การจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาจำต้องทำตามขั้นตอนหรือแนวปฏิบัติ และหรือผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบดำเนินการได้คือ
ถูกต้องตามขั้นตอน
มีมาตรฐานการปฏิบัติ ในแนวทางเดียวกัน
โดยอาศัย
ข้อมูลจากเกณฑ์มาตรฐาน
ข้อบังคับ
แนวปฏิบัติ
มติที่ประชุมเกี่ยวกับขั้นตอน
ขั้นตอนการดำเนินงานตามแบบฟอร์ม คำร้อง ระดับบัณฑิตศึกษา
แนวปฏิบัติการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษา
การให้คำปรึกษา
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุดมศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุดมศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มหาวิทยาลัยที่ผู้ปกครองนักศึกษาต้องการ
เคยมีการสำรวจว่ามหาวิทยาลัยที่ผู้ปกครองต้องการและนักศึกษาต้องการ ซึ่งพอสรุปได้ว่า
ที่ผู้ปกครองต้องการคือ
- มหาวิทยาลัยต้องสร้างคุณภาพ ความรู้คู่คุณธรรม สังคมที่ดีอย่างแท้จริง
- มีอาจารย์ที่มีคุณภาพเป็นครูอย่างแท้จริง
- มีหลักสูตรที่หลากหลาย ประกอบอาชีพได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา
ที่นักศึกษาต้องการ
- มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ อาจารย์มีคุณภาพในการสอน
- มีบรรยากาศที่ดี เหมาะสมกับการเรียนการสอน
- มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ที่ดีเหมาะสมกับหลักสูตรที่เปิดสอน
จะเห็นว่าทั้งผู้ปกครองและนักศึกษามีความเห็นร่วมกันเป็น ส่วนใหญ่ ในแง่คุณภาพคือการที่มหาวิทยาลัยจะมีคุณภาพได้ก็สืบเนื่องมาจากการมีบุคลากร อาจารย์ที่มีคุณภาพ คำว่ามหาวิทยาลัยมีคุณภาพนั้นหมายถึงภาพรวมภาพกว้าง การมีหลักสูตรที่หลากหลายนั้นจะต้องเน้นว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วมีงานทำ และ สามารถทำงานได้ดีด้วย คุณภาพยังรวมไปถึงการมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในอันที่จะสร้างจุดเด่นสร้าง ชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นสิ่งสำคัญ
ที่ผู้ปกครองต้องการคือ
- มหาวิทยาลัยต้องสร้างคุณภาพ ความรู้คู่คุณธรรม สังคมที่ดีอย่างแท้จริง
- มีอาจารย์ที่มีคุณภาพเป็นครูอย่างแท้จริง
- มีหลักสูตรที่หลากหลาย ประกอบอาชีพได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา
ที่นักศึกษาต้องการ
- มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ อาจารย์มีคุณภาพในการสอน
- มีบรรยากาศที่ดี เหมาะสมกับการเรียนการสอน
- มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ที่ดีเหมาะสมกับหลักสูตรที่เปิดสอน
จะเห็นว่าทั้งผู้ปกครองและนักศึกษามีความเห็นร่วมกันเป็น ส่วนใหญ่ ในแง่คุณภาพคือการที่มหาวิทยาลัยจะมีคุณภาพได้ก็สืบเนื่องมาจากการมีบุคลากร อาจารย์ที่มีคุณภาพ คำว่ามหาวิทยาลัยมีคุณภาพนั้นหมายถึงภาพรวมภาพกว้าง การมีหลักสูตรที่หลากหลายนั้นจะต้องเน้นว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วมีงานทำ และ สามารถทำงานได้ดีด้วย คุณภาพยังรวมไปถึงการมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในอันที่จะสร้างจุดเด่นสร้าง ชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นสิ่งสำคัญ
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554
มหาวิทยาลัยมาตรฐานระดับโลก
มหาวิทยาลัยระดับโลกตามที่ดร.วิตร ศรีสะอ้านได้เล่าให้ฟังจากการสำรวจมหาวิทยาลัยดังๆ ทั้งหลายกล่าวคือมหาวิทยาลับเหล่านั้นจะมีความเป็นเลิศด้านการวิจัย และคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องว่ามีชื่อเสียง นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ก็มีความสามารถสูง มีความเป็นนานาชาติมีเครือข่ายเชื่อมโยงระดับชาตินานาชาติ ที่สำคัญก็คือมีความเป็นอิสระทางวิชาการ และการบริหารที่สร้างบรรยากาศการตื่นตัวทางวิชาการ ตลอดจนมีความพอเพียงด้านทรัพยากร และเครื่องมืออำนวยความสะดวก นอกจากจะมีพร้อมมูลแล้วยังจะต้องทันสมัย
นอกจากนี้ท่านยังได้ให้ข้อเสนอแนะในการก้าวเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก กล่าวคือ
จะต้องสร้างแรงดึงดูดและรักษาอาจารย์ที่มีคุณภาพเอาไว้ มีการพัฒนาอาจารย์และแลกเปลี่ยนคณาจารย์ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนนศ.ระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศสอดคล้องกับการเป็นนานาชาติ และสร้างความสมดุลระหว่างมาตรฐานสากลและความต้องการของท้องถิ่น อย่างอิสระและมีเสรีภาพทางวิชาการ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเรียนรู้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีผู้นำมหาวิทยาลัยที่มีความสามารถสูง
นอกจากนี้ท่านยังได้ให้ข้อเสนอแนะในการก้าวเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก กล่าวคือ
จะต้องสร้างแรงดึงดูดและรักษาอาจารย์ที่มีคุณภาพเอาไว้ มีการพัฒนาอาจารย์และแลกเปลี่ยนคณาจารย์ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนนศ.ระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศสอดคล้องกับการเป็นนานาชาติ และสร้างความสมดุลระหว่างมาตรฐานสากลและความต้องการของท้องถิ่น อย่างอิสระและมีเสรีภาพทางวิชาการ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเรียนรู้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีผู้นำมหาวิทยาลัยที่มีความสามารถสูง
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
มหาวิทยาลัยใกล้ชิดสังคมกับการวิจัย
การศึกษาที่เราดำเนินอยู่ในปัจจุบันหากไม่เปลี่ยนแล้วจะไม่สามารถป้องกันวิกฤติชาติใดๆได้เลย ซึ่งส่งผลให้ล้าหลังกว่าประเทศอื่นได้ ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มหาวิทยาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเข้ามาร่วมในกระบวนทัศน์ใหม่ที่สำคัญ ที่จะต้องใช้ความรู้ในทุกิจกรรมของสังคม ไม่ใช่การเข้าไปให้เปล่าหรือให้แต่ฝ่ายเดียว รูปแบบที่สำคัญคือต้องเข้าไปเป็นหุ้นส่วนหรือ พาร์ทเนอร์กัน ผู้เกี่ยวข้องก็ได้ประโยชน์มหาวิทยาลัยก็ได้ประโยชน์จากการทำวิชาการอันเป็นงานประจำอย่างหนึ่งของมหา วิทยาลัย ถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกันผ่านทางการปฏิบัติกับชุมชน องค์กรชุมชนท้องถิ่น ห้างร้าน บริษัท กลุ่มสนใจ ความจริงในการนี้ทำให้มหาวิทยาลัยได้ทำหน้าที่อื่นๆด้วย
จากการที่มหาวิทยาลัยได้ใกล้ชิดกับสังคม งานก็ต้องมาก่อนเงิน เมื่องานประสบผลสำเร็จแล้วเงินมักจะตามมาภายหลัง เพราะการได้งาน งานทรัพยากรย่อมตามมาซึ่งจะมาจากผู้ที่ได้รับประโยชน์ มหาวิทยาลัยอาจเข้าไปร่วมแบบมือเปล่าแต่ใช้สมองและปัญญาได้มีโอกาสปรับปรุงความรู้ ส่งผลให้กิจกรรมการเรียนการสอน และการวิจัยดีขึ้นเพราะได้เรียนรู้ตามสภาพจริงมากขึ้น การเรียนรู้ร่วมกันผ่านทางการปฏิบัติ ความรู้จากภายนอกหรือในท้องถิ่นชุมชนความรู้ทางทฤษฎีจะน้อย แต่ทางการปฏิบัติจะเก่ง การเข้าไปร่วมมือจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสิ่งที่ต่างก็ไม่มีที่ผู้ร่วมงานมีท่าทีที่เคารพกัน อาจารย์ นักศึกษาอาจมีความรู้ที่ชัดแจ้งทางทฤษฎีเมื่อแต่ระฝ่ายมาทำงานร่วมกันต่างฝ่ายก็จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ทุกด้าน การงาน คุณภาพชีวิต โดยมีการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ
ฐานการพูดคุยอยู่ที่การปฏิบัติ แล้วจำทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มากตลอดเวลา นักวิชาการได้ประโยชน์ เก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ชาวบ้านได้วิถีชีวิตที่ดีขึ้น การออกไปทำงานร่วมกัน ควรที่จะได้ออกแบบการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ นั่นก็คือจะต้องมีคำถามในการวิจัยตั้งไว้ จะทำให้การเก็บข้อมูลไม่สะเปะสะปะ ได้ข้อมูลมาก็นำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปเปรียบเทียบกับทฤษฎีที่มีคุณค่าแล้ว จะมีความใหม่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น
คนที่ทำงานกับชุมชนแต่ไม่ได้ผลงานวิชาการนั้น มักใช้วิชาการที่มีอยู่แล้วไม่ได้สร้างวิชการความรู้ใหม่ เพื่อบอกว่าข้อมูลจากการปฏิบัติจริงช่วยเพิ่มยืนยันองค์ความรู้ของโลกอย่างไรบ้าง ขั้นตอนสำคัญคือการวิเคราะห์สังเคราะห์นำไปสู่การเสนอข้อเสนอแนะใหม่ๆ ต้องคัดค้านหรือยืนยันทฤษฎีเก่าให้ได้ว่าถูกต้องเท่าใด ที่เราคิดขึ้นอาจถูกต้องมากกว่าขึ้นอยู่กับบริบทชุมชน ซึ่งการเก็บข้อมูลเชิงบริบทไม่เฉพาะเชิงอธิบาย ต้องตอบคำถาม อย่างไร และ ทำไม ต้องทำให้่มีความเชื่อมั่นออกแบบให้หลักฐานน่าเชื่อถือ
สรุป จากการฟังการบรรยายทางวิชาการ ในงานราชภัฏวิชาการครั้งที่ 2
จากการที่มหาวิทยาลัยได้ใกล้ชิดกับสังคม งานก็ต้องมาก่อนเงิน เมื่องานประสบผลสำเร็จแล้วเงินมักจะตามมาภายหลัง เพราะการได้งาน งานทรัพยากรย่อมตามมาซึ่งจะมาจากผู้ที่ได้รับประโยชน์ มหาวิทยาลัยอาจเข้าไปร่วมแบบมือเปล่าแต่ใช้สมองและปัญญาได้มีโอกาสปรับปรุงความรู้ ส่งผลให้กิจกรรมการเรียนการสอน และการวิจัยดีขึ้นเพราะได้เรียนรู้ตามสภาพจริงมากขึ้น การเรียนรู้ร่วมกันผ่านทางการปฏิบัติ ความรู้จากภายนอกหรือในท้องถิ่นชุมชนความรู้ทางทฤษฎีจะน้อย แต่ทางการปฏิบัติจะเก่ง การเข้าไปร่วมมือจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสิ่งที่ต่างก็ไม่มีที่ผู้ร่วมงานมีท่าทีที่เคารพกัน อาจารย์ นักศึกษาอาจมีความรู้ที่ชัดแจ้งทางทฤษฎีเมื่อแต่ระฝ่ายมาทำงานร่วมกันต่างฝ่ายก็จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ทุกด้าน การงาน คุณภาพชีวิต โดยมีการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ
ฐานการพูดคุยอยู่ที่การปฏิบัติ แล้วจำทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มากตลอดเวลา นักวิชาการได้ประโยชน์ เก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ชาวบ้านได้วิถีชีวิตที่ดีขึ้น การออกไปทำงานร่วมกัน ควรที่จะได้ออกแบบการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ นั่นก็คือจะต้องมีคำถามในการวิจัยตั้งไว้ จะทำให้การเก็บข้อมูลไม่สะเปะสะปะ ได้ข้อมูลมาก็นำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปเปรียบเทียบกับทฤษฎีที่มีคุณค่าแล้ว จะมีความใหม่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น
คนที่ทำงานกับชุมชนแต่ไม่ได้ผลงานวิชาการนั้น มักใช้วิชาการที่มีอยู่แล้วไม่ได้สร้างวิชการความรู้ใหม่ เพื่อบอกว่าข้อมูลจากการปฏิบัติจริงช่วยเพิ่มยืนยันองค์ความรู้ของโลกอย่างไรบ้าง ขั้นตอนสำคัญคือการวิเคราะห์สังเคราะห์นำไปสู่การเสนอข้อเสนอแนะใหม่ๆ ต้องคัดค้านหรือยืนยันทฤษฎีเก่าให้ได้ว่าถูกต้องเท่าใด ที่เราคิดขึ้นอาจถูกต้องมากกว่าขึ้นอยู่กับบริบทชุมชน ซึ่งการเก็บข้อมูลเชิงบริบทไม่เฉพาะเชิงอธิบาย ต้องตอบคำถาม อย่างไร และ ทำไม ต้องทำให้่มีความเชื่อมั่นออกแบบให้หลักฐานน่าเชื่อถือ
สรุป จากการฟังการบรรยายทางวิชาการ ในงานราชภัฏวิชาการครั้งที่ 2
ภาพอนาคตที่กระทบต่ออุดมศึกษา
จากแผนอุดมศึกษาระยะยาว ได้ชี้ให้เห็นภาพในอนาคตใน 7 ประเด็นที่น่าจะนำมาพิจารณา
1. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น ต่อไปอาจเปลียนอายุเกษียรราชการจาก 60 ปี เป็น 65 ปี และในอีก 20 ปีข้างหน้ากลุ่มผู้สูงอายุจะมีถึง 1 ใน 4 อุดมศึกษาจะเตรียมตัวอย่างไร
2. การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรให้มีความมั่นคงปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงานและอาหาร เพราะสิ่งแวดล้อมถูทำลายไปมาก
3 การมีงานทำ และตลาดแรงงาน ต้องมีคนทำงานการขยายอายุเกษียรเป็นไปได้มากขึ้น การขาดแคลนแรงงาน การผลิตกำลังคนให้ตรงกับงานที่ต้องการในปัจจุบันและอนาคต
4. การกระจายอำนาจการปกครอง ท้องถิ่นต้องเข้ามามีส่วนร่วม และในอนาคตอันใกล้ท้องถิ่นชุมชนจะเข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในอุดมศึกษา การกระจายอำนาจจะเกื้อหนุนการศึกษาต่อเนื่องได้ทุกระบบ
5. ความขัดแยังและความรุนแรง ทำอย่างไรให้คนไทยได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน สร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน ลดความแตกต่างเหลี่ยมล้ำ
6. เยาวชนและบัณฑิตในอนาคตให้มีขีดความสามารถในการแข็งขันมากขึ้น โดยวิธีคิด วิธีทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่ยังมีการเตรียมตัวน้อยกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่จะเป็นภาษาของอาเซียน ซึ่งต้องเริ่มต้นตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อุดมศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร
7. เศรษฐกิจพอเพียง ขณะที่สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย และเกิดความแตกแยกบาดหมางกันของคนในชาติ การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะลดความขัดแย้งลงได้ น่าจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของอุดมศึกษา ในการนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
1. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น ต่อไปอาจเปลียนอายุเกษียรราชการจาก 60 ปี เป็น 65 ปี และในอีก 20 ปีข้างหน้ากลุ่มผู้สูงอายุจะมีถึง 1 ใน 4 อุดมศึกษาจะเตรียมตัวอย่างไร
2. การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรให้มีความมั่นคงปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงานและอาหาร เพราะสิ่งแวดล้อมถูทำลายไปมาก
3 การมีงานทำ และตลาดแรงงาน ต้องมีคนทำงานการขยายอายุเกษียรเป็นไปได้มากขึ้น การขาดแคลนแรงงาน การผลิตกำลังคนให้ตรงกับงานที่ต้องการในปัจจุบันและอนาคต
4. การกระจายอำนาจการปกครอง ท้องถิ่นต้องเข้ามามีส่วนร่วม และในอนาคตอันใกล้ท้องถิ่นชุมชนจะเข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในอุดมศึกษา การกระจายอำนาจจะเกื้อหนุนการศึกษาต่อเนื่องได้ทุกระบบ
5. ความขัดแยังและความรุนแรง ทำอย่างไรให้คนไทยได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน สร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน ลดความแตกต่างเหลี่ยมล้ำ
6. เยาวชนและบัณฑิตในอนาคตให้มีขีดความสามารถในการแข็งขันมากขึ้น โดยวิธีคิด วิธีทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่ยังมีการเตรียมตัวน้อยกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่จะเป็นภาษาของอาเซียน ซึ่งต้องเริ่มต้นตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อุดมศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร
7. เศรษฐกิจพอเพียง ขณะที่สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย และเกิดความแตกแยกบาดหมางกันของคนในชาติ การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะลดความขัดแย้งลงได้ น่าจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของอุดมศึกษา ในการนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
วิชาการสายรับใช้สังคม
ปัจจุบัน ถือว่าได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวิชาการรับใช้สังคมที่เน้นท้องถิ่น ควบคู่ไปกับวิชาการสายพื้นฐาน ซึ่งอุดมศึกษาสร้างวิชาการทั้งสองสายสุดท้ายก็เพื่อรับใช้สังคม โดยได้รายได้จากการทำงานกับชีวิตจริง ผลงานทางวิชาการสามารถนำไปตีพิมพ์ในวารสารกระแสหลักหรือตามกำหนด นำไปสู่การยอมรับ ความเป็นเลิศ วิชาการสายรับใช้สังคมจะได้ภาคีเครือข่ายรับใช้สังคมโดยใช้ภาคชีวิตจริงในการทำงานกับสังคม
มหาวิทยาลัยได้รายได้จากผู้ได้ประโยชน์ จากชุมชนที่มีเงินมีรายได้ แล้วอุดมศึกษาเราจะเข้าไปชักจูงอย่างไรให้เกิดเป็นผู้ร่วมงานกันแบบพาร์ทเนอร์ (partner) ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และก่อให้เกิดประโยชน์คุ้มกับเงินได้ผู้ร่วมงานที่มีความเชื่อถือไว้ใจกัน
มหาวิทยาลัยใช้การสร้างสรรค์ที่ตนเองมีในการทำงานรับใช้สังคม โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทำให้มหาวิทยาลัยได้ภาคี ได้เครื่อข่าย ได้ผลงาน ได้รายได้ มีผลตอบแทนให้นักวิชาการสายใหม่ก็คือสายรับใช้สังคม ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าการจัดสรรค์งบประมาณให้สายรับใช้สังคมกับสายพื้นฐานทั่วไปนั้นจะอยู่ในอัตรา 70 ต่อ 30
วิชาการสายสังคมมีธรรมชาติเป็นการประยุกต์ สามารถนำผลไปตีพิมพ์ได้ในวารสารทั่วไปและตามที่กำหนด สามารถวัดความเป็นเลิศจากเกณฑ์ที่สร้างขึ้นเอง การลงเพื่อที่เก็บข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์ได้ แม้จะเป็นเพียงข้อมูลเดียวอาจนำมาเขียนได้หลายบทความ ในหลายแง่มุม การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เงินไม่ได้จำเป็นเสมอไป เงินทุนในโครงการวิจัยจะน้อยแต่สามารถเขียนบทความตีพิมพ์ลงวารสารนานาชาติได้ ซึ่งก็เห็นตัวอย่างมามากแล้ว แนวคิดสำหรับคนที่เขียนบทความบางกลุ่มก็บอกว่า เห็นอะไรก็เป็นบทความ เก็บข้อมูลความรู้เชิงบริบทก็เขียนบทความได้
มหาวิทยาลัยได้รายได้จากผู้ได้ประโยชน์ จากชุมชนที่มีเงินมีรายได้ แล้วอุดมศึกษาเราจะเข้าไปชักจูงอย่างไรให้เกิดเป็นผู้ร่วมงานกันแบบพาร์ทเนอร์ (partner) ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และก่อให้เกิดประโยชน์คุ้มกับเงินได้ผู้ร่วมงานที่มีความเชื่อถือไว้ใจกัน
มหาวิทยาลัยใช้การสร้างสรรค์ที่ตนเองมีในการทำงานรับใช้สังคม โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทำให้มหาวิทยาลัยได้ภาคี ได้เครื่อข่าย ได้ผลงาน ได้รายได้ มีผลตอบแทนให้นักวิชาการสายใหม่ก็คือสายรับใช้สังคม ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าการจัดสรรค์งบประมาณให้สายรับใช้สังคมกับสายพื้นฐานทั่วไปนั้นจะอยู่ในอัตรา 70 ต่อ 30
วิชาการสายสังคมมีธรรมชาติเป็นการประยุกต์ สามารถนำผลไปตีพิมพ์ได้ในวารสารทั่วไปและตามที่กำหนด สามารถวัดความเป็นเลิศจากเกณฑ์ที่สร้างขึ้นเอง การลงเพื่อที่เก็บข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์ได้ แม้จะเป็นเพียงข้อมูลเดียวอาจนำมาเขียนได้หลายบทความ ในหลายแง่มุม การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เงินไม่ได้จำเป็นเสมอไป เงินทุนในโครงการวิจัยจะน้อยแต่สามารถเขียนบทความตีพิมพ์ลงวารสารนานาชาติได้ ซึ่งก็เห็นตัวอย่างมามากแล้ว แนวคิดสำหรับคนที่เขียนบทความบางกลุ่มก็บอกว่า เห็นอะไรก็เป็นบทความ เก็บข้อมูลความรู้เชิงบริบทก็เขียนบทความได้
บัณฑิตเพื่ออนาคต
การผลิตบัณฑิตที่ผ่านมาเป็นไปตามกลไกของโลกเสรีเน้นการแข่งขัน ที่เน้นคนเก่งกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ก็จะเน้นว่าเก่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ในการไปสอบแข่งขันได้เหรียญทองเหรียญเงินกันมา แต่มีน้อยมากที่จะให้รางวัลคนดีหรือมีกิจกรรมที่ให้รางวัลคนดี ที่ให้มีการแข่งขันกันทำความดี ก็เห็นมีกิจกรรมหนึ่งของรายวิชาที่มีการมาขอทำความดี ก็น่าจะมีการประกวดกันว่าใครทำความดีได้คุณภาพมากที่สุด ก็จะมีรางวัลให้ ในช่องที่ให้อาจารย์เซ็นต์ว่าได้ทำความดีอะไรไปแล้ว ก็ควรจะมีแบบประเมินง่ายๆ ว่าคุณภาพได้ขนาดไหน และมีผู้มาเก็บแบบประเมินนี้อีกกลุ่มก็น่าจะให้รางวัลคนทำดีได้อย่างหนึ่ง
บัณฑิตสำหรับอนาคตเราคงต้องการคนดีมากขึ้นหรือจะต้องทั้งเก่งและดีด้วย ตามแนวทางของโรงเรียนที่ดร.อาจอง ชุมสายณอยุธยาได้ดำเนินการและเน้นคนดีนั้นท่านได้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเป็นคนดีแล้วก็จะเก่งตามไปด้วย แต่ถ้าเรานิยามความเก่งใหม่ให้รวมความเป็นคนดีไปด้วยก็จะไม่ต้องแยกคนเก่งกับคนดี เพราะถ้าเก่งแล้วต้องดีด้วย
บัณฑิตที่เราต้องการในอนาคต ซึ่งอยู่ในสังคมดำรงชีวิตจริง ก็ต้องเป็นคนดีของสังคม เป็นคนที่ช่วยตัวเองได้ แล้วยังเผื่อแผ่แบ่งปันผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า อีกข้อสำหรับบัณฑิตในอนาคตนั้นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รุ่นแรงไม่คาดฝันได้ ไม่ใช่ครั้งเดียวแต่อาจจะประสบอยู่เสมอ บัณฑิตในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเรียนรู้ที่ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คือมีทั้งทักษะชีวิต ทักษะในการทำงานหรือที่เรียกว่าทักษะอาชีพ โดยเฉพาะที่อ้างถึงในทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ตามในบล็อก 3Rs &7Cs
วิชาหลักๆ ที่ต้องฝึกให้มีทักษะทางด้านสื่อนานาชาติและเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมีฐานรองรับคือ มาตรฐานและการประเมินผล หลักสูตรและการสอน การพัฒนาวิชาชีพ และสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ ทั้งสี่อย่างจะต้องจัดการให้สอดรับกับทิศทาง การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและในเรื่องการเป็นคนดีของสังคม ซึ่งเราก็ได้ตระหนักกันมากขึ้นดังจะเห็นได้การดำเนินการตามหลักสูตรคมอ.ต่างๆ
บัณฑิตสำหรับอนาคตเราคงต้องการคนดีมากขึ้นหรือจะต้องทั้งเก่งและดีด้วย ตามแนวทางของโรงเรียนที่ดร.อาจอง ชุมสายณอยุธยาได้ดำเนินการและเน้นคนดีนั้นท่านได้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเป็นคนดีแล้วก็จะเก่งตามไปด้วย แต่ถ้าเรานิยามความเก่งใหม่ให้รวมความเป็นคนดีไปด้วยก็จะไม่ต้องแยกคนเก่งกับคนดี เพราะถ้าเก่งแล้วต้องดีด้วย
บัณฑิตที่เราต้องการในอนาคต ซึ่งอยู่ในสังคมดำรงชีวิตจริง ก็ต้องเป็นคนดีของสังคม เป็นคนที่ช่วยตัวเองได้ แล้วยังเผื่อแผ่แบ่งปันผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า อีกข้อสำหรับบัณฑิตในอนาคตนั้นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รุ่นแรงไม่คาดฝันได้ ไม่ใช่ครั้งเดียวแต่อาจจะประสบอยู่เสมอ บัณฑิตในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเรียนรู้ที่ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง คือมีทั้งทักษะชีวิต ทักษะในการทำงานหรือที่เรียกว่าทักษะอาชีพ โดยเฉพาะที่อ้างถึงในทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ตามในบล็อก 3Rs &7Cs
วิชาหลักๆ ที่ต้องฝึกให้มีทักษะทางด้านสื่อนานาชาติและเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมีฐานรองรับคือ มาตรฐานและการประเมินผล หลักสูตรและการสอน การพัฒนาวิชาชีพ และสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ ทั้งสี่อย่างจะต้องจัดการให้สอดรับกับทิศทาง การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและในเรื่องการเป็นคนดีของสังคม ซึ่งเราก็ได้ตระหนักกันมากขึ้นดังจะเห็นได้การดำเนินการตามหลักสูตรคมอ.ต่างๆ
ครูน้ำสาม
การเลือกเรียนของนักเรียนนักศึกษาที่ผ่านมา มีน้อยที่อยากเลือกเรียนเพื่อมาประกอบอาชีพเป็นครู ดังที่เปรียบเทียบกันว่า
น้ำหนึ่ง เลือกสอบเข้าศึกษาอย่างอื่นที่ไม่ใช่ครู
น้ำสอง สอบเพื่อไปทำงานอื่นๆ
น้ำสาม ที่ไม่ค่อยดีเรียนไม่เก่งสอบเป็นครู กลายเป็นครูน้ำสาม ถ้าเปรียบกับการคั้นกะทิคงจะคั้นเป็นครั้งที่ 3 และน้ำในที่นี้ก็คงหมายถึงเกรดหรือคุณภาพ
หากเราต้องการให้โรงเรียนมีคุณภาพ นั่นหมายถึงผลผลิตจากโรงเรียนก็ต้องมีคุณภาพ เป็นที่ชัดเจนว่าคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู หากเมื่อไรเรายังมีครูน้ำสามอีกมากก็ยากที่จะพลิกฟื้นคุณภาพของนักเรียน ดังที่เราได้เห็นผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาหลักที่ตกต่ำลงทุกปี
เราทราบกันดีถึงปัญหาแต่ก็ไม่ค่อยได้แก้ไขกันอย่างจริงจัง จะสร้างแรงดึงดูใจให้คนมาเรียนครูโดยให้เงินเดือนสูงๆ แบบผู้พิพากษา อัยการ แบบต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซีย ก็พูดกันมาก แบบพูดไปพูดมาแต่ไม่ค่อยมีการปฏิบัติกันจริง นี่ก็จะปฏิรูปการศึกษาช่วงสอง ที่บอกว่าจะให้ได้คุณภาพนักเรียนใหม่ และครูใหม่ก็ยังสลัวๆ อยู่ ทำอย่างไรให้ชัดและปฏิบัติกันได้ คุณภาพการศึกษาอย่างหนึ่งที่พูดกันมากก็คือ การเป็นคนดี คิดเป็นทำเป็น สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็คงต้องหาวิธีการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามคุณภาพที่ต้องการ นั่้นคือต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ และการบริหารจัดการที่สอดรับกัน
น้ำหนึ่ง เลือกสอบเข้าศึกษาอย่างอื่นที่ไม่ใช่ครู
น้ำสอง สอบเพื่อไปทำงานอื่นๆ
น้ำสาม ที่ไม่ค่อยดีเรียนไม่เก่งสอบเป็นครู กลายเป็นครูน้ำสาม ถ้าเปรียบกับการคั้นกะทิคงจะคั้นเป็นครั้งที่ 3 และน้ำในที่นี้ก็คงหมายถึงเกรดหรือคุณภาพ
หากเราต้องการให้โรงเรียนมีคุณภาพ นั่นหมายถึงผลผลิตจากโรงเรียนก็ต้องมีคุณภาพ เป็นที่ชัดเจนว่าคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู หากเมื่อไรเรายังมีครูน้ำสามอีกมากก็ยากที่จะพลิกฟื้นคุณภาพของนักเรียน ดังที่เราได้เห็นผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาหลักที่ตกต่ำลงทุกปี
เราทราบกันดีถึงปัญหาแต่ก็ไม่ค่อยได้แก้ไขกันอย่างจริงจัง จะสร้างแรงดึงดูใจให้คนมาเรียนครูโดยให้เงินเดือนสูงๆ แบบผู้พิพากษา อัยการ แบบต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซีย ก็พูดกันมาก แบบพูดไปพูดมาแต่ไม่ค่อยมีการปฏิบัติกันจริง นี่ก็จะปฏิรูปการศึกษาช่วงสอง ที่บอกว่าจะให้ได้คุณภาพนักเรียนใหม่ และครูใหม่ก็ยังสลัวๆ อยู่ ทำอย่างไรให้ชัดและปฏิบัติกันได้ คุณภาพการศึกษาอย่างหนึ่งที่พูดกันมากก็คือ การเป็นคนดี คิดเป็นทำเป็น สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็คงต้องหาวิธีการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามคุณภาพที่ต้องการ นั่้นคือต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ และการบริหารจัดการที่สอดรับกัน
วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554
บทบาทของมหาวิทยาลัย
บทบาทอันเป็นภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้แก่
สอน วิจัย บริการวิชาการ และ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ในแต่ละหน้าที่ ดัง กล่าว มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย ตามที่ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัตได้ชี้ให้เห็นคือ จะต้องมี การตอบสนอง ชี้นำ และเตือนสติ แก่ผู้เรียนและชุมชน
ยกตัวอย่างเช่นในการสอนวิชาต่างๆ เราก็ต้องตอบสนองความต้องการของประเทศ ของชุมชนท้องถิ่น ในการสอนควรจะมีการชี้นำโดยใช้วิชาการจากสิ่งที่สอนเพื่อยกระดับความรู้ยกระดับคุณภาพชีวิต และมีการเตือนสติย้ำให้เห็นทางที่จะเกิดโทษพิษภัย หากนำไปใช้ในทางที่ผิด นำไปใช้ในทางไม่เหมาะสม หรือถ้าไม่นำไปใช้จะเกิดผลเสียอย่าไร และย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร
ดังนั้นจะเห็นว่าในบทบาทของมหาวิทยาลัยอันเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำนั้นยังต้องคำนึงถึงบทบาทความรับผิดชอบควบคู่กันไปด้วย หากทำได้ดังนี้แล้วก็คงจะเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งของท้องถิ่นและอยู่ในใจของประชาชน
สอน วิจัย บริการวิชาการ และ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ในแต่ละหน้าที่ ดัง กล่าว มหาวิทยาลัยยังมีบทบาทความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย ตามที่ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัตได้ชี้ให้เห็นคือ จะต้องมี การตอบสนอง ชี้นำ และเตือนสติ แก่ผู้เรียนและชุมชน
ยกตัวอย่างเช่นในการสอนวิชาต่างๆ เราก็ต้องตอบสนองความต้องการของประเทศ ของชุมชนท้องถิ่น ในการสอนควรจะมีการชี้นำโดยใช้วิชาการจากสิ่งที่สอนเพื่อยกระดับความรู้ยกระดับคุณภาพชีวิต และมีการเตือนสติย้ำให้เห็นทางที่จะเกิดโทษพิษภัย หากนำไปใช้ในทางที่ผิด นำไปใช้ในทางไม่เหมาะสม หรือถ้าไม่นำไปใช้จะเกิดผลเสียอย่าไร และย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร
ดังนั้นจะเห็นว่าในบทบาทของมหาวิทยาลัยอันเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำนั้นยังต้องคำนึงถึงบทบาทความรับผิดชอบควบคู่กันไปด้วย หากทำได้ดังนี้แล้วก็คงจะเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งของท้องถิ่นและอยู่ในใจของประชาชน
วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553
แนวโน้มอุดมศึกษา
แนวโน้มและทิศทางของการอุดมศึกษาโลก อาจจะเป็นแนวทางการปรับตัวให้สถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย เพื่อให้เห็นความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้น และที่จะกำลังเปลี่ยนแปลงไปดังต่อไปนี้
ประการแรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (massification)ให้พลเมืองได้เข้ามาศึกษาหาความรู้และฝึกทักษะเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ประการที่ 2 เป็นการจัดการศึกษาที่หลากหลาย (diversification) หลากหลายรูปแบบและวิธีการ นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเชิงบูรณาการและข้ามศาสตร์ (interdisciplinary and trandisciplinary) มากยิ่งขึ้น และหลากหลายด้วยการถ่ายทอดความรู้ และการเรียนรู้ เป็นทั้งระบบเปิดและปิด และลูกผสมประการที่3 มีความเป็นเอกชนมากขึ้น (privatetization corporation) มีความคล่องตัวและเป็นอิสระมากขึ้นไม่ยึดโยงกับระบบราชการมากขึ้น ที่เน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงประการที่4 เข้าสู่แนวทางอุตสาหกรรมมากขึ้น (industrialization) มีแนวคิดให้ทุกโปรแกรมวิชาเป็นสินค้าเหมือนอุตสาหกรรม ต้องสร้างคุณค่าเพิ่ม /คุณภาพเพิ่ม ทุกสาขาให้มีค่ามีราคา ทุกสาขาต้องร่วมมือกับภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนทุกวงการ และโดยการสร้างเครือข่าย เป็นตัวอย่างของผู้สร้างที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เสพแต่ความรู้และเทคโนโลยีจากที่อื่นแต่ฝ่ายเดียว
ประการแรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (massification)ให้พลเมืองได้เข้ามาศึกษาหาความรู้และฝึกทักษะเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ประการที่ 2 เป็นการจัดการศึกษาที่หลากหลาย (diversification) หลากหลายรูปแบบและวิธีการ นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเชิงบูรณาการและข้ามศาสตร์ (interdisciplinary and trandisciplinary) มากยิ่งขึ้น และหลากหลายด้วยการถ่ายทอดความรู้ และการเรียนรู้ เป็นทั้งระบบเปิดและปิด และลูกผสมประการที่3 มีความเป็นเอกชนมากขึ้น (privatetization corporation) มีความคล่องตัวและเป็นอิสระมากขึ้นไม่ยึดโยงกับระบบราชการมากขึ้น ที่เน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงประการที่4 เข้าสู่แนวทางอุตสาหกรรมมากขึ้น (industrialization) มีแนวคิดให้ทุกโปรแกรมวิชาเป็นสินค้าเหมือนอุตสาหกรรม ต้องสร้างคุณค่าเพิ่ม /คุณภาพเพิ่ม ทุกสาขาให้มีค่ามีราคา ทุกสาขาต้องร่วมมือกับภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนทุกวงการ และโดยการสร้างเครือข่าย เป็นตัวอย่างของผู้สร้างที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เสพแต่ความรู้และเทคโนโลยีจากที่อื่นแต่ฝ่ายเดียว
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การติดตามความเป็นไปของบ้านเมืองในสถานะการณ์ปัจจุบัน
พันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา 4 อย่างที่เรายึดถือกันคือ การผลิตบัณฑิต โดยการสอน วิจัย ให้บริการวิชาการ และทำนุศิลปวัฒนธรรมนั้น ไม่มีส่วนไหนที่บอกให้ติดตามความเป็นไปของบ้านเมืองโดยตรง และคงจะแทรกอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของพันธกิจทั้ง 4 ที่กล่าวมา ส่วนที่น่าจะมากที่สุดก็น่าจะได้แก่พันธกิจการให้บริการวิชาการ ที่เราเชื่อกันว่าสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นผู้นำทางปัญญาซึ่งเป็นเสมือนผู้ที่ได้ศึกษาลึกลงไปในรายละเอียด มีสาขาวิชาที่เปิดสอนที่เกี่ยวข้อง เปรียบเสมือนผู้ที่รู้จริง จึงมีความกล้าหาญ มีภาวะผู้นำที่มีความเข้าใจ และตอบสนองต่อปัญญาที่มีอยู่ในบ้านเมือง โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง หรือโดยการเสนอทางเลือกให้กับประชาชนบนฐานของปัญญาดังกล่าว การนิ่งเฉย การนิ่งเงียบเสมือนว่าไม่ได้ทำพันธกิจในส่วนนี้ของปัญญาชน เสมือนว่าไม่มีปัญญา หรือคิดแต่เพียงว่า เราเป็นเพียงตัวเล็กๆ จะไปมีผลอะไรที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่มีใครฟัง ตามความเป็นจริงแล้วความคิดในทางสร้างสรรค์ที่แตกต่างแม้เป็นเพียงจุดเล็กๆ ไม่ว่าจากใครได้รับข้อยืนยันตามทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกว่าจะส่งผลกระทงบจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ เปรียบเหมือนผีเสื้อขยับปีกที่เมืองไทยอาจส่งผลไปยังเมืองจีน หรือคนละซีกโลกที่อเมริกา
ในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ มาช่วยกันแก้ปัญหาและสร้างสรรสังคมให้อยู่กันได้อย่างสงบสุข ต้องการคนที่ที่คิดได้อย่างมีเหตุผล ซึ่งแน่นอนว่าการเสนอความคิดนั้นไม่ได้ไปทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายมากขึ้น ช่วยขัดขวางไม่ให้ผู้ที่จะมาทำลายหลักการอันดีที่เรายึดถือปฏิบัติกันมา หรือชี้ทางให้เห็น่ถึงปัญหาที่แท้จริง ที่จะนำไปสู่การแก้ปํญญาท่ี่ถูกต้อง
องค์การยูเนสโกเคยประการให้การติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง และเสนอทางเลือกให้กับประชาชนเป็นอีกพันธกิจหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษาก็ด้วยความเชื่ีอดังกล่าวในอันที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมในบ้านเมืองอย่างยั่งยืน แม้ว่าเราจะพูดการแก้ปัญหาตามแนวทางสายกลาง แต่ยากที่จะบอกว่าแนวทางสายกลางอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ และสุดท้ายทางสายกลางที่มีความสับสนวุ่นวายสุดๆ ก็จะมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมา แล้วเราจะปฏิเสธได้หรื้่อไม่ว่าไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย
ในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ มาช่วยกันแก้ปัญหาและสร้างสรรสังคมให้อยู่กันได้อย่างสงบสุข ต้องการคนที่ที่คิดได้อย่างมีเหตุผล ซึ่งแน่นอนว่าการเสนอความคิดนั้นไม่ได้ไปทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายมากขึ้น ช่วยขัดขวางไม่ให้ผู้ที่จะมาทำลายหลักการอันดีที่เรายึดถือปฏิบัติกันมา หรือชี้ทางให้เห็น่ถึงปัญหาที่แท้จริง ที่จะนำไปสู่การแก้ปํญญาท่ี่ถูกต้อง
องค์การยูเนสโกเคยประการให้การติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง และเสนอทางเลือกให้กับประชาชนเป็นอีกพันธกิจหนึ่งของสถาบันอุดมศึกษาก็ด้วยความเชื่ีอดังกล่าวในอันที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมในบ้านเมืองอย่างยั่งยืน แม้ว่าเราจะพูดการแก้ปัญหาตามแนวทางสายกลาง แต่ยากที่จะบอกว่าแนวทางสายกลางอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ และสุดท้ายทางสายกลางที่มีความสับสนวุ่นวายสุดๆ ก็จะมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมา แล้วเราจะปฏิเสธได้หรื้่อไม่ว่าไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย
พันธกิจทั้ง 6 ของมหาวิทยาลัยจะช่วยชาติได้อย่างไร
เดิมที่พันธกิจหลักๆ ของมหาวิทยาลัยมีเพียง 3 ประการคือผลิตบัณฑิตโดยการสอน สร้างองค์ความรู้โดยการวิจัย ให้บริการทางวิชาการด้วยรูปแบบต่างๆ การส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การภ่ายทอดเทคโนโลยี การให้บริการความรู้ในสาขาที่มีความชำนาญ ซึ่งต่อมาได้แยกศิลปวัฒนธรรมออกมาอีกพันธ์กิจหนึ่ง ต่อมาองค์การยูเนสโกก็ได้กำหนดให้มีพันธกิจที่ 5 และ 6 แยกออกมาให้เด่นชัดอีก
พันธกิจในการผลิตบัณฑิตจะช่วยชาติได้ก็โดยการเปิดสอนหลักสูตรที่ไปแก้ปัญหาให้กับสังคม ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงพยายามที่จะผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพด้วยจึงจะแก้ปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนในปัจจุบันได้
พันธกิจการวิจัยจะทำวิจัยอะไรดีเพื่อแก้ปัญหาของชาติ ความจริงก็มีกรอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้ทุนมาแล้วว่าควรจะทำวิจัยเรื่องใดจึงจะได้รับทุนวิจัย ผู้ที่เสนอโครงการวิจัยก็พยายามที่จะเสนอให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้รับทุน แต่ทำอย่างไรให้งานวิจัยได้มีคุณภาพมีผลกระทบต่อสังคมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีนั้นเป็นเรื่องยาก
การบริการทางวิชาการแก่สังคม เท่าที่เห็นในมหาวิทยาลัยใหญ่ก็มักจะเป็นที่ปรึกษาและการเป็นวิทยากรเพื่อไปฝึกหัด ฝึกอบรม (counsulting and Training) การให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ การออกรายการวิทยุโทรทัศน์ เพื่อนำเสนอความรู้ที่เป็นที่ต้องการของสังคมหรือชี้ความถูกผิดของเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ
ส่วนพันธ์กิจอีกสองประการคือพันธ์กิจที่ 5 ที่มหาวิทยาลัยจะต้องใส่ใจความเป็นไปของบ้านเมืองและเสนอทางเลือกให้ประชาชน บุคลากรของมหาวิทยาลัยอาจออกไปทำระบบ social warning กับประชาชน เช่นระบบเฝ้าระวังเตือนภัยด้านสุขภาพตามฤดูกาล
สำหรับพันธกิจที่ 6 นั้นมหาวิทยาลัยจะต้องลงไปช่วยภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาทั้งหมด ทั้งด้านอาชีวศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฐมวัย และเฉพาะทาง ไม่แปลกอะไรที่เราไปร่วมมือให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนระดับต่างๆ และเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งระบบการศึกษาของเรากำลังอ่อนแอ มหาวิทยาลัยที่มีสรรพกำลังพร้อมกว่าน่าจะลงไปช่วยยกระดับ ภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาก็จะเห็นถึงคุณค่า เห็นว่าเป็นแหล่งที่พึ่งพิงได้ แต่นอนก็จะต้องมีนักเรียนจากสถาบันที่เคยให้ความช่วยเหลือเข้ามาศึกษาด้วยความเชื่อมั่นว่ามีความมั่นคงและมีคุณภาพ
พันธกิจในการผลิตบัณฑิตจะช่วยชาติได้ก็โดยการเปิดสอนหลักสูตรที่ไปแก้ปัญหาให้กับสังคม ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงพยายามที่จะผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพด้วยจึงจะแก้ปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนในปัจจุบันได้
พันธกิจการวิจัยจะทำวิจัยอะไรดีเพื่อแก้ปัญหาของชาติ ความจริงก็มีกรอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้ทุนมาแล้วว่าควรจะทำวิจัยเรื่องใดจึงจะได้รับทุนวิจัย ผู้ที่เสนอโครงการวิจัยก็พยายามที่จะเสนอให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้รับทุน แต่ทำอย่างไรให้งานวิจัยได้มีคุณภาพมีผลกระทบต่อสังคมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีนั้นเป็นเรื่องยาก
การบริการทางวิชาการแก่สังคม เท่าที่เห็นในมหาวิทยาลัยใหญ่ก็มักจะเป็นที่ปรึกษาและการเป็นวิทยากรเพื่อไปฝึกหัด ฝึกอบรม (counsulting and Training) การให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ การออกรายการวิทยุโทรทัศน์ เพื่อนำเสนอความรู้ที่เป็นที่ต้องการของสังคมหรือชี้ความถูกผิดของเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ
ส่วนพันธ์กิจอีกสองประการคือพันธ์กิจที่ 5 ที่มหาวิทยาลัยจะต้องใส่ใจความเป็นไปของบ้านเมืองและเสนอทางเลือกให้ประชาชน บุคลากรของมหาวิทยาลัยอาจออกไปทำระบบ social warning กับประชาชน เช่นระบบเฝ้าระวังเตือนภัยด้านสุขภาพตามฤดูกาล
สำหรับพันธกิจที่ 6 นั้นมหาวิทยาลัยจะต้องลงไปช่วยภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาทั้งหมด ทั้งด้านอาชีวศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฐมวัย และเฉพาะทาง ไม่แปลกอะไรที่เราไปร่วมมือให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนระดับต่างๆ และเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งระบบการศึกษาของเรากำลังอ่อนแอ มหาวิทยาลัยที่มีสรรพกำลังพร้อมกว่าน่าจะลงไปช่วยยกระดับ ภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาก็จะเห็นถึงคุณค่า เห็นว่าเป็นแหล่งที่พึ่งพิงได้ แต่นอนก็จะต้องมีนักเรียนจากสถาบันที่เคยให้ความช่วยเหลือเข้ามาศึกษาด้วยความเชื่อมั่นว่ามีความมั่นคงและมีคุณภาพ
วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
จรรยาบรรณในระดับอุดมศึกษา
จรรยาบรรณต่อตนเอง
1 พึงหลีกเลี่ยงและละเว้นอบายมุขทั้งปวงหรืกระทำใดๆอันนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเองและมหาวิทยาลัย
2. พึงดำรงตนสมถะ เหมาะสมกับฐานะ และตำแหน่งหน้าที่ พัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ร่วมงานและบุคคลทั่วไป
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
3.พึงศึกษาค้นคว้าติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทันสมัย
4.พึงสร้างสรรค์ผลงาน ทางวิชาการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่นต้องให้เกียรติ และอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้
จรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน
5.พึงปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะ รอบคอบ รวดเร็ว ขยันหมั่นเพียร เสียสละอดทน
6.อุทิศเวลาแก่ทางราชการ โดยเป็นผู้ตรงต่อเวลา และไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
7.พึงรักษาความลับทางราชการโดยเคร่งครัด
8.พึงดูแลรักษาและใช้ทรัพสินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหาย หรือสิ้นเปลือง เยี่ยงวิญญูชน จะพึงปฏิบัติต่อทรัพสินของตนเอง
จรรยาบรรณต่อหน่วยงาน
9.ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติ
10.มีความรับผิดชอบเสียสละ และมีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย สังคมและประเทศชาติ
11.ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ด้วยความซื่อสัตย์ และขยันหมั่นเพียร
จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา
12. ให้ความเคารพ เชื่อฟัง และให้เกียรติแก่ผู้บังคับบัญชา
13.ส่งเสริมสนับสนุน และปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาให้บรรลุวัตถุประสงค์
1 พึงหลีกเลี่ยงและละเว้นอบายมุขทั้งปวงหรืกระทำใดๆอันนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเองและมหาวิทยาลัย
2. พึงดำรงตนสมถะ เหมาะสมกับฐานะ และตำแหน่งหน้าที่ พัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ร่วมงานและบุคคลทั่วไป
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
3.พึงศึกษาค้นคว้าติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทันสมัย
4.พึงสร้างสรรค์ผลงาน ทางวิชาการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่นต้องให้เกียรติ และอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้
จรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน
5.พึงปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะ รอบคอบ รวดเร็ว ขยันหมั่นเพียร เสียสละอดทน
6.อุทิศเวลาแก่ทางราชการ โดยเป็นผู้ตรงต่อเวลา และไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
7.พึงรักษาความลับทางราชการโดยเคร่งครัด
8.พึงดูแลรักษาและใช้ทรัพสินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหาย หรือสิ้นเปลือง เยี่ยงวิญญูชน จะพึงปฏิบัติต่อทรัพสินของตนเอง
จรรยาบรรณต่อหน่วยงาน
9.ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติ
10.มีความรับผิดชอบเสียสละ และมีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย สังคมและประเทศชาติ
11.ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ด้วยความซื่อสัตย์ และขยันหมั่นเพียร
จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา
12. ให้ความเคารพ เชื่อฟัง และให้เกียรติแก่ผู้บังคับบัญชา
13.ส่งเสริมสนับสนุน และปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาให้บรรลุวัตถุประสงค์
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นที่แท้จริง
มหาวิทยาลัยมีคณะต่างๆ เน้นความรู้ช่วยคนจน ต้องทำให้คนยากคนจน อันเป็นคนส่วนใหญ่ของท้องถิ่นได้ประโยชน์โดยตรง ประยุกต์ความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ เป็นจิตวิญญาณเพื่อมวลชน ปรับแนวคิดท้องถิ่นเป็นวิญญาณของมหาวิทยาลัย ปรับแนวคิด ของอาจารย์ ปรับโครงสร้างทั้งหมดให้สอดรับกับแนวคิดและนโยบายเพื่อท้องถิ่น ให้เป็นกระบวนทัศน์อันหมายถึงวิธีคิดวิธีปฏิบัติ วิธีการให้คุณค่า ต้องเกิดกระบวนทัศน์ใหม่ เป้าหมายใหม่ที่จะอ้างว่าเพื่อท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยจะต้องรุกออกไปสู่ชุมชน ยอมเดินไปหาท้องถิ่นเอง ไม่รอให้ท้องถิ่นวิ่งเข้ามาหา หรือทำตัวเป็นศูนย์กลาง สร้างความคุ้นเคยกันจนสามารถร่วมไม้ร่วมมือกันในการพัฒนาท้องถิ่น ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับชาวบ้าน ให้โอกาสคนที่มีความรู้น้อย ทำให้ชาวบ้านค้าขายเป็น มีความรู้ในการจัดการทรัพยากรของตนเอง โดยพัฒนาการบริหารจัดการ การทำบัญชี การปันผล การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ให้มีการบริหารจัดการที่ดี ให้ผลกำไรกลับสู่สมาชิกในท้องถิ่น ปรับประยุกต์ฝีมือและเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิตของตนเอง ให้สามารถเข้าถึงสังคมที่กว้างไกลกว่า ไม่เฉพาะหมู่บ้าน สังคมเมืองทั่วประเทศ และต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยควรจะได้จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษา และปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีศูนย์ข้อมูลท้องถิ่น การวิจัยเกี่ยวกับท้องถิ่น นำมาสังเคราะห์เพื่อเสนอทิศทางนโยบายการพัฒนาท้องถิ่นอย่างจริงจัง ได้สัมผัสท้องถิ่น ส่งเสริมให้ชุมชนมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชุมชน มีนักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าไปเรียนรู้จากการให้บริการชุมชนและท้องถิ่น มีทีมสัญจรเพื่อสนับสนุน การเรียนรู้ของชุมชน อำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน ลงไปสัมพันธ์กับชาวบ้าน กับชุมชนจริงๆ การเรียนการสอนมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชุมชนโดยตรง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชน ให้เขารู้สึกท้าทายอยากกลับไปทำงานในชุมชน
มหาวิทยาลัยต้องเป็นสถาบันของชาวบ้านและคนของท้องถิ่นอย่างแท้จริงมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสังคมชนบทและเมื่อง สังคมใหม่และดั้งเดิม รวมไปถึงสังคมไทยกับสังคมโลก การเข้าถึงข้อมูลทุกบ้าน ข้อมูลปัญหา และศักยภาพ ข้อมูลผู้นำ ข้อมูลกิจกรรมอาชีพ การเข้าถึงท้องถิ่นได้ไม่ยากถ้ามีการพัฒนาโครงการร่วมกัน เป็นภาคีเท่าเทียมกัน และคิดให้ไร้พรมแดน แต่ปฏิบัติได้ในท้องถิ่น โดยการ สร้างฐานอำนาจของตัวเองของคนที่แท้จริง คือความรู้ วิชาการที่พัฒนาขึ้นจากท้องถิ่น จากฐานองค์กรประชาชนในท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยเป็นกลไกของประเทศที่ใช้ปัญญาช่วยแก้ปัญหาของประเทศหรือประชาชน เกาะติดประชาชน รู้สึกร้อน รู้สึกหนาวร่วมกับประชาชน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อก้าวตามโลกให้ทัน ปรับจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง พัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการที่เชื่อมความรู้ดั้งเดิม ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาไทย กับความรู้สมัยใหม่ โดยประสานให้เกิดความรู้ ใหม่จากรากฐานเดิมที่มีอยู่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยั่งยืน เป็นอำนาจที่พัฒนาจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ชาวบ้านช่วยกันปกป้องและพัฒนาตัวเองขึ้น นับเป็นความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยที่มาจากวิญญาณแห่งการรับใช้ท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยจะต้องรุกออกไปสู่ชุมชน ยอมเดินไปหาท้องถิ่นเอง ไม่รอให้ท้องถิ่นวิ่งเข้ามาหา หรือทำตัวเป็นศูนย์กลาง สร้างความคุ้นเคยกันจนสามารถร่วมไม้ร่วมมือกันในการพัฒนาท้องถิ่น ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับชาวบ้าน ให้โอกาสคนที่มีความรู้น้อย ทำให้ชาวบ้านค้าขายเป็น มีความรู้ในการจัดการทรัพยากรของตนเอง โดยพัฒนาการบริหารจัดการ การทำบัญชี การปันผล การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ให้มีการบริหารจัดการที่ดี ให้ผลกำไรกลับสู่สมาชิกในท้องถิ่น ปรับประยุกต์ฝีมือและเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิตของตนเอง ให้สามารถเข้าถึงสังคมที่กว้างไกลกว่า ไม่เฉพาะหมู่บ้าน สังคมเมืองทั่วประเทศ และต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยควรจะได้จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษา และปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีศูนย์ข้อมูลท้องถิ่น การวิจัยเกี่ยวกับท้องถิ่น นำมาสังเคราะห์เพื่อเสนอทิศทางนโยบายการพัฒนาท้องถิ่นอย่างจริงจัง ได้สัมผัสท้องถิ่น ส่งเสริมให้ชุมชนมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชุมชน มีนักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าไปเรียนรู้จากการให้บริการชุมชนและท้องถิ่น มีทีมสัญจรเพื่อสนับสนุน การเรียนรู้ของชุมชน อำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน ลงไปสัมพันธ์กับชาวบ้าน กับชุมชนจริงๆ การเรียนการสอนมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชุมชนโดยตรง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชน ให้เขารู้สึกท้าทายอยากกลับไปทำงานในชุมชน
มหาวิทยาลัยต้องเป็นสถาบันของชาวบ้านและคนของท้องถิ่นอย่างแท้จริงมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสังคมชนบทและเมื่อง สังคมใหม่และดั้งเดิม รวมไปถึงสังคมไทยกับสังคมโลก การเข้าถึงข้อมูลทุกบ้าน ข้อมูลปัญหา และศักยภาพ ข้อมูลผู้นำ ข้อมูลกิจกรรมอาชีพ การเข้าถึงท้องถิ่นได้ไม่ยากถ้ามีการพัฒนาโครงการร่วมกัน เป็นภาคีเท่าเทียมกัน และคิดให้ไร้พรมแดน แต่ปฏิบัติได้ในท้องถิ่น โดยการ สร้างฐานอำนาจของตัวเองของคนที่แท้จริง คือความรู้ วิชาการที่พัฒนาขึ้นจากท้องถิ่น จากฐานองค์กรประชาชนในท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยเป็นกลไกของประเทศที่ใช้ปัญญาช่วยแก้ปัญหาของประเทศหรือประชาชน เกาะติดประชาชน รู้สึกร้อน รู้สึกหนาวร่วมกับประชาชน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อก้าวตามโลกให้ทัน ปรับจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง พัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการที่เชื่อมความรู้ดั้งเดิม ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาไทย กับความรู้สมัยใหม่ โดยประสานให้เกิดความรู้ ใหม่จากรากฐานเดิมที่มีอยู่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยั่งยืน เป็นอำนาจที่พัฒนาจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ชาวบ้านช่วยกันปกป้องและพัฒนาตัวเองขึ้น นับเป็นความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยที่มาจากวิญญาณแห่งการรับใช้ท้องถิ่น
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
การเรียนรู้จากการให้บริการ
ถือว่าเป็นประสบการณ์การศึกษาอย่างหนึ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาวิชา และอาจคิดเป็นหน่วยกิต โดยมีการสอนกิจกรรมให้บริการรูปแบบต่างๆ ที่จัดไว้ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน กิจกรรมที่ให้บริการนำไปสู่ความเข้าใจเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้อง รู้ซึ้งถึงคุณค่าของวิชาแขนงนั้นๆ และสร้างเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งความสำนึกด้านต่างๆของประชาชนเกี่ยวข้องกับการศึกษา เกิดความสำนึกในการเป็นผลเมืองที่ดีของประเทศ ซึ่งนักศึกษาอาจทำโครงงานที่เข้าไปแก้ปัญหาชุมชนในแขนงวิชาต่างๆ ที่เปิดสอน
ช่วยให้นักศึกษาได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาการ กับโลกแห่งความเป็นจริง
ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น และภูมิใจในตัวเองของนักศึกษา
พัฒนาความร่วมมือระหว่างชุมชน และสถาบันการศึกษา
ให้นักศึกษาได้มีโอกาส ทำงานที่สำคัญ และจำเป็นต่อตนเองชุมชนประเทศชาติ
เพิ่มทักษะเรื่องความเป็นพลเมืองดีแก่นักศึกษา
ช่วยให้องค์กรในชุมชน ดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น จากการช่วยงานของนักศึกษาและบัณฑิตอาสา
ให้นักศึกษาได้สัมผัสกับปัญหาความขาดแคลนและไม่เป็นธรรมในสังคม
หลักการเรียนรู้ด้วยการให้บริการชุมชน
ที่จะให้ได้ผลดีนั้น ไม่ว่าเป้าหมายการเรียนรู้จะเป็นเรื่องหลัก หรือการให้บริการเป็นเรื่องหลัก หรือให้น้ำหนักเท่าๆ กันก็แล้วแต่ มีหลักสำคัญคือ
(1) ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (learner center) การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(2) ยึดที่ผล (outcome base) มุ่งเน้นที่ผลการปฏิบัติงานและผลกระทบที่เกิดขึ้น
(3) สถานะการณ์จริง (real life) เหมือนอยู่ในสถานประกอบการจริง
(4) ความร่วมมือ (cooperative) จะต้องทำให้เกิดความร่วมมือกัน
เป้าหมายการเรียนรู้ด้านการบริการและพัฒนาชุมชน
ส่งเสริมให้นักศึกษาในการเรียนรู้เชื่อมโยงทฤษฏีและการปฏิบัติ การคิดและการกระทำ
สนองตอบความต้องการของชุมชน ในการรับการบริการ ความช่วยเหลือทางวิชาการ
สนับสนุนให้นักศึกษาได้ช่วยเหลือผู้อื่น เสียสละ ใส่ใจต่อความสัมพันธ์กับชุมชน มหาวิทยาลัย
พัฒนาบทเรียนที่มีค่าสำหรับการเรียนรู้ของนักศึกษา
เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
เตรียมนักศึกษาออกไปประกอบอาชีพ
สร้างให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง
ช่วยให้นักศึกษาได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาการ กับโลกแห่งความเป็นจริง
ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น และภูมิใจในตัวเองของนักศึกษา
พัฒนาความร่วมมือระหว่างชุมชน และสถาบันการศึกษา
ให้นักศึกษาได้มีโอกาส ทำงานที่สำคัญ และจำเป็นต่อตนเองชุมชนประเทศชาติ
เพิ่มทักษะเรื่องความเป็นพลเมืองดีแก่นักศึกษา
ช่วยให้องค์กรในชุมชน ดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น จากการช่วยงานของนักศึกษาและบัณฑิตอาสา
ให้นักศึกษาได้สัมผัสกับปัญหาความขาดแคลนและไม่เป็นธรรมในสังคม
หลักการเรียนรู้ด้วยการให้บริการชุมชน
ที่จะให้ได้ผลดีนั้น ไม่ว่าเป้าหมายการเรียนรู้จะเป็นเรื่องหลัก หรือการให้บริการเป็นเรื่องหลัก หรือให้น้ำหนักเท่าๆ กันก็แล้วแต่ มีหลักสำคัญคือ
(1) ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (learner center) การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(2) ยึดที่ผล (outcome base) มุ่งเน้นที่ผลการปฏิบัติงานและผลกระทบที่เกิดขึ้น
(3) สถานะการณ์จริง (real life) เหมือนอยู่ในสถานประกอบการจริง
(4) ความร่วมมือ (cooperative) จะต้องทำให้เกิดความร่วมมือกัน
เป้าหมายการเรียนรู้ด้านการบริการและพัฒนาชุมชน
ส่งเสริมให้นักศึกษาในการเรียนรู้เชื่อมโยงทฤษฏีและการปฏิบัติ การคิดและการกระทำ
สนองตอบความต้องการของชุมชน ในการรับการบริการ ความช่วยเหลือทางวิชาการ
สนับสนุนให้นักศึกษาได้ช่วยเหลือผู้อื่น เสียสละ ใส่ใจต่อความสัมพันธ์กับชุมชน มหาวิทยาลัย
พัฒนาบทเรียนที่มีค่าสำหรับการเรียนรู้ของนักศึกษา
เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
เตรียมนักศึกษาออกไปประกอบอาชีพ
สร้างให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พันธกิจที่ 5 และพันธกิจที่ 6 ของมหาวิทยาลัย
พันธกิจของมหาวิทยาลัยตามที่ทราบกันทั่วไปคือ การสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ต่อมาองค์การ UNESCO ได้เพิ่มเติมหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอีก 2 พันธกิจเมื่อก่อนจะถึงปี 2000 โดยพันธกิจที่ 5 คือมหาวิทยาลัยต้องใส่ใจความเป็นไปของบ้านเมืองและเสนอทางเลือกให้ประชาชน และพันธกิจที่ 6 มหาวิทยาลัยต้องลงไปช่วยภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาทั้งหมด ทั้งด้านอาชีวศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฐมวัย และเฉพาะทาง
ถ้าดูทุกพันธกิจแล้วการวิจัยน่าจะเป็นยาดำที่แทรกอยู่ในทุกพันธ์กิจ ผลงานวิจัยทำให้มีความสามารถในการแข่งขัน ช่วยแก้ปัญหาความยากจน และยังช่วยในการชี้นำสังคมให้รอดจากวิกฤตต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา สำหรับพันธกิจในข้อ 5 และ 6 ดังกล่าวแล้วนั้นเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ คงได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่อยู่ในระดับใดเท่านั้น มหาวิทยาลัยเราก็ร่วมมือกับ การศึกษาเฉพาะทางเช่นพยาบาล กับการศึกษาขั้นพื้นฐานเช่นโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น
ถ้าดูทุกพันธกิจแล้วการวิจัยน่าจะเป็นยาดำที่แทรกอยู่ในทุกพันธ์กิจ ผลงานวิจัยทำให้มีความสามารถในการแข่งขัน ช่วยแก้ปัญหาความยากจน และยังช่วยในการชี้นำสังคมให้รอดจากวิกฤตต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา สำหรับพันธกิจในข้อ 5 และ 6 ดังกล่าวแล้วนั้นเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ คงได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่อยู่ในระดับใดเท่านั้น มหาวิทยาลัยเราก็ร่วมมือกับ การศึกษาเฉพาะทางเช่นพยาบาล กับการศึกษาขั้นพื้นฐานเช่นโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น
วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553
แนวโน้มทิศทางของอุดมศึกษาโลก
แนวโน้มและทิศทางของการอุดมศึกษาโลก อาจจะเป็นแนวทางการปรับตัวให้สถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย เพื่อให้เห็นความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเกิดขึ้น และที่จะกำลังเปลี่ยนแปลงไปดังต่อไปนี้
ประการแรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (massification)ให้พลเมืองได้เข้ามาศึกษาหาความรู้และฝึกทักษะเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้
ประการที่สอง เป็นการจัดการศึกษาที่หลากหลาย (diversification) หลากหลายรูปแบบและวิธีการ นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเชิงบูรณาการและข้ามศาสตร์ (interdisciplinary and trandisciplinary) มากยิ่งขึ้น และหลากหลายด้วยการถ่ายทอดความรู้ และการเรียนรู้ เป็นทั้งระบบเปิดและปิด และลูกผสม
ประการที่3 มีความเป็นเอกชนมากขึ้น (privatetization corporation) มีความคล่องตัวและเป็นอิสระมากขึ้นไม่ยึดโยงกับระบบราชการมากขึ้น ที่เน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ประการที่ 4 เข้าสู่แนวทางอุตสาหกรรมมากขึ้น (industrialization) มีแนวคิดให้ทุกโปรแกรมวิชาเป็นสินค้าเหมือนอุตสาหกรรม ต้องสร้างคุณค่าเพิ่ม /คุณภาพเพิ่ม ทุกสาขาให้มีค่ามีราคา ทุกสาขาต้องร่วมมือกับภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนทุกวงการ และโดยการสร้างเครือข่าย เป็นตัวอย่างของผู้สร้างที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เสพแต่ความรู้และเทคโนโลยีจากที่อื่นแต่ฝ่ายเดียว
ประการแรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (massification)ให้พลเมืองได้เข้ามาศึกษาหาความรู้และฝึกทักษะเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้
ประการที่สอง เป็นการจัดการศึกษาที่หลากหลาย (diversification) หลากหลายรูปแบบและวิธีการ นำเข้าสู่ระบบการศึกษาเชิงบูรณาการและข้ามศาสตร์ (interdisciplinary and trandisciplinary) มากยิ่งขึ้น และหลากหลายด้วยการถ่ายทอดความรู้ และการเรียนรู้ เป็นทั้งระบบเปิดและปิด และลูกผสม
ประการที่3 มีความเป็นเอกชนมากขึ้น (privatetization corporation) มีความคล่องตัวและเป็นอิสระมากขึ้นไม่ยึดโยงกับระบบราชการมากขึ้น ที่เน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ประการที่ 4 เข้าสู่แนวทางอุตสาหกรรมมากขึ้น (industrialization) มีแนวคิดให้ทุกโปรแกรมวิชาเป็นสินค้าเหมือนอุตสาหกรรม ต้องสร้างคุณค่าเพิ่ม /คุณภาพเพิ่ม ทุกสาขาให้มีค่ามีราคา ทุกสาขาต้องร่วมมือกับภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนทุกวงการ และโดยการสร้างเครือข่าย เป็นตัวอย่างของผู้สร้างที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เสพแต่ความรู้และเทคโนโลยีจากที่อื่นแต่ฝ่ายเดียว
วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
อุดมศึกษาที่ควรจะเป็น
อุดมศึกษามีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างความรู้ สร้างโอกาส ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรท้องถิ่น ภาครัฐบาล รวมทั้งในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังมีผู้ส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก และยังต้องมีความมุ่งมั่นในการจัดประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในด้วย
เป้าหมายการเป็นสถาบันการเรียนรู้ตามที่เราใฝ่ฝันกัน ก็คือเป้าหมายของการเรียนรู้ อันได้แก่ปรับปรุงการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ จึงต้องเน้นการเรียนรู้ตลอดเวลา เน้นการบรรลุเป้าหมาย ด้วยการสร้างอัจฉริยภาพเข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ มุ่งเน้นการทำงานขององค์กรโดยบุคลากรที่เก่งจริงอย่างมืออาชีพ การทำงานเป็นทีมเข้ากับกระบวนการในการเรียนรู้ ส่งเสริมบรรยากาศการคิดริเริ่ม ทีมงานที่เพียบพร้อมไปด้วยประสิทธิภาพ ผลการปฏิบัติงานมีประสิทธิผล นั่นก็คือการพัฒนาชีวิตการทำงานก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ
บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ใช่ให้แต่เนื้อหาสาระ แต่จะต้องเป็นที่ฝึกทักษะในการคิด ห้องเรียนต้องจุดประกายความคิดไม่เฉพาะแต่ระดับความจำ แต่อยู่ในฐานะสร้างบัญญา นั่นคือห้องเรียนเป็นที่สร้างปัญญา ยิ่งมีปัญญามากก็ยิ่งทำให้มีคนที่ฉลาดขึ้น สังคมก็จะไปได้ดี ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นที่ฝึกปรือเรื่องปัญญา สร้างปัญญาให้มากจากการเรียนการสอนระดับปัญญา
เป้าหมายการเป็นสถาบันการเรียนรู้ตามที่เราใฝ่ฝันกัน ก็คือเป้าหมายของการเรียนรู้ อันได้แก่ปรับปรุงการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ จึงต้องเน้นการเรียนรู้ตลอดเวลา เน้นการบรรลุเป้าหมาย ด้วยการสร้างอัจฉริยภาพเข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ มุ่งเน้นการทำงานขององค์กรโดยบุคลากรที่เก่งจริงอย่างมืออาชีพ การทำงานเป็นทีมเข้ากับกระบวนการในการเรียนรู้ ส่งเสริมบรรยากาศการคิดริเริ่ม ทีมงานที่เพียบพร้อมไปด้วยประสิทธิภาพ ผลการปฏิบัติงานมีประสิทธิผล นั่นก็คือการพัฒนาชีวิตการทำงานก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ
บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ใช่ให้แต่เนื้อหาสาระ แต่จะต้องเป็นที่ฝึกทักษะในการคิด ห้องเรียนต้องจุดประกายความคิดไม่เฉพาะแต่ระดับความจำ แต่อยู่ในฐานะสร้างบัญญา นั่นคือห้องเรียนเป็นที่สร้างปัญญา ยิ่งมีปัญญามากก็ยิ่งทำให้มีคนที่ฉลาดขึ้น สังคมก็จะไปได้ดี ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นที่ฝึกปรือเรื่องปัญญา สร้างปัญญาให้มากจากการเรียนการสอนระดับปัญญา
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บทบาทมหาวิทยาลัยกับปัญหาของประเทศ
มหาวิทยาลัยต่างๆ ต่างก็มีพันธกิจในการบริการวิชาการ และที่ขยายเพิ่มเติมออกไปคือมหาวิทยาลัยต้องใส่ใจความเป็นไปของบ้านเมืองและเสนอทางเลือกให้ประชาชน และมหาวิทยาลัยจะต้องลงไปช่วยภาคส่วนอื่นของระบบการศึกษาทั้งหมด ทั้งด้านอาชีวศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฐมวัย และเฉพาะทางอื่นๆ ถ้าเรามองว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้ด้วยการศึกษาทั้งสิ้น แต่การให้การศึกษาต้องใช้เวลาจะให้สำเร็จชั่วข้ามคืนคงไม่ได้ พื้นฐานทุกอย่างอยู่ที่การศึกษา ถ้าเรามองปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ ว่าประชากรไม่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพกฏหมาย กฏกติกา เช่นกฏจราจร ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
ปัญหาขณะเรารู้กันอยู่ทั่วไปว่าการจัดการศึกษาเกือบทุกระดับของเรานั้นล้มเหลวในทุกทางและทดถอยลงไปเรื่อยๆ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้จึงเป็นผลพวงของการศึกษาที่ล้มเหลว และก็ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดที่มาชี้ทางออกให้เป็นทางเลือกของประชาชน ให้เป็นทางออกของรัฐบาล ที่จะนำไปปฏิบัติ เรารู้ปัญหากันแล้ว และเราก็ยังไม่มีใครที่จะใส่ใจนำไปแก้ปัญหาอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยในฐานะที่เป็นที่รวมของผู้ทรงความรู้ผู้เชี่ยวชาญ น่าจะเสนอทางแก้ทางออกไว้ให้หลายๆ ทางเพื่อจะได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา นำไปกำหนดนโยบายเพื่อการปฏิบัติต่อไป
การศึกษาคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งแก้ได้ด้วยการศึกษาที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าจะลงมือแก้ปัญหากันเมื่อใด และสถาบันใดจะได้รับการยอมรับ มีภาวะผู้นำ มีความกล้าหาญทางวิชาการ ที่บอกได้ว่าปัญหาใดสำคัญที่สุด ต้องรีบทำรีบแก้เดียวนี้ และต้องรวมมือกันอย่างจริงจังจึงจะเป็นทางรอดของประเทศ
ปัญหาขณะเรารู้กันอยู่ทั่วไปว่าการจัดการศึกษาเกือบทุกระดับของเรานั้นล้มเหลวในทุกทางและทดถอยลงไปเรื่อยๆ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้จึงเป็นผลพวงของการศึกษาที่ล้มเหลว และก็ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดที่มาชี้ทางออกให้เป็นทางเลือกของประชาชน ให้เป็นทางออกของรัฐบาล ที่จะนำไปปฏิบัติ เรารู้ปัญหากันแล้ว และเราก็ยังไม่มีใครที่จะใส่ใจนำไปแก้ปัญหาอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยในฐานะที่เป็นที่รวมของผู้ทรงความรู้ผู้เชี่ยวชาญ น่าจะเสนอทางแก้ทางออกไว้ให้หลายๆ ทางเพื่อจะได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา นำไปกำหนดนโยบายเพื่อการปฏิบัติต่อไป
การศึกษาคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งแก้ได้ด้วยการศึกษาที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าจะลงมือแก้ปัญหากันเมื่อใด และสถาบันใดจะได้รับการยอมรับ มีภาวะผู้นำ มีความกล้าหาญทางวิชาการ ที่บอกได้ว่าปัญหาใดสำคัญที่สุด ต้องรีบทำรีบแก้เดียวนี้ และต้องรวมมือกันอย่างจริงจังจึงจะเป็นทางรอดของประเทศ
มหาวิทยาลัยกับการสร้างฐานอำนาจให้กับท้องถิ่น
ชุมชนที่อยู่โดยรอบมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นท้องถิ่นของมหาวิทยาลัย การมีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นในท้องถิ่นจึงถือว่าเป็นโอกาสและความหวังของคนในท้องถิ่นนั้นที่จะได้มีมหาวิทยาลัยมาช่วยในการพัฒนากำลังคนหรือท้องถิ่น จึงมีการกล่าวกันว่าการมีมหาวิทยาลัยไปตั้ง ณ ที่ใดมาตั้งก็จะนำความเจริญไปสู่ ณที่นั้นด้วย ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่า มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่สำคัญเกือบทุกสาขาวิชาชีพ แต่ถ้าเมื่อไรมหาวิทยาลัยแม้จะอยู่ในท้องถิ่นก็จริงแต่ไม่ได้ช่วยให้ชุมชนในท้องถิ่นนั้นในการพัฒนาอะไรเลย ก็อาจคิดได้ว่ามหาวิทยาลัยนั้นล้มเหลวต่อการเป็นสถาบันอุดมศึกษา
มหาวิทยาลัยจะต้องทำให้ท้องถิ่นวิ่งตามโลกสังคมไร้พรหมแดนให้ทัน และจะต้องสร้างฐานอำนาจที่แท้จริงของคนขึ้นมา ฐานอำนาจนี้ก็คือความรู้ทางด้านวิชาการที่วิเคราะห์สังเคราะห์พัฒนาขึ้นมาจากท้องถิ่น อำนาจนี้มาจากฐานขององค์กรของประชาชนในท้องถิ่น ที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานให้เกิดองค์ความรู้ใหม่เพิ่มเติมจากรากฐานเดิมที่มีอยู่ นอกจากนี้แล้วอำนาจมีที่มาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ชุมชนในท้องถิ่นสามารถปกป้องพัฒนาตัวเอง มหาวิทยาลัยควรจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างสังคมเก่ากับสังคมใหม่ สังคมเมืองกับชนบท และสังคมไทยกับสังคมโลก
ทำให้ท้องถิ่นมีความยิ่งใหญ่โดยการให้ความสำคัญ ให้ความสนใจในทุกๆเรื่อง ที่จะได้ใช้ความรู้ทางวิชาการในการแก้ปัญหา และปรับปรุงความรู้ สร้างความรู้ใหม่อยู่เสมอ แล้วมหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยที่แท้จริง จากความยิ่งใหญ่ของท้องถิ่น อำนาจบารมีทั้งหลายไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยการปรับโครงสร้างทั้งหลายเพื่อตนเองแต่มาจากวิญญาณของการรับใช้ท้องถิ่น อำนาจที่แท้จริงอันชอบธรรมนั้นประชาชนในท้องถิ่นจะเป็นผู้ให้ อันเต็มไปด้วยบารมีที่แท้จริง
มหาวิทยาลัยจะต้องทำให้ท้องถิ่นวิ่งตามโลกสังคมไร้พรหมแดนให้ทัน และจะต้องสร้างฐานอำนาจที่แท้จริงของคนขึ้นมา ฐานอำนาจนี้ก็คือความรู้ทางด้านวิชาการที่วิเคราะห์สังเคราะห์พัฒนาขึ้นมาจากท้องถิ่น อำนาจนี้มาจากฐานขององค์กรของประชาชนในท้องถิ่น ที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานให้เกิดองค์ความรู้ใหม่เพิ่มเติมจากรากฐานเดิมที่มีอยู่ นอกจากนี้แล้วอำนาจมีที่มาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ชุมชนในท้องถิ่นสามารถปกป้องพัฒนาตัวเอง มหาวิทยาลัยควรจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างสังคมเก่ากับสังคมใหม่ สังคมเมืองกับชนบท และสังคมไทยกับสังคมโลก
ทำให้ท้องถิ่นมีความยิ่งใหญ่โดยการให้ความสำคัญ ให้ความสนใจในทุกๆเรื่อง ที่จะได้ใช้ความรู้ทางวิชาการในการแก้ปัญหา และปรับปรุงความรู้ สร้างความรู้ใหม่อยู่เสมอ แล้วมหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยที่แท้จริง จากความยิ่งใหญ่ของท้องถิ่น อำนาจบารมีทั้งหลายไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยการปรับโครงสร้างทั้งหลายเพื่อตนเองแต่มาจากวิญญาณของการรับใช้ท้องถิ่น อำนาจที่แท้จริงอันชอบธรรมนั้นประชาชนในท้องถิ่นจะเป็นผู้ให้ อันเต็มไปด้วยบารมีที่แท้จริง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)