หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณธรรม จริยธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุณธรรม จริยธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ไปวัดทำไม

ตอบแบบตรงไปตรงมากก็ไปทำกุศลให้แก่ตนเองและผู้อื่น ให้แก่ตนเองอย่างน้อยที่สุดก็ไม่ไปสร้างปัญหาใดๆ ให้ใครได้ในช่วงนี้ และเมื่อไปทำกุศลในเรื่องดีก็จะทำให้จิตใจดีอิ่มเอิบ  จะฝึกปฏิบัติทางจิตอะไรในการพัฒนาตนเองจากด้านในไม่มีการจับผิดใคร เพิ่มพลังแห่งความเมตตากรุณา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น

ไปวัดไม่ใช่ไปทำบุญเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญต้องหาโอกาสตอนใดก็ได้สำหรับตามดูความคิดของตนที่เข้ามาปรุงแต่งให้ทัน ฝึกบ่อยๆ จะรู้เท่าทันและจะไม่ก่อให้เกิดทุกข์  นอกจากนี้ยังต้องฝึกดูความคิดที่เป็นผลงานของจิตที่เกิดอาการ เกิดอารมขึ้นแล้ว ทำอย่างไรให้เกิดปัญญาใช้ปัญญาในการทำงาน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

หากไม่ไปที่วัดอยู่ทีบ้านเราก็ปฏิบัติได้ แต่ก็ทำให้ขาดการช่วยเหลือสัมพันธ์กัน ขาดการแบ่งปันแลกเปลี่ยนที่ก่อให้เกิดปัญญาแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นก็ได้

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

บุญหรือบาป

มีคนถามท่าน ว.วัชระเมธี ว่าการนำหมาไปปล่อยที่วัดนั้นได้บุญหรือบาป พระอาจารย์ได้ตอบไปว่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อตามไปดูหมาที่ปล่อยไว้ว่า ไปตกอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ดี เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ก็ต้องตามไปดู ต่างก็วิพากษ์วิจารย์ทั้งในทางที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา


ที่เห็นด้วยก็ว่า หากเห็นว่ายังอยู่กับเจ้าของหมามีความทุกข์ หรือเห็นว่าอยู่ในที่ที่จะถูกทอดทิ้งให้ได้รับความทุกข์ นำไปปล่อยวัดดีกว่าแน่นอนน่าจะได้บุญ แต่จะคิดแทนสุนัขว่าดีกว่าหรือไม่นั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของหมา ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยนั้น ก็ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วเหมือนกับการผลักภาระให้คนอื่นในขั้นต้นเมื่อนำไปปล่อยวัดแล้วน้อยคนนักที่จะตามไปดู ส่วนใหญ่ก็ปล่อยไปตายยถากรรม บางคนคิดว่าถ้าไม่ไปปล่อยวัดก็อาจเป็นบาปมากกว่า ถ้านำไปปล่อยวัดยังมีโอกาสอยู่ในที่ที่ดีกว่าบาปน้อยลงแต่ก็ยังมีบาปที่เมื่อปล่อยวัดไปแล้วจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เคยกังวลผูกพันธ์ แต่สักวันหนึ่งอาจคิดได้นึกเสียใจภายหลัง เมื่อคิดว่าสัตว์มันก็มีหัวใจเหมือนกัน

เมื่อคิดเทียบเคียงกับวิทยาศาสตร์ใหม่ดังในวิชาควอนตัมนั้นบอกว่าเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าสุนัขจะมีความสุขหรือความทุกข์จนกว่าเราจะไปสังเกตมัน ดังนั้นอาจเป็นไปได้ทั้งความทุกข์และความสุขพอๆกัน ในทางพุทธศาสนาเราจะจะรู้สึกดีไม่ดี จะเกิดกิเลสไม่เกิดกิเลส นั้นก็อยู่ที่ผัสสะซึ่งเทียบเคียงได้กับการสังเกต หากเราตัดผัสสะได้เราก็จะไม่เกิดความรู้สึกใดๆ หรือถ้าเกิดก็อย่างมีสติ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แม่ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่

ใครๆก็ต้องมีแม่ทั้งนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ละลูกนั้นดูจะล้ำลึก เพราะตั้งแต่แม่ตั้งท้องนั้นลูกนั้นเติมโตขึ้นมาได้จนกระทั่งคลอดนั้น ลูกได้รับหล่อเลี้ยงอาหารจากสายเลือดของแม่โดยตรง เมื่อตอนคลอดลูกก็เป็นนาทีวิกฤตอีกครั้งหนึ่งที่ใครที่ไม่เคยคลอดลูกจะไม่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกระหว่างความเจ็บปวดและความสุข เมื่อได้เห็นหน้าลูกแม่ก็จะคลายความเจ็บปวด และเมื่อคลอดออกมาแล้วแม่ก็ต้องเป็นผู้ให้นมแก่ลูกดังที่เรียกกันว่าเลือดในอกของแม่ ความสัมพันธ์อันลำลึกนี้ยังคงอยู่ในใจแม่ ยังมีความรักความห่วงใยในตัวลูกแม้จะเติบใหญ่มีงานทำแล้วก็ตาม และมีทรัพย์สมบัติใดก็พร้อมที่จะยกให้ลูกเพื่อที่จะได้สร้างชีวิตที่มั่นคงต่อไป ในวันแม่นี้จึงเป็นวันที่ลูกๆ จะได้ละลึกถึงบุญคุณต่อแม่ที่ได้สั่งสอนหล่อหลอมให้เราเป็นคนดี มีชีวิตที่ดีในทุกวันนี้ สำหรับแม่ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้เห็นหน้าลูกได้พูดคุยกับลูก และได้สัมผัส


เราได้ยินได้ฟังได้เห็นกิจกรรมหลายอย่างในวันแม่ในสิ่งที่ดีๆ มีการทำดีเพื่อแม่ ทำบุญเพื่อแม่ และทำสาธารณะประโยชน์ต่างๆ เพื่อแม่ แต่อย่างลืมทำอะไรให้แม่โดยตรง ฟังเพลงร้องเพลงโปรดด้วยกัน รับประทานอาหารด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน คงไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่าเมื่อก่อนแม่ไม่ค่อยพาไปเที่ยวที่ไหนมาบัดนี้ยามแก่เฒ่าลูกก็จึงไม่พาไปบ้าง เพราะจะกลายเป็นลูกอักตัญญูไป และเชื่อว่าการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณนั้นแสดงอะไรให้เห็นได้หลายอย่าง การจะเลือกคู่ครองถ้าเราเห็นคนที่มีความกตัญญูเราก็คิดว่าเป็นคนดีแน่ แต่หากพบคนที่ไม่เคยเอาใจใส่ และทอดทิ้งพ่อแม่ หรือแสดงกิริยาไม่ดีต่อพ่อแม่แล้ว ก็คิดได้ว่าแม้แต่แม่ของตัวเองยังไม่รักเลย แล้วจะมารักคนอื่นอย่างจริงใจที่ไม่ได้เป็นญาติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คติธรรมนำชีวิต20

ตอนที่ 70 ความรักเป็นไฉน ใครเข้าใจหมดปัญหา
หมายความว่า คนส่วนมากยังไม่ทราบว่า ความรักเป็นอย่างไร เมื่อไม่ทราบจึงคว้าเอาสิ่งที่มิใช่ความรัก เข้ามาไว้กับตัว โดยเข้าใจว่าเป็นความรัก ทำนองกับคว้าเอางูพิษมาไว้โดยคิดว่าเป็นปลา ความรัก คือความต้องการให้เขาเป็นสุข โดยท่ไม่คิดว่าตนจะได้อะไรจากเขา เมื่อเขาผู้นั้นมีความสุขตนก็สบายใจ ลักษณะอย่างนี้หมดปัญหา แต่ถ้ายังคิดว่าตนจะได้อะไรตอบแทน อย่างนี้ไม่เป็นความรัก หากเป็นการลงทุนทำให้เกิดปัญหา

ตอนที่ 71 สัตว์ทุกชีวิตต้องการความสุข แล้วเราก่อทุกข์แก่เขาทำไม
หมายความว่า จงได้มีจิตสำนึกว่า ทุกๆ ชีวิตต้องการความสุข เราก็ชีวิตหนึ่งที่ต้องการความสุข เมื่อคิดได้อย่างนี้ จะไม่สร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น

ตอนที่ 72 รักผู้อื่นเป็นมนขลัง เพิ่มพลังแก่สังคม
หมายความว่า ความรักที่แท้จริงที่ทางพุทธเรียกว่า เมตตา หรือบางศาสนาเรียกว่า ความรักสากล หรือความรักของพระเจ้า (universal love) ความรักอย่างนี้มีอำนาจมาก ที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ลักษณะที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ใครๆ ก็ต้องการ แล้วทำไมเราไม่ใฝ่หากัน จงจัดทำให้มันมีขึ้น

โดยสุรวิทย์ คงทอง

คติธรรมนำชีวิต19

ตอนที่ 55 ความสุขไม่ต้องวิ่งหา เพียงแต่แก้ปัญหาได้ แล้วจะพบ

หมายความว่า ความสุขมีอยู่แล้วในที่เกิดปัญหานั้น เพียงแต่หาวิธีการแก้ปัญหาให้ลดลงหรือหมดไป แล้วความสุขมันปรากฏขึ้นเอง เช่นเดียวกับความสะอาด มันมีอยู่แล้วในที่สกปรก เพียงแต่ทำสกปรกให้หมดไป ความสะอาดจะปรากฏขึ้นเอง แต่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องความสุข ไปเที่ยวหาในที่ต่างๆ ทำนองกับคนที่ไม่เข้าใจความสะอาด จึงไปเที่ยวหาความสะอาด ในที่สุดก็ไม่พบ ตายเปล่า

ตอนที่ 56 เมื่อใดที่ได้เกิดปัญหา ผู้ที่ต้องการปัญญาจะพอใจ
หมายความว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ทำให้เราได้คิดแก้ปัญหานั้นเมื่อได้คิดแก้ปัญหาที่หนึ่ง ปัญญาก็เกิดขึ้นทีหนึ่ง เมื่อได้แก้ปัญหาบ่อยๆ ปัญญาก็เกิดขึ้นบ่อยๆ ในที่สุดก็กลายเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ตรงกับมงคลชีวิตประการที่ 7 ว่า พาหุสัจจะ เอตัมมัง คลมุตตมัง แปลว่า การเป็นผู้มีความรู้มาก เป็นมงคลอย่างยิ่ง ดังนั้น ไม่ควรกลัวปัญหา ควรยินดีต่อปัญหาทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น

ตอนที่ 57 หัดมองในส่วนดี ชีวีจะพัฒนา
หมายความว่า ให้รู้จักดูสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ดูแล้วให้เลือกเอาในส่วนที่ดีๆ มาใช้ในชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด แม้ที่พูดกันว่าไม่ดี ถ้าได้รู้จักดูรู้จักเลือก ก็จะพบในส่วนที่ดี นำเอามาใช้กับชีวิตได้ ตัวอย่าง ได้เห็นส่วนที่ดีก็ให้เราได้เอาเป็นตัวอย่าง เพื่อได้ทำในส่วนที่ดีอย่างนั้นบ้าง ถ้าได้เห็นส่วนที่ไม่ดี ก็ให้เราได้สังวรไว้ว่า อย่างนั้นไม่ดี อย่าได้กระทำ อย่างนี้เป็นต้น ดูได้อย่างนี้ ชีวิตจะเจริญขึ้น พัฒนาขึ้น ทำนองกับที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดว่า หาพบเพชรได้ แม้แต่ที่หัวคางคก

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณธรรมนำชีวิต18

ตอนที่ 52เพราะความเห็นแก่ตัว จึงทำให้เห็นว่าตัวดี

หมายความว่า โดยสัญชาตญาณของสัตว์ มีความเห็นแก่ตัวติดมาตั้งแต่เกิด คนก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่หลีกไม่พ้นจากสัญชาตญาณอันนี้ คือมีความเห็นแก่ตัว เห็นว่าตัวเองดีกว่าใครๆ หมดจึงทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัว ให้ตัวอยู่รอด แต่เมื่อได้รู้ถึงความจริงว่า ชีวิตเราอยู่ได้เพราะอาศัยผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงได้ลดความเห็นแก่ตัวลง ทำเพื่อผู้อื่น ให้ผู้อื่นได้อยู่รอดด้วย ในที่สุดก็อยู่รอดด้วยกัน

ตอนที่ 53มีโรคอย่างหนึ่งหมอวิเศษอย่างไรก็รักษาไม่หาย คือโรค แก่ เจ็บ ตาย แต่มีหมอวิเศษท่านหนึ่ง รักษาให้หายได้
หมายความว่า โรคแก่ โรคเจ็บ โรคตาย หมอที่เป็นคนธรรมดา จะเป็นหมอแผนโบราณ หมอปัจจุบัน ก็รักษาให้หายไม่ได้ แต่ยังมีหมอวิเศษคือพระพุทธเจ้ารักษาให้หายได้ ตัวอย่างหญิงสาวชื่อ กีสาโคตมี มีลูกคนแรกกำลังน่ารักเกิดเสียชีวิต นางเกิดทุกข์มากเพราะโรคความตายของลูก อุ้มศพลูกเที่ยวหาหมอ เพื่อรักษาลูกที่ตายแล้วนั้นให้หาย ไม่มีหมอที่ไหนรักษาได้ จนมาพบกับหมอพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าให้นางไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาด มาประกอบเป็นตัวยา แต่ต้องเอาในหมู่บ้านที่ยังไม่มีคนตาย ปรากฏว่านางหาไม่ได้ เพราะมีคนตาย แล้วทั้งนั้น จึงเกิดปัญญาขึ้นมาว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง โรคที่เกิดเพราะความตายของลูกจึงหายไป นั้นพระพุทธเจ้าเป็นหมอวิเศษที่รักษาโรคนี้ให้หายได้

ตอนที่ 54บัณฑิตจะไม่สนใจว่าใครพูด แต่จะสนใจว่าเขาพูดอะไร
หมายความว่า ผู้เป็นบัณฑิต อันได้แก่ผู้มีปัญญา จะรับฟังได้ในคำพูดของคนทุกคน จะไม่คำนึงถึงว่าผู้พูดนั้นเป็นใคร จบการศึกษาระดับใด หรือทำการงานอะไร เมื่อฟังแล้วนำมาคิดใคร่ครวญ ถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ ในคำพูดนั้นๆ เพราะทุกคนจะมีความรู้ความสามารถไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไปตามสาขาการศึกษา และอาชีพการงานที่ได้กระทำติดต่อกันมา

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณธรรมนำชีวิต17

ตอนที่ 49ความดีหรือความชั่ว ตัวมีโอกาสทำได้พอๆ กัน
หมายความว่า ความดีหรือความชั่วนี้ มีโอกาสทำได้พอๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ทำ ที่พูดว่า ความดีทำยาก ความชั่วทำง่าย คำพูดนี้ไม่เป็นจริง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความดี อันคนดีทำง่ายได้ง่าย คนชั่วทำได้ยาก ความชั่ว อันคนชั่วทำได้ง่าย คนดีทำได้ยาก ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนทำ

ตอนที่50 เกี่ยวกับกติกาของสังคม จะมีคนอยู่สองพวก พวกหนึ่งนำกติกาเข้าหาตัว อีกพวกนำตัวเข้าหากติกา
หมายความว่า เมื่อเกิดกติกาของสังคมขึ้นแล้ว จะมีคนเกี่ยวข้องกับกติกานั้นอยู่ 2 พวก คือพวกหนึ่งนำกติกาเข้าหาตัว คือใช้กติกานั้นเพื่อประโยชน์แก่ตัวและพวกของตัว ถ้าเห็นกติกาเปิดช่องเอาทันที อีกพวกหนึ่งนำตัวเข้าหากติกา จะไม่ทำ ไม่เอาประโยชน์จากกติกานั้น

ตอนที่ 51 เมื่อได้รักษาใจ กติกาหรือวินัยมีได้ครบ
หมายความว่า เมื่อได้รักษาใจให้อยู่ในภาวะที่เป็นปกติแล้ว กติกาหรือวินัยสักกี่อย่างก็มีได้ครบ เพราะใจได้ยอมรับกติกาหรือวินัยนั้นเสียแล้ว ทำได้อย่างนี้ ความสงบสุขเกิดขึ้นอยู่กับหมู่คณะ แล้วส่งผลให้ตนเองมีความสงบสุขด้วย เพราะตนก็อยู่ในสังคมนั้นด้วย

คุณธรรมนำชีวิต16

โดยสุรวิทย์ คงทอง

ตอนที่ 46 ความสุขอยู่ที่ไหน ? อ๋อ! อยู่ที่ใจตนเอง
หมายความว่า ความสุขมีอยู่แล้วที่ใจ เมื่อใจไม่กวัดแก่วงไปกับอารมณ์ที่มากระทบ ที่เราไม่พบกับความสุข เพราะปล่อยใจให้กวัดแกว่งไปกับอารมณ์ต่างๆ การที่ทำใจไม่ให้กวัดแกว่ง ก็โดยการรู้เท่าทันกับอารมณ์ที่มากระทบนั้น โดยรู้ว่า มันเป็นอย่างนั้นเอง ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ตถาคต (เป็นเช่นนั้นเอง) คือเกิดขึ้น เปลี่ยนไป แล้วดับไป ทำใจให้รู้ได้อย่างนี้แล้ว จะไม่ยึดมั่นให้เกิดทุกข์ ส่วนมีหน้าที่ใดก็ทำไป นั่นคือ ความสุข ทำนองเดียวกับผ้า เมื่อไม่สกปรก นั้นคือสะอาด

ตอนที่ 47รางวัลภายนอก ไม่สำคัญเท่ารางวัลภายใน คือที่ใจเป็นสุข
หมายความว่า คนเราทุกคนเกิดมาต้องการให้ชีวิตมีความสุขเป็นรางวัล แต่บางคนไม่พบกับรางวัลนี้ เพราะไม่รู้จักคำว่า ความสุขเป็นอย่างไร บางคนคิดว่าความสุขอยู่ที่สิ่งต่างๆ จึงเที่ยววิ่งหากัน อาจจะพบ แต่นั้นเป็นแต่เพียงสนุกรื่นเริงชั่วขณะเท่านั้น เมื่อผ่านไปจึงเที่ยววิ่งหาอีก ยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่งคือความสุขใจ หมายถึงใจมีความสงบเย็น ซึ่งมีอยู่แล้วไม่ต้องวิ่งหา เพียงแต่รักษาจิตให้มีความเป็นปกติอยู่ ดังพุทธภาษิตว่า นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง สุขใดยิ่งกว่าจิตสงบเย็น เป็นไม่มี

ตอนที่ 48 หมู่คณะให้ประโยชน์แก่เรา จงเอาใจใส่ต่อหมู่คณะ
หมายความว่า เราอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่เป็นหมู่คณะ แล้วอาศัยหมู่คณะนั้น จึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ด้วย อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อหมู่คณะ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ให้เอาใจใส่กระทำ โดยคิดอยู่เสมอว่า เราจะไม่กระทำในสิ่งที่เป็นโทษ แต่จะกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วจะกระทำทันทีเมื่อได้โอกาส

คุณธรรมนำชีวิต15

ตอนที่ 43 เมือตามืดมัว จะมองเห็นมั๋ว ไม่ถูกต้อง
หมายความว่า เมื่อใดก็ตาม ถ้าตาเกิดมืดมัว จะเห็นจะรู้ จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ผิดพลาด ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นตานอก คือตาเนื้อ หรือตาใน คือตาใจ จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ผิดพลาด เช่นตานอกเห็นเชือกเป็นงู ตาในเห็นร่างกายเป็นเราเป็นของเรา โดยความเป็นจริงไม่ได้เป็นเรา ไม่ได้เป็นของเรา เพราะเราบังคับอะไรไม่ได้สักอย่าง จะบอกว่า อย่าแก่ มันก็ยังแก่ อย่าเจ็บ มันก็ยังเจ็บ อย่าตายมันก็ยังตาย ฯลฯ ตาเนื้อมืดมัว ไม่ร้ายแรงเท่ากับตาใจ เพราะตาใจมืดมัวแล้ว เกิดผลร้ายข้ามภพข้ามชาติ

ตอนที่ 44 ให้สติมาทัน ได้ป้องกันผีร้าย
หมายความว่า เมื่อได้มีสติกำกับอยู่ทุกเมื่อ จะปล่อยภัยจากอันตรายต่างๆ ซึ่งเปรียบเหมือนกับผีร้าย ในทีฆนิกาย ปฏิกวรรค ได้กล่าวไว้ 6 ผี มีดังนี้

ผีที่หนึ่ง ชอบดื่มสุรา เป็นอาจิณ ไม่ชอบกิน ข้าวปลา เป็นอาหาร

ผีที่สอง ชอบเที่ยว ยามวิกาล ไม่รักบ้าน รักลูก รักเมียตน

ผีที่สาม ชอบดู การละเล่น ไม่ละเว้น บาร์คลับ ละครโขน

ผีที่สี่ ชอบคนชั่ว มั่วกับโจร หนีไม่พ้น อาชญา ตราแผ่นดิน

ผีที่ห้า ชอบเล่นม้า กีฬาบัต สารพัด ถั่วโป ไฮโลสิ้น

ผีที่หก ชอบเกียจคร้าน การทำกิน มีทั้งสิ้น หกผี อัปรีย์เอย

ตอนที่ 45 ดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวคนทำ
หมายความว่า จะเป็นคนดีหรือคนชั่ว อยู่ที่ตัวเองเป็นผู้กระทำ คนดี เขาจะกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ดีหรือชั่ว ทำเอาเอง คนอื่นทำให้ไม่ได้ ท่านจะเป็นคนแบบไหน โปรดคิดดู



โดยสุรวิทย์ คงทอง

คุณธรรมนำชีวิต14

ตอนที่ 40โลกนี้เป็นที่พักชั่วคราว เมื่อได้เวลาก็จากไป ไม่มีอะไรที่เอาติดตัวไปได้

หมายความว่า เรามาอยู่ในโลกช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อได้เวลาพอสมควรก็จากไป ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปได้สักอย่างเดียว และในขณะที่มีชีวิตอยู่นี้ ก็ได้ใช้ได้บริโภคสิ่งของต่างๆ ในโลกไปเป็นจำนวนมาก จึงควรที่จะทำใช้คืนแก่โลกก่อนจะจากไป เพื่อผู้ที่มาใหม่ได้ใช้ได้บริโภคต่ออีก อย่าคิดแต่จะใช้จะบริโภคอย่างเดียว ไม่อย่างนั้น ทรัพย์สมบัติจะหมดโลก

ตอนที่ 41ทรัพย์ทุกชนิดที่เราใช้ ได้จากธรรมชาติ แม้แต่ชีวิตเรา ในที่สุดก็ทิ้งไว้ให้กลับไปสู่ธรรมชาติ

หมายความว่า ดังบทประพันธ์ว่า

ยศและลาภ หายไป ไม่ได้แน่ คงเหลือแต่ ต้นทุน บุญกุศล

ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ

เมื่อเจ้ามา มีอะไร มากับเจ้า เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน

เมื่อเจ้ามา มือเปล่า จะเอาอะไร เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

ตอนที่ 42 เราถูกสมมุติว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ที่จริงแล้ว เป็นแต่เพียงธรรมชาติหนึ่งเท่านั้น
หมายความว่า ที่เราได้เป็นอยู่มีอยู่ เป็นแต่เพียงสิ่งที่ถูกสมมุติ มีลักษณะเป็นมายา ที่เป็นไปตามเหตุและปัจจัยที่ปรุงแต่งขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้เป็นจริงๆ หรอก จงรู้เท่านันมัน แล้วปฏิบัติให้พอเหมาะกับสิ่งสมมุตินั้นๆ



โดย อาจารย์ สุรวิทย์ คงทอง

คติธรรมนำชีวิต13

ตอนที่37 ทำดีด้วยมือซ้าย อยู่ให้มือขวาเห็น

หมายความว่า อย่าง ทำความดีเพื่อโอ้อวดต่อสาธารณะชน ว่าตัวเองเป็นคนดีที่ควรได้รับการยกย่อง แต่ให้ทำความดีเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดี คือสิ่งที่ทำไปแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หากกลับเป็นประโยชน์แก่ตนเอง และผู้อื่น ทำได้อย่างนี้ จิตใจจะบริสุทธิ์ ไม่มัวหมอง ไปกับการกระทำนั้น ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของชีวิต

ตอนที่38 ที่ผู้อื่นเห็นแล้วเกิดการผิดปกติทางจิต การกระทำนั้น จัดว่าเป็นบาป
หมายความว่่า ใน ศาสนาใหญ่ๆ ทุกศาสนา มีจุดประสงค์ให้กระทำที่ตัวเองก่อนคือให้ทำตัวเองไม่ให้อยู่ภายใต้อำนาจของ กิเลสตัณหาซาตาน เืมื่อไม่อยู่ในอำนาจกิเลสตันหาซาตานแล้ว ก็แสดงออกมาภายนอกที่ผู้อื่นเห็นแล้ว ไม่เกิดการผิดปกติทางจิต จึงไม่เป็นบาป คือไม่ทำให้ใครผู้ใดเดือดร้อน ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของทุกศาสนา

ตอนที่39 ทำความดี เพราะเป็นสิ่งที่ดี เป็นศักดิ์ศรีของชีวิต
หมายความว่า เมื่อ ได้ทำสิ่งที่ดี คือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อันเกิดแก่ตนเอง แก่ผู้อื่นไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ตนเองก็ไม่เดือดร้อน จิตใจไม่เศร้าหมอง แม้แต่อยากได้ความดีก็ไม่มี ที่ทำไปเพราะเหตุว่าสิ่งนั้นมันดี ทำความดีไปด้วยจิตใจที่เป็นปกติ ใครก็ตามถ้าได้ทำอย่างนี้ จึงเกิดเป็นศักดิ์ศรีแก่ชีวิต ที่ว่าเป็นสิ่งดี เพราะมันดี ไม่ใช้ทำดีเพราะอยากได้ดี อยากสินจ้างรางวัล หากแต่ทำดีเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งดี



สุรวิทย์ คงทอง

คุณธรรมนำชีวิต12

ตอน 34 ความเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จะอยู่ได้ที่ทั่วโลก

หมายความว่า ผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความสัมมาคารวะต่อผู้อื่น จะไม่มีใครเกลียด มีแต่คนรัก จึงอยู่ที่ไหนก็ได้ ซึ่งต่างกับคนโอหังอวดดี คนที่มีลักษระอย่างนี้จะมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนเกลียด บางคน แม้ในบ้านพ่อก็ยังอยู่ไม่ได้

ตอนที่ 35 กำลังในร่างกาย เปรียบได้กับทรัพย์สมบัติ
หมายความว่า ทรัพย์สมบัติ ถ้าเท่าแต่ใช้ ไม่หาเพิ่ม ก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว ฉันใด กำลังในร่างกายก็ทำนองเดียวกัน ถ้าไม่หาเพิ่มก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว วิธีหากำลังเพิ่ม คือทำให้ัร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว จะทำในเชิงของกีฬา หรือทำงานในชีวิตประจำวันก็ได้ แต่ทำให้พอเหมาะกับร่างกายของตน

ตอนที่ 36 เงินทองของนอกกาย อย่าให้มันเป็นนาย จะบาดใจ
หมายความว่า จะทำอะไร อย่างเอาเงินทองหรือวัตถุเป็นจุดหมาย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่มั่นคงถาวร มีแล้วเปลี่ยนไป ในที่สุดมันก็หมดไป ให้เอาความถูกต้องเป็นจุดหมาย เพราะความถูกต้องเป็นสัจจธรรมที่มั่นคง อยู่ได้นาน



โดย สุรวิทย์ คงทอง

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณธรรมนำชีวิต10

ตอนที่ 31 พึงแก้ไขความตระหนี่ด้วยการให้

หมายความว่า เมื่อได้ทราบข่าวว่าเขาผู้นั้นเป็นคนตระหนี่ ถ้าได้โอกาสควรจะแบ่งสิ่งของให้แก่เขาบ้าง หรือส่งของไปให้เขาโดยที่ไม่ต้องแจ้งชื่อของผู้ส่งให้่ ทำได้อย่างนี้ จะลดความตระหนี่ลง อย่างคิดว่าผู้ตระหนี่นั้นไม่เกี่ยวกับเรา เพราะความตระหนี่เป็นสนิมของสังคม

ตอนที่ 32 เวลาเป็นสิ่งมีค่า คนมีปัญญาจะใช้ให้เกิดประโยชน์
หมายความว่า เวลา จะหมุนไป ไม่มีการหยุดนิ่งหรือย้อนกลับ ขณะที่ล่วงไปทำให้ชีวิตของสิ่งต่างๆ สั้นลง รวมทั้งชีวิตของคนด้วย ดังนั้นผู้มีปัญญาจึงทำเวลาให้เป็นประโยชน์ ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น จะไม่ปล่อยให้เวลาล่วงไปเสีย เปล่าๆ แต่คนโง่จะไม่เห็นคุณค่าของเวลา ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าๆ

ตอนที่ 33 ขับรถผ่าห่าฝน ทนขับช้าดีกว่าขับเร็ว
หมายความว่า ขับ รถในขณะที่ฝนตกหนักให้ลดความเร็วขับให้ช้าลง แม้ว่าถึงจุดหมายช้าก็ยังดีกว่าที่ขับรถเร็ว ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ทำให้เสียชีวิตและทรัพย์สินได้ ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า จงรักษาให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

คติธรรมนำชีวิต9

ตอนที่ 28 ช่วยคนที่ทะเลาะกันให้กลับดี เป็นบุญบารมีของชีวิต หมายความว่า เมื่อ เห็นคนที่ทะเลาะกัน บาดหมางกัน พูดให้เขาดีกัน ประสานสามัคคีกัน เขาจะเป็นมิตรเพิ่มขึ้่น (มิตร = เมตตา หมายถึงความรักผู้อื่น ที่ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข) เราเองก็มีมิตรเพิ่มขึ้น การที่มีมิตรมาก เป็นสิ่งที่ประเสริฐดังที่คนโบราณพูดไว้ว่า ในชีวิตของเรา มีศัตรีเพิ่มคนมากไป มีมิตรพันคนวังน้อยไป

ตอนที่ 29 พึงทำให้คนหายโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ หมายความว่า เมื่อ มีใครโกรธเรา เราจะไม่โกรธตอบ ยังกลับมาดีกับเขา โดยการส่งยิ้มให้เขา ชวนเขาคุย หรือให้การช่วยเหลือแก่เขาเท่าที่ช่วยเหลือได้ทำได้อย่างนี้ นอกจกได้มิตรเพิ่มแล้ว จิตใจเราจะเป็นสุขสงบเย็น

ตอนที่ 30 เมื่อเข้าคิวรับการบริการ ถ้าได้เปิดโอกาสให้ผู้่รีบร้อนก่อน เราจะได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น หมายความว่า เมื่อ ต่อคิืวกันเพื่อเข้ารับบริการในโอกาสต่างๆ ถ้าเห็นว่ามีผู้รีบร้อน ได้อนุญาตให้เขาเข้าบริการก่อน เราจะได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น โดยที่ลงทุนแต่น้อย ถ้าทำได้อย่างนี้ หรือจิตคิดได้อย่างนี้ จิตของเราจะไม่เศร้าหมอง แม้ได้มีผู้ลัดคิวเข้าบริการก่อน

ความดีแท้และความดีปลอมตามทัศนะของเหลี่ยวฝาน

จากงานเขียนที่เป็นปรัชญามหายาน ในโอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน ได้กล่าวถึงความดีแท้และความดีปลอม อยู่ในโอวาทที่ 3 ในข้อที่ 8 ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความดีแท้และความดีปลอม ที่น่าจะยังใช้ได้ดีในสังคมปัจจุบัน ได้ก่ล่าวถึงการตีคน การด่าคนที่โลภมากอยากได้ของคนอื่น ที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นการทำความชั่ว และการนับถือเคารพผู้อื่น การอ่อนน้อถ่อมตนมีมารยาท คนอื่นโดยทั่วไปถือว่าเป็นการกระทำความดี แต่ท่านเหลี่ยวฝานก็บอกว่า การแสดงออกดังกล่าว ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเป็นการกระทำความดีหรือความชั่ว แต่ให้พิจารณาให้ลึกซึ้งก่อน ที่ให้ตระหนักถึงเจตนา เป้าหมายของการกระทำเป็นปัจจัยที่สำคัญ จึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่า เป็นการกระทำความดีหรือความชั่ว


โดยท่านได้ชี้ให้เห็นชัดลงไปว่า ถ้ามีประโยชน์ต่อส่วนรวม ถึงแม้เป็นการตีคน ด่าคน ก็ถือว่าเป็นการทำความดี ถ้ากระทำโดยเห็นแก่ตัว ถึงเคารพผู้อื่น อ่อนน้อมให้ผู้อื่นก็ยังถือว่าเป็นการกระทำความชั่ว ในการดำรงชีวิต ทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ เป็นความดีแท้ ทำให้ตนเองได้รับประโยชน์เป็นความดีปลอม การกระทำที่เกิดจากส่วนลึกของหัวใจแล้วออกมาเป็นการกระทำที่ยังประโยชน์ให้ผู้อื่นและคนส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นความดีแท้ ส่วนการแสดงออกเพื่อให้คนอื่นเห็นถึงความดี เพื่ออวดความดีคือว่าเป็นความดีปลอม ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นความดีแท้ มีเป้าหมายบางอย่างจึงไปช่วยเหลือผู้อื่นเป็นความดีปลอม

สำหรับโอวาทที่ 3 ข้อ 9 นั้น ที่บ่งให้ทราบถึงการทำความดี ที่ไม่อาจใช้ตาดู หูฟัง แต่ต้องเริ่มที่ใจของตนเอง เริ่มไตร่ตรอง สำรวจตัวเองอย่างระมัดระวัง อาศัยกำลังใจของตัวเองซักฟอกจิตใจให้ใสสะอาด ไม่ว่าจะทำอะไรให้นึกถึงประโยชน์สุขของผู้อื่น แล้วทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่แฝงไว้ด้วจเจตนาที่ต้องการการตอบแทนจากใครจึงจะเป็นความดีโดยบริสุทธิ์ใจ การทำความดีเพื่อเอาใจผู้อื่น หวังการตอบแทน ก็ไม่ใช่ความดีที่เกิดจากความบริสุทธิ์ใจแล้ว การเสแสร้งเพทุบายเพื่อหวังประโยชน์ตนเป็นที่ตั้ง เป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ จะถือเป็นความดีปลอม นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการแสดงออกที่เป็นการกล้าพูดกล้าทำโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น จึงจะเป็นคนดีแท้ ต่างกับคนที่คล้อยตาม ใครชักจูงอย่างไรก็ไปอย่างนั้น นักปรัชญามองว่าเป็นผู้ร้ายในคุณธรรม

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณธรรมนำชีวิต9

ตอน 25 พึงแก้ไขความตระหนี่ ด้วยการให้
หมายความว่า เมื่อได้ทราบว่าเขาผู้นั้นเป็นคนตระหนี่ ถ้าได้โอกาสควรจะแบ่งสิ่งของให้แก่เขาบ้าง หรือส่งของไปให้เขาโดยที่ไม่ต้องแจ้งชื่อของผู้ส่งให้ ทำได้อย่างนี้ จะลดความตระหนี่ลง อย่างคิดว่าผู้ตระหนี่นั้นไม่เกี่ยวกับเรา เพราะความตระหนี่เป็นสนิมของสังคม

ตอนที่ 26 เวลาเป็นสิ่งมีค่า คนมีปัญญาจะใช้ให้เกิดประโยชน์
หมายความว่า เวลาจะหมุนล่วงไป ไม่มีการหยุดนิ่งหรือย้อนกลับ ขณะที่ล่วงไปทำให้ชีวิตของสิ่งต่างๆ สั้นลง รวมทั้งชีวิตของคนด้วย ดังนั้นผู้มีปัญญาจึงทำเวลาให้เป็นประโยชน์ ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น จะไม่ปล่อยให้เวลาล่วงไปเสียเปล่าๆ แต่คนโง่จะไม่เห็นคุณค่าของเวลา ปล่อยให้เวลาเสียไปเปล่าๆ

ตอนที่ 27 ขับรถผ่านห่าฝน ทนขับช้าดีกว่าขับเร็ว
หมายความว่า ขับรถในขณะที่มีฝนตกหนักให้ลดความเร็ว ขับให้ช้าลง แม้ว่าถึงจุดหมายช้าก็ยังดีกว่าที่ขับเร็ว ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ทำให้เสียชีวิตและทรัพสินได้ ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่า จงรักษาให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

คุณธรรมนำชีวิต8

ตอนที่ 22 ช่วยคนที่ทะเลาะกันให้กลับดี เป็นบุญบารมีของชีวิต
หมายความว่า เมื่อเห็นคนที่ทะเลาะกัน บาดหมางกัน พูดให้เขาดีกัน ประสานสามัคคีกัน เขาจะมีมิตรเพิ่มขึ้น (มิตร= เมตตา หมายถึงความรักผู้อื่น ที่ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข) เราเองก็มีมิตรเพิ่มขึ้น การที่มีมิตรมาก เป็นสิ่งที่ประเสริฐ ดังที่คนโบราณพูดว่า ในชีวิตของเรา มีศัตรูหนึ่งคน มากไป มีมิตรนับพันคนยิ่งน้อยไป

ตอนที่ 23 พึงทำให้คนหายโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ
หมายความว่า เมื่อมีใครโกรธเรา เราจะไม่โกรธตอบ ยังกลับดีกับเขา โดยการส่งยิ้มให้เขา ชวนเขาคุย หรือให้การช่วยเหลือแก่เขาเท่าที่ช่วยเหลือได้ ทำได้อย่างนี้ นอกจากได้มิตรเพิ่มแล้ว จิตใจของเราจะเป็นสุขสงบเย็น

ตอนที่ 24 เมื่อเข้าคิวเพื่อรับบริการ ถ้าได้เปิดโอกาสให้ผู้รีบร้อนก่อน เราจะได้มีมิตรภาพเพิ่มขึ้น
หมายความว่า เมื่อต่อคิวกันเพื่อเข้ารับบริการในโอกาสต่างๆ ถ้าเห็นว่ามีผู้รีบร้อน ได้อนุญาตให้เขาเขารับบริการก่อน เราจะได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น โดยที่ลงทุนแต่น้อย ถ้ดทำได้อย่างนี้ หรือจิตคิดได้อย่างนี้ จิตของเราจะไม่เศร้าหมอง แม้ได้มีผู้ลัดคิวเข้ารับบริการก่อน

คุณธรรมนำชีวิต7

ตอนที่19 คนส่วนใหญ่ไม่ฉลาดกว่าไก่ เท่าใดนัก
หมายความว่า ไก่ที่ถูกขังไว้คอยเชือด มันยังจิกตีกัน แย่งกันอยู่ แย่งกันกินเหตุเพราะมันคิดไม่เป็น เนื่องจากมันเป็นไก่ ไม่ได้รับการศึกษา ส่วนคนได้รับการศึกษา บางคนเรียนถึงปริญญาเอก แต่ยังมีความคิดไม่ดีไปกว่าไก่พวกนี้เท่าใดนัก เพราะถูกขังอยู่ในวัฏฏสงสาร ถูกมัจจุราชคอยเชือดไม่มีเหลือ เช่นเดียวกับไก่ แต่ยังแย่งกันอยู่แย่งกันกิน ทำร้ายกัน ถ้ามีความคิดที่ดีกว่าไก่ ก็น่าจะแบ่งกันอยู่แบ่งกันกิน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แม้ว่าชั่วเวลาอันสั้นน้อยนิด ก็ยังดี

ตอนที่20 ชีวิตคือการเดินทาง จะบกับขวากหนามเวลาเดิน
หมายความว่า เทราทุกคุนเป็นผู้เดินทาง ไปสู่จุดหมายของชีวิต ระยะทางอาจจะสั้น-ยาวไม่เท่ากัน ระหว่างทางเดินอาจจะพบกับอุปสรรคต่างๆ ผู้มีปัญญาย่อมยินดีจะแก้อุปสรรคนั้นๆ แต่คนไม่มีปัญญาจะหนีอุปสรรค เช่นฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นการกระทำที่น่าละอาจต่อสัตว์ เพราะไม่เคยทราบ่ามีสัตว์ตัวใด ที่หนีอุปสรรคด้วฆ่าตัวตาย

ตอนที่21 ความสุขถ้าวิ่งหา จะไขว่คว้าเอาความผิดหวัง
หมายความว่า ความสุขจะพบได้เมื่อหยุดวิ่งไขว่คว้า คือหยุดแล้วทำจิตใจให้สงบเย็น จึงจะพบกับความสุขที่แท้จริง ตรงกับพุทธภาษิตที่แปลเป็นไทยความว่า ความสุขใด ยิ่งกว่าความสงบ ย่อมไม่มี ถ้าวิ่งหา อย่างดีได้แต่ความสนุกสนานเท่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นความสุข



สุรวิทย์ คงทอง

คุณธรรมนำชีวิต6

ตอนที่ 16 ทำให้ผู้อื่นมีความเห็นตรงกับเราเป็นสิ่งที่ยาก
แต่ถ้าปรับใจเราให้รู้เท่าทันเขาจะง่ายกว่าหมายความว่า การที่จะทำให้ผู้อื่นมีความเห็นตรงกับที่เราเห็น เป็นสิ่งที่ยากมากเพราะคนเรามีสติปัญญาและประสบการณ์ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าจะปรับใจเราให้รู้เท่าทันต่อสิ่งต่างๆ ที่เราได้พบเห็น จะเป็นการง่ายกว่า เพราะทำที่ตัวเราคนเดียว ดังนั้น จงคิดทำและปรับปรุงที่ตัวเราให้มากเถิด

ตอนที่ 17 พบท่านให้ยกมือไหว้ จะได้มิตรทันที
หมายความว่า เมื่อได้พบกับใครผู้ใด ให้ยกมือไห้วทันที แล้วก็จะได้มิตรทันทีเหมือนกัน ไม่ต้องพกพระเมตตามหานิยมชนิดไหนอีก เพราะนั่นแหละเป็นพระเมตตามหานิยมองค์จริงแล้ว

ตอน18 ทำศัตรูให้กลายเป็นมิตร อย่าทำมิตรให้กลายเป็นศัตรู
หมายความว่า พยายามทำคนที่ไม่ชอบเราให้กลับมาชอบเรา โดยทำให้เห็นว่าเราไม่ได้รังเกียจเขา เราพร้อมเป็นเพื่อนที่ดีของเขา ส่วนผู้ที่เป็นมิตรอยู่แล้ว ก็ให้รักษาความเป็นมิตรนั้นไว้ได้นานตลอดไป โดยวิธี แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ นำตัวเข้าไปทำกิจกรรมที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน และรักใคร่กัน



สุรวิทย์ คงทอง

คุณธรรมนำชีวิต5

ตอนที่ 13 มองผู้อื่นด้วยความเป็นมิตร จิตเราสดใส
หมายความว่า ให้มีความรักที่เป็นเมตตาต่อผู้อื่นตลอดเวลา จิตใจของเราจะรู้สึกสดใส ไม่ขุ่นมัว ในทางตรงกันข้าม ถ้าจิตใจมีความรู้สึก เกลียด โกรธ จะมีความขุ่นมัว เศร้าหมอง ผู้ที่เรารู้สึก เกลียด โกรธ เขาอาจจะอยู่สบายอยู่แล้วเรารู้สึก เกลียด โกรธ ให้จิตใจขุ่นมัว เศร้าหมอง ทำไม

ตอนที่ 14 ส่งยิ้มให้แก่กัน จะพบสวรรค์ทันที
หมายความว่า เมื่อได้ยิ้มให้แก่กันแล้ว จิตใจจะรู้สึกสดชื่นเบิกบาน ไม่ขุ่นมัว มีลักษณะเป็นสวรรค์ ตรงกันข้าม ถ้าส่งหน้าบึ้งเข้าหากัน จิตใจจะรู้สึกเศร้าหมอง ขุ่นมัว เร่าร้อน เป็นนรก ท่านไม่คิดจะยิ้มให้แก่กันดอกหรือ...การยิ้มไม่ต้องลงทุน แต่มีคุณอนันต์

ตอนที่ 15 หัดมองในส่วนดี มีสุขจริง
หมายความว่า คนที่เราได้พบ ได้เกี่ยวข้องกันอยู่นี้ มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันไปต่าง ๆ นาน ถ้ารู้จักมองจะเห็นว่าความแตกต่างนานากันนั้น เป็นประโยชน์ทั้งนั้น แม้สิ่งที่คนส่วนมากว่าไม่ดี ถ้ารู้จักมองก็จะได้ประโยชน์อีก อ๋อ...อย่างนี้ไม่ดีเหร่อ... เราจะได้สังวรเอาไว้ ไม่ทำลงไป เมื่อมองได้อย่างนี้ จะไม่มีสิ่งใดที่ได้พบเห็น จะทำให้เรารู้สึกคับข้องใจ มองได้อย่างนี้ มีความสุขตลอดเวลา