แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียนรู้ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
สามเสาหลัก ความคิด-ความรู้สึก-การกระทำ
ผลสัมฤทธิ์ที่ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจาก สามเสาหลักเป็นเหมือนสามด้านของสามเหลี่ยมจะเรียกว่าพีระมิด แต่ละด้านคือ ความคิด (thoughs) ความรู้สึก (feelings) และการกระทำ (actions) เป็นเหมือนเก้าอี้นั่งอย่างน้อยที่สุดต้องมีสามขาจึงจะมั่นคง และทำอะไรได้สำเร็จลุล่วงไป ความคิดจะจุดประกายให้กระบวนการดำเนินต่อไป ความรู้สึกหรืออารมณ์ช่วยให้ความคิดยังคงมีชีวิตอยู่ได้ กระตุ้นให้เกิดความคิดที่คล้ายคลึงกัน ผลักดันให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย การกระทำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้งานทางกายภาพที่จำเป็นสำเร็จลง ถ้าปราศจากทั้งสามด้านด้งกล่าวแล้วพีระมิดก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้ คิดแล้วไม่รู้สึกอะไรคงจะเกิดการกระทำไม่ได้ มีความรู้สึกเกิดอารมณ์โดยไม่คิดก็ยากที่จะทำอะไรสำเร็จ
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ประโยชน์ของแฟนพันธ์แท้
ใครจะเป็นแฟนพันธ์แท้ในเรื่องใดนั้น ก็ต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ละเอียด เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น การพัฒนาองค์กรในปัจจุบันก็ต้องการพัฒนาคนให้เป็นแฟนพันธ์แท้ให้ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีคนประเภทนี้อยู่ให้มาก นอกจากจะประมวลความรู้ในเรื่องแฟนพันธ์แท้เป็นของตัวเองได้แล้ว ยังพร้อมที่จะต่อยอด นำไปประยุกต์ใช้คือมีความพร้อมอยู่แล้วพร้อมที่จะทำงาน นำไปใช้แก้ปัญหาได้ มีตัวอย่างเรื่ืองหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ที่หลายคนคงเคยได้รับทราบข่าวมาแล้วคือ
ความพยายามที่จะจับ ฆาตกรที่ฆ่าแหม่มสาวชาวรัสเซียที่พัทยา ซึ่งตำรวจพยายามจะหาร่องรอยหาหลักฐาน แต่ก็หาได้ยากมาก มีแต่ภาพมัวๆ จากกล้องวิดีโอวงจรปิดรู้แต่ว่าผู้ร้ายนั้นใช้มอเตอร์ไซต์เป็นยานพาหนะในการปฏิบัติการ สุดท้ายต้องไปพี่งแฟ้นพันธ์แท้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถมอเตอร์ไซต์ จากเสียงที่บันทึกไว้ัในวิดีโอดังกล่าวแฟนพันธ์แท้ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นรถรุ่นใดยี่ห้อใด ตำรวจจึงได้ไปตามสืบต่อว่า ในเวลาดังกล่าวรถรุ่นดังกล่าวใครพบเห็นบ้าง หรือขับขี่มาที่ตำแหน่งนี้เวลานั้น ทำให้ตำรวจชุดสอบสวนได้เบาะแส และจับฆาตกรได้ในที่สุด
ที่ยกตัวอย่างมานั้นชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญจริง ย่อมนำไปแก้ปัญหาได้จริง ปัญหาหลายอย่างในปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ตก หรือแก้ไม่ได้ก็คิดได้ว่าเรายังขาดผู้ที่มีความรู้ที่พอจะไปแก้ปัญหา ซึ่งก็มีหลายครั้งเหมือนกันเมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ในปัญหาใดๆ เราก็มักจะเชิญผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงมาช่วยแก้ปัญหา ดังที่เราเห็นกันว่าหน่วยงานองค์กรต่างๆ มักมีที่ปรึกษา และเห็นได้ชัดถ้าใครดูละครเรื่องสามก๊ก จะเห็นความสำคัญของที่ปรึกษาที่เรียกว่ากุนซือเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ํตามการจะบอกได้ว่าใครเชี่ยวชาญ ใครเป็นแฟ้นพันธ์แท้เรื่องใดก็คงต้องแสดงฝีมือให้ปรากฏมาแล้วจนเป็นที่รู้จักกันดี หรือได้รับการยอมรับนั่นเอง
ความพยายามที่จะจับ ฆาตกรที่ฆ่าแหม่มสาวชาวรัสเซียที่พัทยา ซึ่งตำรวจพยายามจะหาร่องรอยหาหลักฐาน แต่ก็หาได้ยากมาก มีแต่ภาพมัวๆ จากกล้องวิดีโอวงจรปิดรู้แต่ว่าผู้ร้ายนั้นใช้มอเตอร์ไซต์เป็นยานพาหนะในการปฏิบัติการ สุดท้ายต้องไปพี่งแฟ้นพันธ์แท้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถมอเตอร์ไซต์ จากเสียงที่บันทึกไว้ัในวิดีโอดังกล่าวแฟนพันธ์แท้ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นรถรุ่นใดยี่ห้อใด ตำรวจจึงได้ไปตามสืบต่อว่า ในเวลาดังกล่าวรถรุ่นดังกล่าวใครพบเห็นบ้าง หรือขับขี่มาที่ตำแหน่งนี้เวลานั้น ทำให้ตำรวจชุดสอบสวนได้เบาะแส และจับฆาตกรได้ในที่สุด
ที่ยกตัวอย่างมานั้นชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญจริง ย่อมนำไปแก้ปัญหาได้จริง ปัญหาหลายอย่างในปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ตก หรือแก้ไม่ได้ก็คิดได้ว่าเรายังขาดผู้ที่มีความรู้ที่พอจะไปแก้ปัญหา ซึ่งก็มีหลายครั้งเหมือนกันเมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ในปัญหาใดๆ เราก็มักจะเชิญผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงมาช่วยแก้ปัญหา ดังที่เราเห็นกันว่าหน่วยงานองค์กรต่างๆ มักมีที่ปรึกษา และเห็นได้ชัดถ้าใครดูละครเรื่องสามก๊ก จะเห็นความสำคัญของที่ปรึกษาที่เรียกว่ากุนซือเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ํตามการจะบอกได้ว่าใครเชี่ยวชาญ ใครเป็นแฟ้นพันธ์แท้เรื่องใดก็คงต้องแสดงฝีมือให้ปรากฏมาแล้วจนเป็นที่รู้จักกันดี หรือได้รับการยอมรับนั่นเอง
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ข้อคิดเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
ฟัง แล้ว รู้
จด แล้วจำ
ทำแล้วเข้าใจ
คิดเอง คิดได้ คิดเป็น
ทำเอง ทำได้ ทำเป็น
จด แล้วจำ
ทำแล้วเข้าใจ
คิดเอง คิดได้ คิดเป็น
ทำเอง ทำได้ ทำเป็น
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ความจำ ความรู้สึก ความคิด กับทฤษฎีการเรียนรู้
ตามทฤษฎีการเรียนรู้ ที่เราทราบกันมานั้นตั้งแต่ทฤษฎีการเรียนรู้แบบพฤติกรรม ทฤษฎีการเรียนรู้แบบการคิด ทฤษฏีการเรียนรู้แบบการสร้างความรู้ นั้นนั้นไม่ว่าจะเป็ฯแบบใดเมื่อเรามาพิจารณาแล้วการที่จะส่งผลให้เกิดการกระทำเนื่องมาจากจิตที่สั่งการ และทฤษฎีการเรียนรู้ทั้งหลายนั้นเกี่ยวข้องกับ ความจำ ความรู้สึก และความคิด ซึ่งในทางพุท่ธศาสนานั้นเป็นส่วนอยู่ในขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา(ความรู้สึก) สัญญา(ความจำ) และความคิด (สังขาร) และวิญญาณ ถ้าเราจะมองว่าขันธ์ห้าเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ทื่สมบูรณ์แบบก็ย่อมได้และมีครบทุกองค์ประกอบ
ในทุกทฤษฎีการเรียนรู้ที่เราใช้กันนั้นมีที่มาจากแนวทางของปรัชญา จากนักปรัชญา วิลเลี่ยมเจมส์ ที่กล่าวว่ามนุษย์มีความคิด ความเชื่อต่างๆกันตามประสบการณ์ เมื่อมีประสบการใหม่เข้ามาอาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับความคิดความเชื่อเดิม ถ้าปรับปรุงความคิดเดิมให้เข้ากับประสบการณ์ใหม่หรือความคิดที่มาเชื่อมประสบการณ์เก่ากับประสบการใหม่นี้เขาเรียกว่าความคิดจริง(true idea) นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวสวิส จีน เปียอาเจต์ ก็ได้นำไปตั้งเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ที่มีการปรับความรู้เดิมกับความรู้ใหม่แบบประนีประนอมและเปลี่ยนแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า assimilation และ accommodation แล้วเกิดความสมดุลย์ขึ้น (equilibrium) และผู้ที่นำไปใช้ในทฤษฎีการเรียนการสอนของอาซูเบลที่เน้นว่าผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานมีประสบการณ์อะไรมาก็จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องไปตามนั้น
ในขันธฺ์5 นั้นมีรูปร่างกายคนเป็นตัวรับรู้จากอวัยวะรับสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย ที่ทำงานร่วมกับจิตอันได้แก่ ความจำ ความรู้สึก และความคิด โดยมีวิญญาณเป็นตัวรับหรือเป็นตัวใจเป็นตัวรับ จะเห็นว่าร่างกายที่รับสัมผัสมาจะทำให้เกิดความทรงจำ ทั้งดีและไม่ดี ถ้ามุ่งมั่น หมกมุ่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนยากที่จะถอดถอนที่ก่อให้เกิดความรู้สึก อารมณ์ต่างๆนั้นก็จะเป็นคนเสียสติไปได้ชั่วครั้งชั่วคราว บางเรื่องเราต้องการจำแต่ไม่จำ บางเรื่องเราไม่อยากจำกลับจำนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่เกิดจนเป็นผู้ใหญ่นั้นเชื่อเถอะว่ามีความทรงจำอันมหาศาลที่มีทั้งที่ยังนึกได้จำได้ ที่นึกไม่ได้จำไม่ได้ก็มีอยู่ในจิตใต้สำนึกบางครั้งก็นึกขึ้นมาได้อย่างนาอัศจรรย์
ในทุกทฤษฎีการเรียนรู้ที่เราใช้กันนั้นมีที่มาจากแนวทางของปรัชญา จากนักปรัชญา วิลเลี่ยมเจมส์ ที่กล่าวว่ามนุษย์มีความคิด ความเชื่อต่างๆกันตามประสบการณ์ เมื่อมีประสบการใหม่เข้ามาอาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับความคิดความเชื่อเดิม ถ้าปรับปรุงความคิดเดิมให้เข้ากับประสบการณ์ใหม่หรือความคิดที่มาเชื่อมประสบการณ์เก่ากับประสบการใหม่นี้เขาเรียกว่าความคิดจริง(true idea) นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวสวิส จีน เปียอาเจต์ ก็ได้นำไปตั้งเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ที่มีการปรับความรู้เดิมกับความรู้ใหม่แบบประนีประนอมและเปลี่ยนแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า assimilation และ accommodation แล้วเกิดความสมดุลย์ขึ้น (equilibrium) และผู้ที่นำไปใช้ในทฤษฎีการเรียนการสอนของอาซูเบลที่เน้นว่าผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานมีประสบการณ์อะไรมาก็จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องไปตามนั้น
ในขันธฺ์5 นั้นมีรูปร่างกายคนเป็นตัวรับรู้จากอวัยวะรับสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย ที่ทำงานร่วมกับจิตอันได้แก่ ความจำ ความรู้สึก และความคิด โดยมีวิญญาณเป็นตัวรับหรือเป็นตัวใจเป็นตัวรับ จะเห็นว่าร่างกายที่รับสัมผัสมาจะทำให้เกิดความทรงจำ ทั้งดีและไม่ดี ถ้ามุ่งมั่น หมกมุ่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนยากที่จะถอดถอนที่ก่อให้เกิดความรู้สึก อารมณ์ต่างๆนั้นก็จะเป็นคนเสียสติไปได้ชั่วครั้งชั่วคราว บางเรื่องเราต้องการจำแต่ไม่จำ บางเรื่องเราไม่อยากจำกลับจำนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่เกิดจนเป็นผู้ใหญ่นั้นเชื่อเถอะว่ามีความทรงจำอันมหาศาลที่มีทั้งที่ยังนึกได้จำได้ ที่นึกไม่ได้จำไม่ได้ก็มีอยู่ในจิตใต้สำนึกบางครั้งก็นึกขึ้นมาได้อย่างนาอัศจรรย์
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รางวัลจากการรู้สารสนเทศ
ในการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาได้เปลี่ยนวิธีการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ให้สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองมากขึ้น ผู้สอนจึงเป็นเหมือนผู้ชี้แนะชี้แหละศึกษาค้นคว้า มากกว่าจะเป็นการบรรยายเพียงอย่างเดียว ดังนั้นนิยามใหม่ของผู้รู้สารสนเทศจึงเป็นความสามารถที่จะเข้าถึงแหล่งสาระสนเทศที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ตัวอย่างหนึ่งอ้นเป็นความพยายามที่จะมุ่งให้การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาเป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับการเป็นผู้รู้สารสนเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่เข้าไปสืบค้นฐานข้อมูล มากที่สุด และหนึ่งในนั้นที่ได้รับรางวัลก็เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชที่ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ผลพวงจากที่ได้สืบค้นฐานข้อมูลนั้น ก็คงนำมาใช้ในการเขียนบทความทางวิชาการ นำมาเขียนโครงการวิจัยหรือข้อเสนอโครงการวิจัย ซึ่งส่งผลให้ สามารถเขียนบทความไปลงในวารสารระดับชาติ และได้รับพิจารณาให้ได้รับทุนวิจัยจากวช.ในปี 2553 นอกจากนี้ยังทราบว่าบทความของอาจารย์ยังได้รับการยอมรับให้ไปเสนอปากเปล่า ในเวทีนำเสนอผลงาน วทท. ที่พัทยาในเดือนตุลาคม นี้อีกด้วย
จากผลพวงของการสืบค้นฐานข้อมูล จนเป็นผู้รู้สารสนเทศ (information literacy) ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง การเป็นผู้รู้สารสนเทศ จะทำให้เป็นผู้ที่ก้าวทันโลก ในเรื่องที่สนใจ และที่สำคัญก็คือเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่ทันเหตุการณ์ ก่อให้เกิดการต่อยอดความรู้ ขยายความรู้ให้กว้างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์โลกที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตนั่นเอง นับเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพิ่มความเร็วขึ้นอีก 5-6 เท่าตัวจากที่วิ่งด้วยความเร็ว 10 mb. เพิ่มขึ้นกับขั้วสายที่ไปเชื่อมต่อกับมหาวิทยาลัย อีก 50 mb ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏของเรามี แบนด์วิดท์รวม 60 mb น่าจะเพียงพอและเกิดผู้รู้สารสนเทศมากยิ่งขึ้น นั่นย่อมส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ตัวอย่างหนึ่งอ้นเป็นความพยายามที่จะมุ่งให้การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาเป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับการเป็นผู้รู้สารสนเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่เข้าไปสืบค้นฐานข้อมูล มากที่สุด และหนึ่งในนั้นที่ได้รับรางวัลก็เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชที่ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ผลพวงจากที่ได้สืบค้นฐานข้อมูลนั้น ก็คงนำมาใช้ในการเขียนบทความทางวิชาการ นำมาเขียนโครงการวิจัยหรือข้อเสนอโครงการวิจัย ซึ่งส่งผลให้ สามารถเขียนบทความไปลงในวารสารระดับชาติ และได้รับพิจารณาให้ได้รับทุนวิจัยจากวช.ในปี 2553 นอกจากนี้ยังทราบว่าบทความของอาจารย์ยังได้รับการยอมรับให้ไปเสนอปากเปล่า ในเวทีนำเสนอผลงาน วทท. ที่พัทยาในเดือนตุลาคม นี้อีกด้วย
จากผลพวงของการสืบค้นฐานข้อมูล จนเป็นผู้รู้สารสนเทศ (information literacy) ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง การเป็นผู้รู้สารสนเทศ จะทำให้เป็นผู้ที่ก้าวทันโลก ในเรื่องที่สนใจ และที่สำคัญก็คือเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่ทันเหตุการณ์ ก่อให้เกิดการต่อยอดความรู้ ขยายความรู้ให้กว้างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์โลกที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตนั่นเอง นับเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพิ่มความเร็วขึ้นอีก 5-6 เท่าตัวจากที่วิ่งด้วยความเร็ว 10 mb. เพิ่มขึ้นกับขั้วสายที่ไปเชื่อมต่อกับมหาวิทยาลัย อีก 50 mb ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏของเรามี แบนด์วิดท์รวม 60 mb น่าจะเพียงพอและเกิดผู้รู้สารสนเทศมากยิ่งขึ้น นั่นย่อมส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
เมื่อผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ในแนวทางที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การสร้างความรู้เป็นไปในทางที่ร่วมกันทำร่วมกันสร้าง การเรียนรู้ผ่านทางการเข้าร่วมของผู้เรียนมากกว่าการท่องจำจากบันทึกคำบรรยายหรือเลคเชอร์ การเรียนรู้ของผู้เรียนได้รับการดูแลอำนวยความสะดวกจากการสอนที่ดี และให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ในทางบวกที่ได้รับกาส่งเสริมสนับสนับสนุนมากขึ้น ผู้สอนสนับสนุนการร่วมไม้ร่วมมือมากขึ้นโดยการฝึกให้มีพฤติกรรมเช่นนั้น ที่จะนำผู้เรียนไปสู่ความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ในการนี้ต้องใช้ยุทธวิธีต่างๆ กล่าวคือ
รู้จักผู้เรียนของตัวเอง
ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นำทางด้วยตนเอง
พัฒนาให้ผู้เรียนรับรู้ ได้รู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ของตัวเอง
นำผู้เรียนเข้าสู่สถานการณ์การเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นและให้มีประสบการณ์
ให้คุณค่ากับการปฏิสัมพันธ์
ให้และรับ การสะท้อนผลการเรียนรู้
มุ่งเน้นการเรียนรู้ในชั้นเรียนให้มาก
เลือกยุทธวิธีและเทคนิคที่เหมาะสมกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้
อ้างอิง จากการนำเสนอ ใน ICASE Asian Symposium 2007 Science Education for All โดย Vantipa Roadrangka
รู้จักผู้เรียนของตัวเอง
ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นำทางด้วยตนเอง
พัฒนาให้ผู้เรียนรับรู้ ได้รู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ของตัวเอง
นำผู้เรียนเข้าสู่สถานการณ์การเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นและให้มีประสบการณ์
ให้คุณค่ากับการปฏิสัมพันธ์
ให้และรับ การสะท้อนผลการเรียนรู้
มุ่งเน้นการเรียนรู้ในชั้นเรียนให้มาก
เลือกยุทธวิธีและเทคนิคที่เหมาะสมกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้
อ้างอิง จากการนำเสนอ ใน ICASE Asian Symposium 2007 Science Education for All โดย Vantipa Roadrangka
วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553
มาตรฐานการปฏิบัติ
มาตรฐานมีหลายระดับ ที่มีสูงมีต่ำ ดีมากดีน้อย มาตรฐานที่ไม่ดีไม่ค่อยมี เพราะคำว่ามาตรฐานคงจะใช้กับสิ่งที่ดีๆ เสียมากกว่าอะไรที่ไม่ดีก็ไม่มีการกำหนดเป็นมาตรฐาน เพื่อให้มาปฏิบัติกัน หากไม่มองทีระบบใหญ่ที่เป็นแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์อันเป็นความฝันที่จะไปให้ถึง ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึงตามฝัน แต่ถ้าคิดเอาความเป็นจริงที่สัมผัสได้ ไม่ต้องคิดถึงแผนอะไรให้ยุ่งยาก แต่คิดว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ต้องมีตัวชี้วัดอะไรบ้างอย่าง มาตรฐานที่ว่านี้แม้จะไม่ใช่มาตรฐานสากล แต่เป็นมาตรฐานเพื่อการปฏิบัติที่สัมผัสได้ อยู่ในชีวิตการทำงานประจำวัน ซึ่งมาตรฐานของแต่ละหน่วยงานองค์กรก็แตกต่างกันไป แต่การกำหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าไม่มีอะไรเลย และหากว่าทำได้ตามมาตรฐานก็ถือว่ามีคุณภาพระดับหนึ่งที่เข้าหลักความหมายคุณภาพอย่างหนึ่งที่ว่าคุณภาพคือการทำได้ตามที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐานนั่นเอง
จะขอยกตัวอย่างง่ายๆ วันนี้ไปศาลากลางมาแวะไปห้องน้ำห้องส้วม มีการกำหนดมาตรฐานว่า มีการตรวจห้องน้ำ 4 ครั้ง เช้า 2 ครั้ง ช่วงบ่าย 2 ครัง แต่ละครั้งที่ตรวจมี พื้นห้องน้ำ และผนัง ง่ายๆ สำหรับพื้นห้องน้ำก็ไม่ทราบว่ารวมโถส้วมและอ่างล้างหน้าด้วยหรือเปล่า ขณะเดียวกันได้แวะไปอีกที่หนึ่งที่ห้างดังแห่งหนึ่ง ก็มีการกำหนด ตรวจ 4 เวลาเช่นเดียวกัน แต่กำหนดรายละเอียดมากขึ้น เช่นมีพื้น ผนัง เพดาน โถส่วม อ่างล้างหน้า รวมน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด และรวมทั้งถังขยะและกระดาษชำระ จะเห็นว่ามาตรฐานของห้างน่าจะสูงกว่าเพราะกำหนดรายละเอียดไว้มากกว่าน่าที่จะมีคุณภาพมากกว่า และในสภาพความเป็นจริงที่เห็นก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับสถานที่ราชการเช่นมหาวิทยาลัยของเราไม่ได้มีการกำหนดอะไรไว้ แม้จะมีแผนกลยุทธ์แผนปฏิบัติการแล้วก็ตาม แต่ไม่มีมาตรฐานส่วนนี้ที่เป็นระบบ ก็น่าที่จะเชื่อได้ว่าคุณภาพจะสู้ที่ศาลากลางและที่ห้างไม่ได้ เพราะเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าไม่ว่างานใดก็ตามที่มีคนมาตรวจประเมินย่อมมีคุณภาพมากกว่า ห้องน้ำห้องส้วมที่มีคนมาตรวจประเมินวันละ 4 ครั้งและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ย่อมสะอาดกว่าที่ไม่มีระบบการตรวจประเมินใดๆ เป็นธรรมดา ถึงเวลาแล้วยังที่เราควรจะกำหนดมาตรฐานกันบ้างไม่ว่าเรื่องใดๆ
จะขอยกตัวอย่างง่ายๆ วันนี้ไปศาลากลางมาแวะไปห้องน้ำห้องส้วม มีการกำหนดมาตรฐานว่า มีการตรวจห้องน้ำ 4 ครั้ง เช้า 2 ครั้ง ช่วงบ่าย 2 ครัง แต่ละครั้งที่ตรวจมี พื้นห้องน้ำ และผนัง ง่ายๆ สำหรับพื้นห้องน้ำก็ไม่ทราบว่ารวมโถส้วมและอ่างล้างหน้าด้วยหรือเปล่า ขณะเดียวกันได้แวะไปอีกที่หนึ่งที่ห้างดังแห่งหนึ่ง ก็มีการกำหนด ตรวจ 4 เวลาเช่นเดียวกัน แต่กำหนดรายละเอียดมากขึ้น เช่นมีพื้น ผนัง เพดาน โถส่วม อ่างล้างหน้า รวมน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด และรวมทั้งถังขยะและกระดาษชำระ จะเห็นว่ามาตรฐานของห้างน่าจะสูงกว่าเพราะกำหนดรายละเอียดไว้มากกว่าน่าที่จะมีคุณภาพมากกว่า และในสภาพความเป็นจริงที่เห็นก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับสถานที่ราชการเช่นมหาวิทยาลัยของเราไม่ได้มีการกำหนดอะไรไว้ แม้จะมีแผนกลยุทธ์แผนปฏิบัติการแล้วก็ตาม แต่ไม่มีมาตรฐานส่วนนี้ที่เป็นระบบ ก็น่าที่จะเชื่อได้ว่าคุณภาพจะสู้ที่ศาลากลางและที่ห้างไม่ได้ เพราะเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าไม่ว่างานใดก็ตามที่มีคนมาตรวจประเมินย่อมมีคุณภาพมากกว่า ห้องน้ำห้องส้วมที่มีคนมาตรวจประเมินวันละ 4 ครั้งและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ย่อมสะอาดกว่าที่ไม่มีระบบการตรวจประเมินใดๆ เป็นธรรมดา ถึงเวลาแล้วยังที่เราควรจะกำหนดมาตรฐานกันบ้างไม่ว่าเรื่องใดๆ
มีคุณภาพเมื่อทำได้ตามที่กำหนด
คุณภาพจะนิยามกันอย่างไรก็แล้วแต่ มีอยู่ความหมายหนึ่งที่บ่งว่ามีคุณภาพ โดยคุณภาพในความหมายว่าการทำได้ตามที่กำหนด ดูง่ายๆ ดี และสามารถทำได้จริงจึงมีคุณภาพ คิดว่าขั้นตอนที่จะทำให้มีคุณภาพ อย่างแรกก็ต้องกำหนดการกระทำที่จะทำให้มีคุณภาพ คงจะไม่กำหนดในสิ่งที่ทำแล้วด้อยคุณภาพ ซึ่งการกำหนดอะไรแล้วให้สามารถทำให้ได้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ตามนิยามคุณภาพแบบนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก ถ้าต้องการคุณภาพสูงมากก็ต้องกำหนดการกระทำให้สอดคล้อง แต่ถ้าต้องการคุณภาพในระดับหนึ่ง ไม่ต้องสูงมากนักวิธีการกำหนดและทำให้ได้ตามที่กำหนด ในตอนเริ่มต้นทำแบบนี้เกณฑ์คุณภาพที่กำหนด ก็อย่าให้สูงมากนักเอาว่าให้สามารถทำได้ก่อนก็แล้วกัน
คำว่าคุณภาพโดยทั่วไปเราจะหมายถึงอะไรที่ทำให้รู้สึกดี มีประสิทธิภาพ สะดวกสบายขึ้น และมีความเหมาะสม และสมเหตุสมผล การทำได้ตามที่กำหนดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน เช่นวันนี้อยากทำอะไรให้มีคุณภาพสักอย่างก็มานั่งกำหนดก่อนว่าจะทำอะไรให้มีคุณภาพ เช่นสมมุติว่าอย่ากทำให้ห้องน้ำสะอาดขึ้น อันหมายถึงมีคุณภาพระดับหนึ่ง ก็กำหนดขั้นตอนการทำความสะอาดที่คิดว่าทำให้สะอาดขึ้น เช่นขั้นตอนที่ 1. ใช้น้ำความดันสูงฉีด 2. ต่ำแหน่งไหนยังสกปรกใช้สก็อตไบร์ท พร้อมน้ำยาทำความสะอาด 3 ใช้น้ายาฆ่าเชื้อโรค และยาดับกลิ่น นอกจากนี้อาจกำหนดว่าจะต้องทำขั้นตอนดังกล่าวนี้ ทุกวันหรือ ทุกสามวันเป็นต้น ถ้าทำได้ทั้ง 3 ข้อที่กำหนดถือว่ามีคุณภาพ ถ้าจะให้คุณภาพสูงขึ้นไปอีกอาจจะต้องกำหนดรายละเอียดในแต่ขั้นตอนอีก ซึ่งโดยนัยนี้นั่นก็คือคุณภาพสามารถที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ ก็อยู่ที่เรากำหนดอีกนั่นแหละ แต่การกำหนดเพื่อให้ทำได้คุณภาพมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องงาย ก็เป็นอะไรที่ต้องคิด ต้องศึกษา ว่าจะดีจริงหรือมีคุณภาพมากขึ้นจริงหรือเปล่า
คำว่าคุณภาพโดยทั่วไปเราจะหมายถึงอะไรที่ทำให้รู้สึกดี มีประสิทธิภาพ สะดวกสบายขึ้น และมีความเหมาะสม และสมเหตุสมผล การทำได้ตามที่กำหนดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน เช่นวันนี้อยากทำอะไรให้มีคุณภาพสักอย่างก็มานั่งกำหนดก่อนว่าจะทำอะไรให้มีคุณภาพ เช่นสมมุติว่าอย่ากทำให้ห้องน้ำสะอาดขึ้น อันหมายถึงมีคุณภาพระดับหนึ่ง ก็กำหนดขั้นตอนการทำความสะอาดที่คิดว่าทำให้สะอาดขึ้น เช่นขั้นตอนที่ 1. ใช้น้ำความดันสูงฉีด 2. ต่ำแหน่งไหนยังสกปรกใช้สก็อตไบร์ท พร้อมน้ำยาทำความสะอาด 3 ใช้น้ายาฆ่าเชื้อโรค และยาดับกลิ่น นอกจากนี้อาจกำหนดว่าจะต้องทำขั้นตอนดังกล่าวนี้ ทุกวันหรือ ทุกสามวันเป็นต้น ถ้าทำได้ทั้ง 3 ข้อที่กำหนดถือว่ามีคุณภาพ ถ้าจะให้คุณภาพสูงขึ้นไปอีกอาจจะต้องกำหนดรายละเอียดในแต่ขั้นตอนอีก ซึ่งโดยนัยนี้นั่นก็คือคุณภาพสามารถที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ ก็อยู่ที่เรากำหนดอีกนั่นแหละ แต่การกำหนดเพื่อให้ทำได้คุณภาพมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องงาย ก็เป็นอะไรที่ต้องคิด ต้องศึกษา ว่าจะดีจริงหรือมีคุณภาพมากขึ้นจริงหรือเปล่า
ความคิดที่ช่วยแก้ปัญหา
ก็คงต้องย้อนไปในเรื่องการพัฒนาการการหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ที่มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหา ซึ่งมีที่มาทางทฤษฏีที่เสนอโดย Inhelder และ Piaget ที่กล่าวว่ากระบวนการคิดในเด็กเปลี่ยนจาก ความเป็นจริงไปสู่สิ่งที่เป็นไปได้ หรือเทียบเคียงได้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม (concrete to formal) หรือคิดจากรูปธรรมไปสู่การคิดแบบนามธรรม ใครที่แสดงตัวว่าคิดแบบนามธรรมได้แล้วสามารถนำไปใช้เมื่อแก้ปัญหาใดๆ ลักษณะการคิดแบบนามธรรมประกอบด้วย 6 ลักษณะคือ
(1) การคิดหาเหตุผลความถาวรของปริมาณจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะเปลี่ยนขนาดรูปร่างไป เป็นรากฐานในการหาเหตุผลเชิงตัวเลข ที่จะทำให้คิดได้อย่างมีเหตุผล
(2) การหาเหตุผลทางสัดส่วน ที่สามารถหาได้ว่าเมื่อเทียบเคียงกับปริมาณอื่นแล้วเที่ยบได้เป็นกี่ส่วนอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า
(3) การควบคุมตัวแปร สามารถแยกแยะและควบคุมแต่ละตัวแปรของปัญหา หรือควบคุมให้ตัวแปรที่ต่างออกไปคงที่ ขณะที่อีกตัวแปรไม่คงที่
(4) การหาเหตุผลการหาทางที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยสามารถที่จะพิจจารณาทุกทางที่เป็นไปได้ในแต่ละสถานะการณ์
(5) การหารเหตุผลของโอกาสความน่าจะเป็น สามารถที่จะเห็นความแตกต่างจากความแน่นอน โดยที่โอกาสความน่าจะเป็นและความเป็นไปได้สามารถหาโอกาสความน่าจะเป็นได้
(6) การหาเหตุผลความสัมพันธ์ ซึ่งให้ความหมายเป็นรูปแบบการคิดที่มีส่วนที่ร่วมกันหรือกลับกันมากน้อยเพียงใด
(1) การคิดหาเหตุผลความถาวรของปริมาณจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะเปลี่ยนขนาดรูปร่างไป เป็นรากฐานในการหาเหตุผลเชิงตัวเลข ที่จะทำให้คิดได้อย่างมีเหตุผล
(2) การหาเหตุผลทางสัดส่วน ที่สามารถหาได้ว่าเมื่อเทียบเคียงกับปริมาณอื่นแล้วเที่ยบได้เป็นกี่ส่วนอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า
(3) การควบคุมตัวแปร สามารถแยกแยะและควบคุมแต่ละตัวแปรของปัญหา หรือควบคุมให้ตัวแปรที่ต่างออกไปคงที่ ขณะที่อีกตัวแปรไม่คงที่
(4) การหาเหตุผลการหาทางที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยสามารถที่จะพิจจารณาทุกทางที่เป็นไปได้ในแต่ละสถานะการณ์
(5) การหารเหตุผลของโอกาสความน่าจะเป็น สามารถที่จะเห็นความแตกต่างจากความแน่นอน โดยที่โอกาสความน่าจะเป็นและความเป็นไปได้สามารถหาโอกาสความน่าจะเป็นได้
(6) การหาเหตุผลความสัมพันธ์ ซึ่งให้ความหมายเป็นรูปแบบการคิดที่มีส่วนที่ร่วมกันหรือกลับกันมากน้อยเพียงใด
คุณภาพกับความรู้
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการอพยบหลบภัยสงครามไปตั้งรกรากในอเมริกา มากมายและคนที่หลบภัยไปดังกล่าวมักจะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันในการพัฒนาด้านต่างๆ ให้อเมริกาจนก้าวขึ้นมาเป็นประเทศชั้นนำของโลก ส่งผลมาจนถึงปัจจุบันที่ยังเป็นผู้นำอยู่ในหลายด้านโดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดูได้จากจำนวนสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ และมีบุคคลที่ได้รับรางวัลโนเบล มากที่สุด และได้รับต่อเนื่องมาทุกปี ไม่สาขาใดก็สาขาหนึ่ง
ด้วยความเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้มีความสามารถแล้ว พบว่าส่วนมากคนพวกนี้ไม่เคยไปสร้างปัญหาให้กับประเทศที่อาศัยอยู่ แต่กลับสร้างความเจริญให้ สามารถใช้ปัญญาในการคิดแก้ปัญหา นอกจากทำให้องค์กรที่ตัวเองอยู่อยู่รอด แล้วยังทำให้เป็นองค์กรที่เก่ง สามารถสร้างคนที่มีผลิตภาพ มีผลผลิตที่สามารถขายได้ มีความมั่นใจในตัวเอง ดังนั้นอเมริกาจึงเป็นประเทศที่เน้นการศึกษามาก กล่าวได้ว่ามีนักศึกษาจากทั่วโลกไปเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกามากที่สุดแม้ในขณะนี้ก็ตาม
ดังนั้นคนที่อยู่ในอเมริกาได้ให้เข้าประเทศได้ส่วนใหญ่ก็ผ่านการคัดสรร เช่นจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยก็ต้องมีความรู้ทางภาษาอังกฤษดีพอ ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่าน เป็นคนมีคุณภาพในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อไปเรียนค่อในมหาวิทยาลัยอเมริกา หากมีความโน้มเอียงว่าจะเก่งเรื่องใดเป็นพิเศษ ก็จะมีคนมาเสนอให้งานทำต่อ สร้างความเจริญให้กับอเมริกันต่อ ซึ่งมีอยู่มากมายในลักษณะนี้ ดังนั้นคนเก่ง ฉลาด มีความรู้ดีก็จะได้รับการดูแลอย่างดีจนทำให้กลายเป็นพลเมืองอเมริกันไปในที่สุด จนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนพวกนี้ไม่กลับมาช่วยประเทศตัวเองบ้าง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีทำสำเร็จมาแล้ว วิทยาการสมัยใหม่ต่างๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เริ่มมาจากอเมริกาและไปเติบโตต่อใน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ได้ส่งคนที่ไปเรียนศึกษาต่อในอเมริกามาเป็นมันสมอง เพราะเชื่อตามคำสุภาษิตที่ว่า คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็เริ่มเห็นความสำคัญของความรู้ ทำอย่างไรให้ห้องเรียนเป็นที่สร้างความรู้ ต่อยอดความรู้และปัญญา สร้างความเป็นผู้นำและสร้างภาพลักษณ์อันเป็นจุดเด่นของหน่วยงาน เพราะการมีนโยบายด้านความรู้คือสิ่งสำคัญ ที่สามารถนำไปแก้ปัญหาพัฒนาอย่างยั่งยืนได้หากมีความรู้ที่จะก่อให้เกิดความสามารถในการทำอะไรได้ คนที่มีความรู้จึงหมายถึงคนที่มีคุณภาพ ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ไม่ทำความเดือดร้อน และกลับลดปัญหาที่หนักให้เบาลง หรือทำให้การทำเนินชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม
ด้วยความเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้มีความสามารถแล้ว พบว่าส่วนมากคนพวกนี้ไม่เคยไปสร้างปัญหาให้กับประเทศที่อาศัยอยู่ แต่กลับสร้างความเจริญให้ สามารถใช้ปัญญาในการคิดแก้ปัญหา นอกจากทำให้องค์กรที่ตัวเองอยู่อยู่รอด แล้วยังทำให้เป็นองค์กรที่เก่ง สามารถสร้างคนที่มีผลิตภาพ มีผลผลิตที่สามารถขายได้ มีความมั่นใจในตัวเอง ดังนั้นอเมริกาจึงเป็นประเทศที่เน้นการศึกษามาก กล่าวได้ว่ามีนักศึกษาจากทั่วโลกไปเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกามากที่สุดแม้ในขณะนี้ก็ตาม
ดังนั้นคนที่อยู่ในอเมริกาได้ให้เข้าประเทศได้ส่วนใหญ่ก็ผ่านการคัดสรร เช่นจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยก็ต้องมีความรู้ทางภาษาอังกฤษดีพอ ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่าน เป็นคนมีคุณภาพในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อไปเรียนค่อในมหาวิทยาลัยอเมริกา หากมีความโน้มเอียงว่าจะเก่งเรื่องใดเป็นพิเศษ ก็จะมีคนมาเสนอให้งานทำต่อ สร้างความเจริญให้กับอเมริกันต่อ ซึ่งมีอยู่มากมายในลักษณะนี้ ดังนั้นคนเก่ง ฉลาด มีความรู้ดีก็จะได้รับการดูแลอย่างดีจนทำให้กลายเป็นพลเมืองอเมริกันไปในที่สุด จนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนพวกนี้ไม่กลับมาช่วยประเทศตัวเองบ้าง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีทำสำเร็จมาแล้ว วิทยาการสมัยใหม่ต่างๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เริ่มมาจากอเมริกาและไปเติบโตต่อใน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ได้ส่งคนที่ไปเรียนศึกษาต่อในอเมริกามาเป็นมันสมอง เพราะเชื่อตามคำสุภาษิตที่ว่า คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็เริ่มเห็นความสำคัญของความรู้ ทำอย่างไรให้ห้องเรียนเป็นที่สร้างความรู้ ต่อยอดความรู้และปัญญา สร้างความเป็นผู้นำและสร้างภาพลักษณ์อันเป็นจุดเด่นของหน่วยงาน เพราะการมีนโยบายด้านความรู้คือสิ่งสำคัญ ที่สามารถนำไปแก้ปัญหาพัฒนาอย่างยั่งยืนได้หากมีความรู้ที่จะก่อให้เกิดความสามารถในการทำอะไรได้ คนที่มีความรู้จึงหมายถึงคนที่มีคุณภาพ ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ไม่ทำความเดือดร้อน และกลับลดปัญหาที่หนักให้เบาลง หรือทำให้การทำเนินชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)