จากวิกฤติน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขมาช้านาน และมีการสร้างปัญหาใหม่ซ้อนทับลงไปอีกมากมาย เป็นต้นว่าเราถมแหล่งกักเก็บน้ำเช่นที่สพานยาว กลายเป็นตึกแถวเชิงพานิชญ์และบ้านพักอาศัย เราถมคูคลองไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ดังที่เราจะเห็นสภาพที่หัวอิฐสร้างสพานข้ามพื้นดินไม่ใช่คลองเพราะถมกันหมดแล้ว และที่เห็นตำตากันอยู่ทั่วไปคือการสร้างบ้านเรือน แล้วถมทางระบายน้ำก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ด้วยเป็นเพราะเราไม่มีความหรือส่วนหนึ่งหรือละเลยคิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่คราวนี้คงจะต้องทำให้เรามาทบทวนกัน ปัญหาบางครั้งก็ไม่เชิงว่าน้ำท่วมเพราะบริเวณอื่นไม่ได้ท่วม แต่ท่วมอยู่บริเวณนั้นโดยตลอดทั้งๆ ที่เห็นปัญหาเกิดขึ้นทุกปีหรือทุกครั้งที่ฝนตกหนัก แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขก็ทนอยู่กันไป ก็อยากเห็นอยากให้เกิดขึ้นว่าในแต่ละท้องที่มีการแก้ปัญหาทั้งในภาพร่วมและในส่วนที่แยกย่อย ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาไปอย่างมีความเกียวข้องกัน และที่สำคัญคือทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องให้ความร่วมมือ
ในเมื่อมีการถมคูคลองไปมากแล้วการระบายน้ำก็ทำลำบาก หากมีคลองที่ใดอยุ่ต้องมีการขุดลองให้ไหลได้สะดวก และมีการวางท่อระบายน้ำเสริมตามแนวคลองที่เคยถมกันจำนวนมาก การปลูกต้นไม้ก็ย้งจำเป็นเพราะจะจับยึดดินไว้ได้ส่วนหนึ่งไม่พังทะลายได้ง่าย ทั้งยังสามารถลดการไหลของน้ำไม่ให้แรงเกินไป อะไรที่ขวางทางการไหลของน้ำก็ต้องรีบแก้ปัญหา ปัญหาน้ำท่วมขังแม้ฝนตกไม่มากก็จะเกิดหากมีสิ่งก่อสร้างไปขวางทางน้ำไหล เพราะก่อนที่จะมีสิ่งก่อสร้างมาปิดกั้นนั้นไม่ได้มีน้ำท่วมขัง ทำให้คิดได้ว่าก่อนสร้างอะไรคงไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบเสียก่อนเป็นแน่แท้เรื่องเหล่านี้จะโทษใครก็ลำบากในเมื่องไม่มีใครทักท้วง ก่อนที่จะมีการก่อสร้างก็รับผลกรรมที่เกิดขึ้นกันไป
เช่นเดียวกันในตัวเมืองนครหลายซอยหรือถนนย่อยที่ไปออกถนนพัฒนาการคูขวาง รวมทั้งถนนหน้าตลาดสดเทศบาลเป็นบริเวณที่ต่ำ มีถนนเพียงสายเดียวที่น้ำไม่ท่วมเข้าใจว่าเป็นถนนที่สร้างหลังสุดคือถนน เอกนคร ส่วนถนนอื่นๆ ที่มีมาก่อนแล้วน้ำท่วมกันทุกปีก็ไม่ได้รับการแก้ไข จะว่าเราจนปัญญาก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีความรู้ก็ไม่ใช่ แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ใดกันแน่ ถ้าไม่คิดอะไรมากตรงไหนที่มันต่ำจากถนนใหญ่มากก็ทำให้สูงขึ้น แต่ก็อย่าลืมวางทอ่ระบายน้ำออกไปเสียด้วยคงจะแก้ปัญหาจากหนักให้เป็นเบาได้ เมื่อก่อนถนนพัฒนาคูขวางเริ่มแรกเดิมทีก็เป็นผีมือของชาวนครที่ลงมือลงแรงเอาจอบเอาเสียมไปขุดสร้างถนนนี้ในตอนแรกก่อนที่จะมีเครืองจักรกลมาช่วยผ่อนแรง ตอนนี้อาจถึงเวลาที่ชาวนครอาจจะต้องอาสากันมาพัฒนาในการแก้ไข และป้องกันน้ำท่วมกันอย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดีโดยยึดหลักว่าป้องกันดีกว่าแก้ไข
สำหรับการแก้ปัญหาโดยภาพรวมไม่ให้น้ำท่วมตัวเมืองนครนั้น เคยมีการเสนอให้สร้างคลองผันน้ำเปลี่ยนเส้นทางน้ำที่จะไหลผ่านตัวเมืองนครศรีธรรมราช ให้ไปผ่านเสียนอกเมือง การทำคลองผันน้ำลักษณะนี้จะต้องใช้งบประมาณสูง ต้องมีการออกแบบและอาจจะต้องถึงขั้นการเวณคืนที่ดิน และหากได้รับความร่วมมือก็จะเป็นกุศลแก่คนเมืองนครที่ไม่ต้องทนทุกข์เนื่องจากน้ำท่วมทุกปี คนที่มีฐานะดีคงไม่เดือดร้อนมากเท่ากับคนยากคนจนที่ไม่มีที่ไป ก็ขอให้เกิดโครงการนี้เร็วๆ ก็แล้วกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วัดพระมหาธาตุมรดกโลกตามเกณฑ์ข้อใด
จากที่เมืองนครของเราและมหาวิทยาลัยราชภัฏนคร
ได้ผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นมรดกโลก
และมีโอกาสที่เป็นไปได้สูงที่จะเป็นมรดกโลก
วัดพระมหาธาตุถือว่าเป็นปูชนียสถานที่มีชีวิต
ยังมีประเพณีสืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันด้วยเวลาอันยาวนาน
ขณะที่ที่อื่นอาจจะเลิกหรือตายไปหมดแล้ว
เกณฑ์ในการให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมี 6 ข้อ โดยจะต้องให้เข้าเกณฑ์อย่างน้อย ย 3 ข้อคือ
- อายุยืนนานเกิน 500 ปี
- เป็นต้นแบบทางสถาปัตยกรรม ต้นแบบทางสถาปัตยกรรมคือองค์พระธาตุแบบระฆังคว่ำ
- มีระเบียบระเพณีที่สืบทอดไปยังที่อื่น เช่นการสวดด้าน การแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นต้น
เกณฑ์ในการให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมี 6 ข้อ โดยจะต้องให้เข้าเกณฑ์อย่างน้อย ย 3 ข้อคือ
- อายุยืนนานเกิน 500 ปี
- เป็นต้นแบบทางสถาปัตยกรรม ต้นแบบทางสถาปัตยกรรมคือองค์พระธาตุแบบระฆังคว่ำ
- มีระเบียบระเพณีที่สืบทอดไปยังที่อื่น เช่นการสวดด้าน การแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นต้น
ทำไมพื้นที่ปากพนังหัวไทรปลูกข้าวได้น้อย
เมื่อ 50
ปีกว่าปีมาแล้วปากพนังคือเป้นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เคยเป็นแหล่งปลุกข้าว
ดูได้จากมีโรงสีไฟจำนวนมาก จากหลักฐานปล่องโรงสีไฟ
และจากทำเลที่ตั้งของอำเภอปากพนังที่เป็นท่าเรือที่เหมาะในการค้าขายด้วยแล้ว
จากเวลานั้นถึงเวลานี้การปลุกข้าวก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยจนแทบไม่มีพื้นที่ให้ปลูกข้าวได้อีกต่อไปเพราะน้ำเค็มได้รุกเข้ามามากเกินกว่าที่พันธ์ข้าวทั้งหลายจะเจริญงอกงามได้ดี
ต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ทนต่อสภาพดินเค็มได้บ้างเช่นปาล์ม
หากเรามาดูสาเหตุว่าเพราะเหตุใดน้ำเค็มจึงรุกเข้ามาในแผ่นดินได้มากมาย การจะอธิบายได้ดีก็ต้องอธิบายถึงระบบนิเวศว่าทุกอย่างล้วนมีความสัมพันธ์กัน ป่าไม้ที่เคยเป็นต้นน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณน้ำจืดที่เคยดูดซับน้ำไว้และทะยอยไหลลงสู่แม่น้ำปากพนังลดลงจากเดิมมาก จากน้ำในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้งลดลงจากเดิมที่เคยมีน้ำจืดปีละ 9เดือนลดลงเหลือน้ำจืดเพียง 3 เดือน ส่งผลให้มีน้ำเค็มรุกเข้ามาแทนน้ำจืดได้
ประกอบกับเมื่อมีการทำเพาะเลี้ยงกุ้งชายฝั่งกันมากในช่วงเวลา 30-40 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนบริเวณที่เคยทำนาข้าวเป็นนากุ้งก็จำนวนหนึ่ง และเมื่อน้ำเค้มรุกเข้าไปในพื้นที่ทำนาแล้ว เมื่อเลิกการเพาะเลี้ยงแล้วเป็นไปได้ยากมากที่จะกลับมาทำนาได้ดังเดิมทำให้พื้นที่ปลูกข้าวยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก
จากนี้จะเห็นว่าการตัดไม่ทำลายป่าต้นน้ำก็ส่งผลให้น้ำทะเลรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ที่ทำนาเดิมดังนั้นการป้องกันไม่ให้น้ำทะเลรุกคืบเข้ามามากกว่านี้อย่างหนึ่งที่คนทุกพืืนที่จะต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่าจะช่วยกันเฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือยภัยกันอย่างไร เพราะทุกคนสามารถช่วยกันดูแลช่วยกันสอดส่อง เพราะแม้เราอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีป่าไม้ แต่อาจได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งใดก็ต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้นอกจากไม่ให้ทำลายป่าแล้ว ยังจะต้องรณรงค์ให้ช่วยกันทำให้ป่ามีมากกว่าเดิมอีกด้วย
หากเรามาดูสาเหตุว่าเพราะเหตุใดน้ำเค็มจึงรุกเข้ามาในแผ่นดินได้มากมาย การจะอธิบายได้ดีก็ต้องอธิบายถึงระบบนิเวศว่าทุกอย่างล้วนมีความสัมพันธ์กัน ป่าไม้ที่เคยเป็นต้นน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณน้ำจืดที่เคยดูดซับน้ำไว้และทะยอยไหลลงสู่แม่น้ำปากพนังลดลงจากเดิมมาก จากน้ำในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้งลดลงจากเดิมที่เคยมีน้ำจืดปีละ 9เดือนลดลงเหลือน้ำจืดเพียง 3 เดือน ส่งผลให้มีน้ำเค็มรุกเข้ามาแทนน้ำจืดได้
ประกอบกับเมื่อมีการทำเพาะเลี้ยงกุ้งชายฝั่งกันมากในช่วงเวลา 30-40 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนบริเวณที่เคยทำนาข้าวเป็นนากุ้งก็จำนวนหนึ่ง และเมื่อน้ำเค้มรุกเข้าไปในพื้นที่ทำนาแล้ว เมื่อเลิกการเพาะเลี้ยงแล้วเป็นไปได้ยากมากที่จะกลับมาทำนาได้ดังเดิมทำให้พื้นที่ปลูกข้าวยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก
จากนี้จะเห็นว่าการตัดไม่ทำลายป่าต้นน้ำก็ส่งผลให้น้ำทะเลรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ที่ทำนาเดิมดังนั้นการป้องกันไม่ให้น้ำทะเลรุกคืบเข้ามามากกว่านี้อย่างหนึ่งที่คนทุกพืืนที่จะต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่าจะช่วยกันเฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือยภัยกันอย่างไร เพราะทุกคนสามารถช่วยกันดูแลช่วยกันสอดส่อง เพราะแม้เราอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีป่าไม้ แต่อาจได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งใดก็ต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้นอกจากไม่ให้ทำลายป่าแล้ว ยังจะต้องรณรงค์ให้ช่วยกันทำให้ป่ามีมากกว่าเดิมอีกด้วย
วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
จากเวทีสัมนา
ลูกปัดที่พบมากที่สุดที่อำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงา ลูกปัดสุริยเทพขุดได้ที่เกาคอเขาที่ตะกั่วป่า สืบสาวความเป็นปักษ์ใตเริ่มที่พศ. 300 ยอมรับกันในต่างประเทศ เป็นศูนย์กลางการทำลูกปัดไปขาย ญี่ปุ่น จีน ยังไม่มีใครรู้ว่าสมัยนั้นใช้เทคนิคใดในการผลิต
พระนารายในภาคใต้ก็มีมากน่าจะบรรทุกเรือมาจากที่อื่น ไม่ใช่ฝีมือคนปักษ์ใต้ เก่าที่สุดในเอเซียอยู่ที่วัดพระเพลง มีทั้งพระนารายสวมหมวกแขก
ศิวลึงเก่ามากที่สุดอยู่ทีี่สิชล และท่าศาลา
เหรียญกะสาปของโรมันก็สามารถพบได้ที่นี่ การเดินทางของโรมัน กรีกมาที่อินเดีย ก็ใช้ทั่วไปในแถบนี้
นครมีเครื่องเงินเครื่องทองมากที่สุด มีคนศรัธาในพระธาตุมาก
มโนรา มีหมื่นเทพระบำบันเทิง โนราเก่าแก่ที่สุด ลูกหลานใช้นามสกุลยอดระบำ
พระนารายในภาคใต้ก็มีมากน่าจะบรรทุกเรือมาจากที่อื่น ไม่ใช่ฝีมือคนปักษ์ใต้ เก่าที่สุดในเอเซียอยู่ที่วัดพระเพลง มีทั้งพระนารายสวมหมวกแขก
ศิวลึงเก่ามากที่สุดอยู่ทีี่สิชล และท่าศาลา
เหรียญกะสาปของโรมันก็สามารถพบได้ที่นี่ การเดินทางของโรมัน กรีกมาที่อินเดีย ก็ใช้ทั่วไปในแถบนี้
นครมีเครื่องเงินเครื่องทองมากที่สุด มีคนศรัธาในพระธาตุมาก
มโนรา มีหมื่นเทพระบำบันเทิง โนราเก่าแก่ที่สุด ลูกหลานใช้นามสกุลยอดระบำ
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
อำเภอลานสกามีอะไรขึ้นชื่อ
ทางศาสนาวัฒนธรรม
พระลากวัดเสมา ต.ท่าดี เป็นพระปางอุ้มบาตร เนื้อทองสัมฤทธิ์ ชื่อว่าพระอศระชัย (เชื่อว่าสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา) เป็นนามพระที่เชื่อว่าเทวดาลงมาสร้าง ใครที่ไปขออธิฐานมักจะได้ตามที่ขอ นอกจากนี้แล้วต.ท่าดี ยังมีหนานหินหูนาน ฝายน้ำล้น จุดชมวิวสีม่วง มองเห็นอ. ลานสกาได้ทั้งหมด
ต้นมังคุด อายุ 212 ปี ปลูกมาพร้อมกับการตั้งวัดไทรงาม ขนาดสองคนโอบ มีผลมังคุดที่ใหญ่มาก 4-6 ลูกจะชั่งได้ถึงกิโลกรัม
ตำบลเขาแก้ว มีพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ มีสำนักสงฆ์ เขาธง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากการชี้ให้ขุดของพ่อท่านคล้าย
ป่าเฟิร์นและกล้วยไม้
มีอายุยืนยงมามากกว่า 200 ล้านกว่าปี และสุดยอดกล้วยไม้ไม่ต่ำกว่า 300 ชนิด บางชนิดมีที่นี่เพียงแห่งเดียว
ที่ตั้งวังโบราณ
อบต. ลานสกา เชื่อว่าเป็นที่ตั้ง วังโบราณ อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ผู้สร้างเมืองนครฯ มีต้นอิน ต้นจันทร์ ในเขตวังโบราณที่นั่งประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช
พระลากวัดเสมา ต.ท่าดี เป็นพระปางอุ้มบาตร เนื้อทองสัมฤทธิ์ ชื่อว่าพระอศระชัย (เชื่อว่าสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา) เป็นนามพระที่เชื่อว่าเทวดาลงมาสร้าง ใครที่ไปขออธิฐานมักจะได้ตามที่ขอ นอกจากนี้แล้วต.ท่าดี ยังมีหนานหินหูนาน ฝายน้ำล้น จุดชมวิวสีม่วง มองเห็นอ. ลานสกาได้ทั้งหมด
ต้นมังคุด อายุ 212 ปี ปลูกมาพร้อมกับการตั้งวัดไทรงาม ขนาดสองคนโอบ มีผลมังคุดที่ใหญ่มาก 4-6 ลูกจะชั่งได้ถึงกิโลกรัม
ตำบลเขาแก้ว มีพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ มีสำนักสงฆ์ เขาธง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากการชี้ให้ขุดของพ่อท่านคล้าย
ป่าเฟิร์นและกล้วยไม้
มีอายุยืนยงมามากกว่า 200 ล้านกว่าปี และสุดยอดกล้วยไม้ไม่ต่ำกว่า 300 ชนิด บางชนิดมีที่นี่เพียงแห่งเดียว
ที่ตั้งวังโบราณ
อบต. ลานสกา เชื่อว่าเป็นที่ตั้ง วังโบราณ อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ผู้สร้างเมืองนครฯ มีต้นอิน ต้นจันทร์ ในเขตวังโบราณที่นั่งประทับของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช
ลานสกาเมืองอากาศดีที่สุดในประเทศ
ลานสกาเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณเทือกเขาหลวงสูงที่สุดในภาคใต้ ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช 20 กิโลเมตร เคยได้รับจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่มีอากาศดีที่สุด ที่ทำการวัดที่ต.คีรีวง
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
จตุคามรามเทพ ย้อนรอยอดีต
ปรากฏการณ์จาตุคามรามเทพ ทำให้เราต้องย้อนกลับมาศึกษาถึงที่ไปที่มาของตัวเอง เราเป็นใครมาจากไหน เพราะมีส่วนนำให้ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ที่ไปที่มา สามารถสืบสาวราวเรื่องถึงการกำเนิดของอาณาจักรไทย ที่ยังมีความสับสนอยู่มากมีอยู่หลายครั้งที่อ้างถึงอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งตั้งแต่สมัยนักเรียนเราไม่เคยได้เรียนรู้เหมือนกับประวัติส่วนนี้เราข้ามไป จำได้แต่เพียงว่าเริ่มเรียนประวัติศาสตร์จากกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี แต่จากที่เคยไปเยี่ยมเยืยนดินแดนเขมรที่นครวัด รูปแกะสลักที่ฝาผนังนครวัดอันวิจิตรตระการตานั้น มีอยู่ตอนหนึ่งว่ามีกองทัพสยามเข้าไปร่วมด้วย ซึ่งเกิดขึ้นก่อนสุโขทัยเกือบร้อยปี แสดงว่าอาณาจักรไทยหรือสยามเกิดมีอยู่แล้วก่อนสุโขทัย แล้วมาเกี่ยวพันธ์กับนครศรีธรรมราชตรงที่ว่านครศรีธรรมราชนั้นตามประวัตินั้นน่าจะตั้งมาก่อนสุโขทัยเสียอีก และเมื่อศึกษาจากตำนานพระบรมธาตุ ก็ทราบว่าอาณาจักรศรีวิชัยกินอาณาเขต สุราษฏร์ นครและลงไปแว่นแคว้นต่างๆ ที่เรียกว่าสิบสองนักษัต ไปถึงชวา ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทางพุทธศาสตร์นาคือบรมพุทธโธ หรือบูริบูโดตามภาษาชวา ซึ่งได้สร้างสถูปเจดี และพระพุทธรูปที่แกะสลักหินภูเขาทั้งภูเขา ซึ่งมีความเก่าแก่กว่านครวัดนครธมของเขมร ซึ่งมีหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า ผู้ครองเขมรเคยเดินทางมาสัมพันธไมตรีกับทางชวา และได้แนวสถาปัตยกรรมจากบรมพุทธโธไปสร้างเป็นนครวัด นครธมที่กำพูชาหรือเขมร
.... ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ได้ติดตามประวัติต่างๆ ของจตุคามรามเทพ พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างน่าแปลกใจทีเดียว อาณาจักรศรีวิชัย ชวา ลังกา และเขมร และอื่นๆรวมทั้งจตุคามรามเทพที่ยังอยู่ในกระแสฟีเฟอร์ แม้ว่าบางคนว่าใกล้มอด แต่คิดว่าเราได้อะไรมากกว่าที่คิดในแง่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อาจเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ทราบความเป็นมา ที่ไปที่มาว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อาศัยอยู่ในแถมนี้ล้วนเป็นพี่น้องและพันธมิตรกัน อยู่กัน
.... ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ได้ติดตามประวัติต่างๆ ของจตุคามรามเทพ พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างน่าแปลกใจทีเดียว อาณาจักรศรีวิชัย ชวา ลังกา และเขมร และอื่นๆรวมทั้งจตุคามรามเทพที่ยังอยู่ในกระแสฟีเฟอร์ แม้ว่าบางคนว่าใกล้มอด แต่คิดว่าเราได้อะไรมากกว่าที่คิดในแง่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อาจเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ทราบความเป็นมา ที่ไปที่มาว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อาศัยอยู่ในแถมนี้ล้วนเป็นพี่น้องและพันธมิตรกัน อยู่กัน
ย้อนรอยอดีตเมืองนคร
วันนี้ได้สนทนากับผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับประวัติเมืองนครอย่างแตกฉานคนหนึ่ง ซึ่งท่านแสดงความคิดเห็นหลายอย่างเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้เขียนได้เสนอไว้ในย้อนรอยอดีตจตุคามรามเทพ ว่าเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ศาสนาพุทธไปยังอินโดนีเซียดังหลักฐาน บรมพุทโธ (บอริบุโดในภาษาอินโดนีเซีย) และเกี่ยวพันธ์กับกษัตริย์ผู้สร้างนครวัดนครธม (นครธมเป็นศิลปะแบบบายน) ได้รับอิทธิพลการสร้างปราสาทมาจากบรมพุทโธ เพราะเจ้าผู้ครองนครเขมรและอินโดนีเซียเป็นญาติกัน
จากหลักศิลาจารึกที่วัดเสมาเมืองที่บ่งบอกถึงการตั้งอาณาจักรศรีวิชัยนั้น ยังมีปัญหาอยู่ว่าเป็นหลักศิลาที่อยู่ที่นครมาดั้งเดิมหรือไม่ อาจเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่นทั้งนี้เพราะหลักฐานแวดล้อมที่พบนั้นมีน้อย ต่างกับหลักศิลาจารึกที่เรียกว่ามเหยงค์ไม่ใช่ศิลาจารึกที่อยู่ที่วัดมเหยงค์ตำบลท่าวัง แต่อยู่ที่ท่าศาลา ที่แหล่งโบราณคดีโมคลาน ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในด้านศิลปกรรม สอดคล้องกันที่พบที่วัดนางพระยา วัดพระเวียง วัดท้าวโคต วัดสวนหลวง และอื่นๆ ในแง่ศิลปะ ที่น่าจะเป็นชุึมชนชาวขอมโบราณ และที่วัดนางพระยาถ้าสืบสาวราวเรื่องไปแล้วเกี่ยวข้องกับกษัตริย์เขมรสมัยพระเจ้าชัยวรมัน และมีเรื่องราวเกี่ยวกับจตุคามรามเทพมาก่อนแล้ว
ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวกับศรีลังกานั้นมีหลักฐานจากพระสิหิงค์ พระบรมธาตุเจดีทรงลังกาแต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในแง่ของศิลปะแถบไม่มี จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่หลักฐานต่างๆ ที่พบมาจากศรีลังกา แต่ถ้าดูหลักฐานทางด้านศิลปะ ที่พบได้หลายจุดในเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มีส่วนของศิลปะแบบบายนของเขมรเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า อย่างไรก็ตามการสร้างโบสถ์วิหารนั้นสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาไม่ได้สร้างตามแบบขอมหรือเขมร แม้ว่าในสมัยพระเจ้าปราสาททองจะได้เคยไปตีอาณาจักรเขมรสำเร็จและได้นำอารยธรรมเขมรมาสร้างปราสาทไว้บ้างก็ตาม
จะเห็นว่ายิ่งติดตามประวัติศาสตร์เมืองนครจะพบส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์คือมีหลักฐานแวดล้อมที่น่าเชื่อถือนั้นมีไม่มากจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราไม่ได้เรียนรู้อาณาจักรศรีวิชัยว่ามาเกี่ยวพันธ์กับเมืองนครศรีธรรมราชตรงไหน อาณาจักรขอมแผ่อิทธิพลลงมา หรือว่าเป็นพวกขอมที่ถูกกวาดต้อนมาก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่การย้อนรอยศึกษาที่ไปที่มาแล้วเราจะได้อะไรดีๆ ทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงทิ้งไว้ให้พวกเราอย่างคาดไม่ถึงเช่นเดียวกับองค์จตุคามรามเทพ
จากหลักศิลาจารึกที่วัดเสมาเมืองที่บ่งบอกถึงการตั้งอาณาจักรศรีวิชัยนั้น ยังมีปัญหาอยู่ว่าเป็นหลักศิลาที่อยู่ที่นครมาดั้งเดิมหรือไม่ อาจเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่นทั้งนี้เพราะหลักฐานแวดล้อมที่พบนั้นมีน้อย ต่างกับหลักศิลาจารึกที่เรียกว่ามเหยงค์ไม่ใช่ศิลาจารึกที่อยู่ที่วัดมเหยงค์ตำบลท่าวัง แต่อยู่ที่ท่าศาลา ที่แหล่งโบราณคดีโมคลาน ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในด้านศิลปกรรม สอดคล้องกันที่พบที่วัดนางพระยา วัดพระเวียง วัดท้าวโคต วัดสวนหลวง และอื่นๆ ในแง่ศิลปะ ที่น่าจะเป็นชุึมชนชาวขอมโบราณ และที่วัดนางพระยาถ้าสืบสาวราวเรื่องไปแล้วเกี่ยวข้องกับกษัตริย์เขมรสมัยพระเจ้าชัยวรมัน และมีเรื่องราวเกี่ยวกับจตุคามรามเทพมาก่อนแล้ว
ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวกับศรีลังกานั้นมีหลักฐานจากพระสิหิงค์ พระบรมธาตุเจดีทรงลังกาแต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในแง่ของศิลปะแถบไม่มี จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่หลักฐานต่างๆ ที่พบมาจากศรีลังกา แต่ถ้าดูหลักฐานทางด้านศิลปะ ที่พบได้หลายจุดในเมืองนครศรีธรรมราชนั้น มีส่วนของศิลปะแบบบายนของเขมรเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า อย่างไรก็ตามการสร้างโบสถ์วิหารนั้นสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาไม่ได้สร้างตามแบบขอมหรือเขมร แม้ว่าในสมัยพระเจ้าปราสาททองจะได้เคยไปตีอาณาจักรเขมรสำเร็จและได้นำอารยธรรมเขมรมาสร้างปราสาทไว้บ้างก็ตาม
จะเห็นว่ายิ่งติดตามประวัติศาสตร์เมืองนครจะพบส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์คือมีหลักฐานแวดล้อมที่น่าเชื่อถือนั้นมีไม่มากจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราไม่ได้เรียนรู้อาณาจักรศรีวิชัยว่ามาเกี่ยวพันธ์กับเมืองนครศรีธรรมราชตรงไหน อาณาจักรขอมแผ่อิทธิพลลงมา หรือว่าเป็นพวกขอมที่ถูกกวาดต้อนมาก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่การย้อนรอยศึกษาที่ไปที่มาแล้วเราจะได้อะไรดีๆ ทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงทิ้งไว้ให้พวกเราอย่างคาดไม่ถึงเช่นเดียวกับองค์จตุคามรามเทพ
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เศษเสี้ยวหนึ่งของเมืองนคร
สืบสาวราวเรื่องไปเมื่อสัก 50 ปีมาแล้วผมเป็นเด็กที่เกิดในเมือง และมีบ้านอยู่ในเมือง ในเมืองในที่นี้ผมหมายถึงตำบลในเมืองที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบและมีคูคลองล้อมรอบด้วย ด้านเหนือของเมืองก็มีสนามหน้าเมืองมีสพานนครน้อย ส่วนด้านใต้คงจะเป็นประตูชัยก็มีสพานข้ามคลองชื่อเดียวกัน จำได้ว่าสมัยเด็กไม่เกิน 7 ขวบเคยไปเดินบนแนวกำแพงด้านตะวันออกยังมีร่องรอยเป็นแนวกำแพงยังได้เคยไปจับหยิบอิฐของกำแพงเมืองเก่า โดยไม่ได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เลย ว่าถ้าเราไม่บุกรุก ไม่ทำลายก็คงจะได้บูรณะให้เป็นกำแพงเมืองได้เกือบรอบ ไม่ใช่มีแต่เฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียว หลังจากนั้นผมก็เห็นว่ามีการบุรุกสร้างบ้านเรือนหลังกำแพง แล้วกำแพงก็ค่อยๆ ถูกรื้อถูกทำลายไปจนเกือบหมด เช่นเดียวกับกำแพงด้านตะวันตกซึ่งยังมีคูคลองให้เห็นอยู่ สำหรับด้านตะวันออกนั้นเป็นที่ลุ่มลาดต่ำ ตอนหลังถูกถมจนแนวคูคลองหายไป ผมทราบว่าที่ดินบริเวณกำแพงทีถูกบุรุกนั้น เป็นที่ดินราชพัศดุเป็นของแผ่นดิน ผู้บุรุกที่ดินจะไปขอเป็นฉโนตเพราะถือสิทธิ์การครอบครอง ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าเป็นคดีความกันถึง 3 ศาล ผู้บุกรุกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ไม่สามารถจะนำที่ดินไปขายหรือไปจำนอง แต่ก็มีสิทธิในการอยู่อาศัยได้ตลอดไป ต้องเสียค่าเช่าไม่กีบาททำนองนี้แหละ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการเล่าขานมาก็คือ นอกจากจะมีตำบลท่าวัง ซึ่งน่าจะเป็นท่าที่จะเข้ามาในวัง แล้วยังมีวัดวังตะวันออกและวัดวังตะวันตก ซึ่งด้านวัดวังตะวันตกนั้นจะเห็นว่ายังมีเรือนไทยโบราณที่อนุรักษ์ไว้ ตามประวัตินั้นคงจะเป็นวังเก่าที่เจ้าเมืองคงจะสร้างไว้สำหรับนางสนมกำนัลทำนองนั้น ต่อมาภายหลังได้สร้างเป็นวัดอยู่ในบริเวณเดียวกัน และต่อมาอีกช่วงหนึ่งมีการตัดถนนผ่านผ่าวัดหรือวังทำให้มีวัดอยู่ทั้งสองฝาก แล้วสุดท้ายกลายเป็นวัดวังตะวันออก และวัดวังตะวันตกก็ด้วยเหตุนี้
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการเล่าขานมาก็คือ นอกจากจะมีตำบลท่าวัง ซึ่งน่าจะเป็นท่าที่จะเข้ามาในวัง แล้วยังมีวัดวังตะวันออกและวัดวังตะวันตก ซึ่งด้านวัดวังตะวันตกนั้นจะเห็นว่ายังมีเรือนไทยโบราณที่อนุรักษ์ไว้ ตามประวัตินั้นคงจะเป็นวังเก่าที่เจ้าเมืองคงจะสร้างไว้สำหรับนางสนมกำนัลทำนองนั้น ต่อมาภายหลังได้สร้างเป็นวัดอยู่ในบริเวณเดียวกัน และต่อมาอีกช่วงหนึ่งมีการตัดถนนผ่านผ่าวัดหรือวังทำให้มีวัดอยู่ทั้งสองฝาก แล้วสุดท้ายกลายเป็นวัดวังตะวันออก และวัดวังตะวันตกก็ด้วยเหตุนี้
ตำนานหลาขี้ควายที่ท่าศาลา
ณ ดินแดน ไม่ไกลจาก ม.ราชภัฏและม.วลัยลักษณ์มากนักน่าจะอยู่ทีแถวอำเภอท่าศาลา มีศาลาหนึ่งซื่อว่าหลาขี้ควาย คำว่าหลาคงหมายถึงศาลา คนเก่าคนแก่ได้เล่าถึงที่ไปที่มาว่าทำไมจึงได้ชื่อนี้มา
การเล่าเรื่องอาจผิดแผกไปจากเดิมบ้างเพราะการเล่าต่อๆ กันมาแต่ก็น่าสนใจตรวจสอบดูว่ามีส่วนจริงอยู่หรือไม่ โดยบริเวณที่เป็นศาลาดังกล่าวในปัจจุบัน นั้นเดิมทีเป็นไม้หลักสำหรับนำควายมาผูกไว้ เมื่อมีคนเดินทางไปวัดก็มักจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาพระ ได้ผ่านบริเวณที่เขาปักหลักผูกควายบางครั้งก็เป็นไปในลักษณะที่เรียกว่าไม้หลักปลักขี้ควาย เดินยังไงก็ไม่รู้เกิดสดุดล้มทำให้ดอกไม้ธูปเทียนกระเด็นกระจายไปหล่นลงบนกองขี้ควายบางส่วน แล้วเก็บที่เหลือเท่าที่จะเก็บได้ไปวัดต่อ ต่อมามีผู้อื่นเดินมาพบเห็นดอกไม้วางอยู่บนกองขี้ควาย ก็คิดว่ากองขี้ควายนี้น่าจะศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีคนเอาดอกไม้มาบูชา จึงทำให้มีบางคนมาขอโน่นขอนี่เหมือนกับขอหวยในปัจจุบัน ก็มีทั้งที่ได้ตามที่ขอบ้าง ไม่ได้ตามที่ขอบ้าง ผู้ที่ขอได้เป็นจริงก็ล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ พูดต่อไปว่าขี้ควายศักดิ์สิทธิ์มีผู้มากราบไหว้ขอให้บันดานให้ได้ตามประสงค์อีก จึงทำให้ผู้ศัทธาสร้างศาลาให้ ซึ่งผู้เล่ายังยืนยันว่ามีศาลานี้อยู่จริง ไม่ทราบว่าขณะนี้ได้เปลี่ยนชื่อไปแล้วหรือยัง
การเล่าเรื่องอาจผิดแผกไปจากเดิมบ้างเพราะการเล่าต่อๆ กันมาแต่ก็น่าสนใจตรวจสอบดูว่ามีส่วนจริงอยู่หรือไม่ โดยบริเวณที่เป็นศาลาดังกล่าวในปัจจุบัน นั้นเดิมทีเป็นไม้หลักสำหรับนำควายมาผูกไว้ เมื่อมีคนเดินทางไปวัดก็มักจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาพระ ได้ผ่านบริเวณที่เขาปักหลักผูกควายบางครั้งก็เป็นไปในลักษณะที่เรียกว่าไม้หลักปลักขี้ควาย เดินยังไงก็ไม่รู้เกิดสดุดล้มทำให้ดอกไม้ธูปเทียนกระเด็นกระจายไปหล่นลงบนกองขี้ควายบางส่วน แล้วเก็บที่เหลือเท่าที่จะเก็บได้ไปวัดต่อ ต่อมามีผู้อื่นเดินมาพบเห็นดอกไม้วางอยู่บนกองขี้ควาย ก็คิดว่ากองขี้ควายนี้น่าจะศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีคนเอาดอกไม้มาบูชา จึงทำให้มีบางคนมาขอโน่นขอนี่เหมือนกับขอหวยในปัจจุบัน ก็มีทั้งที่ได้ตามที่ขอบ้าง ไม่ได้ตามที่ขอบ้าง ผู้ที่ขอได้เป็นจริงก็ล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ พูดต่อไปว่าขี้ควายศักดิ์สิทธิ์มีผู้มากราบไหว้ขอให้บันดานให้ได้ตามประสงค์อีก จึงทำให้ผู้ศัทธาสร้างศาลาให้ ซึ่งผู้เล่ายังยืนยันว่ามีศาลานี้อยู่จริง ไม่ทราบว่าขณะนี้ได้เปลี่ยนชื่อไปแล้วหรือยัง
ลิกอร์อีกชื่อหนึ่งของเมืองคอน
ตามป้ายประชาสัมพันธ์ในการการแข่งขันกีฬา ดูเหมือนว่าเคยมี "ลิกอร์เกมส์" มาก่อน แต่คราวนี้เป็นเกมกีฬาของผู้พิการ ความจริงเรามีอีกชื่อหนึ่งของเมืองนครคือ "ตามพรลิงค์" แต่ไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้มาตั้งเป็น "ตามพรลิงค์เกมส์" บ้าง เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้วคำที่คล้ายๆ ลิกอร์คงจะบันทึก เล่าต่อแล้วผิดเพี้ยนไปบ้าง แล้วแต่ชาติไหนเป็นผู้บันทึก เมืองนครศรีธรรมราชนั้นเก่าแก่มากอย่างน้อยก็ 1500 ปีมาแล้ว คงมีชื่อต่างๆ มากมาย ตามที่มีผู้แวะผ่านมาพบเห็นแล้วบันทึกไว้มากมาย จึงทำให้มีชื่อเรียกเมืองนครศรีธรรมราชกันมากมายหลายชื่อมีที่มาแตกต่างกัน
สำหรับคำลึงกอร์เป็นคำที่ชาว 3 จังหวัดภาคใต้เรียกนครศรีธรรมราช พอชาวโปรตุเกตมาค้าขายก็เรียกเป็นละกอร์ บ้างก็ว่าเพี้ยนมาจาก นคร ส่วนชาวดัทช็มาก็เรียกเป็นละกูร์ แต่ที่ยืนยันได้ชัดขึ้นในระยะหลังก็คือจารึกที่รู้จักกันกันดีเป็นสากล เรียกว่าจารึกแห่งลิกอร์ที่พบที่วัดเสมาชัย ปัจจุบันคงอยู่ในส่วนของวัดเสมาเมือง ลิกอร์จึงเป็นชื่อที่นิยมใช้เรียกกันมากขึ้นกว่าตามพรลิงค์
ดังได้ปรากฏสินค้าตรา ลิกอร์ ร้านขายอาหารเครื่องดื่มลิกอร์ ร้านขายของที่ระลึกิกอร์ ผู้ที่ใช้ชื่อนี้มีความคิดที่แยบยลพอควร เพราะมีคนรู้จักอยู่บ้างแล้ว ไม่ใช่เฉพาะคนโบราณแต่ลูกหลานที่ได้รับการถ่ายทอดมาก็พอทราบอยู่บ้าง ที่สื่อออกมาในทางที่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นชื่อโบราณที่ตกแต่งร้านก็เลยเอาสิ่งของที่โบราณมาตกแต่งทำให้ดูแปลกตาเป็นจุดขาย แต่ว่าสินค้าแบรนด์ลิกอร์คงไม่ใช่ของโบราณ แต่น่าจะออกไปในทางว่า ยิ่งอายุนานยิ่งดี เหมือนไวน์หรือเหล้าเก่าเก็บรสชาดดีขึ้นทำนองนั้น
สำหรับคำลึงกอร์เป็นคำที่ชาว 3 จังหวัดภาคใต้เรียกนครศรีธรรมราช พอชาวโปรตุเกตมาค้าขายก็เรียกเป็นละกอร์ บ้างก็ว่าเพี้ยนมาจาก นคร ส่วนชาวดัทช็มาก็เรียกเป็นละกูร์ แต่ที่ยืนยันได้ชัดขึ้นในระยะหลังก็คือจารึกที่รู้จักกันกันดีเป็นสากล เรียกว่าจารึกแห่งลิกอร์ที่พบที่วัดเสมาชัย ปัจจุบันคงอยู่ในส่วนของวัดเสมาเมือง ลิกอร์จึงเป็นชื่อที่นิยมใช้เรียกกันมากขึ้นกว่าตามพรลิงค์
ดังได้ปรากฏสินค้าตรา ลิกอร์ ร้านขายอาหารเครื่องดื่มลิกอร์ ร้านขายของที่ระลึกิกอร์ ผู้ที่ใช้ชื่อนี้มีความคิดที่แยบยลพอควร เพราะมีคนรู้จักอยู่บ้างแล้ว ไม่ใช่เฉพาะคนโบราณแต่ลูกหลานที่ได้รับการถ่ายทอดมาก็พอทราบอยู่บ้าง ที่สื่อออกมาในทางที่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นชื่อโบราณที่ตกแต่งร้านก็เลยเอาสิ่งของที่โบราณมาตกแต่งทำให้ดูแปลกตาเป็นจุดขาย แต่ว่าสินค้าแบรนด์ลิกอร์คงไม่ใช่ของโบราณ แต่น่าจะออกไปในทางว่า ยิ่งอายุนานยิ่งดี เหมือนไวน์หรือเหล้าเก่าเก็บรสชาดดีขึ้นทำนองนั้น
งานเดือนสิบในอดีต
งานเดือนสิบเริ่มต้นจากการจัดงานในวันวิสาขะบูชาเพื่อหารายได้ซ่อมแซมอุโบสถ ต่อจากนั้นผมไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ยังจำความได้สมัยเด็กถึงวัยรุ่นราว 40-50 ปีมาแล้วนั้น งานเดือนสิบนั้นจัดที่สนามหน้าเมืองครับ รถราก็ไม่มากเท่าปัจจุบัน ส่วนที่วัดพระธาตุมีมโหรสพเป็นหนังตะลุหรือลิเกมีขายของเล็กๆน้อย ผู้คนจะไปทำบุญให้ทาน บังสกุล และมีคนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่เรียกว่าวันจ่าย บ้านผมอยู่ติดกับสุขศาลาที่หอนาฬิกา จะเห็นคนเดินจากวัดพระธาตุไปสนามหน้าเมือง และที่เดินมาวัดพระธาตุตลอดวันจนถึงค่ำ (ไม่ได้ใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์มากเหมือนในปัจจุบัน
วันเปิดงานเดือนสิบ จะมีการจัดวิ่งทน 10000 เมตร จุดปล่อยตัวที่สนามหน้าเมืองแล้วมาเวียนที่หน้าวัดพระธาตุแล้ววิ่งกลับไปผ่านหน้าเมืองไปเวียนกลับที่อนุสาวรีย์เจ้าพ่อดำกลับมาเข้าเส้นชัยที่สนามหน้าเมือง ใครเข้าเส้นชัยจะได้บัตรเข้าชมงานเดือนสิบฟรีตลอดงาน ในตอนนั้นการเข้างานเดือนสิบต้องชื้อบัตรเพื่อเข้าไปเที่ยวในงาน บางปีมีการแข่งขันจักรยานประเภทต่างๆ ด้วย คงเป็นการประชาสัมพันธ์งานอย่างหนึ่งว่าได้เริ่มขึ้นแล้ว
ในสมัยนั้นกิจกรรมทุกอย่างอยู่ที่สนามหน้าเมือง ตั้งแต่สนามชนโค สนามยิงปืนของทหาร มักคู่กับฟรอลีลาส ถังหมุนคนเหาะ จักรยานยนต์ไต่ถัง ภาพยนต์กลางแปลง รำวงกับนางรำ(ไม่ใช่รำวงเวียนครก) ลิเก หนังตะลุ ลำตัด มโนรา ละครลิง สวนสัตว์ย่อมๆ มีสัตว์แปลกๆให้ดู มายากลแสดงการตัดคอ เหล็กขูดชนกัน และสมัยนั้นยังมีจำบ๊ะ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความไม่เหมาะสมเพราะเป็นเมืองพระมีมติให้เลิกกันไป แต่ก็ได้แปลงรูปไปเป็นเมียงูบ้าง สาวอะพอลโล อะโกโก้อยู่พักหนึ่งก่อนจะหายไป
ประเภทเกมต่างๆ มีมากมายตั้งแต่ยิงปืนอัดลม ขว้างสิ่งของ ทอยห่วง และขว้างเป้าสาวน้อยตกน้ำ เกม บิงโก้รับรางวัลใหญ่เล็กตามที่กำหนดในแต่ละรอบ การเล่นจะมีตารางตัวเลข 5x5 แล้วมีการหยิบตัวเลขถ้าได้ตัวเลขครบแถวแนวนอนหรือแนวตั้งก็จะเป็นผู้ชนะได้ของรางวัลไป นอกจากนี้ยังมีเกมกีฬาพื้นบ้านคือการแข่งสบ้า การแข่งบาสเก็ตบอลล์นักเรียน และประชาชนในงานเดือนสิบอีกด้วย
และที่สำคัญอีกอย่างคือการแสดงศิลปหัตถกรรมของนักเรียนและประชาชน การประกวดภาพวาด สิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนระดับต่างๆ ที่หอสมุดประชาชน ส่วนการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จะจัดที่ศาลาประชาคม เป็นเวทีการแสดงคล้ายกับเวทีเครือข่ายอุดมศึกษาในปัจจุบัน
การออกร้านของหน่วยราชการ ห้างร้านบริษัท ร้านกาชาด โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา และโดยเฉพาะเมื่อก่อนร้านวิทยาลัยครูจะมีการขายอาหารและฟังเพลงจากนักร้องในวงดนตรีวิทยาลัยครูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสมัยนั้น และต่อมาเริ่มมีเวทีแข่งขันกลอน เพลงบอก รวมทั้งการโต้วาที สำหรับร้านขายอาหาร ไก่ย้างจิรพันธ์ นิพันธ์ ร้านขายของเล่น เสื้อผ้ารองเท้า แว่นตา ต้นไม้ และอื่นๆ ก็คล้ายๆ กับปัจจุบันที่เล่ามาก็คงจะได้เห็นความแตกต่างจากปัจจุบันในแง่สถานที่จัด กิจกรรมในงาน มโหรสพบางอย่างที่เปลี่ยนไป ตลอดจนการใช้ยวดยาน
วันเปิดงานเดือนสิบ จะมีการจัดวิ่งทน 10000 เมตร จุดปล่อยตัวที่สนามหน้าเมืองแล้วมาเวียนที่หน้าวัดพระธาตุแล้ววิ่งกลับไปผ่านหน้าเมืองไปเวียนกลับที่อนุสาวรีย์เจ้าพ่อดำกลับมาเข้าเส้นชัยที่สนามหน้าเมือง ใครเข้าเส้นชัยจะได้บัตรเข้าชมงานเดือนสิบฟรีตลอดงาน ในตอนนั้นการเข้างานเดือนสิบต้องชื้อบัตรเพื่อเข้าไปเที่ยวในงาน บางปีมีการแข่งขันจักรยานประเภทต่างๆ ด้วย คงเป็นการประชาสัมพันธ์งานอย่างหนึ่งว่าได้เริ่มขึ้นแล้ว
ในสมัยนั้นกิจกรรมทุกอย่างอยู่ที่สนามหน้าเมือง ตั้งแต่สนามชนโค สนามยิงปืนของทหาร มักคู่กับฟรอลีลาส ถังหมุนคนเหาะ จักรยานยนต์ไต่ถัง ภาพยนต์กลางแปลง รำวงกับนางรำ(ไม่ใช่รำวงเวียนครก) ลิเก หนังตะลุ ลำตัด มโนรา ละครลิง สวนสัตว์ย่อมๆ มีสัตว์แปลกๆให้ดู มายากลแสดงการตัดคอ เหล็กขูดชนกัน และสมัยนั้นยังมีจำบ๊ะ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความไม่เหมาะสมเพราะเป็นเมืองพระมีมติให้เลิกกันไป แต่ก็ได้แปลงรูปไปเป็นเมียงูบ้าง สาวอะพอลโล อะโกโก้อยู่พักหนึ่งก่อนจะหายไป
ประเภทเกมต่างๆ มีมากมายตั้งแต่ยิงปืนอัดลม ขว้างสิ่งของ ทอยห่วง และขว้างเป้าสาวน้อยตกน้ำ เกม บิงโก้รับรางวัลใหญ่เล็กตามที่กำหนดในแต่ละรอบ การเล่นจะมีตารางตัวเลข 5x5 แล้วมีการหยิบตัวเลขถ้าได้ตัวเลขครบแถวแนวนอนหรือแนวตั้งก็จะเป็นผู้ชนะได้ของรางวัลไป นอกจากนี้ยังมีเกมกีฬาพื้นบ้านคือการแข่งสบ้า การแข่งบาสเก็ตบอลล์นักเรียน และประชาชนในงานเดือนสิบอีกด้วย
และที่สำคัญอีกอย่างคือการแสดงศิลปหัตถกรรมของนักเรียนและประชาชน การประกวดภาพวาด สิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนระดับต่างๆ ที่หอสมุดประชาชน ส่วนการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จะจัดที่ศาลาประชาคม เป็นเวทีการแสดงคล้ายกับเวทีเครือข่ายอุดมศึกษาในปัจจุบัน
การออกร้านของหน่วยราชการ ห้างร้านบริษัท ร้านกาชาด โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา และโดยเฉพาะเมื่อก่อนร้านวิทยาลัยครูจะมีการขายอาหารและฟังเพลงจากนักร้องในวงดนตรีวิทยาลัยครูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสมัยนั้น และต่อมาเริ่มมีเวทีแข่งขันกลอน เพลงบอก รวมทั้งการโต้วาที สำหรับร้านขายอาหาร ไก่ย้างจิรพันธ์ นิพันธ์ ร้านขายของเล่น เสื้อผ้ารองเท้า แว่นตา ต้นไม้ และอื่นๆ ก็คล้ายๆ กับปัจจุบันที่เล่ามาก็คงจะได้เห็นความแตกต่างจากปัจจุบันในแง่สถานที่จัด กิจกรรมในงาน มโหรสพบางอย่างที่เปลี่ยนไป ตลอดจนการใช้ยวดยาน
ย้อนรอยอดีตเมืองนคร :ท่าวัง
เนื่องจากตัวเมืองนครปัจจุบันเมื่อครั้งอดีตคงจะมีน้ำทะเลรุกล้ำเข้ามามากกว่านี้ ดังจะเห็นว่ามีคำว่าท่าที่ตำบลท่าวัง ท่าแพ เป็นตัวบ่งชี้ถึงท่าน้ำ คำว่าท่าแพน่าจะบงบอกถึงว่ามีแพ แต่ท่าวังน่าจะบ่งบอกถึงท่าที่มีวังอยู่ สอดคล้องกับวัดวังที่เป็นที่ตั้งของตำหนักพระสนมของพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเรื่องนี้ต้องสืบสารราวเรื่องไปถึงสองร้อยปีทีเดียว
หากจะดูว่านานแต่ไหนสมมุติว่าบรรพบุรุสของเราตั้งแต่พ่อขึ้นไปมีลูกตอนอายุ 30 ปี ถ้าขณะนี้เราอายุ 50 ปีแล้ว พ่อ, ปู่, ทวด, ปู่ทวด, และพ่อของปู่ทวด จะมีอายุตามลำดับเป็น 80, 110, 140, 170, 200 ขณะนี้ถ้ายังมีชีวิตอยู่ นับเป็นเรื่องยากเหมือนกันถ้าไม่มีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ แต่ก็โชคดีที่เรายังพอหาหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของเจมส์ โลว์ที่เดินทางมายังเมืองนคร
จากบันทึกการเดินทางของเจมส์โลว์ โดยมีต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ตามบันทึกได้กล่าวถึงการต้อนรับคณะที่เดินทางมาของชาวนครประเพณีชักพระ และกล่าวถึงการเล่นโขน ละคร
ในบันทึกยังมีแผนที่โบราณของเมืองนครศรีธรรมราช แผนที่อยุธยาและต้นรัตนโกสินหรือเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ตามแผนที่ของเจมส์โลว์ พ.ศ. 2367 เกือบ 200 ปี แสดงบ้านเรือนต่างๆ ของเมืองนคร เช่นตลาดจีนอันเป็นตำบลท่าวังในปัจจุบัน โบราณวัตถุ เกี่ยวข้องกับประวัติการแต่งกายของตัวละคร ปืนใหญ่ สมอเรือที่พบที่ปากพญา และท่าวังเคยเป็นสถานีการค้าของฮอลันดาสมัยอยุธยา หรือที่เรียกว่าตลาดจีน
สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กอยู่นั้นมีอนุสรณ์สถานที่เป็นเหมือนใจกลางศูนย์การค้าของเมือง เป็นหอสูงคล้ายเก๋งจีน เป็นหอสูงซ้อนกันหลายขั้นมีบันไดเวียนขึ้นไปได้ น่าจะอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟปัจจุบัน ถ้าไม่ทำลายเสียก็จะเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า เป็นโบราณสถานได้ เช่นเดียวกับที่บ้านโบราณของตระกูล ของอาจารย์เกรียงศักย์ ตรีสัตยพันธ์ อดีตอาจารย์เมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครู ที่เคยเป็นโรงเรียนเก่าชื่อนครวิทยา ที่ประตูชัย
หากจะดูว่านานแต่ไหนสมมุติว่าบรรพบุรุสของเราตั้งแต่พ่อขึ้นไปมีลูกตอนอายุ 30 ปี ถ้าขณะนี้เราอายุ 50 ปีแล้ว พ่อ, ปู่, ทวด, ปู่ทวด, และพ่อของปู่ทวด จะมีอายุตามลำดับเป็น 80, 110, 140, 170, 200 ขณะนี้ถ้ายังมีชีวิตอยู่ นับเป็นเรื่องยากเหมือนกันถ้าไม่มีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ แต่ก็โชคดีที่เรายังพอหาหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของเจมส์ โลว์ที่เดินทางมายังเมืองนคร
จากบันทึกการเดินทางของเจมส์โลว์ โดยมีต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ตามบันทึกได้กล่าวถึงการต้อนรับคณะที่เดินทางมาของชาวนครประเพณีชักพระ และกล่าวถึงการเล่นโขน ละคร
ในบันทึกยังมีแผนที่โบราณของเมืองนครศรีธรรมราช แผนที่อยุธยาและต้นรัตนโกสินหรือเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ตามแผนที่ของเจมส์โลว์ พ.ศ. 2367 เกือบ 200 ปี แสดงบ้านเรือนต่างๆ ของเมืองนคร เช่นตลาดจีนอันเป็นตำบลท่าวังในปัจจุบัน โบราณวัตถุ เกี่ยวข้องกับประวัติการแต่งกายของตัวละคร ปืนใหญ่ สมอเรือที่พบที่ปากพญา และท่าวังเคยเป็นสถานีการค้าของฮอลันดาสมัยอยุธยา หรือที่เรียกว่าตลาดจีน
สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กอยู่นั้นมีอนุสรณ์สถานที่เป็นเหมือนใจกลางศูนย์การค้าของเมือง เป็นหอสูงคล้ายเก๋งจีน เป็นหอสูงซ้อนกันหลายขั้นมีบันไดเวียนขึ้นไปได้ น่าจะอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟปัจจุบัน ถ้าไม่ทำลายเสียก็จะเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า เป็นโบราณสถานได้ เช่นเดียวกับที่บ้านโบราณของตระกูล ของอาจารย์เกรียงศักย์ ตรีสัตยพันธ์ อดีตอาจารย์เมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครู ที่เคยเป็นโรงเรียนเก่าชื่อนครวิทยา ที่ประตูชัย
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เหตุเกิดที่วัดบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อเร็วๆนี้เราได้ข่าวการโจรกรรมเงินจากตู้รับบริจาคเงินวัดพระมหาธาตุ และนำไปเปิดที่รอบองค์พระธาตุด้านบนของวัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการขโมยเงินจากตู้รับบริจาค แต่ไม่ใช่บริเวณรอบองค์พระธาตุดังกล่าว และตามข่าวนั้นบ่งว่าเป็นเงินจำนวนมากกว่าทุกคราว จากเหตุการณ์ที่เกิดนี้เป็นอุทาหรณ์ที่บ่งชี้หลายอย่างอันแสดงให้เห็นถึงความตกต่ำในด้านศิลธรรม และจริยธรรมของผู้คนในจังหวัดเรา โดยผู้โจรกรรมไม่ได้คิดถึงบาปกรรมว่าจะส่งผลเช่นไร จะได้รับการสาปแช่งจากผู้คนที่เคารพศัการะพระบรมธาตุเพียงไร ก็น่าจะวิเคราะห์ดูถึงมูลเหตุที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมนี้ นอกจากเพียงบอกว่าขาดศิลธรรมจริยธรรม
เราต้องยอมรับว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ยิ่งมีการพัฒนาทางด้านวัตถุมากขึ้นเพียงใด การพัฒนาทางด้านจิตใจก็ตกต่ำมากขึ้นเช่นกัน เพราะเราไปมัวหลงว่าการมีวัตถุจะทำให้มีความสุขเสพสุขได้ และสิ่งที่จะทำให้ได้วัตถุมาก็คือการมีเงินที่จะไปจับจ่ายใช้สอยได้ทุกอย่าง เหมือนกับเงินคือทุกสิ่งเป็นพระเจ้า การที่เป็นเช่นนี้ เพราะการพัฒนาของเราไปเน้นที่วัตถุมากเกินไป ไม่ได้เน้นไปที่จิตใจหาความสุขทางใจซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และก็เช่นกันด้วยจิตใจเป็นเหตุให้มีพฤติกรรมตามที่เป็นข่าว ถ้าเทียบกับต่างประเทศที่มีกรณีเช่นนี้น้อยกว่า น่าจะประมวลได้ว่า
ได้มีการสอนให้ตระหนักถึงสมบัติอันเป็นของส่วนรวมที่ใครจะไปเอามาเป็นของตัวเองนั้น เป็นความผิดอย่างร้ายแรง ทั้งทางกฏหมายและศิลธรรม และมุ่งให้ทุกคนรักษาสมบัติของส่วนร่วม ให้ใช้เพื่อส่วนรวมจริงๆ
ได้มีความพยายามให้ทุกคนได้หลุดพ้นจากความยากจน โดยรัฐจะต้องดำเนินการให้ทุกคนอยู่ได้ไม่อดตาย หรือไม่อยู่อย่างน่าเวทนาเกินไป
ได้มีการควบคุมให้มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ได้มีการสอนหน้าที่พลเมืองดี ที่จะต้องปฏิบัติ เมื่อเห็นอะไรที่จะเป็นพิษเป็นภัยแก่สังคมโดยรวมจะต้องแจ้งเบาะแส ให้ผู้เกี่ยวข้อง นั่นก็คือจะต้องช่วยกันเหมือนกับเป็นผู้เฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือนภัยให้กับสังคมต่อไป
จากสิ่งที่ประเทศอื่นเขาทำได้ผลนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าการโจรกรรมไม่มีเลยในประเทศเหล่านั้น แต่ก็มีน้อยกว่าประเทศเราหลายเท่าก็แล้วกัน แล้วเราจะไม่ช่วยกันหรือ
เราต้องยอมรับว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ยิ่งมีการพัฒนาทางด้านวัตถุมากขึ้นเพียงใด การพัฒนาทางด้านจิตใจก็ตกต่ำมากขึ้นเช่นกัน เพราะเราไปมัวหลงว่าการมีวัตถุจะทำให้มีความสุขเสพสุขได้ และสิ่งที่จะทำให้ได้วัตถุมาก็คือการมีเงินที่จะไปจับจ่ายใช้สอยได้ทุกอย่าง เหมือนกับเงินคือทุกสิ่งเป็นพระเจ้า การที่เป็นเช่นนี้ เพราะการพัฒนาของเราไปเน้นที่วัตถุมากเกินไป ไม่ได้เน้นไปที่จิตใจหาความสุขทางใจซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และก็เช่นกันด้วยจิตใจเป็นเหตุให้มีพฤติกรรมตามที่เป็นข่าว ถ้าเทียบกับต่างประเทศที่มีกรณีเช่นนี้น้อยกว่า น่าจะประมวลได้ว่า
ได้มีการสอนให้ตระหนักถึงสมบัติอันเป็นของส่วนรวมที่ใครจะไปเอามาเป็นของตัวเองนั้น เป็นความผิดอย่างร้ายแรง ทั้งทางกฏหมายและศิลธรรม และมุ่งให้ทุกคนรักษาสมบัติของส่วนร่วม ให้ใช้เพื่อส่วนรวมจริงๆ
ได้มีความพยายามให้ทุกคนได้หลุดพ้นจากความยากจน โดยรัฐจะต้องดำเนินการให้ทุกคนอยู่ได้ไม่อดตาย หรือไม่อยู่อย่างน่าเวทนาเกินไป
ได้มีการควบคุมให้มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ได้มีการสอนหน้าที่พลเมืองดี ที่จะต้องปฏิบัติ เมื่อเห็นอะไรที่จะเป็นพิษเป็นภัยแก่สังคมโดยรวมจะต้องแจ้งเบาะแส ให้ผู้เกี่ยวข้อง นั่นก็คือจะต้องช่วยกันเหมือนกับเป็นผู้เฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือนภัยให้กับสังคมต่อไป
จากสิ่งที่ประเทศอื่นเขาทำได้ผลนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าการโจรกรรมไม่มีเลยในประเทศเหล่านั้น แต่ก็มีน้อยกว่าประเทศเราหลายเท่าก็แล้วกัน แล้วเราจะไม่ช่วยกันหรือ
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
นิคมอุตสาหกรรมกับการพัฒนาจังหวัด
แม้ว่าเมืองนครจะเคยกำหนดวิสัยทัศน์ว่าจะเป็นเมืองเกษตร เมื่องท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และเชิงนิเวศหรืออนุรักษ์ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น รายได้ของประชากรก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย รายได้หลักด้านเกษตรเห็นจะเป็นยางพารา ส่วนด้านอื่นๆ ทางเกษตรยังไม่อาจหวังได้ว่าจะเป็นอาชีพที่ยั่งยืน เพราะมีความผันผวนด้านราคา เป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้ในแค่ระดับบุคคล ครอบครัว ระดับชุมชั้นก็ยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก
ในด้านการท่องเที่ยวก็ยังไม่อาจเป็นที่คาดหวังให้เป็นรายได้ของประชากร เพราะการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยังไม่อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาค้างคืนได้ จึงยังไม่เป็นที่สร้างรายได้ให้กับประชากรได้
เมืองนครแทบไม่มีอุตสาหกรรม ไม่มีโรงงานขนาดใหญ่ที่สร้างงานให้กับประชากรมากนัก ทำให้เมืองนครเป็นเมืองที่มีการย้ายถิ่นไปทำงานที่อื่นมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง การไปทำงานในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่าไม่ว่าจะเป็นสุราษฎร์ สงขลาก็ตาม ขณะที่แหล่งอุตสาหกรรมอื่นๆ อาจจะเข้าสู่จุดอิ่มตัว ก็มีแนวคิดที่จะขยายมายังจังหวัดนคร ซึ่งยังมีที่ว่างสำหรับอุตสาหกรรมอีกมาก เรามีโครงการแลนด์บริดจ์ แล้วแต่ยังไม่มีภาคอุตสาหกรรม แต่พอเริ่มจะดำเนินการก็ได้รับการต่อต้านอย่างมากมายจากกลุ่มอนุรักษ์ เพราะไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และทำให้สภาวะแวดล้อมเสียไปหรือไม่
การมีโรงงานอุตาหกรรม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม มีข้อดีหลายประการ เป็นแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพให้พลเมืองในจังหวัด สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็จะได้มีบทบาทในการศึกษาวิจัย ผลิตบุคลากรที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โอกาสของพลเมืองที่จะได้ขายผลผลิตทางเกษตรเพื่อเป็นวัตถุดิบในโรงงานก็มีมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดดีขึ้นแน่ สิ่งที่ไม่มีความไม่มั่นใจก็ต้องมีการศึกษาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้น ผลดี ผลเสียให้ชัดเจน ไม่ใช่ต่อต้านกันอย่างเดียว หรือดำเนินโครงการไปโดยไม่ดูผลกระทบ
ในด้านการท่องเที่ยวก็ยังไม่อาจเป็นที่คาดหวังให้เป็นรายได้ของประชากร เพราะการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยังไม่อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาค้างคืนได้ จึงยังไม่เป็นที่สร้างรายได้ให้กับประชากรได้
เมืองนครแทบไม่มีอุตสาหกรรม ไม่มีโรงงานขนาดใหญ่ที่สร้างงานให้กับประชากรมากนัก ทำให้เมืองนครเป็นเมืองที่มีการย้ายถิ่นไปทำงานที่อื่นมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง การไปทำงานในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่าไม่ว่าจะเป็นสุราษฎร์ สงขลาก็ตาม ขณะที่แหล่งอุตสาหกรรมอื่นๆ อาจจะเข้าสู่จุดอิ่มตัว ก็มีแนวคิดที่จะขยายมายังจังหวัดนคร ซึ่งยังมีที่ว่างสำหรับอุตสาหกรรมอีกมาก เรามีโครงการแลนด์บริดจ์ แล้วแต่ยังไม่มีภาคอุตสาหกรรม แต่พอเริ่มจะดำเนินการก็ได้รับการต่อต้านอย่างมากมายจากกลุ่มอนุรักษ์ เพราะไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และทำให้สภาวะแวดล้อมเสียไปหรือไม่
การมีโรงงานอุตาหกรรม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม มีข้อดีหลายประการ เป็นแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพให้พลเมืองในจังหวัด สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็จะได้มีบทบาทในการศึกษาวิจัย ผลิตบุคลากรที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โอกาสของพลเมืองที่จะได้ขายผลผลิตทางเกษตรเพื่อเป็นวัตถุดิบในโรงงานก็มีมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดดีขึ้นแน่ สิ่งที่ไม่มีความไม่มั่นใจก็ต้องมีการศึกษาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้น ผลดี ผลเสียให้ชัดเจน ไม่ใช่ต่อต้านกันอย่างเดียว หรือดำเนินโครงการไปโดยไม่ดูผลกระทบ
เรื่องแบบนี้ยังเกิดที่เมืองนคร
เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลมหาราชของเราที่แสนจะหดหู่ ที่มีคนร้ายมาโจรกรรมผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ซึ่งเหมือนกับเป็นการซ้ำเติมคนที่มีทุกข์อยู่แล้วให้มีทุกข์หนักยิ่งขึ้น หรือมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมากขึ้น ถ้าเป็นคนมีเงินร่ำรวยก็คงไม่มีทุกข์ซ้ำเติมเพราะมีห้องมีคนเฝ้า แต่เมื่อเป็นคนจนญาติมิตรก็อาจไม่เหลียวแล เมื่อก่อนถ้าจะมีซ้ำเติมคนไข้ก็เป็นการล้างแค้นอาฆาตให้ตายตกตามกันไป ก็เคยได้ข่าวตามมาฆ่ากันต่อที่โรงพยาบาลแสดงว่าแค้นต้องชำระไม่มีการให้อภัย
เหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่คาดคิดว่าคนจะมีศิลธรรมตกต่ำถึงเพียงนี้ ไม่คาดคิดว่าคนเราจะทำความเลวได้ถึงเพียงนี้ ไม่คาดคิดว่าคนเราจะสิ้นคิดถึงเพียงนี้ แต่คาดคิดได้ว่าคนเราไม่รู้ว่าเกิดมามีชีวิตเพื่ออะไรกันแน่ ที่บอกว่าทุกคนอยากเป็นคนดี ที่บอกว่าคนไม่ทำชั่วถ้าไม่จำเป็น ทำให้นึกถึงคำสอนในพุทธศาสนาว่าให้แบ่งคนเป็นสามระดับกับดอกบัวที่พ้นน้ำ ปริ่มน้ำ ใต้น้ำในโคลนตม คนที่ทำความชั่วดังกล่าวนั้นคงอยู่ในประเภทสุดท้ายคงจะสอนกันไม่ได้แล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรดีกับคนพวกนี้ จะให้สำนึกได้แบบองคุลีมาร ก็คงจะมีบ้างแต่ถ้าเป็นไปโดยกมลสันดาน ก็คงต้องไปขุดอีกว่ามีสันดานมาอย่างไรจะแก้สันดานนั้นอย่างไร
ในทางการศึกษานั้นยังเชื่อว่า หรือแม้แต่คำสอนในศาสนาก็ตาม ก็ยังเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนเหตุปัจจัยให้ดีกว่าเดิมย่อมได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมแน่นอน และเหตุเบื้องต้นให้เขารับแต่สิ่งดีๆ ให้มีเหตุผล ให้รู้จักดีชั่ว แยกแยะความดีความเลว ความสุข ความทุกข์ให้เห็นได้จากการกระทำตั้งแต่ต้น จากพื้นฐานครอบครัว และ โรงเรียนที่ดีกว่าเดิม และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็คือสังคมของเราต้องไม่อับจนจนกระทั่งขาดปัจจัยในการดำรงชีวิต ซึ่งแก้ได้ด้วยการให้ เห็นผู้อื่นตกทุกข์ได้ยากต้องช่วยเหลือ ทำอย่างไรให้เป็นระบบและรับประกันได้ว่าทุกคนไม่อดตายแน่นอน เหลือเพียงแต่จะดำรงตนในสังคมได้อย่างสงบสุข อย่างมีน้ำใจและให้อภัยกันและกัน
เหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่คาดคิดว่าคนจะมีศิลธรรมตกต่ำถึงเพียงนี้ ไม่คาดคิดว่าคนเราจะทำความเลวได้ถึงเพียงนี้ ไม่คาดคิดว่าคนเราจะสิ้นคิดถึงเพียงนี้ แต่คาดคิดได้ว่าคนเราไม่รู้ว่าเกิดมามีชีวิตเพื่ออะไรกันแน่ ที่บอกว่าทุกคนอยากเป็นคนดี ที่บอกว่าคนไม่ทำชั่วถ้าไม่จำเป็น ทำให้นึกถึงคำสอนในพุทธศาสนาว่าให้แบ่งคนเป็นสามระดับกับดอกบัวที่พ้นน้ำ ปริ่มน้ำ ใต้น้ำในโคลนตม คนที่ทำความชั่วดังกล่าวนั้นคงอยู่ในประเภทสุดท้ายคงจะสอนกันไม่ได้แล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรดีกับคนพวกนี้ จะให้สำนึกได้แบบองคุลีมาร ก็คงจะมีบ้างแต่ถ้าเป็นไปโดยกมลสันดาน ก็คงต้องไปขุดอีกว่ามีสันดานมาอย่างไรจะแก้สันดานนั้นอย่างไร
ในทางการศึกษานั้นยังเชื่อว่า หรือแม้แต่คำสอนในศาสนาก็ตาม ก็ยังเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนเหตุปัจจัยให้ดีกว่าเดิมย่อมได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมแน่นอน และเหตุเบื้องต้นให้เขารับแต่สิ่งดีๆ ให้มีเหตุผล ให้รู้จักดีชั่ว แยกแยะความดีความเลว ความสุข ความทุกข์ให้เห็นได้จากการกระทำตั้งแต่ต้น จากพื้นฐานครอบครัว และ โรงเรียนที่ดีกว่าเดิม และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็คือสังคมของเราต้องไม่อับจนจนกระทั่งขาดปัจจัยในการดำรงชีวิต ซึ่งแก้ได้ด้วยการให้ เห็นผู้อื่นตกทุกข์ได้ยากต้องช่วยเหลือ ทำอย่างไรให้เป็นระบบและรับประกันได้ว่าทุกคนไม่อดตายแน่นอน เหลือเพียงแต่จะดำรงตนในสังคมได้อย่างสงบสุข อย่างมีน้ำใจและให้อภัยกันและกัน
งานเดือนสิบเมืองนครที่ทุ่งท่าลาด
นอกจากมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การแห่หรับ วิ่งมาราธอน แล้วยังมีงานออกร้านมโหรสพอีกมากมายที่ทุ่งท่าลาด เท่าที่เห็นมามีหลายรายการที่เดินออกไปโดยรอบเวทีแข่งขันกลอนของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ดังเช่น
กระโดดด้วยสายยืดหยุ่น :ต้องใช้สายยางยืดหยุ่นมาผูกกับตัว แล้วกระโดดขยับตัวทำให้ยืดหยุ่นตัวลอยมากขึ้น สายที่มายึดตัวนั้นทำกับสารพิเศษต้องมีความยืดหยุ่นสูง
รถมอเตอร์ไซต์ไต่ถัง :คนขี่รถมอเตอร์ไซต์ต้องมีความชำนาญจึงขี่ใต่ถังสูงขึ้นไปเรื่อยจนถึงปากบนของถังได้ ความเร็วของรถมอเตอร์ไซต์ต้องเร็วพอควรจึงขับอยู่ในทางโค้งได้และลำตัวรถตั้งฉากกับตัวถังหรือเอียงได้บ้างเป็นไปตามหลักของฟิสิกส์ทำได้แน่นอน บางปีจะไม่ใช้ถัง แต่ขับรถมอเตอร์ไซต์ภายในทรงกลม
รถไฟเล็กพาดโผน : เป็นฉบับมินิแค่เอียงไปเอียงมาสูงไม่มาก แต่ก็เรียกเสียงหวีดได้บ้าง
รถไฟเล็กบนรางสำหรับเด็ก : ไม่ได้ขับจริงเพียงแต่นั่งไปตามเส้นทางที่กำหนดเด็กเพียงถือพวงมาลัยหมุน
ชิงช้าสวรรค์ : ก็เป็นรูปแบบเดิมๆ เด็กอาจจะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรนัก ขึ้นอยู่กับการตกแต่งเสียงเพลง
ม้าหมุน : เดิมทีเป็นม้าให้เด็กนั่งโยกขึ้นลงและหมุนรอบ แต่มีรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ม้า จึงไม่น่าเรียกว่าม้าหมุนอีกต่อไป ต่างประเทศเรียกว่า แมรีโกราว
ทอยห่วงขวดวิสกิี้ : เป็นเกมที่ให้ทอยห่วงยางให้คล้องขวดวิสกี้ให้ได้ ก็จะได้วิสกี้เป็นรางวัล แต่ต้องจ่ายค่าห่วง เช่น 3 ห่วง 20 บาท
ใช้ห่วงยกขวด : ใช้ไม้คล้ายคันเบ็ดแล้วไปคล้องขวดที่วางอยู่บนพื้นเอียงนิดหน่วยให้วางตั้งตรงให้ได้จึงจะได้รางวัล
หมุนลูกศรนำโชค: เมื่อหมุนลูกศรไปหยุดที่สิ่งใดก็ได้รางวัลนั้น
บิงโก้ : การเล่นเป็นรอบๆ หลายคนพร้อมกัน แต่ละคนมีตารางตัวเลข 4x4 หรือ 5x5 แล้วมีการออกเลข ถ้าตรงกับตารางตัวเลขเราในแนวนอนหรือแนวตั้งหรือแนวทะแยงถือว่าชนะหรือได้รางวัลอาจมีคนที่ชนะมากกว่าหนึ่งคนได้
ฉลากเสี่ยงโชค: เขาจะขายฉลากที่เปิดดูแล้วไปขึ้นรางวัลได้เช่นเดียวกับ ฉลากกาชาด มีมากมายหลายรูปแบบที่มาแข่งกับฉลากกาชาติ
เวทีการแสดง : มีมากมาย เวทีเล็กเวทีใหญ่ บางทีก็ตีกันกวนกัน เช่นเวทีกลอนกับเวทีเทศบาลอยู่ใกล้กัน เวทีเครือข่ายอุดมศึกษา เวทีกลางของงานใช้ประกวดนางงามด้วย
สาวน้อยตกน้ำ : เกมนี้ ต้องซื้อบอลล์เฟี้ยงหรือทอยให้โดนเป้าสลักทำให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตกไปในถังน้ำด้านล่าง สาวๆ ที่มานั่งให้ตกน้ำ คงไม่ชอบนักถ้าตกน้ำบ่อยๆ
สวนสนุกฟองน้ำปลาสติกพองลม มีที่ให้เด็กได้ปีนป่าย ลื่นไถลไปมาได้ เด็กเล็กจะชอบกันมาก
กีฬาบาสเก็ตบอลล์ และตะกร้อข้ามตาข่าย ยังหลงเหลืออยู่ แต่รู้สึกว่าให้ความสำคัญน้อยเพราะที่นั่งดูมีน้อยไปสักนิด
ห้างร้าน ธนาคาร ตำรวจ มอเตอร์ไซต์ น้ำชูกำลัง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สำหรับน้ำยาชูกำลัง กับมอเตอร์ไซต์ มีพรีเซ็นเตอร์แต่งตัวสวยๆ มาเดินแบบ เล่นเกมส์แจกรางวัลได้รับความสนใจพอควร
ปลาดุกยักษ์กลายพันธ์: เมื่อก่อนมีอะไรประหลาดก็มาออกให้คนดู เที่ยวนี้ก็เช่นกัน
ภาพยนต์กลางแปลง มีทั้งที่เครื่องฉายกำลังสูง และฉายกับโปรเจคเตอร์ให้ดู
ที่เล่ามาเพียงบางส่วนโดยรอบเวทีแข่งขันกลอนที่เดินออกไปดูไม่นาน น่าจะมีอะไรดีๆ อีกหลายอย่าง ถ้าได้เดินมากกว่านี้
กระโดดด้วยสายยืดหยุ่น :ต้องใช้สายยางยืดหยุ่นมาผูกกับตัว แล้วกระโดดขยับตัวทำให้ยืดหยุ่นตัวลอยมากขึ้น สายที่มายึดตัวนั้นทำกับสารพิเศษต้องมีความยืดหยุ่นสูง
รถมอเตอร์ไซต์ไต่ถัง :คนขี่รถมอเตอร์ไซต์ต้องมีความชำนาญจึงขี่ใต่ถังสูงขึ้นไปเรื่อยจนถึงปากบนของถังได้ ความเร็วของรถมอเตอร์ไซต์ต้องเร็วพอควรจึงขับอยู่ในทางโค้งได้และลำตัวรถตั้งฉากกับตัวถังหรือเอียงได้บ้างเป็นไปตามหลักของฟิสิกส์ทำได้แน่นอน บางปีจะไม่ใช้ถัง แต่ขับรถมอเตอร์ไซต์ภายในทรงกลม
รถไฟเล็กพาดโผน : เป็นฉบับมินิแค่เอียงไปเอียงมาสูงไม่มาก แต่ก็เรียกเสียงหวีดได้บ้าง
รถไฟเล็กบนรางสำหรับเด็ก : ไม่ได้ขับจริงเพียงแต่นั่งไปตามเส้นทางที่กำหนดเด็กเพียงถือพวงมาลัยหมุน
ชิงช้าสวรรค์ : ก็เป็นรูปแบบเดิมๆ เด็กอาจจะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรนัก ขึ้นอยู่กับการตกแต่งเสียงเพลง
ม้าหมุน : เดิมทีเป็นม้าให้เด็กนั่งโยกขึ้นลงและหมุนรอบ แต่มีรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ม้า จึงไม่น่าเรียกว่าม้าหมุนอีกต่อไป ต่างประเทศเรียกว่า แมรีโกราว
ทอยห่วงขวดวิสกิี้ : เป็นเกมที่ให้ทอยห่วงยางให้คล้องขวดวิสกี้ให้ได้ ก็จะได้วิสกี้เป็นรางวัล แต่ต้องจ่ายค่าห่วง เช่น 3 ห่วง 20 บาท
ใช้ห่วงยกขวด : ใช้ไม้คล้ายคันเบ็ดแล้วไปคล้องขวดที่วางอยู่บนพื้นเอียงนิดหน่วยให้วางตั้งตรงให้ได้จึงจะได้รางวัล
หมุนลูกศรนำโชค: เมื่อหมุนลูกศรไปหยุดที่สิ่งใดก็ได้รางวัลนั้น
บิงโก้ : การเล่นเป็นรอบๆ หลายคนพร้อมกัน แต่ละคนมีตารางตัวเลข 4x4 หรือ 5x5 แล้วมีการออกเลข ถ้าตรงกับตารางตัวเลขเราในแนวนอนหรือแนวตั้งหรือแนวทะแยงถือว่าชนะหรือได้รางวัลอาจมีคนที่ชนะมากกว่าหนึ่งคนได้
ฉลากเสี่ยงโชค: เขาจะขายฉลากที่เปิดดูแล้วไปขึ้นรางวัลได้เช่นเดียวกับ ฉลากกาชาด มีมากมายหลายรูปแบบที่มาแข่งกับฉลากกาชาติ
เวทีการแสดง : มีมากมาย เวทีเล็กเวทีใหญ่ บางทีก็ตีกันกวนกัน เช่นเวทีกลอนกับเวทีเทศบาลอยู่ใกล้กัน เวทีเครือข่ายอุดมศึกษา เวทีกลางของงานใช้ประกวดนางงามด้วย
สาวน้อยตกน้ำ : เกมนี้ ต้องซื้อบอลล์เฟี้ยงหรือทอยให้โดนเป้าสลักทำให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตกไปในถังน้ำด้านล่าง สาวๆ ที่มานั่งให้ตกน้ำ คงไม่ชอบนักถ้าตกน้ำบ่อยๆ
สวนสนุกฟองน้ำปลาสติกพองลม มีที่ให้เด็กได้ปีนป่าย ลื่นไถลไปมาได้ เด็กเล็กจะชอบกันมาก
กีฬาบาสเก็ตบอลล์ และตะกร้อข้ามตาข่าย ยังหลงเหลืออยู่ แต่รู้สึกว่าให้ความสำคัญน้อยเพราะที่นั่งดูมีน้อยไปสักนิด
ห้างร้าน ธนาคาร ตำรวจ มอเตอร์ไซต์ น้ำชูกำลัง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สำหรับน้ำยาชูกำลัง กับมอเตอร์ไซต์ มีพรีเซ็นเตอร์แต่งตัวสวยๆ มาเดินแบบ เล่นเกมส์แจกรางวัลได้รับความสนใจพอควร
ปลาดุกยักษ์กลายพันธ์: เมื่อก่อนมีอะไรประหลาดก็มาออกให้คนดู เที่ยวนี้ก็เช่นกัน
ภาพยนต์กลางแปลง มีทั้งที่เครื่องฉายกำลังสูง และฉายกับโปรเจคเตอร์ให้ดู
ที่เล่ามาเพียงบางส่วนโดยรอบเวทีแข่งขันกลอนที่เดินออกไปดูไม่นาน น่าจะมีอะไรดีๆ อีกหลายอย่าง ถ้าได้เดินมากกว่านี้
กิจกรรมที่หายไปในงานเดือนสิบ
เรื่องแรกที่หายไปคืองานลีลาศของผู้ใหญ่ มีวงดนตรีสำหรับการเต้นรำโดยเฉพาะ ที่ขาดไม่ได้ก็มีนักร้อง นักเต้นรำ และมีการขายเหล้า เบียร์ ที่หายไปอาจเป็นเพราะมีการจัดงานลักษณะนี้บ่อยขึ้น หรือว่าเห็นว่าไม่เหมาะสมกับสถานะการณ์ที่เปลี่ยนไป
ประเภทระบำโป้ที่เคยมีให้ปลุกใจเสือป่าที่เรียกว่าจำบ๊ะ ต่อมาเห็นกันว่าไม่เหมาะศิลธรรมอันดีและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน จึงได้มีการเลิกรากันไป แม้ว่าสมัยหลังแปลงออกมาในรูปใหม่คือ สาวอะโกโก้บ้าง ระบำอะพอลโล่บ้าง บางที่ออกมาในรูปของเมียงู อะไรทำนองนั้นที่แท้ก็มีการนุ่งน้อยห่มน้อย ซึ่งก็ถูกเพ่งเล็งไปในทางที่ไม่ดีจึงต้องเลิกไป แต่ก็แปลงรูปมาในรูปที่ดูเรียบร้อยขึ้น เช่นการประกวดนางสาวนคร เวทีเดินเฟชั่น ฟริตตี้ของบริษัทขายรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็มีสาวๆหน้าตาดี มาแต่งตัวทันสมัยน่าดูขึ้นเรียกคนชมได้พอสมควร
การแสดงมายากลขายยา มักจะมีในช่วงเทศกาลงานเดือนสิบ ที่ในวัดพระมหาธาตุ ที่หน้าเมือง มักมีการแสดงเกี่ยวกับงู การแสดงการตัดคอ การแสดงเหล็กขูดชนกัน กว่าจะแสดงก็ขายยาบ้าง ให้เช่าพระบ้าง แต่การนำเสนอของเขาก็น่าสนใจทำให้หลงเชื่อไปได้เหมือนกัน บางครั้งมีการแสดงให้ทายว่ามีสิ่งของอะไร หมายเลขอะไร จากกุมารทองบ้าง จากอับดุลสมัยนี้หายไปหมดแล้วเพราะรู้ทริกเทคนิคกันหมดแล้ว หลอกใครไม่ได้แล้ว อันแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางวิทย์ก็ช่วยให้คนไม่หลงเชื่ออีกต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งยกสวนสัตว์มาไว้ในงานให้คนเข้าไปดู เป็นสัตว์จริงๆ ตัวเป็นๆ มีตั้งแต่ เสีือ จรเข้ สิงโต งู และสัตว์ที่หาดูได้ยากอื่นๆ บางครั้งก็เอางูเหลือมมาพาดคอคนที่เก็บเงินค่าผ่านประตูเพื่อเรียกแขกก์มี
การรำวงกับนางรำวง โดยคนที่จะไปรำวงกับนางรำวงตั๋วไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปรำวงกับนางรำ โดยมีการดนตรีไม่กี่ชิ้นกับคนร้องเพลงเชียร์รำวงในแต่ละรอบ นางรำวงมักจะเป็นสาวรุ่น คนไหนสวยก็จะมีคนไปขอรำด้วยมาก บางครั้งหนุ่มๆ ก็ไปแย่งนางร่ำกันทำให้เกิดการทะเลาะยกพวกตีกันที่เวทีรำวงบ่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เลิกไปในที่สุด
การประกวดภาพวาด ภาพเขียน ของนักเรียนระดับต่างๆ รวมทั้งประเภทประชาชน ประกวดสิ่งประดิษฐ์ และใครประดิษฐืสิ่งแปลกๆ ก็นำมาโชว์ เคยมีคนสร้างหุ่นยนต์แบบกลไกมาแสดงก็มี
ยังมีอื่นๆอีกมากที่หายไป ร้านขายพวกเครื่องดนตรีแบบเครื่องสายให้ปุ่มกดในการเล่นบางชนิด ละครลิง การแข่งจักรยาน วิ่งมาราธอน 42 กม. สนามยิงปืนทหาร
ประเภทระบำโป้ที่เคยมีให้ปลุกใจเสือป่าที่เรียกว่าจำบ๊ะ ต่อมาเห็นกันว่าไม่เหมาะศิลธรรมอันดีและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน จึงได้มีการเลิกรากันไป แม้ว่าสมัยหลังแปลงออกมาในรูปใหม่คือ สาวอะโกโก้บ้าง ระบำอะพอลโล่บ้าง บางที่ออกมาในรูปของเมียงู อะไรทำนองนั้นที่แท้ก็มีการนุ่งน้อยห่มน้อย ซึ่งก็ถูกเพ่งเล็งไปในทางที่ไม่ดีจึงต้องเลิกไป แต่ก็แปลงรูปมาในรูปที่ดูเรียบร้อยขึ้น เช่นการประกวดนางสาวนคร เวทีเดินเฟชั่น ฟริตตี้ของบริษัทขายรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็มีสาวๆหน้าตาดี มาแต่งตัวทันสมัยน่าดูขึ้นเรียกคนชมได้พอสมควร
การแสดงมายากลขายยา มักจะมีในช่วงเทศกาลงานเดือนสิบ ที่ในวัดพระมหาธาตุ ที่หน้าเมือง มักมีการแสดงเกี่ยวกับงู การแสดงการตัดคอ การแสดงเหล็กขูดชนกัน กว่าจะแสดงก็ขายยาบ้าง ให้เช่าพระบ้าง แต่การนำเสนอของเขาก็น่าสนใจทำให้หลงเชื่อไปได้เหมือนกัน บางครั้งมีการแสดงให้ทายว่ามีสิ่งของอะไร หมายเลขอะไร จากกุมารทองบ้าง จากอับดุลสมัยนี้หายไปหมดแล้วเพราะรู้ทริกเทคนิคกันหมดแล้ว หลอกใครไม่ได้แล้ว อันแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางวิทย์ก็ช่วยให้คนไม่หลงเชื่ออีกต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งยกสวนสัตว์มาไว้ในงานให้คนเข้าไปดู เป็นสัตว์จริงๆ ตัวเป็นๆ มีตั้งแต่ เสีือ จรเข้ สิงโต งู และสัตว์ที่หาดูได้ยากอื่นๆ บางครั้งก็เอางูเหลือมมาพาดคอคนที่เก็บเงินค่าผ่านประตูเพื่อเรียกแขกก์มี
การรำวงกับนางรำวง โดยคนที่จะไปรำวงกับนางรำวงตั๋วไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปรำวงกับนางรำ โดยมีการดนตรีไม่กี่ชิ้นกับคนร้องเพลงเชียร์รำวงในแต่ละรอบ นางรำวงมักจะเป็นสาวรุ่น คนไหนสวยก็จะมีคนไปขอรำด้วยมาก บางครั้งหนุ่มๆ ก็ไปแย่งนางร่ำกันทำให้เกิดการทะเลาะยกพวกตีกันที่เวทีรำวงบ่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เลิกไปในที่สุด
การประกวดภาพวาด ภาพเขียน ของนักเรียนระดับต่างๆ รวมทั้งประเภทประชาชน ประกวดสิ่งประดิษฐ์ และใครประดิษฐืสิ่งแปลกๆ ก็นำมาโชว์ เคยมีคนสร้างหุ่นยนต์แบบกลไกมาแสดงก็มี
ยังมีอื่นๆอีกมากที่หายไป ร้านขายพวกเครื่องดนตรีแบบเครื่องสายให้ปุ่มกดในการเล่นบางชนิด ละครลิง การแข่งจักรยาน วิ่งมาราธอน 42 กม. สนามยิงปืนทหาร
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
นครศึกษา: กรณียามาดะ
จำได้ว่ามีอนุสรณ์อันเป็นที่ละลึกของยามาดะ ผู้ซึ่งแม้จะเป็นคนญี่ปุ่น แต่ก็เคยได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองนครมาระยะหนึ่ง สถานที่อันเป็นอนุสรณ์อยู่บริเวณอันติดกับร้านโกปี๊สาขาสองในเมืองในปัจจุบัน จำได้ว่าเคยมีคณะทัวจากญี่ปุ่นเดินทางมาเยี่ยมชมเลยทีเดียว เช่นเดียวกับที่คณะท่องเที่ยวเดินทางไปชมอนุสาวรีย์วีรไทยหรือเจ้าพ่อดำ คนญี่ปุ่นได้เคยให้ทุนสร้างอนุสรณ์สถานเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามที่ครั้งหนึ่งญี่ปุ่นเคยเข้ามารบกับทหารไทย (ชาวนคร) ที่ท่าแพ อยู่บริเวณใกล้จุดที่มีการปะทะ จนบัดนี้ยังไม่มีโอกาสเข้าไปดู
ในกรณีของยามาดะทำให้นึกถึงคนญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสไปเป็นประธานาธิปดีของอีกประเทศหนึ่งก็คือ อดีตประธานาธิปดีฟูจิมูริของประเทศชิลี ลึกๆ แล้วคนญี่ปุ่นแผ่นดินแม่คงอดภูมิใจไม่ได้ที่คนเชื้อสายญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับของประเทศอื่นได้ย่อมมีอะไรดีอยู่ในตัวแน่ แต่กลับว่าถูกศาลตัดสินให้จำคุกว่าละเมิดสิทธิมนุษย์มวลชน และคอรับชั่น จนบัดนี้ไม่รู้ว่าสู้คดีกันไปถึงไหน แต่เชื่อเถอะว่าคนญี่ปุ่นคงมีความมั่นใจเชื่อในความเป็นญี่ปุ่นที่มีความรักชาติชาตินิยม ก็ไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่นออกมาตำหนิให้เห็น เช่นเดียวกับ ยามาดะ คนญี่ปุ่นก็อยากมาดูมาเห็นว่าที่มาเป็นใหญ่ได้ที่เมืองนครเป็นอย่างไร สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง ทั้งๆ ที่ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นอาจจะเป็นแค่ลูกน้องต้องแบกหามสะเหลี่ยง และชาวนครก็จะเห็นทางที่เราสามารถจะสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงที่ยามาดะมาเป็นเจ้าเมืองเป็นสิ่งน่าสนใจและยังคลุมเคลืออยู่มาก
เท่าที่ทราบมีการศึกษาวิจัยกันเรื่องนี้กัน ทำให้ได้ทราบรายละเอียดเพิ่มขึ้น เช่นว่าทำไมยามาดะจึงได้มาเป็นเจ้าเมืองนคร ก็สืบสาวราวเรื่องไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถือว่าเมืองนครเป็นเมืองภายใต้อานัติการปกครองของกรุงศรีอยุธยา ยามาดะก็คงเป็นคนที่มีความสามารถอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ในยุคนั้นหากการเมืองอยุธยาระส่ำระสายมีความไม่มั่นคงหัวเมืองในอานัติทั้งหลายก็แข็งเมืองไม่ยอมซูฮกเหมือนเมื่อก่อน ทางกรุงศรีอยุธยาเมื่อเรืองภายในสงบลงก็ส่งกองทัพมาปราบ และยามาดะจึงได้โอกาสแจ้งเกิดเป็นแม่ทัพมาปราบ เมื่อทำได้สำเร็จก็ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าเมือง และก็เช่นเดียวกันเมืองนครก็คงเป็นเมืองใหญ่ก็มีเมืองในอานัติเช่นเดียวกัน ขณะที่เมืองนครระส่ำระสาย เมืองปัตตานีเมืองในอานัติเมืองนครก็เอาใจออกห่างเช่นเดียวกับที่เมืองนครกระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา (หรือสมัยหนึ่งอยุธยาเคยกรด้างกระเดื่องต่อพม่า พม่าก็ยกทัพมาปราบเช่นกัน) ยามาดะก็ยกทัพไปปราบการแข็งข้อของเมืองปัตตานีได้สำเร็จ มีหลักฐานการศึกษาในกรณียามาดะเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ที่ยามาดะใช้ มีบางอย่างเป็นรูปแบบของญี่ปุ่น อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาตินิยมของญี่ปุ่นมีมานาน และยามาดะก็มาจบชีวิตลงด้วยการเมืองที่เมืองนคร นัยว่าถูกวางยาพิษเสียชีวิต ยังไม่ชัดเจนนักว่าถูกลอบวางยาพิษด้วยสาเหตุใด ตอนที่เป็นเจ้าเมืองมี ภรรยาเป็นใคร คนนครหรือเปล่า ก็ยังล้วนน่าศึกษา ก็จะเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองนครที่น่าสร้างความชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลสร้างความสัมพันธ์และการท่องเที่ยวต่อไป
ในกรณีของยามาดะทำให้นึกถึงคนญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสไปเป็นประธานาธิปดีของอีกประเทศหนึ่งก็คือ อดีตประธานาธิปดีฟูจิมูริของประเทศชิลี ลึกๆ แล้วคนญี่ปุ่นแผ่นดินแม่คงอดภูมิใจไม่ได้ที่คนเชื้อสายญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับของประเทศอื่นได้ย่อมมีอะไรดีอยู่ในตัวแน่ แต่กลับว่าถูกศาลตัดสินให้จำคุกว่าละเมิดสิทธิมนุษย์มวลชน และคอรับชั่น จนบัดนี้ไม่รู้ว่าสู้คดีกันไปถึงไหน แต่เชื่อเถอะว่าคนญี่ปุ่นคงมีความมั่นใจเชื่อในความเป็นญี่ปุ่นที่มีความรักชาติชาตินิยม ก็ไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่นออกมาตำหนิให้เห็น เช่นเดียวกับ ยามาดะ คนญี่ปุ่นก็อยากมาดูมาเห็นว่าที่มาเป็นใหญ่ได้ที่เมืองนครเป็นอย่างไร สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง ทั้งๆ ที่ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นอาจจะเป็นแค่ลูกน้องต้องแบกหามสะเหลี่ยง และชาวนครก็จะเห็นทางที่เราสามารถจะสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงที่ยามาดะมาเป็นเจ้าเมืองเป็นสิ่งน่าสนใจและยังคลุมเคลืออยู่มาก
เท่าที่ทราบมีการศึกษาวิจัยกันเรื่องนี้กัน ทำให้ได้ทราบรายละเอียดเพิ่มขึ้น เช่นว่าทำไมยามาดะจึงได้มาเป็นเจ้าเมืองนคร ก็สืบสาวราวเรื่องไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถือว่าเมืองนครเป็นเมืองภายใต้อานัติการปกครองของกรุงศรีอยุธยา ยามาดะก็คงเป็นคนที่มีความสามารถอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ในยุคนั้นหากการเมืองอยุธยาระส่ำระสายมีความไม่มั่นคงหัวเมืองในอานัติทั้งหลายก็แข็งเมืองไม่ยอมซูฮกเหมือนเมื่อก่อน ทางกรุงศรีอยุธยาเมื่อเรืองภายในสงบลงก็ส่งกองทัพมาปราบ และยามาดะจึงได้โอกาสแจ้งเกิดเป็นแม่ทัพมาปราบ เมื่อทำได้สำเร็จก็ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าเมือง และก็เช่นเดียวกันเมืองนครก็คงเป็นเมืองใหญ่ก็มีเมืองในอานัติเช่นเดียวกัน ขณะที่เมืองนครระส่ำระสาย เมืองปัตตานีเมืองในอานัติเมืองนครก็เอาใจออกห่างเช่นเดียวกับที่เมืองนครกระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา (หรือสมัยหนึ่งอยุธยาเคยกรด้างกระเดื่องต่อพม่า พม่าก็ยกทัพมาปราบเช่นกัน) ยามาดะก็ยกทัพไปปราบการแข็งข้อของเมืองปัตตานีได้สำเร็จ มีหลักฐานการศึกษาในกรณียามาดะเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ที่ยามาดะใช้ มีบางอย่างเป็นรูปแบบของญี่ปุ่น อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาตินิยมของญี่ปุ่นมีมานาน และยามาดะก็มาจบชีวิตลงด้วยการเมืองที่เมืองนคร นัยว่าถูกวางยาพิษเสียชีวิต ยังไม่ชัดเจนนักว่าถูกลอบวางยาพิษด้วยสาเหตุใด ตอนที่เป็นเจ้าเมืองมี ภรรยาเป็นใคร คนนครหรือเปล่า ก็ยังล้วนน่าศึกษา ก็จะเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองนครที่น่าสร้างความชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลสร้างความสัมพันธ์และการท่องเที่ยวต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

