เช้านี้ได้ฟังการรายงานข่าวเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนของคนกรุงเทพรายการหนึ่ง แต่คงไม่ได้รายงานข่าวธรรมดา มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วยก็คงอดไม่ได้ที่จะกล่าวในเชิงตำหนิว่าหน่วยงานของรัฐหรือคนของรัฐไม่ได้ใส่ใจในการแก้ัปัญหาไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีในการแก้ปัญหาที่ถนนสายหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ลักษณะของถนนสายนั้นมีทางโค้งมีเกาะกลางถนนและมีโครงโลหะกั้นเกาะกลางถนนมีร่องรอยการชนโครงที่กั้นเป็นระยะ
ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ก็คือที่เกาะกลางถนนที่เกิดอุบัติเหตุนี้ ได้มีสิ่งที่เป็นความเชื่อว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ คือมีต้นโพธิ์มีผ้าสีแดงพันรอบต้นคล้ายการบวชต้นไม้ มีการนำม้าลายมาเส้นไหว้ที่ศาลพระภูมิที่สร้างไว้ที่เกาะกลางถนนจำนวนมาก ทั้งๆที่แถวนั้นไม่มีม้าลายให้ข้ามถนนเลย ผู้รายงานข่าวก็คงเป็นคนที่ใช้ถนนเส้นนี้ก็คงรู้เห็นปัญหาดี ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุโดยวิธีดังกล่าว ทำให้มองไปว่าคนของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบเห็นดีเห็นงามกับการแกัปัญหาลักษณะนี้ เป็นการประชดเสียมากกว่าที่ต่อว่าก็คือขาดการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาที่ดี
ผู้รายงานข่าวก็ได้บอกถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยก็เพราะว่าเป็นเส้นทางที่ไปกลับสถานบันเทิงไปดื่มกันเยอะ อุบัติเหตุจึงเกิดจากคนมึนเมาขับรถก็เลยเสนอแนะไว้ว่า ควรจะแก้ปัญหาโดยการไปตั้งด่านตรวจคนเข้าออกถนนนี้จะได้ลดอุบัติเหตุ ความจริงแนวคิดดังกล่าวไม่ได้แกัปัญหาให้หมดสิ้นไป แนวการแกัปัญหาที่มาก่อนจะทำอย่างไรที่ไม่ให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอร์บับรถ ต้องให้การศึกษากับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่ยอมให้คนที่ดื่มขับรถ ต้องรีบโทรแจ้งตำรวจถ้ารู้เห็นว่าคนเมาขับรถ และมีมาตรการยึดใบขับขี่และมีโทษอย่างจริงจังถึงจะแก้ปัญหาได้มากกว่า
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณภาพชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณภาพชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
การปรับตัวของชีวิต
มีคนเคยกล่าวประโยคว่า คนที่จะอยู่รอดนั้นไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดแต่เป็นคนที่ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้ หลายคนอาจจะแย้งว่าก็ต้องเป็นคนที่ฉลาดถึงจะปรับตัวได้ดี ก็คือฉลาดในการปรับตัว แต่ความฉลาดในที่นี้อาจหมายถึงฉลาดมีความรู้เก่งในบางเรื่อง แต่ไม่เก่งในเรื่องการปรับตัวก็ได้
ในโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ระบบนิเวศใดๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ ไม่ปรับตัวก็จะอยู่ไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างช้าๆ หรืออย่างกระทันหันรวดเร็วก็เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงช้าหรือเร็ว สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศก็ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้
การปรับตัวในสิ่งมีชีวิตมีวัตถุประสงค์หลักอยู่สองประการ คืิอให้ตัวเองมีชีวิตรอดปลอดภัย และอีกประการหนึ่งก็เพื่อให้สามารถสืบพันธ์ดำรงเผ่าพันธ์ได้ต่อไป อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์ต้องปรับตัวให้อยู่รอดปลอดภัยก่อน ซึ่งการอยู่รอดเป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่จะดำรงเผ่าพันธ์ต่อไป นั่นก็คือมีความพร้อมทั้งแหล่งที่อยู่และสิ่งแวดล้อมสำหรับสืบทอดรุ่นต่อไปให้อยู่รอดปลอดภัยด้วย
ในโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ระบบนิเวศใดๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ ไม่ปรับตัวก็จะอยู่ไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างช้าๆ หรืออย่างกระทันหันรวดเร็วก็เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงช้าหรือเร็ว สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศก็ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้
การปรับตัวในสิ่งมีชีวิตมีวัตถุประสงค์หลักอยู่สองประการ คืิอให้ตัวเองมีชีวิตรอดปลอดภัย และอีกประการหนึ่งก็เพื่อให้สามารถสืบพันธ์ดำรงเผ่าพันธ์ได้ต่อไป อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์ต้องปรับตัวให้อยู่รอดปลอดภัยก่อน ซึ่งการอยู่รอดเป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่จะดำรงเผ่าพันธ์ต่อไป นั่นก็คือมีความพร้อมทั้งแหล่งที่อยู่และสิ่งแวดล้อมสำหรับสืบทอดรุ่นต่อไปให้อยู่รอดปลอดภัยด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
ตัวชี้วัดการพัฒนา
มีรายงานการวิจัยสำหรับประเทศไทยประชากร ของประเทศไทยนั้นอ่านหนังสือน้อยนับเป็นบรรทัดต่อวันไม่กี่คำโดยเฉลี่ย แม้ว่าประเทศไทยจะรายงานว่ามีผู้รู้หนังสือมากขึ้นก็ตาม แต่การรู้หนังสือแบบไม่สมบูรณ์ เท่าที่ทราบนักเรียนที่จบระดับประถมไปเข้าศึกษาต่อโรงเรียนมัธยม มีหลายโรงเรียนที่จะต้องจัดให้มีการเรียนการสอนเสริมในเรื่องอ่านออกเขียน ได้อยู่อีก เพราะไม่สามารถอ่านหนังสือได้คล่องเท่าที่ควรจะเป็น และมี เปอร์เซ็นต์สูงขึ้น อันแสดงให้เห็นว่าการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของเรามีปัญหา โดยระบบไม่ได้ใส่ใจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่แท้จริง แต่ก็ไม่มีการซ้ำชั้นสอบผ่านไปตลอด หากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้เอาใจใส่ด้วย แล้วไม่ได้ติดตามว่า ลูกๆ ได้เรียนรู้ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วละก็ ก็จะเกิดเป็นวงจรเช่นนี้ไม่สิ้นสุด ซึ้งมองอีกแง่หนึ่งว่าคุณภาพของประชากรเราตกต่ำ หรืออยู่ในภาวะ ยากจนขาดแคลนจนำไม่มีเวลาที่มาเอาใจใส่ในเรื่องนี้
จากข้อมูลตัวเลขที่ทำการวิจัยระหว่างประเทศถึงจำนวนหนังสือที่เมื่อเทียบ กับประเทศเพื่อบ้านเช่นฮ่องกง มาเลเซ๊ย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้จะเป็นดังข้างล่างนี้ซึ่งก็แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มี จำนวนหนังสือต่อประชากร 1000 คนต่ำที่สุด เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว
ฮ่องกง สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย
จากข้อมูลตัวเลขที่ทำการวิจัยระหว่างประเทศถึงจำนวนหนังสือที่เมื่อเทียบ กับประเทศเพื่อบ้านเช่นฮ่องกง มาเลเซ๊ย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้จะเป็นดังข้างล่างนี้ซึ่งก็แน่นอนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มี จำนวนหนังสือต่อประชากร 1000 คนต่ำที่สุด เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว
ฮ่องกง สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อาชีพที่ไม่มีวันอับจน
ปุถุชนคนธรรมดา ยังมีอารมณ์ความรู้สึก มีความอยากหรือมีกิเลส และกิเลสของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเสียด้วย ดังนั้นอาชีพที่ไม่มีวันอัพจน คงหนีไม่พ้นอาชีพที่บริการสนองตอบกิเลสของคน เมื่อลองพิจารณาดูปัจจัย 4 ที่เราบอกว่าเป็นความจำเป็นพื้นฐาน คืออาหาร อากาศเครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยจะขาดเสียไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อคนเรามีพื้นดังกล่าวแล้วก็ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาอีกไม่สิ้นสุด เช่นตามหลักทฤษฎีของมาสโล เมื่อมีเงินไม่มากก็อย่างมีเงินมาก เมื่อมีเงินมากก็อยากมีชื่อเสียงเป็นต้น
บ่อยหลายครั้งที่เราทำอะไรไปโดยเพราะอยากหรือมีกิเลส บางครั้งไม่ได้หิวก็อยากกินอะไรทำนองนี้ ดังนั้นทำไมบางคนจึงมีเสี้อผ้าเสียเต็มตู้หลายตู้ มีรองเท้าหลากรูปแบบเต็มที่เก็บ มีบ้านหลายหลัง มีบ้านเล็กบ้านน้อย หลายคนอยากเที่ยวที่ต่างๆ เป็นต้น มนุษย์ต่างพยายามสนองตอบความต้องการของตนเอง ตามความอยาก ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการโฆษณาส่วนมากก็กระตุ้น ยุให้มีความอยากมากขึ้น เจ้าของสินค้าที่โฆษณานั้น เขาได้ทำในสิ่งที่ทำให้เขาไม่อับจนแล้ว แต่สำหรับผู้ซื้อหรือรับบริการอาจอับจนลง
บ่อยหลายครั้งที่เราทำอะไรไปโดยเพราะอยากหรือมีกิเลส บางครั้งไม่ได้หิวก็อยากกินอะไรทำนองนี้ ดังนั้นทำไมบางคนจึงมีเสี้อผ้าเสียเต็มตู้หลายตู้ มีรองเท้าหลากรูปแบบเต็มที่เก็บ มีบ้านหลายหลัง มีบ้านเล็กบ้านน้อย หลายคนอยากเที่ยวที่ต่างๆ เป็นต้น มนุษย์ต่างพยายามสนองตอบความต้องการของตนเอง ตามความอยาก ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการโฆษณาส่วนมากก็กระตุ้น ยุให้มีความอยากมากขึ้น เจ้าของสินค้าที่โฆษณานั้น เขาได้ทำในสิ่งที่ทำให้เขาไม่อับจนแล้ว แต่สำหรับผู้ซื้อหรือรับบริการอาจอับจนลง
ชีวิตในเมืองหนาว
เมืองไทยแถวภาคเหนือเมื่อถึงหน้าหนาว เรายังเคยได้ยินว่าคนหนาวตายก็มี แม้ว่าอุณภูมิยังไม่ถึง 0 องศาเซลเซียส เพราะขาดแคลนเครื่องกันหนาวสำหรับผู้ยากไร้ แต่สำหรับประเทศญีปุ่นไม่ใช้เพราะหนาวตายแต่เป็นเพราะผู้สูงอายุผู้เฒ่าผู้แก่ออกมารับแสงแดดยามเช้า หิมะบนหลังคาเริ่มละลายไถลมาโดนคนแก่เสียชีวิตไปก็หลาย
สำหรับเมืองหนาวที่หนาวจริงๆ คืออากาศทั้งวันไม่เคยเกิน 0 องศาเซลเซียสเลยแม้ในเวลากลางวันถ้ากลางคืนก็ติดลบแน่นอน เมื่ออยู่ในบ้านหรือห้องเช่าก็ไม่เท่าไร เราก็เปิดฮีทเตอร์เครื่องทำความอบอุ่นให้บ้าน มีทั้งแบบไฟฟ้าและแบบแกส แต่เมื่ออกนอกบ้านนั้นก็แต่งตัวกันหนาวกันเต็มที่ ตั้งแต่ถุงมือ ถ้าเป็นแบบหนังยิ่งดี ถุงเถ้ารองเท้าก็ต้องหนากันหนาวได้ยิ่งรูปทรงแบบบูทได้ยิ่งดี กางเกงชั้นเป็นแบบลองจอนทั้งเสื้อกางเกงเป็นขายาวหุ้มถึงข้อเท้ารัดรูปคล้ายๆ กับกางเกงที่เขาเต้นแอโรบิกกัน กางเกงเสื้อข้างนอกก็ต้องหนาหน่อย ถ้าเป็นสูตรเมืองหนาวเป็นผ้าขนสัตว์หรือสักหลาด สูตรเมืองร้อนจะไม่ค่อยมีเอี่ยมหรือเสื้อกั๊กอีกชั้นหนึ่ง ถ้าใส่ด้วยคงต้องอยู่ห้องแอร์เย็นๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือหมวกที่ใช้กันหนาวได้ คงไม่ใช่หมวกแก๊ปแบบบ้านเรา มีหลากหลาย หลากสไตล์ให้เลือก รวมทั้งไหมพรมแบบไอ้โม่งก็มี ทำไมหมวกจึงสำคัญเพราะจากการวิจัยพบว่าความร้อนระบายออกไปทางศีรษะเกือบครึ่งของทั้งหมด จึงต้องใช้หมวกกั้นทั้งไม่ให้ความร้อนออกและกันไม่ให้อากาศหนาวเข้า ถ้าใส่หมวกแล้วทำให้อบอุ่นขึ้นเยอะ ถ้าให้ดีอีกชั้นหนึ่งมีผ้าพันคออีกผืนก็จะกันอากาศหนาวได้ชงัดเลย
สำหรับคนที่ใส่หมวกที่ไม่มีที่ปิดใบหูห็ต้องพึงระวังเหมือนกัน เพราะเมื่อออกไปในที่โล่งถ้ามีลมพัด ที่เรียกกันว่าวินชิล (wind chill) จะเป็นลมที่พัดมาจากเขตที่หนาวกว่าบางครั้งอาจติดลบมากกว่า 30 องศาเซลเซียส ทำให้หูชา หูแข็งไม่รู้สึกเลยถูกกระแทกแรงๆ ก็อาจทำให้หูหลุดได้
สำหรับในกรณีที่สภาพอากาศติดลบมากๆ เช่นตั้งแต่ลบสิบขึ้นไป ท่อน้ำที่ส่งมาตามบ้านเรือนนั้นจะวางลึกลงไปใต้ดิน ก่อนนอนก็ต้องปิดเพราะมิฉะนั้นแล้วน้ำในท่อที่ขึ้นมาบนบ้านจะแข็งติดอยู่ในท่อเมื่อเปิดน้ำใช้ตอนเช้าจะไม่มีน้ำไหล บางคนก็อาจใช้วิธีต้มน้ำไปราดท่อน้ำให้พอละลาย ก็คงจะนึกสภาพออกว่าน้ำที่ไหลขึ้นมานั้นเย็นจัดขนาดไหน ซึ่งคงต้องอาศัยเครื่องทำความร้อนก่อนที่จะอาบน้ำ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งคือน้ำแข็งไม่ต้องซื้อ เอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้นอกหน้าต่าง ไม่เกินสามสิบนาทีก็ได้น้ำแข็งแล้ว
ในเมืองที่หนาวจัดนั้นไม่มีฝนให้เราเห็นเพราะเมื่อตกมาทีไรก็กลายเป็นหิมะหมด แล้วมันก็สะสมไปเรื่อยๆ เพราะมันไม่ละลายมีแต่จับตัวกันแข็ง ถ้าถนนรถไม่ค่อยวิ่งก็จะเป็นที่สะสมของน้ำแข็งต้องมีรถกวาดหิมะมาจัดการ รถที่จะวิ่งบนถนนที่มีหิมะ หรือน้ำแข็งได้ดีก็ต้องใช้ดอกยางชนิดพิเศษที่เป็นตาปู หรือใช้หุ้มด้วยโซ่ สำหรับคนเดินถนนจะลื่นกันบ่อย ขี่จักรยานก็อาจทำให้ควบคุมได้ยากต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเหมือนกัน
แม้จะมีแดดออกบ้างทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นบ้างในเวลากลางวัน คนออกมาเดินรับแสงแดดที่สาดส่อง จะเห็นว่าคนหายใจออกมาเป็นไอน้ำขาวๆ นั้นก็เป็นไปตามหลักที่ว่าในอากาศที่เราหายใจออกมานั้นมีไอน้ำที่อุ่นมากระทบความเย็นจัดก็กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ในหน้าหนาวมีช่วงกลางวันที่สั้นกว่ากลางคืน จะพบว่าค่ำเร็วผิดปกติ สามหรือสีโมงเย็นก็ค่ำแล้ว สำหรับบริเวณอยู่ในเขตหนาวจริงๆ
สำหรับเมืองหนาวที่หนาวจริงๆ คืออากาศทั้งวันไม่เคยเกิน 0 องศาเซลเซียสเลยแม้ในเวลากลางวันถ้ากลางคืนก็ติดลบแน่นอน เมื่ออยู่ในบ้านหรือห้องเช่าก็ไม่เท่าไร เราก็เปิดฮีทเตอร์เครื่องทำความอบอุ่นให้บ้าน มีทั้งแบบไฟฟ้าและแบบแกส แต่เมื่ออกนอกบ้านนั้นก็แต่งตัวกันหนาวกันเต็มที่ ตั้งแต่ถุงมือ ถ้าเป็นแบบหนังยิ่งดี ถุงเถ้ารองเท้าก็ต้องหนากันหนาวได้ยิ่งรูปทรงแบบบูทได้ยิ่งดี กางเกงชั้นเป็นแบบลองจอนทั้งเสื้อกางเกงเป็นขายาวหุ้มถึงข้อเท้ารัดรูปคล้ายๆ กับกางเกงที่เขาเต้นแอโรบิกกัน กางเกงเสื้อข้างนอกก็ต้องหนาหน่อย ถ้าเป็นสูตรเมืองหนาวเป็นผ้าขนสัตว์หรือสักหลาด สูตรเมืองร้อนจะไม่ค่อยมีเอี่ยมหรือเสื้อกั๊กอีกชั้นหนึ่ง ถ้าใส่ด้วยคงต้องอยู่ห้องแอร์เย็นๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือหมวกที่ใช้กันหนาวได้ คงไม่ใช่หมวกแก๊ปแบบบ้านเรา มีหลากหลาย หลากสไตล์ให้เลือก รวมทั้งไหมพรมแบบไอ้โม่งก็มี ทำไมหมวกจึงสำคัญเพราะจากการวิจัยพบว่าความร้อนระบายออกไปทางศีรษะเกือบครึ่งของทั้งหมด จึงต้องใช้หมวกกั้นทั้งไม่ให้ความร้อนออกและกันไม่ให้อากาศหนาวเข้า ถ้าใส่หมวกแล้วทำให้อบอุ่นขึ้นเยอะ ถ้าให้ดีอีกชั้นหนึ่งมีผ้าพันคออีกผืนก็จะกันอากาศหนาวได้ชงัดเลย
สำหรับคนที่ใส่หมวกที่ไม่มีที่ปิดใบหูห็ต้องพึงระวังเหมือนกัน เพราะเมื่อออกไปในที่โล่งถ้ามีลมพัด ที่เรียกกันว่าวินชิล (wind chill) จะเป็นลมที่พัดมาจากเขตที่หนาวกว่าบางครั้งอาจติดลบมากกว่า 30 องศาเซลเซียส ทำให้หูชา หูแข็งไม่รู้สึกเลยถูกกระแทกแรงๆ ก็อาจทำให้หูหลุดได้
สำหรับในกรณีที่สภาพอากาศติดลบมากๆ เช่นตั้งแต่ลบสิบขึ้นไป ท่อน้ำที่ส่งมาตามบ้านเรือนนั้นจะวางลึกลงไปใต้ดิน ก่อนนอนก็ต้องปิดเพราะมิฉะนั้นแล้วน้ำในท่อที่ขึ้นมาบนบ้านจะแข็งติดอยู่ในท่อเมื่อเปิดน้ำใช้ตอนเช้าจะไม่มีน้ำไหล บางคนก็อาจใช้วิธีต้มน้ำไปราดท่อน้ำให้พอละลาย ก็คงจะนึกสภาพออกว่าน้ำที่ไหลขึ้นมานั้นเย็นจัดขนาดไหน ซึ่งคงต้องอาศัยเครื่องทำความร้อนก่อนที่จะอาบน้ำ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งคือน้ำแข็งไม่ต้องซื้อ เอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้นอกหน้าต่าง ไม่เกินสามสิบนาทีก็ได้น้ำแข็งแล้ว
ในเมืองที่หนาวจัดนั้นไม่มีฝนให้เราเห็นเพราะเมื่อตกมาทีไรก็กลายเป็นหิมะหมด แล้วมันก็สะสมไปเรื่อยๆ เพราะมันไม่ละลายมีแต่จับตัวกันแข็ง ถ้าถนนรถไม่ค่อยวิ่งก็จะเป็นที่สะสมของน้ำแข็งต้องมีรถกวาดหิมะมาจัดการ รถที่จะวิ่งบนถนนที่มีหิมะ หรือน้ำแข็งได้ดีก็ต้องใช้ดอกยางชนิดพิเศษที่เป็นตาปู หรือใช้หุ้มด้วยโซ่ สำหรับคนเดินถนนจะลื่นกันบ่อย ขี่จักรยานก็อาจทำให้ควบคุมได้ยากต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเหมือนกัน
แม้จะมีแดดออกบ้างทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นบ้างในเวลากลางวัน คนออกมาเดินรับแสงแดดที่สาดส่อง จะเห็นว่าคนหายใจออกมาเป็นไอน้ำขาวๆ นั้นก็เป็นไปตามหลักที่ว่าในอากาศที่เราหายใจออกมานั้นมีไอน้ำที่อุ่นมากระทบความเย็นจัดก็กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ในหน้าหนาวมีช่วงกลางวันที่สั้นกว่ากลางคืน จะพบว่าค่ำเร็วผิดปกติ สามหรือสีโมงเย็นก็ค่ำแล้ว สำหรับบริเวณอยู่ในเขตหนาวจริงๆ
คุณช่างเลวร้ายเมื่อ....
คุณซื้อของขวัญให้ตัวเองมากกว่าคนอื่น
คุณไม่เคยทำอะไรตรงเวลาเลย
คุณใช้กระดาษชำระชิ้นสุดท้ายแล้วไม่ยอมเปลี่ยนม้วนใหม่
คุณเชื่อข่าวลือและกระจายข่าวลือนั้น
คุณยกเลิกแผนการในนาทีสุดท้ายอย่างไม่มีเหตุผล
คุณบ่นทุกเรื่อง และชอบหาข้อผิดพลาดของผู้อื่น
คุณไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการซักล้าง และทำความสะอาด
คุณไม่ยอมพูดกับใครที่ไม่รู้จัก
คุณยืนกรานแต่จะโดยสารชั้น 1 เท่านั้น
คุณไม่เคยรอจนกระทั่งถึงตาของคุณ
คุณต้องการเนื้อที่มากขึ้นเรื่อย
คุณไม่เคยปวดหัวกับสิ่งที่คุณทำให้คนอื่นปวดหัว
คุณจอดรถครองพื้นที่เท่ากับที่จดรถได้สองคัน
คุณไม่ยอมทำงานที่ใช้มือและแรงงาน
คุณวางของแกะกะบนทางเท้าจนผู้อื่นไม่สามารถใช้ได้
คุณสูบบุหรี่ในร้านอาหาร ปัตาคาร ห้องประชุม
คุณขับรถฝ่าไฟแดงเมื่อไม่เห็นรถอื่นมา
…..จากส่วนหนึ่งของข้อความในไพ่ป๊อกสำหรับหนึ่ง
คุณไม่เคยทำอะไรตรงเวลาเลย
คุณใช้กระดาษชำระชิ้นสุดท้ายแล้วไม่ยอมเปลี่ยนม้วนใหม่
คุณเชื่อข่าวลือและกระจายข่าวลือนั้น
คุณยกเลิกแผนการในนาทีสุดท้ายอย่างไม่มีเหตุผล
คุณบ่นทุกเรื่อง และชอบหาข้อผิดพลาดของผู้อื่น
คุณไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการซักล้าง และทำความสะอาด
คุณไม่ยอมพูดกับใครที่ไม่รู้จัก
คุณยืนกรานแต่จะโดยสารชั้น 1 เท่านั้น
คุณไม่เคยรอจนกระทั่งถึงตาของคุณ
คุณต้องการเนื้อที่มากขึ้นเรื่อย
คุณไม่เคยปวดหัวกับสิ่งที่คุณทำให้คนอื่นปวดหัว
คุณจอดรถครองพื้นที่เท่ากับที่จดรถได้สองคัน
คุณไม่ยอมทำงานที่ใช้มือและแรงงาน
คุณวางของแกะกะบนทางเท้าจนผู้อื่นไม่สามารถใช้ได้
คุณสูบบุหรี่ในร้านอาหาร ปัตาคาร ห้องประชุม
คุณขับรถฝ่าไฟแดงเมื่อไม่เห็นรถอื่นมา
…..จากส่วนหนึ่งของข้อความในไพ่ป๊อกสำหรับหนึ่ง
เมื่อบริจาคโลหิตเป็นอย่างไร
ตามคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะบริจาคโลหิต ข้อแรกผู้ที่จะบริจาคโลหิตมีสุขภาพดีพอควร และก่อนบริจาคเลือดควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ สามารถรับประธานอาหารก่อนบริจาคเลือด ไม่อยู่ระหว่างกินยาปฏิชีวนะ และไม่ถอนฟันก่อนหน้านี้ 3 วันก่อนบริจากคเลือด
ก่อนที่จะเข้ารับบริจาคก็จะต้องมีการกรอกแบบฟอร์ม เช่นอายุ น้ำหนัก และมีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดความดันเลือดของเราว่าอยู่ในภาวะปกติหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเจาะเลือดเพื่อทดสอบดูว่าเลือดเรามีความเข้มข้นพอที่จะบริจาคเลือดหรือไม่ โดยหยดเลือดของเราลงในสารละลายชนิดหนึ่งถ้าเลือดเราเข้มข้นพอก็จะจมลงในสารละลายนั้น จากนี้เจ้าหน้าที่ก็จะให้ถุงเลือดให้เราถือไปยังเตียง ถุงที่บรรจุเลือดจะมีสามขนาดคือ 300 ซีซ๊ 400 ซีซี และ 500 ซีซี ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค ก่อนที่จะเจาะเลือดที่แขนด้านหน้าที่มีเส้นเลือดใหญ่เห็นได้ชัด จากนั้นก็เช็ดด้วยอัลกอฮอลฆ่าเชื้อ แล้วลงมือเจาะที่เส้นเลือดขณะที่ผู้รับบริจาคนอนอยู่บนเตียงหน้าแขนหงาย ขณะที่ปลายมือมีโฟมหรือฟองน้ำให้ผู้บริจาคบีบเบาๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น (ในขั้นตอนเจาะบางครั้งมีการฉีดยาชาให้ด้วยทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะบริจาคเลือดภายหลังไม่มีการฉีดยาชาเพราะเขาใจว่าตอนฉีดก็เจ็บพอๆ กับตอนเจาะ)
หลังจากเลือดเต็มขวดแล้วพยาบาล ก่อนที่จะถอดเข็มที่แทงเส้นเลือดออก จะพับสายยางไว้ด้วยคีมหนีบแล้วตัดสายยาง แล้วนำเลือดใส่หลอดตัวอย่างเลือดอีกสองหลอดเล็กๆ เพื่อนำไปทดสอบหาเชื้อเอดส์และโรคอื่นๆ จากนั้นจึงดึงเข็มที่เสียบอยู่ในเส้นเลือดออกแล้วฆ่าเชื้อด้วยอัลกอฮอลที่ซับอยู่ในสำลีผู้บริจาคพับแขนทับ จากนั้นผู้บริจาคควรนอนพักไม่นอยกว่า 10 นาที เพราะถ้ารีบลุกขึ้นจะเกิดอาการหน้ามืดได้ เพราะความดันเลือดเราลดลง
บางคนอาจจะมีภาวะเลือดหยุดช้าเมือเปิดแขนที่เข็มเสียบตอนบริจาค ก็ยังคงมีเลือดไหล อาจจะรู้สึกใจไม่ดีเป็นลมได้ อาการนี้อาจเนื่องมาจากการขาดไวตามินเค ที่เป็นตัวการในการห้ามเลือดถ้ามีอยู่น้อยก็ทำให้เลือดหยุดไหลช้าได้ ดังนั้นควรที่จะบริโภคไวตามินเคเสริมซึ่งมีอยู่ในผักผลไม้ พวกสีเหลือง แดง ในมะละกอ ในฟักทองเป็นต้น ในกรณีเป็นแผลในกระเพาะ ในปอดที่มีเลือดไหล เช่นการถ่ายเป็นเลือดไอจามเป็นเลือด หมอมักจะฉีดยาห้ามเลือดให้เรา ยาห้ามเลือดนั้นก็คือไวตามินเคนั่นเอง และเท่าที่ทราบการฉีดไวตามินเคเข้ากล้ามเนื้อนั้นผู้ที่เคยโดยฉีดจะรู้สึกปวดมากเป็นเวลานานทีเดียว
การบริจาคเลือดนอกจากทำให้เราทราบว่า มีสุขภาพดีเพียงใด ถ้าเลือดไม่ดี สุขภาพไม่ดี เช่นความดันผิดปกติ ความเข้มเลือดไม่พอ จะไม่สามารถบริจาคได้ แต่ท่านที่ได้บริจาคไปแล้วจะมีความสุขใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นในอนาคต มีความภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และการประกาศเกียรติคุณเมื่อบริจาคหลายครั้งโดยได้รับเข็มจากสภากาชาดไทย หรือครบตามจำนวนจะได้รับพระราชทานเข็มจากสมเด็จพระเทพฯ
วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553
น้ำช่วยชีวิต
หลายคนคงเคยได้ยินข่าวว่า มีบางคนติดอยู่ในซากตึกถล่ม หรือติดในเหมืองแล้วไม่สามารถออกมาได้ รอให้คนช่วยอยู่นั้น ในกรณีที่ไม่สามารถขยับเขยือนตัวเพราะบาดเจ็บแต่ก็ยังมีมือที่เคลื่อนไหวคว้าหาหยดน้ำมาประทังชีวิตได้หลายวัน มีอยุ่บางรายที่มาออกรายการโทรทัศน์และเล่าให้ฟังว่ารอดชีวิตมาได้โดยการดื่มน้ำปัสสาวะตนเอง ทำให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปได้หลายวันและรอจนคนมาช่วยได้ทัน
อีกรายการหนึ่งจากโทรทัศน์เหมือนกันที่พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าการดื่มน้ำปัสสาวะตัวเองนั้นช่วยรักษาโรคมะเร็งอย่างไร โดยแสดงให้เห็นถึงเซลล์มะเร็งที่กำลังใช้สารอาหารจากเลือดในร่างกาย แต่เมื่อดื่มน้ำปัสสาวะไปน้ำปัสาวะจะไปสกัดกั้นไม่ให้เซลล์มะเร็งดึงสารอาหารจากเลือดอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องนี้ผมเคยอ่านผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรีจากประเทศอินเดีย โมราจิ เดซาย ที่ท่านพูดถึงเรื่องธรรมชาติบำบัด และท่านรักษาโรคโดยการดื่มน้ำปัสสาวะตัวเอง เราๆ ท่านๆ คงจะดื่มน้ำปัสสาวะตนเองยาก แต่ถ้าได้ทำเป็นแคบซูลคงจะรับทานได้ไม่ลำบากถ้ามันจำเป็นจริงๆ
น้ำได้ช่วยชีวิตคนไว้มากมากมาย ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายชีวิตคนเช่นกัน ในกรณีเกิดน้ำท่วม ซึนามิ อย่างไรก็ตามเราก็ได้ใช้น้ำในการดับไฟเมื่อเกิดไฟไหม้ แต่น่าแปลกว่าน้ำนั้นประกอบด้วยธาตุออกซิเจนที่ช่วยให้ไฟติด และธาตุไฮโดรเจนที่ติดไฟ แต่เมื่อนำมารวมกันเป็นโมเลกุลของน้ำ ไฮโดรเจนสองอะตอมและออกซิเจนหนึ่งอะตอมแล้วกลายมาเป็นน้ำที่ช่วยในการดับไฟ ดับร้อน ดับกระหายได้
อีกรายการหนึ่งจากโทรทัศน์เหมือนกันที่พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าการดื่มน้ำปัสสาวะตัวเองนั้นช่วยรักษาโรคมะเร็งอย่างไร โดยแสดงให้เห็นถึงเซลล์มะเร็งที่กำลังใช้สารอาหารจากเลือดในร่างกาย แต่เมื่อดื่มน้ำปัสสาวะไปน้ำปัสาวะจะไปสกัดกั้นไม่ให้เซลล์มะเร็งดึงสารอาหารจากเลือดอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องนี้ผมเคยอ่านผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรีจากประเทศอินเดีย โมราจิ เดซาย ที่ท่านพูดถึงเรื่องธรรมชาติบำบัด และท่านรักษาโรคโดยการดื่มน้ำปัสสาวะตัวเอง เราๆ ท่านๆ คงจะดื่มน้ำปัสสาวะตนเองยาก แต่ถ้าได้ทำเป็นแคบซูลคงจะรับทานได้ไม่ลำบากถ้ามันจำเป็นจริงๆ
น้ำได้ช่วยชีวิตคนไว้มากมากมาย ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายชีวิตคนเช่นกัน ในกรณีเกิดน้ำท่วม ซึนามิ อย่างไรก็ตามเราก็ได้ใช้น้ำในการดับไฟเมื่อเกิดไฟไหม้ แต่น่าแปลกว่าน้ำนั้นประกอบด้วยธาตุออกซิเจนที่ช่วยให้ไฟติด และธาตุไฮโดรเจนที่ติดไฟ แต่เมื่อนำมารวมกันเป็นโมเลกุลของน้ำ ไฮโดรเจนสองอะตอมและออกซิเจนหนึ่งอะตอมแล้วกลายมาเป็นน้ำที่ช่วยในการดับไฟ ดับร้อน ดับกระหายได้
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
คุณสมบัติที่สำคัญของระบบชีวิต
หลักธรรมอันเป็นกฏธรรมชาติของสิ่งทั้งปวง ที่ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ได้แก่หลักแห่งไตรลักษณ์ คือทุกขัง อนิจจัง อนัตตา บางครั้งเราได้ยินคนรอบข้าง พูดอยู่บ่อยๆ ว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามหลักที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นโดยสรุปก็คือไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรจะคงอยู่ได้ตลอดไป นั่นก็คือ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะคงอยู่ได้มากน้อยแค่ไหนก่อนที่จะเปลี่ยนไปก็แล้วแต่เหตุปัจจัย
ในโลกตะวันตก เพิ่งจะมาค้นพบ และก็ขยายความ หรือกล่าวในอีกลักษณะหนึ่งที่ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น นำไปใช้เฉพาะทางมากขึ้น ดังในข้อเขียนของ บิจอฟ คาปรา ใน language of nature เขาได้กล่าวถึงคุณสมบัติที่สำคัญมากของระบบชีวิตว่า ทุกระบบชีวิตเป็นครั้งคราวจะก้าวเข้าสู่จุดที่ไม่มั่นคง ทำให้ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพังทะลายลง แล้วจะทำให้เกิดรูปแบบโครงสร้างใหม่ พฤติกรรมใหม่ เป็นเครื่องหมายสำคัญของชีวิต กล่าวอีกอย่างว่าการเปลี่ยนแปลงที่คงอยู่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ มีการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เป็นเหมือนคุณสมบัติหลักของระบบสิ่งมีชีวิต
อย่างไรก็ตามเป็นไปได้ว่าเมื่อถึงจุดที่ไม่มั่นคงดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่าไม่มีการสร้างสรรค์ใดๆ ก็ได้พังก็พังไปอยู่เฉยๆ ก็ได้ไม่ต้องทำอะไร นั่นก็เท่ากับแย่ลงแต่ยังไม่สุดๆ แต่ในกรณีที่บางส่วนในโครงสร้างพังทะลายล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าจะอยู่รอดก็ต้องต่อสู้ฟาดฟัน ทำวิกฤติเป็นโอกาสจึงอยู่ต่อไปได้ นั่นก์คือการสร้างสรรค์ตามนัยนี้
ในโลกตะวันตก เพิ่งจะมาค้นพบ และก็ขยายความ หรือกล่าวในอีกลักษณะหนึ่งที่ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น นำไปใช้เฉพาะทางมากขึ้น ดังในข้อเขียนของ บิจอฟ คาปรา ใน language of nature เขาได้กล่าวถึงคุณสมบัติที่สำคัญมากของระบบชีวิตว่า ทุกระบบชีวิตเป็นครั้งคราวจะก้าวเข้าสู่จุดที่ไม่มั่นคง ทำให้ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพังทะลายลง แล้วจะทำให้เกิดรูปแบบโครงสร้างใหม่ พฤติกรรมใหม่ เป็นเครื่องหมายสำคัญของชีวิต กล่าวอีกอย่างว่าการเปลี่ยนแปลงที่คงอยู่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ มีการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เป็นเหมือนคุณสมบัติหลักของระบบสิ่งมีชีวิต
อย่างไรก็ตามเป็นไปได้ว่าเมื่อถึงจุดที่ไม่มั่นคงดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่าไม่มีการสร้างสรรค์ใดๆ ก็ได้พังก็พังไปอยู่เฉยๆ ก็ได้ไม่ต้องทำอะไร นั่นก็เท่ากับแย่ลงแต่ยังไม่สุดๆ แต่ในกรณีที่บางส่วนในโครงสร้างพังทะลายล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าจะอยู่รอดก็ต้องต่อสู้ฟาดฟัน ทำวิกฤติเป็นโอกาสจึงอยู่ต่อไปได้ นั่นก์คือการสร้างสรรค์ตามนัยนี้
เหตุผลใดบ้างที่เขียนที่ทางเข้าประตูว่า "ผลัก" หรือ "ดึง"
ทุกคนคงเคยเห็นเครื่องหมายที่ประตู ที่เขียนบอกให้ทราบว่าให้ผู้ที่จะใช้ประตูนั้นควรจะผลักหรือดึงประตู การที่เขียนไว้แน่นอนย่อมมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งถ้าหากไม่ใช่ประตูที่ปิดเปิดโดยอัตโนมัติ ในเรื่องนี้ผู้เขียนทดลองสอบถามหลายคนดูคิดว่าที่เขียนไว้มีประโยชน์อะไรบ้าง ครึ่งหนึ่งตอบทำนองไม่แน่ใจไม่ทราบแน่ชัด แต่อีกครึ่งหนึ่งที่ตอบให้ทราบก็เป็นเหตุผลที่ดี
ปกติแล้วประตูมีทั้งที่สามารถดึงและผลักได้ทั้งสองทาง แต่ก็มีประตูบางประเภทที่เปิดออกได้ หรือผลักเข้าข้างในอย่างเดียวก็มี แต่ส่วนใหญ่ประตูที่ติดบอกว่าผลักหรือดึงได้จะเป็นแบบที่เปิดได้ทั้งสองทาง สำหรับเหตุผลที่ประมวลมาได้คือ ทำให้คนใช้ประตูทราบว่าไม่เป็นประตูเลื่อนแน่ต้องผลักหรือดึง บางคนก็ให้เหตุผลว่าที่ผลักหรือดึงด้านเดียว ก็บอกให้ทราบว่าอีกด้านหนึ่งอาจจะมีอะไรกีดขวางอยู่ที่อาจเป็นอันตรายได้ บ้างก็ว่าการให้เปิดไปทางใดทางหนึ่งนั้นเป็นการกำหนดทิศทาง ให้ไปเฉพาะทางใดทางหนึ่ง และโดยประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่ใช้ประตูที่สำนักงานระหว่างห้องสำนักงาน กับห้องที่มีที่นั่งดูทีวี เพราะประตูค่อนข้างทึบมองไปอีกด้านไม่ชัด ถ้าหากทั้งสองด้านการใช้ไม่สัมพันธ์กัน คนหนึ่งจะเข้าสำนักงานอีกคนจะออกจากสำนักงาน ถ้าไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้คือคนที่ผลักประตูอาจผลักไปโดนคนอีกด้านหนึ่งได้ คนที่อยู่ฝั่งที่บานประตูเปิดมาจะต้องระมัดระวัง เพราะอาจถูกบานประตูมากระแทกได้ ดั้งนั้นถ้าด้านหนึ่งติดคำว่าผลักแล้วอีกด้านก็ต้องติดว่าดึง ซึ่งก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้บ้าง แต่ถ้าทั้งสองด้านติดคำว่าดึงแล้วโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าเพราะไม่มีทางที่จะดึงไปกระแทกคนอื่นยกเว้นตัวเอง แต่ก็อาจเกิดอาการชักกะเยอถ้าดึงพร้อมกัน
ปกติแล้วประตูมีทั้งที่สามารถดึงและผลักได้ทั้งสองทาง แต่ก็มีประตูบางประเภทที่เปิดออกได้ หรือผลักเข้าข้างในอย่างเดียวก็มี แต่ส่วนใหญ่ประตูที่ติดบอกว่าผลักหรือดึงได้จะเป็นแบบที่เปิดได้ทั้งสองทาง สำหรับเหตุผลที่ประมวลมาได้คือ ทำให้คนใช้ประตูทราบว่าไม่เป็นประตูเลื่อนแน่ต้องผลักหรือดึง บางคนก็ให้เหตุผลว่าที่ผลักหรือดึงด้านเดียว ก็บอกให้ทราบว่าอีกด้านหนึ่งอาจจะมีอะไรกีดขวางอยู่ที่อาจเป็นอันตรายได้ บ้างก็ว่าการให้เปิดไปทางใดทางหนึ่งนั้นเป็นการกำหนดทิศทาง ให้ไปเฉพาะทางใดทางหนึ่ง และโดยประสบการณ์ของผู้เขียนเองที่ใช้ประตูที่สำนักงานระหว่างห้องสำนักงาน กับห้องที่มีที่นั่งดูทีวี เพราะประตูค่อนข้างทึบมองไปอีกด้านไม่ชัด ถ้าหากทั้งสองด้านการใช้ไม่สัมพันธ์กัน คนหนึ่งจะเข้าสำนักงานอีกคนจะออกจากสำนักงาน ถ้าไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้คือคนที่ผลักประตูอาจผลักไปโดนคนอีกด้านหนึ่งได้ คนที่อยู่ฝั่งที่บานประตูเปิดมาจะต้องระมัดระวัง เพราะอาจถูกบานประตูมากระแทกได้ ดั้งนั้นถ้าด้านหนึ่งติดคำว่าผลักแล้วอีกด้านก็ต้องติดว่าดึง ซึ่งก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้บ้าง แต่ถ้าทั้งสองด้านติดคำว่าดึงแล้วโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าเพราะไม่มีทางที่จะดึงไปกระแทกคนอื่นยกเว้นตัวเอง แต่ก็อาจเกิดอาการชักกะเยอถ้าดึงพร้อมกัน
ความจำเป็นพื้นฐานของการมีชีวิต
เราทราบกันดีถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ที่รู้จักกันในนามปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตอันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แต่ความจำเป็นพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ได้ นั้นแตกต่างไปจากปัจจัย 4 ในรายละเอียด และสิ่งที่จำเป็นอย่างจะขาดเสียไม่ได้เพราะถ้าไม่มีหรือขาดไปก็จะดำรงชีพอยู่ไม่ได้คือต้องตายนั่นเอง
ความจำเป็นพื้นฐานสำหรับการมีชีวิตได้แก่
1. อากาศ มนุษย์ต้องมีอากาศหายใจ ถ้าขาดอากาศหายใจเพียง 3 นาที่ทำให้ถึงตายได้
2. น้ำ มนุษย์ต้องการน้ำ จากการรับประทานอาหาร และการดื่มที่เป็นของเหลว ถ้าขาดน้ำเพียงสามวันก็ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
3. อาหาร ถ้ามนุษย์ไม่ได้รับประทานอาหารติดต่อกัน 3 สัปดาห์ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกันเพราะร่างกายแม้ว่าจะดึงพลังงานจากกล้ามเนื้อมาแล้วก็ตามก็ไม่เพียงพอ ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
เมื่อพิจารณาส่วนที่เป็นน้ำว่ามีความสำคัญอย่างไรจะเห็นว่า 60 เปอร์เซ้นต์ของร่างกายเป็นน้ำ และ 75 เปอร์เซ็นต์ของสมองประกอบด้วยน้ำ และ 83 เปอร์เซ็นต์ของเลือดก็เป็นน้ำอีกเพื่อนำสารอาหารไปยังเซลล์ของร่างกาย
ความจำเป็นพื้นฐานสำหรับการมีชีวิตได้แก่
1. อากาศ มนุษย์ต้องมีอากาศหายใจ ถ้าขาดอากาศหายใจเพียง 3 นาที่ทำให้ถึงตายได้
2. น้ำ มนุษย์ต้องการน้ำ จากการรับประทานอาหาร และการดื่มที่เป็นของเหลว ถ้าขาดน้ำเพียงสามวันก็ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
3. อาหาร ถ้ามนุษย์ไม่ได้รับประทานอาหารติดต่อกัน 3 สัปดาห์ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกันเพราะร่างกายแม้ว่าจะดึงพลังงานจากกล้ามเนื้อมาแล้วก็ตามก็ไม่เพียงพอ ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
เมื่อพิจารณาส่วนที่เป็นน้ำว่ามีความสำคัญอย่างไรจะเห็นว่า 60 เปอร์เซ้นต์ของร่างกายเป็นน้ำ และ 75 เปอร์เซ็นต์ของสมองประกอบด้วยน้ำ และ 83 เปอร์เซ็นต์ของเลือดก็เป็นน้ำอีกเพื่อนำสารอาหารไปยังเซลล์ของร่างกาย
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
สาเหตุของการบ่นและแก้ตัว
การที่จะบอกว่าใครบ่นนั้น ผู้อื่นมักเป็นผู้สังเกตเห็นและตัดสิน คนที่บ่นเองมักจะไม่รู้ว่าตัวเองบ่น การบ่นอาจจะเป็นกลไกอย่างหนึ่งของคนที่เป็นปุถุชนเพื่อที่จะลดความเคลียดหรือความกดดันบางอย่าง เมื่อเกิดไม่สบอารมณ์บางอย่าง หรือไม่พอใจ ขัดใจ ถ้าบ่นอยู่คนเดียวก็บ่นพึมพำ แต่ถ้าพูดกันในที่ประชุมที่มีการยกประเด็นปัญหาโดยไม่มีข้อเสนอแนะก็ถือว่าเป็นการบ่นอย่างหนึ่ง
สำหรับการแก้ตัวก็เป็นกลไกอย่างหนึ่งในการป้องกันตัวเองเหมือนกัน ที่อาจเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคลแล้วแต่จริตของแต่ละบุคคล เมื่อมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากระทบ ที่อาจมากระทบศักดิ์ศรี ที่อาจทำให้เขินอาย หรือเพื่อลดความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่สามารถทำได้ตามที่กำหนด หรือสัญญาไว้ แต่ถ้าเมื่อใดแก้ตัวแล้วไปโทษคนอื่นก็เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง รังแต่จะก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ ยอมรับความจริงไม่โทษใครถือว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอก็จะสบายใจกันได้ทุกฝ่าย สำหรับกรณีที่เมื่อไรบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในองค์กรไม่สามารถจะสืบค้นหาข้อผิดพลาด และทำการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ลักษณะเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นข้อแก้ตัวอย่างหนึ่งเช่นกัน
สำหรับการแก้ตัวก็เป็นกลไกอย่างหนึ่งในการป้องกันตัวเองเหมือนกัน ที่อาจเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคลแล้วแต่จริตของแต่ละบุคคล เมื่อมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากระทบ ที่อาจมากระทบศักดิ์ศรี ที่อาจทำให้เขินอาย หรือเพื่อลดความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่สามารถทำได้ตามที่กำหนด หรือสัญญาไว้ แต่ถ้าเมื่อใดแก้ตัวแล้วไปโทษคนอื่นก็เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง รังแต่จะก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ ยอมรับความจริงไม่โทษใครถือว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอก็จะสบายใจกันได้ทุกฝ่าย สำหรับกรณีที่เมื่อไรบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในองค์กรไม่สามารถจะสืบค้นหาข้อผิดพลาด และทำการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ลักษณะเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นข้อแก้ตัวอย่างหนึ่งเช่นกัน
วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ชีวิตในที่สูง
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่สูงเช่นในเทือกเขาแอนเดรส ได้ปรับตัวเองให้มีขนาดของปอดที่โตขึ้น โตกว่าคนปกติทั่วไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นในบริเวณที่มีความดันอากาศต่ำ นั่นคือตำแหน่งที่สูงขึ้นจากระดับผิวพื้นหรือระดับน้ำทะเลมากเท่าใดก็จะมีอากาศเบาบางมากเท่านั้น เมื่อเทียบเคียงความดันอากาศที่เทือกเขาแอนเดรส นั้นมีความดันเพียงครึ่งหนึ่งของที่ระดับผิวพื้น นอกจากนี้ร่างกายของผู้ที่อาศัยในแถบนี้ยังมีการปรับตัวเพื่อช่วยให้อาศัยอยู่ในบริเวณที่เย็นและมีความดันอากาศต่ำ ทำให้ผู้คนในบริเวณนี้มีขนาดขาและแขนที่สั้นกว่าปกติ อันเป็นผลจากการปรับตัวของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน โดยวิธีนี้ช่วยให้เลือดได้ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยระยะทางที่สั้นกว่านั่นเอง
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ควันหลงพิธียกเสาเอก
เมื่อวันที่ 29 ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปร่วมทำพิธีวางเสาเอกเพื่อสร้างบ้าน เป็นวันเดียวกับที่มหาวิทยาลัยได้มีการวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียนสาธิต ไม่ว่าจะวางเสาเอกหรือศิลาฤกษ์ต่างก็ต้องการให้เกี่ยวข้องกับศิริมงคลทั้งสิ้น วันก็ต้องเป็นวันดีตามหลักเกณฑ์ที่เชื่อถือกันคือวันที่ 29 ส่วนฤกษ์เวลาก็น่าจะเป็นเวลาที่ขึ้นต้น 9 อีก เป็น
สำหรับการขึ้นเสาเอกตอนที่ให้บุคคลที่ไปปักไม้มงคลในหลุมเสาเอกนั้นก็ต้องมีชื่อที่เป็นมงคล คนยกเสาเอกก็ต้องมีชื่อเป็นมงคล ที่ได้ชื่อคนที่ที่มีความหมายดีก็คงได้ทั้งนั้น ที่ได้ทราบก็เพราะว่าช่างที่ก่อสร้างบ้านไม่ยอมมาร่วมทำกิจกรรมด้วยก็เพราะท่านบอกว่าชื่อท่านไม่เป็นมงคลเท่าไรคือ เชือน เพราะไปผูกเป็นวลีได้ว่า แชเชือน ซึ่งมีความหมายไม่ดี ตอนที่จะยกเสาก็เอาฤกษ์ว่าจะเวลาไหนก็ถามเจ้าพิธีว่าเอาเวลาไหนท่านก็บอกว่า 9.39 จะเห็นว่ามีเลข 9 อีก อันเลข 9 แสดงถึงความก้าวหน้าก็เป็นได้
หลังจากเสร็จพิธีก็มาร่วมรับประทานอาหารร่วมกันสำหรับผู้ที่มาทำพิธีก็นับได้ 9 คนอีก ซึ่งในจำนวนนี้ก็นำอาหารที่เซ่นไหว้มารับประทานกัน เพิ่งมารู้ภายหลังว่าการนำอาหารที่เซ่นไหว้แล้วมารับประทานนั้นจะเป็นศิริมงคลทำให้โชคดีอีก ขณะร่วมรับประทานอาหารบางคนก็เล่าให้ฟังว่าพยายามมองดูที่ดวงอาทิตย์ก็เกิดเป็นวงรัศมีบางเหมือนกัน แต่คงไม่ใช่ดวงอาทิตย์ทรงกรด มิฉะนั้นแล้วคงจะมองเห็นกันหลายคน
หลังจากนั่นอีกวันอาจารย์ท่านหนึ่งมาบอกผู้เขียนว่าจะ พาผู้เขียนไปเลี้ยงเพราะว่าจะโชคดีจากเลขนำโชคเวลาฤกษ์ หลังจากนั้นวันต่อมาก็มีผู้โชคดีจากตัวเลขพาผู้เขียนไปเลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับการขึ้นเสาเอกตอนที่ให้บุคคลที่ไปปักไม้มงคลในหลุมเสาเอกนั้นก็ต้องมีชื่อที่เป็นมงคล คนยกเสาเอกก็ต้องมีชื่อเป็นมงคล ที่ได้ชื่อคนที่ที่มีความหมายดีก็คงได้ทั้งนั้น ที่ได้ทราบก็เพราะว่าช่างที่ก่อสร้างบ้านไม่ยอมมาร่วมทำกิจกรรมด้วยก็เพราะท่านบอกว่าชื่อท่านไม่เป็นมงคลเท่าไรคือ เชือน เพราะไปผูกเป็นวลีได้ว่า แชเชือน ซึ่งมีความหมายไม่ดี ตอนที่จะยกเสาก็เอาฤกษ์ว่าจะเวลาไหนก็ถามเจ้าพิธีว่าเอาเวลาไหนท่านก็บอกว่า 9.39 จะเห็นว่ามีเลข 9 อีก อันเลข 9 แสดงถึงความก้าวหน้าก็เป็นได้
หลังจากเสร็จพิธีก็มาร่วมรับประทานอาหารร่วมกันสำหรับผู้ที่มาทำพิธีก็นับได้ 9 คนอีก ซึ่งในจำนวนนี้ก็นำอาหารที่เซ่นไหว้มารับประทานกัน เพิ่งมารู้ภายหลังว่าการนำอาหารที่เซ่นไหว้แล้วมารับประทานนั้นจะเป็นศิริมงคลทำให้โชคดีอีก ขณะร่วมรับประทานอาหารบางคนก็เล่าให้ฟังว่าพยายามมองดูที่ดวงอาทิตย์ก็เกิดเป็นวงรัศมีบางเหมือนกัน แต่คงไม่ใช่ดวงอาทิตย์ทรงกรด มิฉะนั้นแล้วคงจะมองเห็นกันหลายคน
หลังจากนั่นอีกวันอาจารย์ท่านหนึ่งมาบอกผู้เขียนว่าจะ พาผู้เขียนไปเลี้ยงเพราะว่าจะโชคดีจากเลขนำโชคเวลาฤกษ์ หลังจากนั้นวันต่อมาก็มีผู้โชคดีจากตัวเลขพาผู้เขียนไปเลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บทเรียนชีวิต
ในระบบโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างก็ประสงค์ที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิต แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เแม้ว่าเราจะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ คณิตศาสตร์พื้นฐาน ถอดรูทหาค่าพื้นที่ของสิ่งต่างๆ แต่บางทีก็ไม่มีคุณค่าอะไรในชีวิตประจำวัน ยังไม่รู้ที่จะให้อภัยตัวเองและผู้อื่น เรารู้ว่านกมีทิศทางการอพยบในบางฤดู และเราเองกลับไม่แน่ใจทิศทางที่เราต้องการจะไป เราผ่าตัดกบไส้เดือนแต่เราก็ยังไม่รู้ความเป็นไปเชิงสัมพันธ์พลวัตของร่างกายเรา
เรารู้ว่าใครเขียน ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เป็นอะไร นั่นคือปัญหา แต่เราก็ไม่รู้คำตอบ เรารู้ค่า pi คืออะไร แต่เราไม่แน่ใจว่าเราเป็นใคร เรารู้วิธีที่จะร่างประโยคต่างๆ แต่เราอาจไม่รู้วิธีที่จะรักตัวเราเองอย่างไร ทั้งหลายนั้นเพราะระบบการศึกษาของเราไม่ได้ออกแบบสอนให้เราได้รู้ความลับของชีวิตว่าไม่มีควาามลับ ในสถาบันการศึกษาเราเรียนรู้ที่จะทำอะไรได้เกือบทุกอย่าง นอกจากจะมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างไร และนั่นอาจเป็นแนวทางที่ควรจะเป็นหรือ การเปิดเผยความลึกลับของชีวิตออกมา และค้นพบความลับของชีวิต ที่อาจต้องใช้ความกล้าและความตั้งใจจริงเป็นแรงบันดารใจกระตุ้นเตือนด้วยตัวเอง เราอาจจะรู้กันว่ามีอะไรมากมายในชีวิตนอกจากการ อ่าน เขียนเล่น คำนวณ คิด และต้องไม่ลืมความสุข สนุกสนาน ความสำราญใจตลอดทางที่ดำเนินชีวิตไป แล้วชีวิตคืออะไร เพื่ออะไร ยังมีต่อ
เรารู้ว่าใครเขียน ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เป็นอะไร นั่นคือปัญหา แต่เราก็ไม่รู้คำตอบ เรารู้ค่า pi คืออะไร แต่เราไม่แน่ใจว่าเราเป็นใคร เรารู้วิธีที่จะร่างประโยคต่างๆ แต่เราอาจไม่รู้วิธีที่จะรักตัวเราเองอย่างไร ทั้งหลายนั้นเพราะระบบการศึกษาของเราไม่ได้ออกแบบสอนให้เราได้รู้ความลับของชีวิตว่าไม่มีควาามลับ ในสถาบันการศึกษาเราเรียนรู้ที่จะทำอะไรได้เกือบทุกอย่าง นอกจากจะมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างไร และนั่นอาจเป็นแนวทางที่ควรจะเป็นหรือ การเปิดเผยความลึกลับของชีวิตออกมา และค้นพบความลับของชีวิต ที่อาจต้องใช้ความกล้าและความตั้งใจจริงเป็นแรงบันดารใจกระตุ้นเตือนด้วยตัวเอง เราอาจจะรู้กันว่ามีอะไรมากมายในชีวิตนอกจากการ อ่าน เขียนเล่น คำนวณ คิด และต้องไม่ลืมความสุข สนุกสนาน ความสำราญใจตลอดทางที่ดำเนินชีวิตไป แล้วชีวิตคืออะไร เพื่ออะไร ยังมีต่อ
โลกคุกหลายชั้น
เมื่อก่อนเวลาจำคุกนักโทษอาจนำไปปล่อยเกาะ เช่นเกาะตรุเตา ทวีปออสเตรเลียปัจจุบันก็เคยเป็นแหล่งที่นำนักโทษมาปล่อย การเป็นนักโทษก็เพื่อจำกัดเสรีภาพ ไม่สามารถที่จะไปได้ตามอำเภอใจ และยังอาจถูกบังคับให้ทำงานหนักอีกด้วย เป็นนรกโดยแท้ แต่แม้ไม่เป็นนักโทษจริงๆ ก็ติดคุกในความคิดขึ้นอยู่กับว่าใครมองคิดอย่างไร บางคนก็ไปคิดแทนคนอื่น ดังที่เราเคยได้ยินว่าบางคนไม่เคยออกจากตำบล อำเภอ จังหวัด ของตัวเองเลย บางคนเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อมาในตัวเมืองเป็นครั้งแรก เมื่ออายุวัยกลางคนแล้วก็มี นั่นเป็นสมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวก โทรศัพท์ก็ยังไม่มีใช้ ปัจจุบันอาจจะหลงเหลืออยู่้บ้างคงน้อยนิดหรือแทบไม่มีเลย เพราะแม้แต่คนสติปัญญาน้อยก็ยังให้ไปเปิดหูเปิดตา
โลกยุคปัจจุบัน การเดินทางได้สะดวก และจากการที่โลกเราสามารถติดต่อถึงกันได้ง่ายทำให้โลกของเราแคบไปถนัด โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก แต่ที่น่าพิจารณาก็คือ โลกของเรานั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของผงธุลีที่อยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลอันหาที่สุดไม่ได้ ถ้าจะคิดว่าโลกแคบจำกัดก็มีส่วนจริงอยู่มาก เพราะทุกวันนี้ถ้าเราเฝ้ามองท้องฟ้าจะพบว่าเราจะมองเห็นดวงดาวชุดเดิมๆ ทุกวันสับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดวันตลอดคืน ตลอดปี ถ้าใครที่เป็นคนที่เบื่ออะไรง่ายๆ ละก็อาจพูดว่า มองดูท้องฟ้าแล้วน่าเบือหน่ายเห็นแต่ดาวกลุ่มดาวเดิมๆ ทุกทีไม่เห็นจะหลากหลายตรงไหน ในแง่นี้ก็ทำให้คิดได้ว่าโลกเรานั้นแคบจริงๆ เหมือนกับติดคุกโลก ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเมื่อเราอยู่บนโลกแล้วก็ต้องอยู่ตลอดไปจนตายไปและถ้าเกิดใหม่ได้อีกก็ต้องทนอยู่บนโลกต่อไป ..จนกว่าจะหาทางเดินทางไปยังโลกอื่นให้ได้ แต่ที่เราไปที่ไหนก็ได้อย่างรวดเร็วไม่จำกัดก็คือการจินตนาการ หาที่ดีๆ นั่งหลับตาจินตนาการเอาก็แล้วกัน
โลกยุคปัจจุบัน การเดินทางได้สะดวก และจากการที่โลกเราสามารถติดต่อถึงกันได้ง่ายทำให้โลกของเราแคบไปถนัด โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก แต่ที่น่าพิจารณาก็คือ โลกของเรานั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของผงธุลีที่อยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลอันหาที่สุดไม่ได้ ถ้าจะคิดว่าโลกแคบจำกัดก็มีส่วนจริงอยู่มาก เพราะทุกวันนี้ถ้าเราเฝ้ามองท้องฟ้าจะพบว่าเราจะมองเห็นดวงดาวชุดเดิมๆ ทุกวันสับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดวันตลอดคืน ตลอดปี ถ้าใครที่เป็นคนที่เบื่ออะไรง่ายๆ ละก็อาจพูดว่า มองดูท้องฟ้าแล้วน่าเบือหน่ายเห็นแต่ดาวกลุ่มดาวเดิมๆ ทุกทีไม่เห็นจะหลากหลายตรงไหน ในแง่นี้ก็ทำให้คิดได้ว่าโลกเรานั้นแคบจริงๆ เหมือนกับติดคุกโลก ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเมื่อเราอยู่บนโลกแล้วก็ต้องอยู่ตลอดไปจนตายไปและถ้าเกิดใหม่ได้อีกก็ต้องทนอยู่บนโลกต่อไป ..จนกว่าจะหาทางเดินทางไปยังโลกอื่นให้ได้ แต่ที่เราไปที่ไหนก็ได้อย่างรวดเร็วไม่จำกัดก็คือการจินตนาการ หาที่ดีๆ นั่งหลับตาจินตนาการเอาก็แล้วกัน
ชีวิต..เพื่อการเรียนรู้
การมีชีวิตเพื่อการเรียนรู้ แล้วเรียนรู้อะไร ตามที่เราให้ชื่อสิ่งที่จะเรียนรู้ มีจำนวนมากที่จะต้องเรียนรู้ เพียง 5 ปีแรกของการมีชีวิตเราเรียนรู้ที่จะประสานสัมพันธ์ทางกายภาพ การเดิน การพูด การกิน การขับถ่าย ปฏิสัมพันธ์กันภายในครอบครัว และเพื่อนเล่น และเรียนรู้ความจริงทั้งหลายเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้ และสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เด็กอายุ 5 ขวบแตกต่างไปจากเด็กแรกเกิด
จากอายุ 5 ขวบไปจนถึง 10 ขวบเราเรียนรู้การอ่าน การเขียน การคำนวณเลขคณิต ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กีฬา และเมื่อเราไม่เฝ้ามองดูโทรทัศน์ เราจะเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับผู้คน เพื่อน ความสัมพันธ์ ศัตรู พันธมิตร คู่ปรับ ผู้สนับสนุน และผู้เอาใจออกห่าง สิ่งที่เราเรียนรู้บางอย่างในตอนต้นๆ ที่พบความจริงปรากฏออกมา เช่นโลกกลม ถ้าเราต้องการเพื่อน จงเป็นเพื่อนกับเขา และมีบางอย่างปรากฏออกมาว่าไม่จริง รูปพระสิ่งมงคลช่วยให้พ้นภัยอุบัติเหตุ ซานตาคลอสมาจริง เป็นต้น
มีบางสิ่งบางอย่างจำเป็นจะต้องเรียนรู้ และถอนการเรียนรู้ และขณะที่กำลังเรียนรู้ใหม่และถอนการเรียนรู้นั้น เราอาจจะได้เรียนรู้สิ่งที่ทำเกี่ยวกับความผิดหวัง แลอาจจะไม่เรียนรู้อะไรก็ได้ เมื่อมองไปยังผู้มีชีวิตอยู่ทั้งหลาย เราจะเห็นว่ามีการเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจนกระทั่งอายุ 15 หรือ 20 ปี แล้วการเติบโตก็ช้าลง หยุด หรือในบางกรณีมีการถดถอยไป
คนส่วนใหญ่นั้นเหมือนกับเข้าใจว่าได้ผ่านความสำเร็จไปขั้นหนึ่งเมื่อจบการศึกษา ที่เกี่ยวกับการยืมชุดครุย หมวกและได้รับแผ่นกระดาษหรือบางแห่งเป็นม้วนเป็นหลักฐานให้เราคิดว่าวันแห่งการเรียนรู้ของเราได้จบไปแล้ว คงจะไม่เป็นเช่นที่ว่าไม่มีอะไรเหลือให้เรียนรู้ แต่เหนือไปกว่านั้น พิธีการรับปริญญาไม่ได้เพียงหมายความว่าจบการศึกษาไม่ต้องเรียนรู้อะไรอีก แต่หมายถึง การเริ่มต้นเพื่อเรียนรู้ใหม่ๆต่อไป
ยิ่งเราเรียนรู้มาก ก็ยิ่งทำมาก ยิ่งเราทำมาก เราก็เรียนรู้มาก แต่ในทุกสิ่งที่กระทำและเรียนรู้นี้ จงอย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งอันเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดคือความสุข สนุก เพลิดเพลินในชีวิต
จากอายุ 5 ขวบไปจนถึง 10 ขวบเราเรียนรู้การอ่าน การเขียน การคำนวณเลขคณิต ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กีฬา และเมื่อเราไม่เฝ้ามองดูโทรทัศน์ เราจะเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับผู้คน เพื่อน ความสัมพันธ์ ศัตรู พันธมิตร คู่ปรับ ผู้สนับสนุน และผู้เอาใจออกห่าง สิ่งที่เราเรียนรู้บางอย่างในตอนต้นๆ ที่พบความจริงปรากฏออกมา เช่นโลกกลม ถ้าเราต้องการเพื่อน จงเป็นเพื่อนกับเขา และมีบางอย่างปรากฏออกมาว่าไม่จริง รูปพระสิ่งมงคลช่วยให้พ้นภัยอุบัติเหตุ ซานตาคลอสมาจริง เป็นต้น
มีบางสิ่งบางอย่างจำเป็นจะต้องเรียนรู้ และถอนการเรียนรู้ และขณะที่กำลังเรียนรู้ใหม่และถอนการเรียนรู้นั้น เราอาจจะได้เรียนรู้สิ่งที่ทำเกี่ยวกับความผิดหวัง แลอาจจะไม่เรียนรู้อะไรก็ได้ เมื่อมองไปยังผู้มีชีวิตอยู่ทั้งหลาย เราจะเห็นว่ามีการเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจนกระทั่งอายุ 15 หรือ 20 ปี แล้วการเติบโตก็ช้าลง หยุด หรือในบางกรณีมีการถดถอยไป
คนส่วนใหญ่นั้นเหมือนกับเข้าใจว่าได้ผ่านความสำเร็จไปขั้นหนึ่งเมื่อจบการศึกษา ที่เกี่ยวกับการยืมชุดครุย หมวกและได้รับแผ่นกระดาษหรือบางแห่งเป็นม้วนเป็นหลักฐานให้เราคิดว่าวันแห่งการเรียนรู้ของเราได้จบไปแล้ว คงจะไม่เป็นเช่นที่ว่าไม่มีอะไรเหลือให้เรียนรู้ แต่เหนือไปกว่านั้น พิธีการรับปริญญาไม่ได้เพียงหมายความว่าจบการศึกษาไม่ต้องเรียนรู้อะไรอีก แต่หมายถึง การเริ่มต้นเพื่อเรียนรู้ใหม่ๆต่อไป
ยิ่งเราเรียนรู้มาก ก็ยิ่งทำมาก ยิ่งเราทำมาก เราก็เรียนรู้มาก แต่ในทุกสิ่งที่กระทำและเรียนรู้นี้ จงอย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งอันเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดคือความสุข สนุก เพลิดเพลินในชีวิต
ความทุกข์ยากกับความสำเร็จ
มากกว่าสองพันห้าร้อยปีมาแล้วที่พระพุทธเจ้าได้ประกาศสัจธรรมในหลักไตรลักษณ์ อันได้แก่ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ที่เป็นธรรมชาติว่าคนเรามีทุกข์ ความไม่เที่ยงและไม่มีตัวตนที่แท้จริง ดังนั้นคนเราต้องจึงต้องหาทางให้หลุดพ้นความทุกข์ แม่ว่าจะมีคำสอนอื่นๆ ก็เพื่อที่จะให้พ้นทุกข์ ไม่ว่า ความอดทนทำมาซึ่งความสงบสุข ไม่มีความสุขอื่นใดยิ่งไปกว่าความสงบ ซึ่งพระพุทธองค์ได้บอกให้ทราบถึงหนทางแห่งการพ้นทุกข์เป็นเป้าหมายปลายทาง โดยการแนะแนววิธีปฏิบัติให้ที่เรียกว่าสติปัฏฐานสี่ จึงจะเข้าสู่ความสำเร็จที่แท้จริง
ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ที่หนึ่งว่า "มีถนนนเพียงสายเดียวเท่านั้นแห่งความย่ิ่งใหญ่ของมนุษย์คือถนนแห่งความทุกข์ยาก" แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องฝ่าฟันความทุกข์ยากให้ได้ จะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องใช้ความคิด ความพยายามอย่างสูงจึงจะประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับ
ลีโอนาร์ดาวินซี ก็เคยมีบันทึกไว้ว่า "ทองแท่งนั้นถูกทำให้บริสุทธิ์ในกองไฟ และไม่มีบุคคลที่ยอดเยี่ยมคนใดที่ไม่เผชิญกับความยากลำบาก" เช่นเดียวกันการจะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องใช้สติปัญญาความคิด ความพยายามในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น
อีกคนหนึ่งคือ ฮอลล์ เคน เคยกล่าวไว้ว่า "ชายผู้ที่เข้มแข็งที่สุดคือผู้ต่อสู่กับความยากลำบาก และผู้มีชัยชนะที่แท้จริงก็คือผู้ที่ต่อสู้กับความยากลำบาก"
จากแนวคิดที่ต้องต่อสู้ ต้องฟันฝ่าเป็นอุทาหรณ์ให้เราได้ต่อสู้เอาชนะอุปสรรค ที่ขวางหน้า ความทุกข์ยาก ความลำบาก เหมือนกับชีวิตต้องสู้ศรัตรูคือยากำลัง และสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมนั้นความยากลำบากนั้นเป็นเกียรติยศที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งความสงบ
ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ที่หนึ่งว่า "มีถนนนเพียงสายเดียวเท่านั้นแห่งความย่ิ่งใหญ่ของมนุษย์คือถนนแห่งความทุกข์ยาก" แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องฝ่าฟันความทุกข์ยากให้ได้ จะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องใช้ความคิด ความพยายามอย่างสูงจึงจะประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับ
ลีโอนาร์ดาวินซี ก็เคยมีบันทึกไว้ว่า "ทองแท่งนั้นถูกทำให้บริสุทธิ์ในกองไฟ และไม่มีบุคคลที่ยอดเยี่ยมคนใดที่ไม่เผชิญกับความยากลำบาก" เช่นเดียวกันการจะทำอะไรให้สำเร็จก็ต้องใช้สติปัญญาความคิด ความพยายามในการแก้ปัญหาทั้งสิ้น
อีกคนหนึ่งคือ ฮอลล์ เคน เคยกล่าวไว้ว่า "ชายผู้ที่เข้มแข็งที่สุดคือผู้ต่อสู่กับความยากลำบาก และผู้มีชัยชนะที่แท้จริงก็คือผู้ที่ต่อสู้กับความยากลำบาก"
จากแนวคิดที่ต้องต่อสู้ ต้องฟันฝ่าเป็นอุทาหรณ์ให้เราได้ต่อสู้เอาชนะอุปสรรค ที่ขวางหน้า ความทุกข์ยาก ความลำบาก เหมือนกับชีวิตต้องสู้ศรัตรูคือยากำลัง และสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมนั้นความยากลำบากนั้นเป็นเกียรติยศที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งความสงบ
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
อายุ 3 แบบ
เราเคยได้ยินคำว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข มักจะตีความไปในทางที่ม้จะมีอายุเพิ่มขึ้น แต่วัยไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม บางคนนั่งดูกตัวเองในกระจกง มีความรู้สึกว่าปีนี้แก่ขึ้นมาก หรือบางคนไม่รู้ถึงความแตกต่าง จากที่กล่าวมาพอจะประมวลได้ว่าอายุของคนมี 3 แบบ คืออายุตามปฏิทิน อายุตามชีววิทยา และอายุตามจิตวิทยา
สำหรับอายุตามปฏิทินมีความคงตัวตามเวลาที่ผ่านไป เป็นอายุที่อาจผิดพลาด ไม่น่าเชื่อถือเมื่อคิดตามอายุตามชีววิทยาและอายุตามจิตวิทยา คนที่อายุ 50 ปีอาจดูเหมือนกับคนอายุ 30 ปี แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่มองคนอายุ 30 ปีเหมือนกับคน 50 ปี อายุทางชีววิทยาสามารถที่จะบอกได้ว่าเวลาส่งผลให้อวัยวะ เนื้อเยื่ออย่างไร ที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ ใครฟิต เสื่อมถอยมากกว่ากันขณะที่อายุตามปฏิทินเท่ากัน อาจกล่าวได้วา เนื้อเยื่อและอวัยวะของแต่ละคนแก่หรือเสื่อมลงตามตารางเวลาของตัวเอง นั้นคือไม่เท่ากันในแต่ละคน (แล้วแต่ผลกรรมจากการปฏิบัติ) คนที่ออกกำลังกายอยู่เสมออวัยวะหลายส่วนที่ยังทำงานได้ดีกว่าคนในวัยเดียวกัน
สำหรับอายุตามจิตวิทยา เป็นอายุตามความรู้สึกของแต่ละคน มีความสลับซับซ้อน เช่นเดียวกับอายุทางชีววิทยาที่ไม่มีใครที่มีอายุทางจิตวิทยาเหมือนกัน เพราะไม่มีใครที่จะสั่งสมประสบการณ์มาเหมือนกัน เพราะการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ในเรื่องเดียวกันก็ส่งผลต่อความรู้สึกต่างกัน สำหรับความรู้สึกต่อความแก่ นั่นถ้าเราคิดว่าแก่รู้สึกว่าแก่ก็อาจส่งผลให้แก่จริง หรือเมื่อรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า เคลียด ก็ส่งผลให้แก่และตายเร็วได้
สำหรับอายุตามปฏิทินมีความคงตัวตามเวลาที่ผ่านไป เป็นอายุที่อาจผิดพลาด ไม่น่าเชื่อถือเมื่อคิดตามอายุตามชีววิทยาและอายุตามจิตวิทยา คนที่อายุ 50 ปีอาจดูเหมือนกับคนอายุ 30 ปี แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่มองคนอายุ 30 ปีเหมือนกับคน 50 ปี อายุทางชีววิทยาสามารถที่จะบอกได้ว่าเวลาส่งผลให้อวัยวะ เนื้อเยื่ออย่างไร ที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ ใครฟิต เสื่อมถอยมากกว่ากันขณะที่อายุตามปฏิทินเท่ากัน อาจกล่าวได้วา เนื้อเยื่อและอวัยวะของแต่ละคนแก่หรือเสื่อมลงตามตารางเวลาของตัวเอง นั้นคือไม่เท่ากันในแต่ละคน (แล้วแต่ผลกรรมจากการปฏิบัติ) คนที่ออกกำลังกายอยู่เสมออวัยวะหลายส่วนที่ยังทำงานได้ดีกว่าคนในวัยเดียวกัน
สำหรับอายุตามจิตวิทยา เป็นอายุตามความรู้สึกของแต่ละคน มีความสลับซับซ้อน เช่นเดียวกับอายุทางชีววิทยาที่ไม่มีใครที่มีอายุทางจิตวิทยาเหมือนกัน เพราะไม่มีใครที่จะสั่งสมประสบการณ์มาเหมือนกัน เพราะการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ในเรื่องเดียวกันก็ส่งผลต่อความรู้สึกต่างกัน สำหรับความรู้สึกต่อความแก่ นั่นถ้าเราคิดว่าแก่รู้สึกว่าแก่ก็อาจส่งผลให้แก่จริง หรือเมื่อรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า เคลียด ก็ส่งผลให้แก่และตายเร็วได้
น้ำกับชีวิต
แม้ว่าโลกเราจะมีพื้นน้ำสามส่วนและเป็นแผ่นดินเพียงหนึ่งส่วน ประมาณ 25 เปอร์เซนต์ ส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็ม มีเพียงไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ที่เป็นน้ำจืด ที่เป็นน้ำกินน้ำใช้ ซึ่งคาดกันว่าถ้าการใช้น้ำของพลโลกอยู่ในอัตรานี้ ก็มีแนวโน้มว่าจะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในอนาคตได้
สิ่งมีชีวิตประกอบด้วยน้ำตั้งแต่ 50-90 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะร่างกายคนมีน้ำ 50-70 % ต้องการน้ำสะอาด 1.5 ลิตรต่อวัน (6-8แก้ว) นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตมีที่มาที่กำเนิดมาจากน้ำ น้ำมีคุณสมบัติที่สำคัญคือเป็นตัวทำละลายที่ดี น้ำเป็นของเหลว และของเหลวในร่างกายอยู่ในรูป เหงื่อ ปัสสาวะ ซีรัมหรือปลาสมา ที่เป็นองค์ประกอบของเลือด ที่สามารถแยกชั้นของเม็ดเลือดและน้ำใสๆสีออกเหลืองซึ่งได้แก่ปลาสมานั่นเอง
ปัจจุบันยังมีคนราว 1.3 พันล้านคนขาดน้ำดื่มที่เพียงพอ ที่มีผลก่อให้เกิดโรค ทำให้อ่อนแอ ทำให้มีคนตาย ประมาณ 13000 คนในแต่ละวันจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่ม การทำให้น้ำบริสุทธิ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัญหาน้ำที่ปนเปื้อนด้วยสารพิษ และมีความเค็มสูง การปนเปื้อนอาจมาภาวะมลภาวะจากอุตสาหกรรม จากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงตกค้างส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยจากเชื้อโรค ปัญหาเหล่านี้อาจตามรอยการเกิดมลภาวะ จากความยากจน ความไม่รู้ ความละโมบอยากได้ พลังงานจากแสงอาทิตย์อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดน้ำและการป้องกันโรค เช่นการกลั่นน้ำด้วยแสงอาทิตย์เป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์สำหรับการหยุดยั้งการติดเชื้อ
น้ำมีการหมุนเวียนเปลี่ยนสถานะ เป็นของแข็งเมื่อเย็นจัด และระเหยกลายเป็นไอได้ตั้งแต่อุณภูมิปกติไปจนถึงน้ำที่จุดเดือด การหมุนเวียนของน้ำดังกล่าวนำมาใช้เป็นหลักในการแยกน้ำออกจากเกลือ โดยการปล่อยให้น้ำเค็มระเหยออกไปสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือเกลือ น้ำทะเลบางแห่ง เช่นเดดซี (dead sea) ที่มี่ส่วนผสมของเกลืออยู่สูงมาก ปกติน้ำทะเลจะมีเกลือผสมอยู่ 35 ppt (parts per thousand) หรือ 35 ส่วนในพันส่วน แต่ในเดดซีจะมีถึง 260 ppt น้ำที่มีความหนาแน่นขนาดนี้ทำให้คนลอยอยู่ในน้ำทะเลได้โดยไม่จบอย่างสมายโดยไม่ต้องใข้ห่วงยางหรือถุงลมช่วย และไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่จะอาศัยอยู่ได้ในน้ำเค็มจัดเช่นนี้
คุณสมบัติทางเคมีที่บ่งบอกถึงคุณภาพของน้ำคือความเป็นกรดและด่าง น้ำกลั่นรวมทั้งน้ำที่เราดื่มบริโภคกันนั้นถือว่ามีความเป็นกลางไม่เป็นกรดหรือด่าง ที่มีรสเปรี้ยวจะมีความเป็นกรดเช่นน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู แต่ถ้าเติมผงฟูลงในน้ำ น้ำจะมีคุณสมบัติเป็นด่าง เครื่องมือที่จะใช้วัดความเป็นกรดหรือด่างเรียกว่า pH meter โดยค่า pH 7 คิดให้เป็นกล่าว ถ้าต่ำกว่า 7 ถือว่าเป็นกรด ที่สูงกว่า 7 ถือว่าเป็นด่าง เช่นน้ำทะเล ผงโซดา ผงซักฟอก น้ำสบู่
สิ่งมีชีวิตประกอบด้วยน้ำตั้งแต่ 50-90 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะร่างกายคนมีน้ำ 50-70 % ต้องการน้ำสะอาด 1.5 ลิตรต่อวัน (6-8แก้ว) นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตมีที่มาที่กำเนิดมาจากน้ำ น้ำมีคุณสมบัติที่สำคัญคือเป็นตัวทำละลายที่ดี น้ำเป็นของเหลว และของเหลวในร่างกายอยู่ในรูป เหงื่อ ปัสสาวะ ซีรัมหรือปลาสมา ที่เป็นองค์ประกอบของเลือด ที่สามารถแยกชั้นของเม็ดเลือดและน้ำใสๆสีออกเหลืองซึ่งได้แก่ปลาสมานั่นเอง
ปัจจุบันยังมีคนราว 1.3 พันล้านคนขาดน้ำดื่มที่เพียงพอ ที่มีผลก่อให้เกิดโรค ทำให้อ่อนแอ ทำให้มีคนตาย ประมาณ 13000 คนในแต่ละวันจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่ม การทำให้น้ำบริสุทธิ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัญหาน้ำที่ปนเปื้อนด้วยสารพิษ และมีความเค็มสูง การปนเปื้อนอาจมาภาวะมลภาวะจากอุตสาหกรรม จากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงตกค้างส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยจากเชื้อโรค ปัญหาเหล่านี้อาจตามรอยการเกิดมลภาวะ จากความยากจน ความไม่รู้ ความละโมบอยากได้ พลังงานจากแสงอาทิตย์อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดน้ำและการป้องกันโรค เช่นการกลั่นน้ำด้วยแสงอาทิตย์เป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์สำหรับการหยุดยั้งการติดเชื้อ
น้ำมีการหมุนเวียนเปลี่ยนสถานะ เป็นของแข็งเมื่อเย็นจัด และระเหยกลายเป็นไอได้ตั้งแต่อุณภูมิปกติไปจนถึงน้ำที่จุดเดือด การหมุนเวียนของน้ำดังกล่าวนำมาใช้เป็นหลักในการแยกน้ำออกจากเกลือ โดยการปล่อยให้น้ำเค็มระเหยออกไปสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือเกลือ น้ำทะเลบางแห่ง เช่นเดดซี (dead sea) ที่มี่ส่วนผสมของเกลืออยู่สูงมาก ปกติน้ำทะเลจะมีเกลือผสมอยู่ 35 ppt (parts per thousand) หรือ 35 ส่วนในพันส่วน แต่ในเดดซีจะมีถึง 260 ppt น้ำที่มีความหนาแน่นขนาดนี้ทำให้คนลอยอยู่ในน้ำทะเลได้โดยไม่จบอย่างสมายโดยไม่ต้องใข้ห่วงยางหรือถุงลมช่วย และไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่จะอาศัยอยู่ได้ในน้ำเค็มจัดเช่นนี้
คุณสมบัติทางเคมีที่บ่งบอกถึงคุณภาพของน้ำคือความเป็นกรดและด่าง น้ำกลั่นรวมทั้งน้ำที่เราดื่มบริโภคกันนั้นถือว่ามีความเป็นกลางไม่เป็นกรดหรือด่าง ที่มีรสเปรี้ยวจะมีความเป็นกรดเช่นน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู แต่ถ้าเติมผงฟูลงในน้ำ น้ำจะมีคุณสมบัติเป็นด่าง เครื่องมือที่จะใช้วัดความเป็นกรดหรือด่างเรียกว่า pH meter โดยค่า pH 7 คิดให้เป็นกล่าว ถ้าต่ำกว่า 7 ถือว่าเป็นกรด ที่สูงกว่า 7 ถือว่าเป็นด่าง เช่นน้ำทะเล ผงโซดา ผงซักฟอก น้ำสบู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



