามหาหนทางต่างๆ นานาเพื่อให้ลูกชายเลิกนิสัยดูดนิ้ว สุดท้ายวันหนึ่งก็ชี้ให้ลูกชายดูผู้ชายอ้วนคนหนึ่งที่ลงพุงใหญ่เป็นพิเศษ และพูดว่า ดูซิผู้ชายอ้วนท้องใหญ่มากนั่นเพราะว่าดูดนิ้วอยู่เรื่อย
ในวันต่อมาขณะที่แม่ลูกอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต ลูกเด็กชายก็จ้องเอาๆ ที่ท้องของผู้หญิงคนหนึ่งก็คงมีขนาดไม่ธรรมดา จนผู้หญิงคนนั้นหันมาพูดกับเด็กชายว่า "หยุดจ้องฉันแบบนั้นเสียที เธอไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร" เด็กชายที่มากับแม่ก็ตอบกลับไปทันที่ "ผมไม่รู้จักหรอก แต่ผมรู้ว่าคุณไปทำอะไรมา และเดี๋ยวนี้ก็ยังทำไม่เลิก"
ประท้วง
พนังงานคนงานบริษัทแห่งหนึ่งได้มารวมตัวกันนั่งประท้วงในเรื่องที่มีปัญหากับบริษัท ผู้บริหารที่ชาญฉลาดก็ออกมาเสนอให้ผ้าห่อมและเหล่าบรั่นดีลังใหญ่ ว่าจะทำให้การประท้วงดูสบายไม่เครียด และเมื่อเวลาผ่านไปเหล้าบรั่นดีก็หมดไปราวครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ส่งหญิงสาวสวยวัยรุ่นมาร้องรำทำเพลงให้ฟังอีกเป็นการให้ความบันเทิง และจากนั้นก็ไปบอกให้ภรรยาผู้ประท้วงมาดูว่าสามีสบายยั่งไง ท้ายสุดการประท้วงจึงเลิกลากันไป
เรื่องที่น่าขัน
เรื่องที่ 1
ในประเทศอเมริกาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ชั้นประถมชนถึงมัธยมปลายจะมีรถบัสรับส่งนักเรียนฟรี ก็มีคนเขียนประชดไว้ว่า " ทุกวันนี้เราจ่ายเงินถึง 60000$ สำหรับรถบัสรับส่งเพื่อที่จะไปรับนักเรียนให้ถึงประตูบ้าน ที่นักเรียนไม่จำเป็นต้องเดินเลย แล้วก็ต้องใช้เงินภาษีอีกมากกว่า 1ล้าน$ สำหรับสร้างโรงยิม เพื่อให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย"
เรื่องที่ 2
เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นในประเทศแถบอบอุ่น ในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่ง ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
ครูถามนักเรียนว่า "จงบอกชื่อ seasons มา 4 seasons"
นักเรียนตอบว่า "พริกไทย เกลือ น้ำส้มสายชู และ น้ำตาล"(คำว่า seasons มีสองความหมายหลัก ความหมายแรกคือ ฤดูกาล อีกความหมายหมายถึงเครื่องปรุงรสหรือน้ำจิ้ม)
ในประเทศอเมริกาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ชั้นประถมชนถึงมัธยมปลายจะมีรถบัสรับส่งนักเรียนฟรี ก็มีคนเขียนประชดไว้ว่า " ทุกวันนี้เราจ่ายเงินถึง 60000$ สำหรับรถบัสรับส่งเพื่อที่จะไปรับนักเรียนให้ถึงประตูบ้าน ที่นักเรียนไม่จำเป็นต้องเดินเลย แล้วก็ต้องใช้เงินภาษีอีกมากกว่า 1ล้าน$ สำหรับสร้างโรงยิม เพื่อให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย"
เรื่องที่ 2
เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นในประเทศแถบอบอุ่น ในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่ง ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
ครูถามนักเรียนว่า "จงบอกชื่อ seasons มา 4 seasons"
นักเรียนตอบว่า "พริกไทย เกลือ น้ำส้มสายชู และ น้ำตาล"(คำว่า seasons มีสองความหมายหลัก ความหมายแรกคือ ฤดูกาล อีกความหมายหมายถึงเครื่องปรุงรสหรือน้ำจิ้ม)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
