พืชผักที่ไม่ค่อยมีแมลงมาแผ่วพาน มักจะเป็นพืชที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เท่าที่เห็นเช่นผักชี ผักกูด ใบชะพลู ต้นหอม กึ้นช่าย หอมกระเทียม อาจจะมีบ้างแต่ก็น้อย พืชพวกนี้ไม่น่าจะต้องใช้ยาฆ่าแมลง น่าจะเป็นพืชที่บริโภคแล้วปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง
ในยุคที่ผักราคาแพง ก็ควรหันมากินพืชผักสมุนไพรที่มีอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะพืชผักสมุนไพรใบชะพลูเป็นพืชที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายไร้โรค และก็มีประโยชน์สูงที่ทราบเฉพาะแคลเซียมก็มีมากกว่าในพืชอื่นทุกชนิดในบริมาณที่เท่ากัน (จากผลงานวิจัยที่มีการตรวจวัดปริมาณแคลเซี่ยมเปรียบเทียบระหว่างพืชอื่นๆ
อย่างไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพืชพันธ์ ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลมาแล้วที่กล่าวว่าพืชทุกชนิดสามารถนำมาทำเป็นยาได้ ถ้าคิดง่ายๆ ว่าเมื่อนำมาทำเป็นยาได้ก็น่าจะนำมาทำเป็นอาหารก็น่าจะต้องวิจัยพืชต่างๆ ที่จะนำมาทำเป็นอาหารให้มากขึ้นโดยเฉพาะพืชไร้แมลงคือพืชที่แมลงไม่มากัดกินทำลาย สำหรับภาคใต้เราดินจะดีไม่ดีทิ้งไว้ไม่นานก็จะมีพืชมาขึ้นจนรกชัช น่าจะวิจัยดูว่าถ้านำมาทำเป็นอาหารได้อย่างไรบ้าง ตัวเช่นต้นฝอยทองถ้าพบว่านำมาทำอาหารได้มีประโยชน์ก็น่าเป็นแหล่งอาหารสำคัญ เพราะดูๆ แล้วไม่น่าจะมีโรคอะไร
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชพรรณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชพรรณ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ลูเทอร์ เบอร์แบงค์
Luther Burbank เป็นผู้ซึ่งไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สูงกว่ามัธยมปลาย แต่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ชาร์ล ดาวิน (Charles Dawin) ในเรื่องความหลากหลายที่แตกต่างกันในพืชและสัตว์ เขามีพื้นฐานจากชนบท ดำเนินอาชีพขยายพันธ์พืช โดยอาศัยความจำที่เฉียบคม และการสังเกตที่เฉียบแหลม คอยสังเกตุตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทำให้เขาค้นพบพืชพันธ์ใหม่ๆ ถึง 800 ชนิด
วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554
เรื่องที่เราอาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับพืช
ต้นไม้
พืชต้นไม้ทั่วไป ได้รับสารอาหารจากดินเพียง 10 % ส่วนที่เหลือมาจากบรรยากาศ
หญ้าไรซ์
พืชพวกหญ้าไรซ์(rye grass) ที่เติบโตในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่ารากแผ่ขยายนับได้รวมถึง 378 ไมล์ ในช่วงระยะเวลาเพียง 4 เดือน
พืชทะเล
ชีวิตพืชในทะเลมหาสมุทร ประกอบกันทั้งหมดประมาณ 85 % ของพืชสีเขียวทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกใบนี้
พืชต้นไม้ทั่วไป ได้รับสารอาหารจากดินเพียง 10 % ส่วนที่เหลือมาจากบรรยากาศ
หญ้าไรซ์
พืชพวกหญ้าไรซ์(rye grass) ที่เติบโตในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่ารากแผ่ขยายนับได้รวมถึง 378 ไมล์ ในช่วงระยะเวลาเพียง 4 เดือน
พืชทะเล
ชีวิตพืชในทะเลมหาสมุทร ประกอบกันทั้งหมดประมาณ 85 % ของพืชสีเขียวทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกใบนี้
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554
วัชพืช
วัชพืชมักจะสร้างที่หุ้มเมล็ดภายใน (dormant) เมล็ดของวัชพืชบางอย่างจะยังคงส่วนหุ้มเมล็ดไว้ จนกว่าแสงมากระทบ หรือจนกว่าสาร่ที่เคลือบเมล็ดแตกหลุดออกไป กลวิธีของวัชพืชดังกล่าว ทำให้วัชพืชดังกล่าวมักจะงอกเป็นต้นใหม่ กระจายไปยังดินใหม่ๆ มักจะปกคลุมไปด้วยวัชพืชได้ เพราะเมล็ดที่ตกลงบนดินนั้นมีความพร้อมที่จะงอกได้ทันที
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
พืชใดมีส่วนในการสังเคราะห์แสงมากที่สุด
การสังเคราะห์แสงเกิดขึ้นในพืชที่มีสีเขียว ซึ่งบนโลกเราก็มีพืชสีเขียวหลายพันธ์นับไม่ถ้วน มีทั้งพืชยืนต้น ล้มลุก และพืชน้ำ สาหร่ายก็เป็นพืชที่มีส่วนในการสังเคราะห์แสงในที่ใดๆ 50-90 % บนโลกทีเดียว สาหร่ายอาจอยู่ในรูปของชีวิตเซลล์เดียวที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ ไปจนสาหร่ายที่มีขนาดใหญ่ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนขึ้น ดังเช่นพวก เคลพ์(Kelp) นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายที่ขึ้นอยู่ในบริเวณที่ชื้น ในสระ หนองบึง ทะเลมหาสมุทร
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554
วัชพืช
วัชพืชมักจะสร้างเมล็ดที่มีส่วนหุ้มเมล็ด เมล็ดวัชพืชบางอย่างเมล็ดยังคงอยู่จนกว่าจะได้รับแสงอาทิตย์มากระทบ หรือจนกว่าสารที่เคลือบเมล็ดแตกหลุดออกไป กลวิธีดังกล่าวทั้งสองของพืช ทำให้วัชพืชมีโอกาสที่จะเพาะต้นใหม่ กระจายไปยังพื้นดินใหม่พร้อมกันจำนวนมาก ก็เพราะเมล็ดที่มาตกนั้นมีความพร้อมที่จะงอกได้ทันที
วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เรื่องของหวาย
เมื่อก่อนเราใช้หวายในการทำเฟอร์นิเจอร์ สำหรับหน่ออ่อนของหวายกินได้ มีรสฝาด ส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น ต่างกับหน่อไม้ที่มีรสชาดต่างกัน
ปัจจุบันตะกร้าหวายก็ไม่ค่อยทำกันแล้วหายากขึ้นทุกที เพราะหันมาใช้ปล๊าสติกแทนกันหมด เพราะราคาถูกกว่า
ปัจจุบันตะกร้าหวายก็ไม่ค่อยทำกันแล้วหายากขึ้นทุกที เพราะหันมาใช้ปล๊าสติกแทนกันหมด เพราะราคาถูกกว่า
วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ต้นอินทนินและตะแบกในมหาวิทยาลัย
ในมหาวิทยาลัยของเรามีทั้งต้นอินทนิน และต้นตะแบก ซึ่งก็สงสัยมานานว่าแตกต่างกันอย่างไรที่จะตัดสินได้ทันทีว่าต้นไหนเป็นอินทนินหรือตะแบก คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะลำต้นที่บ่งบอกให้ทราบได้เกือบจะทันที จากที่มีผู้รู้นำไปดูต้นตะแบกไปสัมผัสลูบคลำก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างที่ เด่นชัดของเปลือกลำต้นระหว่างต้นตะแบกและอินทนิน ถ้าเป็นผิวหรือเปลือกลำต้นตะแบกจะเรียบ มีส่วนที่ลอกเป็นรอยตื้นๆ คล้ายกับเปลือกลำต้นฝรั่ง ลำต้นเรียบดูสะอาดสะอ้านอย่างเห็นได้ชัดไม่ค่อยมีรามาจับเหมือนกับลำต้นอิน ทนิน
บริเวณที่พบต้นตะแบกในมหาวิทยาลัยของเราีสองสามแห่งคือ ที่สนามติดกับตึกวิทยาการจัดการทางทิศใต้ติดกับถนนหน้าอาคารเคียงคีรีมีอยู่ ต้นหนึ่งโตพอสมควร และมีอยู้่หลายต้นบบริเวณที่นั่งพักม้าหินหน้าคณะครุศาสตร์ที่ 3 แยก และแต่ละต้นก็โตมาก ต้นสูงแตกกิ่งก้านขยายไปคลุมพื้นที่กว้างที่เดียว แล้วคงอายุไม่น้อยกว่า 30 ปีขึ้นไปเป็นร่มเงาให้กับคนที่มาหลบร้อน อีกต้นหนึ่งอยู่ที่หลักอาคาร10ใกล้างเดินไปอาคาร11 และหอสมุดเก่า
ที่พูดถึงต้นตะแบกมากก็เพราะทำให้สับสนมาหลายครั้ง เพราะมีอยู่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้าอาคารคหกรรมที่เขียนบอกว่าเป็นต้นตะแบก แต่ลำต้นไม่ใช่ตะแบกจึงคิดว่าน่าจะเป็นต้นอินทนินชนิดหนึ่ง เพราะต้นอินทนินที่พบในมหาวิทยาลัยก็มีอยู่สองแบบคืออินทนินน้ำ และอินทนินบก อินทนินน้ำดังที่เราเห็นดอกที่ปลายกิ่งและปลายช่อแหลมแบบทรงเจดีย์เหนือ เรือนยอด ระหว่างดอกในช่อก็ไม่ได้ติดกันแน่นหนา เหมือนกับอินทนินบกที่ดอกมักจะรวมกันเป็นกลุ่มไม่ค่อยแยกจากกันอย่างเด่นชัด ช่อดอกมักสั้นกว่า เป็นอีกประการหนึ่งที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่า อินทนินน้ำเป็นตะแบก ส่วนอินทนินบกเป็นต้นอินทนินก็เป็นได้
อินทนินน้ำตามชื่อก็บอกว่าทนน้ำได้ดีชอบความชื้นสูง ปัญหาโรคแมลงมีน้อย ออกดอกเกือบตลอดปี ช่วงออกมากเดือนมีนาคม-มิถุนายนเช่นเดียวกับอินทนินบก สำหรับดอกตะแบกจะมีขนาดเล็กว่าเมื่อเทียบกับดอกอินทนิน และเช่นเดียวกับอินทนินน้ำที่ช่อดอกตะแบกออกตามปลายกิ่งชูเหนือเรือนยอด ดอกในช่อเรียกกันห่างๆ ช่อดอกโปร่งกว่าดอกอินทนิน
อ้างอิง
จดหมายข่าวราชบัณฑิตสถาน ปีที่1 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2532 โดยดร.ธวัชชัย สันติสุข ราชบัณฑิตประเภทวิทยาศาสตร์ชีวภาพสาขาพฤษศาสตร์
บริเวณที่พบต้นตะแบกในมหาวิทยาลัยของเราีสองสามแห่งคือ ที่สนามติดกับตึกวิทยาการจัดการทางทิศใต้ติดกับถนนหน้าอาคารเคียงคีรีมีอยู่ ต้นหนึ่งโตพอสมควร และมีอยู้่หลายต้นบบริเวณที่นั่งพักม้าหินหน้าคณะครุศาสตร์ที่ 3 แยก และแต่ละต้นก็โตมาก ต้นสูงแตกกิ่งก้านขยายไปคลุมพื้นที่กว้างที่เดียว แล้วคงอายุไม่น้อยกว่า 30 ปีขึ้นไปเป็นร่มเงาให้กับคนที่มาหลบร้อน อีกต้นหนึ่งอยู่ที่หลักอาคาร10ใกล้างเดินไปอาคาร11 และหอสมุดเก่า
ที่พูดถึงต้นตะแบกมากก็เพราะทำให้สับสนมาหลายครั้ง เพราะมีอยู่ต้นหนึ่งที่อยู่หน้าอาคารคหกรรมที่เขียนบอกว่าเป็นต้นตะแบก แต่ลำต้นไม่ใช่ตะแบกจึงคิดว่าน่าจะเป็นต้นอินทนินชนิดหนึ่ง เพราะต้นอินทนินที่พบในมหาวิทยาลัยก็มีอยู่สองแบบคืออินทนินน้ำ และอินทนินบก อินทนินน้ำดังที่เราเห็นดอกที่ปลายกิ่งและปลายช่อแหลมแบบทรงเจดีย์เหนือ เรือนยอด ระหว่างดอกในช่อก็ไม่ได้ติดกันแน่นหนา เหมือนกับอินทนินบกที่ดอกมักจะรวมกันเป็นกลุ่มไม่ค่อยแยกจากกันอย่างเด่นชัด ช่อดอกมักสั้นกว่า เป็นอีกประการหนึ่งที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่า อินทนินน้ำเป็นตะแบก ส่วนอินทนินบกเป็นต้นอินทนินก็เป็นได้
อินทนินน้ำตามชื่อก็บอกว่าทนน้ำได้ดีชอบความชื้นสูง ปัญหาโรคแมลงมีน้อย ออกดอกเกือบตลอดปี ช่วงออกมากเดือนมีนาคม-มิถุนายนเช่นเดียวกับอินทนินบก สำหรับดอกตะแบกจะมีขนาดเล็กว่าเมื่อเทียบกับดอกอินทนิน และเช่นเดียวกับอินทนินน้ำที่ช่อดอกตะแบกออกตามปลายกิ่งชูเหนือเรือนยอด ดอกในช่อเรียกกันห่างๆ ช่อดอกโปร่งกว่าดอกอินทนิน
อ้างอิง
จดหมายข่าวราชบัณฑิตสถาน ปีที่1 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2532 โดยดร.ธวัชชัย สันติสุข ราชบัณฑิตประเภทวิทยาศาสตร์ชีวภาพสาขาพฤษศาสตร์
วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553
มาแปรรูปมังคุดกันเถอะ
ในยามที่ผลผลิตมังคุดสูงมากจนล้นตลาดขณะนี้ จึงมีความคิดที่จะแปรรูปมังคุดในรูปแบบต่างๆ การแปรรูปที่เกี่ยวกับมังคุด บางอย่างเราสามารถทดลองทำด้วยตนเองได้ไม่ยาก เช่นในการนำไปทำเป็นมังคุดกวน และนำเนื้อมังคุดสดไปปั่นเช่นเดียวกับการทำผลไม้ปั่นอื่นๆ เพื่อการบริโภค นอกเหนือจาการแปรรูปเป็นสบู่ ไวน์ น้ำมังคุดคั้น
ในการทำมังคุดกวนนั้นให้กวนทั้งเมล็ด ซึ่งเมล็ดที่สุขให้ความอร่อยอีกรูปแบบหนึ่ง ในการกวนนั้นจะไช้มังคุดสุขประมาณ 30 กิโลกรัมจึงจะได้มังคุดกวน 1 กิโลกรม สีสรรของมักคุดกวนเป็นสีเข้มคล้ายกล้วยกวน แต่รสชาดดีกันคนละแบบ แต่ถ้าให้แน่ชัดว่ารสชาดดีแน่นอนก็โดยการนำไปทำเป็นมังคุดปั่น โดยเอาเนื้อมังคุดสดเลือกเฉพาะที่ไม่มีเมล็ดใส่ปั่นพร้อมน้ำแข็งปั่นใส่น้ำตาลเล็กน้อย จะให้รสชาดและกลิ่นมังคุดที่ไม่เหมือนใคร ถ้าเทียบกับน้ำมะเขือเทศปั่นแล้วรับรองรสชาดดีกว่าแน่นอนลองดูนะครับ
ความจริงแล้วการแปรรูปมังคุดทำได้หลายรูปแบบบางแบบนั้นเราก็คุ้นเคยกันดี แต่อาจจะไม่ได้ทดลองใช้กัน เช่นสบู่มังคุดซึ่งมีจำหน่ายกันทั่วไป น่าจะช่วยกันอุดหนุนมากขึ้น แต่ที่ไม่แพร่หลายอาจจะยังไม่แน่ใจในเรื่องสรรพคุณที่ดีมีอะไรบ้างที่ชัดเจน ซึ่งเฉพาะสบู่มังคุดตลาดในต่างประเทศเป็นที่นิยม จึงน่าจะส่งเสริมกันมากขึ้น การนำไปทำเป็นไวน์มังคุดซึ่งก็พอมีขายอยู่บ้างแต่น่าจะมีให้หลากหลายกว่านี้ การทำน้ำมังคุดคั้นจำหน่ายเคยมีทำมาจำหน่ายอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายไป น่าจะมีการทำต่อไปให้หลากหลายกว่านี้จะได้มีการแปรรูปมังคุดที่ล้นตลาดอยู่ในขณะนี้
ในการทำมังคุดกวนนั้นให้กวนทั้งเมล็ด ซึ่งเมล็ดที่สุขให้ความอร่อยอีกรูปแบบหนึ่ง ในการกวนนั้นจะไช้มังคุดสุขประมาณ 30 กิโลกรัมจึงจะได้มังคุดกวน 1 กิโลกรม สีสรรของมักคุดกวนเป็นสีเข้มคล้ายกล้วยกวน แต่รสชาดดีกันคนละแบบ แต่ถ้าให้แน่ชัดว่ารสชาดดีแน่นอนก็โดยการนำไปทำเป็นมังคุดปั่น โดยเอาเนื้อมังคุดสดเลือกเฉพาะที่ไม่มีเมล็ดใส่ปั่นพร้อมน้ำแข็งปั่นใส่น้ำตาลเล็กน้อย จะให้รสชาดและกลิ่นมังคุดที่ไม่เหมือนใคร ถ้าเทียบกับน้ำมะเขือเทศปั่นแล้วรับรองรสชาดดีกว่าแน่นอนลองดูนะครับ
ความจริงแล้วการแปรรูปมังคุดทำได้หลายรูปแบบบางแบบนั้นเราก็คุ้นเคยกันดี แต่อาจจะไม่ได้ทดลองใช้กัน เช่นสบู่มังคุดซึ่งมีจำหน่ายกันทั่วไป น่าจะช่วยกันอุดหนุนมากขึ้น แต่ที่ไม่แพร่หลายอาจจะยังไม่แน่ใจในเรื่องสรรพคุณที่ดีมีอะไรบ้างที่ชัดเจน ซึ่งเฉพาะสบู่มังคุดตลาดในต่างประเทศเป็นที่นิยม จึงน่าจะส่งเสริมกันมากขึ้น การนำไปทำเป็นไวน์มังคุดซึ่งก็พอมีขายอยู่บ้างแต่น่าจะมีให้หลากหลายกว่านี้ การทำน้ำมังคุดคั้นจำหน่ายเคยมีทำมาจำหน่ายอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายไป น่าจะมีการทำต่อไปให้หลากหลายกว่านี้จะได้มีการแปรรูปมังคุดที่ล้นตลาดอยู่ในขณะนี้
สะเดาต้นไม้มหัศจรรย์
จากข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับต้นสะเดา นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นของขวัญจากธรรมชาติและเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เป็นที่รู้มาก่อนที่วิทยาศาสตร์จะมาศึกษาค้นคว้าภายหลัง น่าจะเป็นต้นไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจได้ต่อไปในอนาคต
สะเดาเป็นต้นไม้ที่ปลูกกันมากในอินเดียและ เอเซียอาคเนย์ คนไทยถือว่าสะเดาเป็นไม้มงคลอย่างหนึ่งมักปลูกในบ้าน ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสงขลา และอุทัยธานี ที่ปลูกกันในประเทศไทยมี 3 ชนิดคือ สะเดาไทย สะเดาช้าง (ไม้เทียม ต้นเทียม สะเดาเทียม สะเดาใบใหญ่) และสะเอาอินเดีย (ที่เรียกว่าควีนิน) คุณสมบัติสะเดาทั้ง 3 ชนิด คล้ายคลึงกัน นำมาใช้แทนกันได้ ลักษณะใบสะเดาไทยคล้ายคลึงกับสะเดาอินเดีย ที่ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยแต่ปลายใบของสะเดาไทยมน สะเดาอินเดียใบปลายแหลม ต้นสะเดามีอายุยืนไปถึง 200 ปีก็มี
เป็นไม้สารพัดประโยชน์ชาวอินเดียหลายร้อยล้านคนใช้กิ่งแปลงฟันเป็นประจำมีอัตราเฉลี่ยของการเกิดโรคเหงือกและฟันน้อยกว่าหลายประเทศที่ใช้ยาสีฟันฟูออไรด์ สารสะกัดจากเม็ดสะเดาใช้เป็นยาฆ่าแมลงมากกว่าร้อยชนิด โดยเฉพาะที่มีสาร azadirachtin ซึ่งมีผู้นำไปทำยาฆ่าแมลงในเชิงอุตสาหกรรมแล้ว โดยได้รับการรับรองจากองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นำส่วนต่างๆ ของสะเดาไปรักษาโรคได้สารพัดโรค ตั้งแต่ปวดหัวตัวร้อน เบาหวาน ไปจนถึงการบรรเทาโรคเอดส์ นอกจากนี้ยังเป็นอาหาร ยาบำรุง เนื้อไม้สะเอายังไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่มอดไม่กิน
ผลการค้นคว้าล่าสุดที่ทดลองกับหนูพบวาสามารถหยุดยั้งตัวเชื้ออสุจิในหนูอย่างได้ผล ถ้าคิดค้นต่อไปนำมาทำเป็นยาคุมกำเนิดผู้ชาย ต่อไปถุงยางอาจไม่มีความหมาย และคงต้องตกลงกันว่าระหว่างหญิงกับชายใครจะกินยาคุมกำเนิด
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ayutthaya.doae.go.th/phakhai/sadao.htm และwww.ku.ac.th/e-magazine/jul49/agri/nim.htm อันหลังนี้ทำเป็นไฟล์ให้ดาวโหลดแล้วครับ
สะเดาเป็นต้นไม้ที่ปลูกกันมากในอินเดียและ เอเซียอาคเนย์ คนไทยถือว่าสะเดาเป็นไม้มงคลอย่างหนึ่งมักปลูกในบ้าน ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสงขลา และอุทัยธานี ที่ปลูกกันในประเทศไทยมี 3 ชนิดคือ สะเดาไทย สะเดาช้าง (ไม้เทียม ต้นเทียม สะเดาเทียม สะเดาใบใหญ่) และสะเอาอินเดีย (ที่เรียกว่าควีนิน) คุณสมบัติสะเดาทั้ง 3 ชนิด คล้ายคลึงกัน นำมาใช้แทนกันได้ ลักษณะใบสะเดาไทยคล้ายคลึงกับสะเดาอินเดีย ที่ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยแต่ปลายใบของสะเดาไทยมน สะเดาอินเดียใบปลายแหลม ต้นสะเดามีอายุยืนไปถึง 200 ปีก็มี
เป็นไม้สารพัดประโยชน์ชาวอินเดียหลายร้อยล้านคนใช้กิ่งแปลงฟันเป็นประจำมีอัตราเฉลี่ยของการเกิดโรคเหงือกและฟันน้อยกว่าหลายประเทศที่ใช้ยาสีฟันฟูออไรด์ สารสะกัดจากเม็ดสะเดาใช้เป็นยาฆ่าแมลงมากกว่าร้อยชนิด โดยเฉพาะที่มีสาร azadirachtin ซึ่งมีผู้นำไปทำยาฆ่าแมลงในเชิงอุตสาหกรรมแล้ว โดยได้รับการรับรองจากองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นำส่วนต่างๆ ของสะเดาไปรักษาโรคได้สารพัดโรค ตั้งแต่ปวดหัวตัวร้อน เบาหวาน ไปจนถึงการบรรเทาโรคเอดส์ นอกจากนี้ยังเป็นอาหาร ยาบำรุง เนื้อไม้สะเอายังไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่มอดไม่กิน
ผลการค้นคว้าล่าสุดที่ทดลองกับหนูพบวาสามารถหยุดยั้งตัวเชื้ออสุจิในหนูอย่างได้ผล ถ้าคิดค้นต่อไปนำมาทำเป็นยาคุมกำเนิดผู้ชาย ต่อไปถุงยางอาจไม่มีความหมาย และคงต้องตกลงกันว่าระหว่างหญิงกับชายใครจะกินยาคุมกำเนิด
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ayutthaya.doae.go.th/phakhai/sadao.htm และwww.ku.ac.th/e-magazine/jul49/agri/nim.htm อันหลังนี้ทำเป็นไฟล์ให้ดาวโหลดแล้วครับ
วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
บัวบกจุฬาภรณ์
พบได้แถวชายฝั่งอ่าวนครและปากแม่น้ำก่อนออกสู่ทะเลอ่าวนคร ใบกลมใหญ่กว่าบัวบกทั่วไป 2-3 เท่า ผิวใบบันใส เหมือนกับมีแวกเคลือบใบ มีคุณสมบัติไม่เหนียว นำไฟฟ้า เมื่อน้ำเข้ามา น้ำไม่เกาะที่ผิวใบ น้ำจะกลิ้งที่ไหนก็จะชะล้างทำความสะอาดใบได้อย่างดี จึงเป็นเป็นที่สะสมฝุ่น ไม่สะสมเชื้อโรค
การเติบโตเร็วมาก สามารถขยายพันธ์ด้วยรากที่ชอนไชย ยึดติดกันเหนียวยากจะถอดออกไปได้หมด จึงเป็นพื้ชที่ฆ่าให้ตายได้หมดยาก รากที่หยั่งลึกพร้อมที่จะแตกใบขึ้นมากอีก
การเติบโตเร็วมาก สามารถขยายพันธ์ด้วยรากที่ชอนไชย ยึดติดกันเหนียวยากจะถอดออกไปได้หมด จึงเป็นพื้ชที่ฆ่าให้ตายได้หมดยาก รากที่หยั่งลึกพร้อมที่จะแตกใบขึ้นมากอีก
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
พืชขับถ่ายของเสียอย่างไร
ในเซลล์เกือบทั้งหมดโดยเฉพาะในพืช มีบริเวณที่บรรจุด้วยของเหลว ที่ปรากฏว่าไม่มีโครงสร้างภายใน คือพวกแวคคิวโอล (vacuoles) ของเสียในพืชจะมีที่หรือบริเวณซึ่งของเหลวเหลือเก็บไว้ เป็นส่วนที่มีผลต่อความแข็งในพืชไม่ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อไม้ ของเสียที่เก็บไว้ดังกล่าวมีหน้าที่สำคัญ เพราะว่าพืชจะไม่สามารถขับถ่ายของเสียไปยังสิ่งแวดล้อม ของเสียยังคงอยู่ในเซลล์จนกระทั่งพืชตายไป
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เรื่องของพืชที่นึกไม่ถึง
ชีวิตของพืชในทะเลมหาสมุัทรมีส่วนแบ่งที่ทำให้โลกใบนี้มีสีเขียวถึง 85% จากพืชสีเขียวทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก
ไม้ไผ่ีอาจเจริญเติบโตขึ้นได้เกือบ 1 เมตรในเวลา 24 ชั่วโมง
ตั้นไม้ทั่วไปหรือพืชต่างๆ ได้รับสารอาหารจากดินประมาณ 10% ส่วนที่เหลือได้มาจากสิ่งแวดล้อมบรรยากาศ
เห็ดชนิดหนึ่งคือ Ganoderma applanatum สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 50 ปี และเติบโตจนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสองฟุต
พืชดอกเล็กๆ สีเหลืองที่เรียกว่า evening primrose จะแ่บ่งบานตอนเริ่มย่ำคำ แล้วสามารถเห็นและได้ยินในช่วงสั้นๆ การแตกยอดหน่อคล้ายการแตกของฟองสบู่ขณะการผลิเปิดระเบิดออก
ต้น sequoia ยักษ์ต้องรอถึง 175 ปีถึง 200 ปี ก่อนที่จะออกดอกเป็นครั้งแรก เป็นต้นไม้ที่ใช้เวลาล่าช้ามากที่สุดของทุกชนิดกว่าจะถึงวุฒิภาวะทางเพศที่ มีความพร้อม ดอกจะให้เมล็ดนับล้าน แต่ละเมล็ดมีขนาดเล็กมาก ซึ่งจำนวน 3000 เมล็ดจะหนักเพียง 1ออนซ์ หรือประมาณ 28 กรัม
ไม้ไผ่ีอาจเจริญเติบโตขึ้นได้เกือบ 1 เมตรในเวลา 24 ชั่วโมง
ตั้นไม้ทั่วไปหรือพืชต่างๆ ได้รับสารอาหารจากดินประมาณ 10% ส่วนที่เหลือได้มาจากสิ่งแวดล้อมบรรยากาศ
เห็ดชนิดหนึ่งคือ Ganoderma applanatum สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 50 ปี และเติบโตจนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสองฟุต
พืชดอกเล็กๆ สีเหลืองที่เรียกว่า evening primrose จะแ่บ่งบานตอนเริ่มย่ำคำ แล้วสามารถเห็นและได้ยินในช่วงสั้นๆ การแตกยอดหน่อคล้ายการแตกของฟองสบู่ขณะการผลิเปิดระเบิดออก
ต้น sequoia ยักษ์ต้องรอถึง 175 ปีถึง 200 ปี ก่อนที่จะออกดอกเป็นครั้งแรก เป็นต้นไม้ที่ใช้เวลาล่าช้ามากที่สุดของทุกชนิดกว่าจะถึงวุฒิภาวะทางเพศที่ มีความพร้อม ดอกจะให้เมล็ดนับล้าน แต่ละเมล็ดมีขนาดเล็กมาก ซึ่งจำนวน 3000 เมล็ดจะหนักเพียง 1ออนซ์ หรือประมาณ 28 กรัม
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ตะแบกแตกยอด
วันก่อนเคยได้เขียนเล่าถึงการแยกแยะให้เห็นความแตกต่างระหว่างต้นตะแบกและอินทนิลว่าให้ดูที่ลำต้นถ้าลำต้นเรียม ลอกออกเป็นแผ่นบางๆ เป็นหย่อมคือลำต้นตะแบกดังรูป
ขณะที่ออกดอกอยู่นั้นถ้ามองไกลๆ ก็แยกไม่ค่อยออกว่าต้นไหนเป็นอินทนิล ต้นไหนเป็นตะแบก แต่เมื่อตอนแตกยอดอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถใช้ลักษณะการแตกยอดเป็นตัวบอกได้ โดยถ้าการแตกเป็นยอดอ่อนค่อนข้างสีแดงส้ม ส้มเหลือง เป็นแถบๆ เหนือเรือนยอด ใบไม่โตมากนักนั้นล้วนเป็นต้นตะแบก ส่วนถ้าเป็นต้นอินทะนิลยอดจะใบโตกว่า และเขียวกว่าต้นตะแบก ถ้าออกดอกเมื่อไรต้นตะแบกจะมีดอกสีชมพูกว่าดอกอินทนิล และขนาดดอกเล็กกว่าต้นอินทนิล ขณะนี้ที่เห็นยอดต้นตะแบกลักษณะดังกล่าวหลายต้นที่หน้าอาคารเคียงคีรี และหน้าอาคาร 12 หรือสำนักงานครุศาสตร์บริเวณที่นั่งพักร่มไม้ต้นตะแบกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก นอกจากนี้บนเกาะกลางถนนหน้ามหาวิทยาลัยก็มีให้เห็นอยู่หลายต้น
ขณะที่ออกดอกอยู่นั้นถ้ามองไกลๆ ก็แยกไม่ค่อยออกว่าต้นไหนเป็นอินทนิล ต้นไหนเป็นตะแบก แต่เมื่อตอนแตกยอดอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถใช้ลักษณะการแตกยอดเป็นตัวบอกได้ โดยถ้าการแตกเป็นยอดอ่อนค่อนข้างสีแดงส้ม ส้มเหลือง เป็นแถบๆ เหนือเรือนยอด ใบไม่โตมากนักนั้นล้วนเป็นต้นตะแบก ส่วนถ้าเป็นต้นอินทะนิลยอดจะใบโตกว่า และเขียวกว่าต้นตะแบก ถ้าออกดอกเมื่อไรต้นตะแบกจะมีดอกสีชมพูกว่าดอกอินทนิล และขนาดดอกเล็กกว่าต้นอินทนิล ขณะนี้ที่เห็นยอดต้นตะแบกลักษณะดังกล่าวหลายต้นที่หน้าอาคารเคียงคีรี และหน้าอาคาร 12 หรือสำนักงานครุศาสตร์บริเวณที่นั่งพักร่มไม้ต้นตะแบกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก นอกจากนี้บนเกาะกลางถนนหน้ามหาวิทยาลัยก็มีให้เห็นอยู่หลายต้น
ตามล่าหาต้นเสลา
ในราชภัฏนครที่เราเห็นกันมากที่สุดระหว่างต้น อินทนิล ตะแบก และเสลา หนีไม่พ้นคงเป็นต้นอินทนิล และมีต้นตะแบกอยู่บ้างเป็นประปรายแต่ยังไม่มีใครที่จะบอกว่ามีต้นเสลาอยู่ ณ ที่ใด ก็พยายามดูอยู่เพื่อจะได้รู้ว่าดอกมันแตกต่างกันอย่างไร ต้นเสลา ต้นอินทนิล และต้นตะแบกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และต่างก็มีดอกสี ม่วง ชมพู และสีขาว หรือผสมกันระหว่างสามสีดังกล่าว มีตั้งแต่สีม่วงแดง สีมวง ชมพู ชมพูม่วง บางครั้งก็มีสีขาวแซมอยู่ในช่อ ทำให้็ดูไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะเป็นชนิดใด แม้ว่ามีคนพยายามแยกแยะว่า ต้นเสลาแตก ตะแบกเรียบ ในที่นี้หมายถึงลักษณะของลำต้น แต่ลักษณะลำต้นบางครั้งก็ยังสับสนกันได้ระหว่างต้นอินทนิลและต้นเสลา หากไม่สังเกตให้ดี
แต่วันนี้ขับรถผ่านจะกลับมหาวิทยาลัยเห็นต้นไม้ดอกสีม่วงชมพู อยู่ห่างจากรั้วบ้านอาจารย์สมพุึธ ธุรเจน (ข้าราชการบำนาญอดีตอาจารย์สมัยเมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครู) ไปไม่เกิน 2 เมตร ตอนแรกคิดว่าเป็นดอกอินทนินลหรือตะแบก เมื่อลงไปดูใกล้ๆ ก็เห็นลักษณะที่ไม่ใช่ทั้งสองดังกล่าว ก็เหลือลักษณะของต้นเสลา พบว่าเปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำหรือสีคล้ำ แตกเป็นร่องยาวตามลำต้น ปลายกิ่งย้อยลู่ลงสู่พื้น ใบมีขนประปราย ช่อดอกออกตามกิ่ง ตามง่ามใบ และปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ได้ชูตั้งขึ้น เมื่อดอกในช่อบานจะอยู่ชิดติดกัน ดอกสีชมพูอมม่วง มักออกดอกช่วงฤดูร้อน ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลไหม้ มีอีกชื่อว่า อินทรชิต
แต่วันนี้ขับรถผ่านจะกลับมหาวิทยาลัยเห็นต้นไม้ดอกสีม่วงชมพู อยู่ห่างจากรั้วบ้านอาจารย์สมพุึธ ธุรเจน (ข้าราชการบำนาญอดีตอาจารย์สมัยเมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครู) ไปไม่เกิน 2 เมตร ตอนแรกคิดว่าเป็นดอกอินทนินลหรือตะแบก เมื่อลงไปดูใกล้ๆ ก็เห็นลักษณะที่ไม่ใช่ทั้งสองดังกล่าว ก็เหลือลักษณะของต้นเสลา พบว่าเปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำหรือสีคล้ำ แตกเป็นร่องยาวตามลำต้น ปลายกิ่งย้อยลู่ลงสู่พื้น ใบมีขนประปราย ช่อดอกออกตามกิ่ง ตามง่ามใบ และปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ได้ชูตั้งขึ้น เมื่อดอกในช่อบานจะอยู่ชิดติดกัน ดอกสีชมพูอมม่วง มักออกดอกช่วงฤดูร้อน ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลไหม้ มีอีกชื่อว่า อินทรชิต
ดอกอินทนินที่ไม่ธรรมดา
ถ้าถามว่าดอกไม้อะไรที่ออกดอกในอาณาบริเวณและปริมณฑลของมหาวิทยาลัย (ม.รภ.นคร)มากที่สุดขณะนี้ คงหนี้ไม่พ้นดอกอินทนินที่มีปลูกอยู่ในมหาวิทยาลัยกระจายอยู่หลาย แห่ง ตามแนวถนนสายหลักของมหาวิทยาลัย และบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยที่ติดถนนสี่เลน สองข้างถนนนครนบพิตำหรือถนนที่ผ่านมหาวิทยาลัย รวมทั้งบนเกาะกลางถนนก็มีิต้นอินทนินจำนวนมาก ถนนสายที่ไปสนามบินก็มีให้เห็นดาษดื่น และไม่ว่าจะไปท้องที่ใดก็จะพบต้นอินทนินออกดอกอยู่้เสมอ
ต้นอินทนินที่เห็นอยู่ทั่วไปดัวกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นอินทนินพันธ์ที่เรียกว่าอินทนินน้ำ หรือตะแบกอินเดีย หรือตะแบกดำ (Lythraceae) ลักษณะเด่นอยู่ที่ดอกส่วนใหญ่เป็นช่วงสีม่วงและชมพูหรือผสมกันระหว่างสี่ม่วงและชมพูที่ออกดอกเกือบตลอดปี ช่วงที่ออกดอกมากในเดือนมีนาคม-มิถุนายน ใบเกลี้ยงปลายใบเรียวแหลม ผลิใบอ่อนพร้อมช่อดอก ตำแหน่งของข่อดอก ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอดเป็นพุ่มทรงเจดีย์เป็นช่อใหญ่และมีช่อย่อยดอกมี 6 กลีบดอก ขนาดของดอกกว้าง 5-8 ซม.
ถ้าขนาดดอกโตกว่านี้ 10-13 ซมและแต่ละดอกชิดติดกันเป็นกลุ่มมากกว่า มักมีสีชมพูเข้มและอ่อนและสีม่วงอมชมพู ช่อดอกไม่ชูตั้งเหนือเรือนยอดก็จะเป็นอินทนินอีกพันธ์หนึ่งที่เรียกว่าอินทนินบก (L.macrocarpa Wall exkurz) ซึ่งก็มีกระจัดกระจายอยู่มากหลายแห่งเหมือนกันหรืออยู่ปนกับอินทนินน้ำ (มีบางคนยกให้เป็นต้นซากุระเมืองไทย) อย่างอื่นๆ อินทนินบกก็มีลักษณะคล้ายอินทนินน้ำมาก เฉพาะปลายใบมนกว้างหรือแหลมเป็นติ่งสั้นๆ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ชูตั้งเหนือเรือนยอดเหมือนกับอินทนินน้ำ
ยังมีต้นอินทนินอีกชนิดที่ออกดอกเป็นสีขาวล้วน ซึ่งไม่ค่อยพบโดยทั่วไป แต่จะพบบางท้องที่ที่นำมาปลูกกัน น่าจะเป็นการกลายพันธ์จากอินทนินที่กล่าวมาแล้ว ที่แตกต่างที่เห็นเด่นชัดก็คือ ลักษณะใบเรียวยาว ปลายแหลมกว่า การแตกยอดอ่อนของอินทนินดอกสีขาวจะมีสีเขียวอ่อน ไม่เป็นสีเหลือง ส้มเหมือนต้นอินทนินน้ำหรือบก ดวามจริงยังมีต้นไม้ลักษณะเดียวกันอีกสองชนิดคือตะแบกและเสลา ซึ่งตะแบกดอกขนาดเล็กหว่า และออกดอกในช่วงฤดูฝน มิถุนายน-กันยายน
เหตุที่มีต้นอินทนินอยู่ทั่วไป อาจเป็นเพราะว่าเป็นต้นไม้ที่เจริญได้ดีที่ลักษณะอากาศบ้านเรา ต้นอินทนินเป็นไม้ทนน้ำ ชอบแดดและชอบความชื้นสูง และยังทนน้ำขังชั่วคราวได้ ปัญหาโรคแมลงก็มีน้อย เมื่อปลูกแล้วไม่ต้องดูแลมากนัก นอกจากนี้ต้นอินทนินยังมีประโยชน์ที่นำไม้ไปทำกระดานต่อเรือ กังหันน้ำ ใบเมล็ดนำมาต้มดื่มน้ำแก้เบาหวาน เปลือลำต้นสีเท่าหรือน้ำนาลออ่นค่อนข้างเรียบ ตกสะเก็ดเป็นแผ่นบางๆเล็กน้อย เปลือกมีรสฝาดขม แก้ไข้ท้องเสียได้
ด้่วยความที่ปลูกง่ายเจริญเติบโต้ได้ดี และมีจำนวนมากในจังหวัดนคร ถ้าหากว่าปลูกกันให้มากให้เป็นแนวตลอดถนนทั้งสายเมื่อออกดอกจะสวยงามมาก ต่อไปอาจจะเป็นจุดขายของเมืองนคร หรือถ้ามหาวิทยาลัยจะปลูกให้มากเป็นจุดขายว่ามีดอกไม้สวยงามที่สุดตอนฤดู ร้อน ต่อไปอาจเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาชอมดอกไม้ อาจมีการจัดเทศกาลสัปดาห์ชมดอกไม้ ทำให้เป็นประเพณี นำอาหารไปกินสังสรรค์กันใต้ต้นไม้ ความจริงเรื่องนี้มีแบบอย่างมาจากประเทศญี่ปุ่น ที่จังหวัีดหรือพรีเฟคเจอร์ เอโอโมริ ที่มีต้นซากุระสวยที่สุดและจำนวนมากเกือบทั้งเมือง ส่วนสาธารณะบางแห่งปลูกแต่ต้นซากุระ 50000ต้น ทำให้จังหวัดนี้มีคนมาเที่ยวชมดอกไม้มากกว่า 5 ล้านคนในแต่ละปี ขณะที่จังหวัดนี้มีพลเมืองเพียงล้านคน
อ้างอิง จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่1 ฉ12 ธค. 2532
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เมื่อชื่อต้นไม้บอกใบ้เป็นนัย
ต้นไม้มีมากมายหลากหลายพันธ์เป็นล้านๆ ชนิดก็คงมีเป็นล้านๆ ชื่อเช่นเดียวกัน น่าขอบใจคุณลินเนียส อันเป็นคนที่ได้ออกแบบการเรียกชื่อพืชสัตว์ไว้อย่างเป็นระบบ โดยเขาได้จัดหมวดหมู่พืชและสัตว์ไว้แล้วพัฒนามาเป็นอนุกรมวิธานตามที่เราใช้ กันในปัจจุบัน
โดยทั่วไปเรามักจะรู้จักต้นไม้ที่คุ้นเคยอยู่ในท้องถิ่น หรือต้นไม้ที่สนใจ มีความแปลก มีความสวยงาม ซึ่งเมื่อพบต้นไม้ที่เจอบ่อยๆ แ่ต่ไม่ค่อยรู้จักชื่อก็มักจะถามกันใครรู้จักบ้าง เป็นข้อสังเกตว่าใครที่ปลูกต้นไม้ใดไว้ย่อมรู้จักชื่อต้นไม้ชนิดนั้นถ้าไป ถามก็คงจะได้คำตอบไม่ผิดหวัง ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปถามชื่อต้นไม้ที่เขาปลูกไว้ในกระถางบนโต๊ะในที่ทำ งาน ก็ได้รับคำตอบว่าชื่อ “รวยไม่เลิก” นี่ถ้าเป็นจริงตามชื่อคงมีคนปลูกกันมากมาย เพราะใครๆ ก็อยากรวย แต่ถ้าปลูกเอาเคล็ดไว้บ้างก็จะดีเหมือนกัน เช่นเดียวกับว่าปลูกต้นมะยม ต้นขนุนไว้หน้าบ้านแล้วเชื่อว่าคนจะนิยมชมชอบสนับสนุน ความจริงแค่ชื่อคล้ายๆ มะยม กับนิยม ขนุน กับสนับสนุน
เมื่อนึกถึงชื่อต้นไม้อื่นๆ เช่นพวกสมุนไพรบางอย่างเช่น ฟ้าทลายโจร ว่านชักมดลุก ว่านโด่ไม่รู้ล้ม ถ้าดูตามความหมายแล้วชื่อฟ้าทลายโจรดูจะให้ความหมายไปทางที่ดี เพราะสามารถไปเป็นยาแก้หวัดได้ เปรียบโรคหวัดเหมือนกับโจรที่ฟ้าต้องทำลายได้ แต่ชักมดลูกกับโด่ไม่รู้ล้มนี้คงมองได้ทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีขึ้นอยู่กับการ ตีความ แต่เมื่อมองย้อนไปสมัยคุณลินเนียสตั้งชื่อก็ไม่ใช่นเล่นเหมือนกันบางคนก็ บอกว่าตั้งชื่อหยาบโลน ทะลึ่งไปบ้าง โป้มากเกินไปบ้าง เช่นที่ยังคงมีใช้ในปัจจุบัน เช่นต้น พิสสาเบด (pissabed) ที่หมายถึงฉี่รดที่นอนที่มีคุณสมบัติไปในทางขับปัสสาวะ ต้นแมรส์ฟาร์ต (mare’s fart) ซึ่งหมายถึงตดม้า ต้นแนกคิดเลดี (naked lady) หมายถึงสาวเปลือย ทวิตช์บอลล็อก (twitch-ballock) หมายถึงกระตุกอัณฑะ โอเพนอาร์ส (open arse) หมายถึงเปิดก้น ต้น คลิทอเรีย ฟอร์นิคาทา ที่คำแรกหมายถึงปุ่มกระสัน ส่วนคำหลังหมายถึงการลักลอบมีสัมพันธ์กัน และยังมีคำอื่นๆ อีกมาก ถ้าดูตามที่ตั้งชื่อไว้ดังกล่าวแล้วเหมือนกับจะบอกว่าต้นมีเพศหญิงชาย มีอารมณ์รัก ซึ่งสอดคล้องกับคนตั้งชื่อที่มีประวัติการหลงใหลใผ่ผันในทางกามารมณ์อยู่บ้าง
จากนี้จะเห็นว่าไม่รู้ว่าใครเลียนแบบใครระหว่างการตั้งชื่อของไทยกับของ ที่ ลินเนียสจัดกลุ่มตั้งชื่อไว้ โดยเขาได้ตั้งชื่อพันธุ์พืชและสัตว์ถึง 13000 ชนิด แม้ไม่มากที่สุดเท่าคนอื่นแต่หลักการในการจัดแบ่ง มีความสอดคล้องเป็นระเบียบเรียบง่าย ไม่ล้าสมัย เป็นที่ยอมรับกันตั้งแต่ปี 1760
อ้างอิง A Short History of Nearly Everything by Bill Bryson
โดยทั่วไปเรามักจะรู้จักต้นไม้ที่คุ้นเคยอยู่ในท้องถิ่น หรือต้นไม้ที่สนใจ มีความแปลก มีความสวยงาม ซึ่งเมื่อพบต้นไม้ที่เจอบ่อยๆ แ่ต่ไม่ค่อยรู้จักชื่อก็มักจะถามกันใครรู้จักบ้าง เป็นข้อสังเกตว่าใครที่ปลูกต้นไม้ใดไว้ย่อมรู้จักชื่อต้นไม้ชนิดนั้นถ้าไป ถามก็คงจะได้คำตอบไม่ผิดหวัง ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปถามชื่อต้นไม้ที่เขาปลูกไว้ในกระถางบนโต๊ะในที่ทำ งาน ก็ได้รับคำตอบว่าชื่อ “รวยไม่เลิก” นี่ถ้าเป็นจริงตามชื่อคงมีคนปลูกกันมากมาย เพราะใครๆ ก็อยากรวย แต่ถ้าปลูกเอาเคล็ดไว้บ้างก็จะดีเหมือนกัน เช่นเดียวกับว่าปลูกต้นมะยม ต้นขนุนไว้หน้าบ้านแล้วเชื่อว่าคนจะนิยมชมชอบสนับสนุน ความจริงแค่ชื่อคล้ายๆ มะยม กับนิยม ขนุน กับสนับสนุน
เมื่อนึกถึงชื่อต้นไม้อื่นๆ เช่นพวกสมุนไพรบางอย่างเช่น ฟ้าทลายโจร ว่านชักมดลุก ว่านโด่ไม่รู้ล้ม ถ้าดูตามความหมายแล้วชื่อฟ้าทลายโจรดูจะให้ความหมายไปทางที่ดี เพราะสามารถไปเป็นยาแก้หวัดได้ เปรียบโรคหวัดเหมือนกับโจรที่ฟ้าต้องทำลายได้ แต่ชักมดลูกกับโด่ไม่รู้ล้มนี้คงมองได้ทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีขึ้นอยู่กับการ ตีความ แต่เมื่อมองย้อนไปสมัยคุณลินเนียสตั้งชื่อก็ไม่ใช่นเล่นเหมือนกันบางคนก็ บอกว่าตั้งชื่อหยาบโลน ทะลึ่งไปบ้าง โป้มากเกินไปบ้าง เช่นที่ยังคงมีใช้ในปัจจุบัน เช่นต้น พิสสาเบด (pissabed) ที่หมายถึงฉี่รดที่นอนที่มีคุณสมบัติไปในทางขับปัสสาวะ ต้นแมรส์ฟาร์ต (mare’s fart) ซึ่งหมายถึงตดม้า ต้นแนกคิดเลดี (naked lady) หมายถึงสาวเปลือย ทวิตช์บอลล็อก (twitch-ballock) หมายถึงกระตุกอัณฑะ โอเพนอาร์ส (open arse) หมายถึงเปิดก้น ต้น คลิทอเรีย ฟอร์นิคาทา ที่คำแรกหมายถึงปุ่มกระสัน ส่วนคำหลังหมายถึงการลักลอบมีสัมพันธ์กัน และยังมีคำอื่นๆ อีกมาก ถ้าดูตามที่ตั้งชื่อไว้ดังกล่าวแล้วเหมือนกับจะบอกว่าต้นมีเพศหญิงชาย มีอารมณ์รัก ซึ่งสอดคล้องกับคนตั้งชื่อที่มีประวัติการหลงใหลใผ่ผันในทางกามารมณ์อยู่บ้าง
จากนี้จะเห็นว่าไม่รู้ว่าใครเลียนแบบใครระหว่างการตั้งชื่อของไทยกับของ ที่ ลินเนียสจัดกลุ่มตั้งชื่อไว้ โดยเขาได้ตั้งชื่อพันธุ์พืชและสัตว์ถึง 13000 ชนิด แม้ไม่มากที่สุดเท่าคนอื่นแต่หลักการในการจัดแบ่ง มีความสอดคล้องเป็นระเบียบเรียบง่าย ไม่ล้าสมัย เป็นที่ยอมรับกันตั้งแต่ปี 1760
อ้างอิง A Short History of Nearly Everything by Bill Bryson
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันประแตกที่นคร
เมื่อวันที่ 15-23 สิงหาคม ที่บ้านทับน้ำเต้า ได้ประกาศอนุญาตให้ไปเก็บลูกประในเขตอุทยานเขานันได้ เป็นเหมือนเทศกาล ซึ่งในเขตนี้ถือว่าเป็นป่าต้นประหรือลูกประ (parah) เป็นส่วนใหญ่กินพื้นที่กว้างขวางมากถึงประมาณ 8000 ไร่ ถือว่ามีมากที่สุดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก็อาจเป็นแหล่งที่มีมากที่สุดในโลกก็ได้ มีเด็กนักเรียน ชาวบ้าน และบ้างก็มาจากต่างถิ่นจากอำเภอหัวไทร เชียรใหญ่ก็มี ที่มาเก็บลูกประแบกลงมาด้วยเป้แบกกันลงมา
เท่าที่สำรวจกันในวันประแตกนั้น มีรถบรรทุกเล็กขึ้นไปรับ รวมๆแล้ววันละประมาณ 30 ตันทีเดียว มีการรับซื้อกันที่นั่นกิโลละ 13 บาทโดยไม่มีการคัดขนาดอาจเป็นเพราะว่ามีขนาดไล่เรี่ยกันโดยประมาณ ไม่แน่ใจว่าเมื่อมาส่งขายที่ตลาดหัวอิฐแล้วจะเป็นกิโลเท่าใด ซึ่งโดยทั่วไปนิยมลูกประมาทำเป็นอาหารกินเล่น เช่นลูกประต้ม ลูกประต้มแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ล้วนำไปคั่ว หรือทอด หรืออบก็มีรสชาดเป็นที่ชื่นชอบ และทีนิยมทำกันมากคือนำไปดองเกลือแล้วจะเก็บไว้ได้นาน และราคาก็เพิ่มสูงขึ้นถึง กิโลกรัมละ 40 บาททีเดียว
อย่างไรก็ตามก็มีข้อควรระวังสำหรับลูกประ ที่รับประทานดิบๆ ไม่ได้ เพราะมีสารไซยาไนซ์อยู่เมื่อต้มสุกหรือดองจึงจะสลายไป บางคนบอกว่าต้นประมักขึ้นอยู่ริมน้ำ ชาวบ้านจะไม่โค่น เพราะรู้ว่าให้ผลที่นำไปขายได้ แต่ที่จริงอาจเป็นเพราะว่าเป็นไม้ที่อนุรักษ์ในเขตอุทยานที่ใครตัดจะต้องเสียค่าปรับต้องชดใช้ และยังมีช่วงเวลาที่ห้ามไม่ให้ใครขึ้นไปเก็บลูกประ เพื่อให้มีการขยายพันธ์เพิ่มขึ้นจากเมล็ดนั่นเอง นอกจากนี้แล้วใบต้นประขณะแตกยอดจะมีสีแดงสดสวยงามมากเมื่อแตกยอดพร้อมๆกันหรือไล่เลี่ยเป็นแถบ
เท่าที่สำรวจกันในวันประแตกนั้น มีรถบรรทุกเล็กขึ้นไปรับ รวมๆแล้ววันละประมาณ 30 ตันทีเดียว มีการรับซื้อกันที่นั่นกิโลละ 13 บาทโดยไม่มีการคัดขนาดอาจเป็นเพราะว่ามีขนาดไล่เรี่ยกันโดยประมาณ ไม่แน่ใจว่าเมื่อมาส่งขายที่ตลาดหัวอิฐแล้วจะเป็นกิโลเท่าใด ซึ่งโดยทั่วไปนิยมลูกประมาทำเป็นอาหารกินเล่น เช่นลูกประต้ม ลูกประต้มแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ล้วนำไปคั่ว หรือทอด หรืออบก็มีรสชาดเป็นที่ชื่นชอบ และทีนิยมทำกันมากคือนำไปดองเกลือแล้วจะเก็บไว้ได้นาน และราคาก็เพิ่มสูงขึ้นถึง กิโลกรัมละ 40 บาททีเดียว
อย่างไรก็ตามก็มีข้อควรระวังสำหรับลูกประ ที่รับประทานดิบๆ ไม่ได้ เพราะมีสารไซยาไนซ์อยู่เมื่อต้มสุกหรือดองจึงจะสลายไป บางคนบอกว่าต้นประมักขึ้นอยู่ริมน้ำ ชาวบ้านจะไม่โค่น เพราะรู้ว่าให้ผลที่นำไปขายได้ แต่ที่จริงอาจเป็นเพราะว่าเป็นไม้ที่อนุรักษ์ในเขตอุทยานที่ใครตัดจะต้องเสียค่าปรับต้องชดใช้ และยังมีช่วงเวลาที่ห้ามไม่ให้ใครขึ้นไปเก็บลูกประ เพื่อให้มีการขยายพันธ์เพิ่มขึ้นจากเมล็ดนั่นเอง นอกจากนี้แล้วใบต้นประขณะแตกยอดจะมีสีแดงสดสวยงามมากเมื่อแตกยอดพร้อมๆกันหรือไล่เลี่ยเป็นแถบ
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
สารพัดประโยชน์จากต้นจาก
ต้นจากเป็นพืชที่เจริญเติบโตในบริเวณป่าชายเลน ชายฝั่งคูคลองทีออกทะเล ที่มีต้นจากขึ้นหนาแน่นจนเรียกว่าเป็นป่าต้นจากได้ ที่เรามักเห็นต้นจากเลียบชายคลองไปเป็นส่วนใหญ่จึงเป็นพืชที่แช่น้ำอยู่เกือบตลอดเวลา ด้วยรากที่ยึดเกาะพืชดินอย่างหนาแน่น จึงกล่าวได้ว่าต้นจากเป็นพืชที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตลิงพัง ส่วนสาเหตุที่ทำไม่ต้นจากมักอยู่ชายฝั่งนั้น เนื่องมาจากที่ผลของต้นจากไม่สามารถที่จะลอยหรือปลิวไปตกที่อื่นที่อยู่ห่างไกลได้ แต่ผลที่มีเมล็ดที่แพร่พันธ์ได้สามารถลอยไปตามน้ำและมักจะไปติดเจริญงอกงามที่บริเวณป่าชายเลนหรือริมคลอง
สำหรับประโยชน์อย่างอื่นจากต้นจาก เฉพาะใบนำไปใช้ทำแผ่นมุงหลังคาที่เรียกว่าหลังคาจาก นำใบมาตากแห้งแล้วลอกทำมวนบุหรี่ที่ได้รสชาด ยอดอ่อน ผลอ่อนสามารถรับประทานสดเป็นผักเหนาะ และนำไปประกอบอาหารประเภทแกงคั่วได้ดี นอกจากนี้น้ำหวานจากต้นจากนำมาทำเป็นน้ำตาล และน้ำส้มจากได้ และนำไปทำเป็นน้ำผึ้งจากก็ให้รสชาดที่ต่างออกไป
ขนมที่ห่อด้วยใบจากเรียกว่าขนมจาก และใช้ห่อข้าวเนียวที่เรียกว่าต้ม รูปทรงยาวทรงกระบอก เช่นเดียวกับที่ใช้ใบกระพ้อห่อเป็นต้ม ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม
ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอีกอย่างเส้นใยในทางใบ นำไปอัดทำเป็นแผ่นกระดานแบบกระดานชานอ้อย และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ
สำหรับประโยชน์อย่างอื่นจากต้นจาก เฉพาะใบนำไปใช้ทำแผ่นมุงหลังคาที่เรียกว่าหลังคาจาก นำใบมาตากแห้งแล้วลอกทำมวนบุหรี่ที่ได้รสชาด ยอดอ่อน ผลอ่อนสามารถรับประทานสดเป็นผักเหนาะ และนำไปประกอบอาหารประเภทแกงคั่วได้ดี นอกจากนี้น้ำหวานจากต้นจากนำมาทำเป็นน้ำตาล และน้ำส้มจากได้ และนำไปทำเป็นน้ำผึ้งจากก็ให้รสชาดที่ต่างออกไป
ขนมที่ห่อด้วยใบจากเรียกว่าขนมจาก และใช้ห่อข้าวเนียวที่เรียกว่าต้ม รูปทรงยาวทรงกระบอก เช่นเดียวกับที่ใช้ใบกระพ้อห่อเป็นต้ม ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม
ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอีกอย่างเส้นใยในทางใบ นำไปอัดทำเป็นแผ่นกระดานแบบกระดานชานอ้อย และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





