หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเตรียมคนในศตวรรษที่ 21

การพัฒนาความรู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 นี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเพิ่มปริมาณขึ้นแบบก้าวกระโดด ที่เห็นได้ง่ายๆ เช่นในปี 1984 มีจำนวนอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต เพียงไม่เกิน 1000 รายการ ในปี 1992 จำนวนอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตเพ่ิมมากขึ้นเป็นประมาณ 1 ล้านรายการ และในปี 2008 มีจำนวนอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1000 ล้านรายการ จำนวนเทคนิค ข่าวสารใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกสองปี สำหรับนักศึกษาที่เรียนปริญาตรี 4 ปี พบว่าครึ่งหนึ่งของที่ศึกษากันในปีที่ 1 จะล้าสมัยไปในปี่ที่ 3


ผลสำรวจด้านอาชีพพบว่าอาชีพอันเป็นที่ต้องการ 10 อันดับแรกในปี 2010 นั้น ไม่มีอาชีพนี้อยู่ในปี 2004 แสดงว่าเป็นอาชีพเกิดใหม่ๆ ในภาวะปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเรากำลังเตรียมนักศึกษาเพื่องานที่ยังไม่มีอยู่ในขณะนี้ และในอนาคตอาจใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมา และเพื่อที่แก้ปัญหาที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นปัญหาอะไรด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุดังกล่าวนี้กระมัง ที่ทำให้ผู้เรียนในศตวรรษนี้ต้องเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ (learning how to learn) มากขึ้น รู้วิธีที่จะแสวงหาความรู้มากขึ้น อันเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง สิ่งที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ สถานศึกษาจะต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และให้ทุกที่เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นที่ฝึกปฏิบัติที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้

คุณภาพการศึกษาของโลก

จากการสำรวจผลสัมฤทธฺิ์ทางการเรียนต่อเนื่องมาของจังหวัดเรานั้น วิชาหลักคือวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษลดตำลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในระดับประเทศก็ลดลง ซึ่งสอดคล้องไปกับผลสำรวจวของ แมคคินซี ที่พบว่าการศึกษาของประเทศส่วนใหญ่ลดลง ส่วนน้อยที่เพิ่มขึ้นคือ สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี และอเมริกาใต้ ที่ดีขึ้นได้เพราะปัจจยทั่วไป ที่มีการปรับปรุงภายในอย่างต่อเนื่อง การมีวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจเป็นปัจจัยเฉพาะตัว


วิกฤติทางการศึกษาคนภายนอกที่มาชี้ให้เห็นนั้นผู้นำทางการเมือง จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง แน่นอนว่าการมีวิกฤติต่างๆ คุณภาพการศึกษาจะไม่ดีขึ้น คุณภาพการศึกษาที่ลดลงสะท้อนภาพให้เห็นถึงคุณภาพของประชาชนที่ลดลง ที่จะส่งผลก่อให้เกิดวิกฤติอื่นตามมาและยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาลดต่ำลงไปอีก หากการศึกษาดีมีคุณภาพ คนก็มีคุณภาพโอกาสแก้ปัญหาต่างๆได้ดีขึ้น ความแตกแยกก็ลดลง อะไรๆ ก็ดูดีไปหมดเมือพัฒนาการศึกษาให้มากขึ้น

มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจของประเทศกานา จากที่เคยมีการศึกษาที่แย่มาก พัฒนาขึ้นสู่การศึกษาที่ดี โดยการเน้นที่การเพิ่มความสามารถของครู และเน้นให้นักเรียนเรียนเลข อ่าน เขียนให้ได้ ในประเด็นนี้เป็นไปได้ว่าเมื่อนักเรียนอ่านเขียนคล่อง และมีคณิตศาสตร์เป็นรากฐานแล้วก็จะทำให้เก่งวิชาอื่นๆ ตามไปด้วยจึงน่าทำวิจัยว่าถ้านักเรียนเก่งคณิตศาสตร์แล้ววิชาอื่นๆ ก็จะดีตามไปหรือไม่

ในการแบ่งระดับคุณภาพสำหรับประเทศที่พัฒนาไปสู่การศึกษาที่ดีดังเช่นประเทศกานา จะมีคำที่ใช้แบ่งกันคือ to good นั่นก็หมายถึงต้องมีระบบการเรียนการบริหารที่ดี เมื่อรักษาระบบไว้ได้และมีการพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้น ก็จะเป็น good to greate และบางประเทศสามารถปรับปรุงตัวโรงเรียนคุณภาพของผู้เรียนโดยเน้นที่นวัตกรรมต่างๆ ก็จะได้ในระดับ great to exellent แต่ถ้าเมื่อไรคุณภาพลดลงเรื่อยๆ แม้แต่ to good ก็อาจไม่ได้

Roadmap กระทรวงศึกษาธิการ กับแหล่งเรียนรู้ราคาถูก

ได้อ่านroad map ในการปฏิรูปการศึกษา การขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พศ.2533-2554 สาระสำคัญก็มีในเรืองการศึกษาตลอดชีวิต ที่ส่วนราชการมีการประชุมชี้แจงสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นผลเมือง (civic education) บางคนก็สงสัยว่าก็เป็นพลเมืองอยู่แล้วทำไมต้องสร้างพลเมืองกันอีก ความเป็นพลเมืองที่ต้องมีการให้การศึกษากันนั้นคงไม่ธรรมดาที่ต่างๆไปจากที่เป็นอยู่แน่นอน ง่ายที่สุดคงจะต้องเป็นผู้มีความรู้ดังที่กล่าวข้างต้นว่าต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มีความรู้ปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลง แต่ที่มากกว่านั้นที่เป็นปัญหาสังคมไทยอยู่ทุกวันนี้ก็คือ การมีจิตสาธารณะและไม่มีพฤติกรรมทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนลำบากใจหรือทำให้สิทธิส่วนร่วมต้องเสียหาย ในฐานะเป็นผลเมืองก็ต้องคิดว่าทำอะไรสักอย่างผู้อื่นเดือดร้อนหรือเปล่าไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แล้วเราก็จะมีความเห็นอกเห็นใจกันอย่างแท้จริงเป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นเอง และถ้าให้สูงขึ้นไปกว่านั้นความเป็นพลเมืองก็คือได้ช่วยเหลือสังคมอะไรบ้าง สร้างสรรค์อะไรขึ้นที่ก่อให้เกิดความสงบสุข และก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตของคนโดยรวมดีขึ้น


ในroad map อีกเรื่องที่สำคัญคือ องค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีการตั้งคลังความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เผยแพร่องค์ความรู้ศึกษาค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์ ให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านี้ ที่ผ่านทางกศน.ตำบล จัดให้มีมุมคลังความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ มีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินการ ในการสร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูก โดยพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 7409 แห่ง สร้างแหล่งเรียนรู้ระดับตำบล 2,700 แห่ง สนับสนุนสื่อวัสดุอุปกรณ์ บริการอินเตอร์เน็ต พัฒนา e-Learning ตลอดจนการวิจัยพัฒนาติดตามประเมินผล

สำหรับแหล่งเรียนรู้ราคาถูก การสร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูกจาก road map ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นอะไรได้บ้าง ถ้าคาดการณ์ดูก็น่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติที่มีการจัดระบบ กำหนดขึ้นศูนย์เรียนรู้ต่างๆ ที่มีอยู่เดิม และที่สร้างขึ้นใหม่ที่ทำได้ง่ายที่สุดคือแหล่งเรียนรู้เสมือนที่สร้างขึ้นในโลกไซเบอร์หรือทางอินเตอร์เน็ตที่ได้จัดทำไว้แล้วโดยกองทุนคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำคลังอีบุคหน้าเขามหาชัยได้จัดระบบรวมรวมหนังสือที่อ่านได้ทางอินเตอร์เน็ตทางการศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานมากที่สุดแห่งหนึ่งมากกว่า 1000 รายการ และมีลิงค์ไปยังเนื้อหาที่น่าสนใจอีกมากมาย นับได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูก ที่จัดทำขึ้นได้ง่าย สอดคล้องกับที่ road map สนับสนุนให้มีเครือข่ายรักการอ่าน

คลังอีบุคดังกล่าวที่เป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกก็เพราะไม่ต้องมีเครื่องแม่ข่ายที่ต้องดูแลหรือซื้อหามา แต่ใช้บริการฟรีของ google ได้หมด ลงทุนเวลา และการหาอีบุคมาอัฟโหลดขึ้นไปเพื่อให้อ่านได้ทุกคนใครมีอีบุคในรูปของไฟล์pdfหรือรูปแบบอื่นที่นำเสนอได้ทางเว็บไซต์ ที่คิดว่ามีประโยชน์ต้องการเผยแพร่ส่งมาทางอีเมล์ nakhonebook@gmail.com ก็จะได้นำเสนอในเว็บไซต์ คลังอีบุคหน้าเขามหาชัย

และเพื่อสนับสนุนการสร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูกด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีตาม road map กองทุนคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะร่วมมือกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ในการจัดทำแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนนี้และให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ก่อนสิ้นปี 2544

ครูน้ำสาม

การเลือกเรียนของนักเรียนนักศึกษาที่ผ่านมา มีน้อยที่อยากเลือกเรียนเพื่อมาประกอบอาชีพเป็นครู ดังที่เปรียบเทียบกันว่า

น้ำหนึ่ง เลือกสอบเข้าศึกษาอย่างอื่นที่ไม่ใช่ครู

น้ำสอง สอบเพื่อไปทำงานอื่นๆ

น้ำสาม ที่ไม่ค่อยดีเรียนไม่เก่งสอบเป็นครู กลายเป็นครูน้ำสาม ถ้าเปรียบกับการคั้นกะทิคงจะคั้นเป็นครั้งที่ 3 และน้ำในที่นี้ก็คงหมายถึงเกรดหรือคุณภาพ

หากเราต้องการให้โรงเรียนมีคุณภาพ นั่นหมายถึงผลผลิตจากโรงเรียนก็ต้องมีคุณภาพ เป็นที่ชัดเจนว่าคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู หากเมื่อไรเรายังมีครูน้ำสามอีกมากก็ยากที่จะพลิกฟื้นคุณภาพของนักเรียน ดังที่เราได้เห็นผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ในวิชาหลักที่ตกต่ำลงทุกปี

เราทราบกันดีถึงปัญหาแต่ก็ไม่ค่อยได้แก้ไขกันอย่างจริงจัง จะสร้างแรงดึงดูใจให้คนมาเรียนครูโดยให้เงินเดือนสูงๆ แบบผู้พิพากษา อัยการ แบบต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซีย ก็พูดกันมาก แบบพูดไปพูดมาแต่ไม่ค่อยมีการปฏิบัติกันจริง นี่ก็จะปฏิรูปการศึกษาช่วงสอง ที่บอกว่าจะให้ได้คุณภาพนักเรียนใหม่ และครูใหม่ก็ยังสลัวๆ อยู่ ทำอย่างไรให้ชัดและปฏิบัติกันได้ คุณภาพการศึกษาอย่างหนึ่งที่พูดกันมากก็คือ การเป็นคนดี คิดเป็นทำเป็น สามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็คงต้องหาวิธีการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามคุณภาพที่ต้องการ นั่้นคือต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ และการบริหารจัดการที่สอดรับกัน

สามัญสถานการศึกษา

สามัญสถานการศึกษา(commonplace) น่าจะเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการให้การศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ซึ่งคงมีมานานตั้งแต่เริ่มจัดการศึกษา แต่ที่มีบันทึกไว้โดย Schwab (1973)อธิบายว่ามี ครู ผู้เรียน หลักสูตร และบริบท (milieu)
   _ เป็นหน้าที่ของครูที่จะกำหนดแผน(agenda) ที่บ่งถึงความรู้ใดที่พิจารณานำมาใช้และอยู่ในลำดับใด
   _ ผู้เรียนจะต้องเลือกที่จะเรียนรู้ การเรียนรู้เป็นความรับผิดชอบที่ไม่อาจมีร่วมกับคนอื่น
   _ หลักสูตรจะประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ และคุณค่า ของประสบการณ์งการศึกษา ที่จะเข้าสู่เกณฑ์ความเป็นเลิศ ที่ทำให้มีคุณค่าแก่การศึกษา
   _บริบททางการศึกษาซึ่งประสบการณ์การเรียนเรียนรู้เกิดขึ้น

ปัชญาการศึกษาไทยอะไรกันแน่

ปรัชญาที่จะใช้เป็นหลักยึดในทางการศึกษา เมื่อถามใครๆ ก็ไม่มีใครบอกได้ให้ชัดเจนลงไปว่าปรัชญาการศึกษาไทย คืออะไรกันแน่ ก็มีอยู่หลากหลายมักจะอิงกับหลักพุทธธรรมเช่น เช่นขันธ์ห้าบ้าง อริยสัจสี่บ้าง ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกว่าจะปนกันยุ่งระหว่างทางโลกและทางธรรม ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์มีเป้าหมายเหมือนกับปรัชญาที่ว่าเพื่อบรรลุธรรมขั้นนิพพาน ซึ่งก็่น้อยคนที่จะเข้าถึงได้ ก็คือเป็นหลักปรัชญาอันเป็นอุดมคติที่ใช้ยึดถือได้ดีทีเดียว แต่เพราะความห่างไกลจากทางโลกปุถุชนทั่วไปมากเกินไปที่ไม่สามารถที่จะทัดทานกระแสโลกาภิวัฒน์จากทางตะวันตก จึงทำให้ดูเหมือนว่าการศึกษาบ้านเราจะดำเนินเอียงไปในทางซีกตะวันตกเสียมาก ที่การศึกษาเพื่อความมั่งคั่ง เป็นหลัก ดังจะเห็นว่าเราเปลี่ยนความมั่งคั่งมาแล้วสองครั้ง จากการเกษตร อุตสาหกรรม และปัจจุบันเป็นความมั่งคั่งจากความรู้

การพัฒนาการศึกษาของเรามักจะพุดกันว่าเพื่อเป็นไปเพื่อความเป็นสากลได้มาตรฐาน แต่ไม่ได้คิดถึงรากฐานอันเป็นสิ่งแวดล้อมของเรา บริบทที่แตกต่าง ทำให้ระบบการศึกษาเราที่ดูเหมือนว่าทันสมัยแต่ไม่พัฒนา เป็นไปได้ว่าเพราะเราไม่ได้มีเป้าหมายการศึกษาที่ชัดเจน เราอาจจะบอกว่าเพื่อพัฒนาให้เป็นคนที่สมบูรณ์ถึงพร้อมท้้งด้านความรู้ การกระทำ และอารมณ์ แต่่ผลออกมาตามที่เราเห็นที่ในสังคมเราแทบจะหาแบบอย่างได้ยาก เต็มไปด้วยคอร์รัปชั่น ไม่มีความซื่อสัตย์ ปัญหาสังคม ความแตกแยกสารพัด ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ต่างๆ เหล่านี้เป็นไปได้ที่เพราะเราดำเนินการศึกษาที่ผิดพลาด มุ่งที่จะสร้างความรู้ให้เยาวชนเพื่อออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพ และมักจะตอกย้ำความสำเร็จในชีวิตกันที่งานมีงานทำดีๆ ได้รับผลตอบแทนสูง นั่นก็คืออาชีพที่ทำเงินได้มากๆ และเป็นไปในลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา และทำให้คนกล้าเสี่ยงที่จะทำผิดเพื่อจะให้ได้เงินมากๆ ซึ่งเราเห็นได้อยู่เสมอ

ดังนั้นเราควรจะกลับมามองว่าปรัชญาการศึกษาที่เราใช้อยู่ไม่น่าจะถูกต้อง จะต้องหันกลับมาดูว่าเราได้สอนจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายของการมีชีวิตอย่างไรถึงจะทำให้ชีวิตมีความสุข มากกว่าที่จะไปเน้นที่รายได้ ดูๆแล้วยามนี้ไม่มีอะไรเหมาะสมเท่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะยกมาให้เป็นปรัชญาทางการศึกษาเสียเลยก็น่าจะดี เพราะไม่ได้อิงกับศาสนาใด และเป็นหลักการพื้นฐานที่คนทุกระดับเข้าถึงได้ง่าย คือการศึกษาที่ทำให้มีความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นตัวกำกับ นี่เป็นข้อเสนอแนะที่จะทำให้สังคมอยู่ด้วยกันอย่างมีสุขสงบ น่าจะเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อความสงบสุขได้

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

Theory of Justice

ความคิดที่จะช่วยให้คนศรัธาต่อประชาธิปไตย  John Rawls เขียนหนังสือเรื่อง Theory of Justice กล่าวถึง ความยุติธรรม เป็นคุณธรรม สังคมควรสร้าง สถาบันรองรับ เน้นที่ความยุติธรรมของสังคม ไม่ใช่ยุติธรรมที่ผลประโยชน์ส่วนตัว

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

นโยบายการศึกษา

จากนโยบาย ทางการศึกษา ที่มุ่งให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีเป้าหมายรวมที่การมีคุณภาพมาตรฐาน   และมุ่งทีจะพัฒนาครูพันธ์ใหม่ ควบคู่กับให้สถานศึกษาทั้งหลายได้ปฏิรูปเป็นแบบใหม่ มีแหล่งเรียนรู้ใหม่ และการให้การศึกษาเพื่อให้ความเข้มแข็งของครอบครัว

ในด้านอุดมศึกษานั้นมุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศ ให้มีการสร้างเครือข่ายสถาบัน เชื่อมโยงกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม จัดการศึกษาเพื่อสร้างคน ความเป็นพลเมิอง พัฒนาคิดค้นต่อยอดเฉพาะด้าน

ตอนต่อไป คงจะต้องมาพิจารณานโยบายว่า มีแนวทางอย่างไรที่จะให้มีผลในทางปฏิบัติและเป็นไปตามนโยบายเข้าสู่เป้าหมายได้จริงๆ

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รูปแบบการเรียนรู้แบบเจนเนอร์เรทีฟ

ตามชื่อมาจากคำว่า Generative learning model คำว่า generative เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน generator เป็นคำนามที่แปลว่าเครื่องกำเนิด (ไฟฟ้า) generative จึงเป็นที่สภาพที่กำเนิดหรือที่กำเนิด ดังนั้น Generative learning model จึงเป็นรูปแบบที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ รูปแบบกำเนิดการเรียนรู้ เพื่อที่จะเปลี่ยนทัศนะแนวคิดของผู้เรียน ที่เน้นให้ว่านักเรียนจะกระตือรือร้น สร้างหรือก่อกำเนิดความหมายจากประสาทสัมผัสอินทรีย์ (sensory input) ตามรูปแบบการเรียนรู้แบบนี้นั้น เน้นตามวัตถุประสงค์สามประการ
1.ต้องทำให้ทัศนะของนักเรียนให้ชัดว่าเป็นอย่างไรก่อน

2.ปรับเปลี่ยนทัศนะนักเรียนไปทางทัศนะทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

3.แล้วทำให้ทัศนะทางวิทยาศาสตร์เข้มแข็งมั่นคงขึ้นภายใต้ความรู้พื้นฐานที่นักเรียนมี

สำหรับกระบวนการในการสอนรูปแบบที่กำเนิดการเรียนรู้ กล่าวคือ

ในขั้นแรกเริ่มต้องมั่นใจให้ได้ถึงทัศนะที่มีอยู่ของนักเรียน ในขั้น focus ตามด้วยขั้น challenge หรือท้าทาย และขั้นการประยุกต์ (application) ที่มุ่งไปที่นำเอาทัศนะของนักเรียน เข้าไปอยู่ในแนวเดียวกับทัศนะทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่ยอมรับกัน
generative learning หรือการเรียนรู้ที่กำเนิดขึ้น เป็นทฤษฎีหนึ่งที่เน้นการบูรณาการสื่อใหม่ต่างๆอย่างแข็งขันกับแบบแผนความคิด (schemata) ที่มีอยู่ หรือการเข้าใจแนวคิดที่ผู้เรียนจะต้องบูรณาการอย่างกระตือรือร้นกับข้อมูลสารสนเทศใหม่ เข้ากับความเข้าใจหรือแบบแผนการคิดที่มีอยู่ เป็นข้อตกลงเบื้องต้นหลัก ของรูปแบบการเรียนรู้ที่เรียกว่า “generative learning ” (Wittrock, 1978,1976) ที่กล่าวอีกอย่างว่า การเรียนรู้ทั้งหมดเป็นการค้นพบ (all learning is discovery)

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข้อค้นพบเกี่ยวกับครู

ครูที่มีทักษะทางวิชาการสูง เมื่อไปสอนเด็กนักเรียน นักเรียนเรียนได้ดีกว่า  ทั้งนี้กล่าวได้ว่า ในการสอนนั้นถือว่าไม่มีวิธีการสอนที่ดีที่สุด

วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การสอนที่บริหารจัดการ 4

นวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่โดยการจัดกิจกรรมให้สามารถเข้าใจได้ เป็นการสอนคนก่อนการสอน ด้วยกิจกรรม 11 แบบ คือ


กิจกรรม1 เปลี่ยนวิสัยทัศน์เป็นของผู้เรียนรูปแบบใหม่

กิจกรรม2 เสริมคุณธรรม การเป็นผู้นำที่ดี

กิจกรรม3 วิเคราะห์คุณภาพที่ต้องการ

กิจกรรม4 วิเคราะห์กิจกรรมโดยฝึกหัดเขียนแผนมโนทัศน์ จากการปฏิบัติตามกิจกรรม เป็นประสบการปลายภาค

กิจกรรม5 กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การประหยัดไฟฟ้า

กิจกรรม6 การประหยัดโดยสะสมเงินวันละ 1 บาท

กิจกรรม7 โครงการกิจกรรม กล่องอาหารกลางวัน

กิจกรรม8 โครงการสร้างรายได้ระหว่างเรียน สร้างอาชีพให้ชุมชน (วิทยาศาสตร์สร้างรายได้)

กิจกรรม9 อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กิจกรรม10 กิจกรรมนักวิจัย

กิจกรรม11 จัดแผนกิจกรรมการศึกษาเรียนรู้

ในการบริหารการสอนเน้นที่กระบวนการกลุ่ม นักเรียนทำงานอย่างอิสระเป็นกลุ่มมีผู้นำ ผู้ช่วย เลขา และสมาชิกในกลุ่ม ในทุกคาบเรียนนักเรียนในชั้นเลือกนักเรียน 3 คนเป็นกรรมการของห้องเรียน โดยกรรมการมีคุณสมบัติคือ มีความซื่อสัตว์ มีคุณธรรมความสัจจริง และมีความตั้งใจเสียสละเวลา บทบาทของกรรมการทำงานร่วมกันระหว่างครู กลุ่มผู้นำเป็นศูนย์กลางของงานของนักเรียน และช่วยในการประเมินงานของกลุ่มสมาชิก

นักเรียนช่วยเหลือกันและกันในการออกแบบบทเรียน ระดมพลังสมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิธีการที่เหมาะกับความสามารถ นักเรียนมีส่วนในการสร้างเกณฑ์การประเมิน โดยใช้คู่มือ และความช่วยเหลือจากครูในการประเมินแต่ละบทเรียน

วิธีการเรียนรู้ นักเรียนออกแบบกระดาษทำงานของตัวเอง งานกระดาษที่รวมเอาหัวข้อ จุดประสงค์ของบทเรียน กระบวนการทำงาน และเนื้อหา(แต่ละกลุ่มมีเนื้อหาต่างกัน) หลักจากออกแบบงานในกระดาษ นักเรียนให้บอกส่วนที่ประทับใจของบทเรียน โดยการแสดงความคิดเห็นเชิงบวก และโดยการกำหนดด้วยถึงปํญหาหนึ่งปัญหาใด และคำตอบของปัญหานั้นๆ

นักเรียนสร้างความรู้ขึ้นจากการสังเกต ประสบการณ์ และการสัมภาษณ์จากศูนย์ทรัพยากร และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน นักเรียนรู้ตัวเองและสามารถหาสมรรถนะของตัวเอง ครูก็รู้ถึงความสามารถของนักเรียน และสนับสนุนส่งเสริมให้เข้าสู่ศักยภาพสูงสุด

วิชาที่มีการทดลอง เช่นในวิชาเคมี ก่อนที่จะมีการทดลองใดๆ นักเรียนจะต้องเขียนคู่มือของตนเอง โดยรวมเอาต่อไปนี้

1 มีการเตรียมตัวมาก่อน

2.จุดประสงค์ของการทดลอง

3.อุปกรณ์ที่ต้องการ

4.ธาตุทางเคมีที่ต้องการ

5.รายงานการทดลอง

6.สูตรเคมีสำหรับการทดลอง

นักเรียนในแต่ละกลุ่มต้องเตรียมอุปกรณ์และสารเคมีล่วงหน้า ความรับผิดชอบของครูที่จะแจ้งเตือนนักเรียนถึงสารเคมีมีพิษ และอันตรายใดๆที่เป็นไปได้ และนักเรียนจะต้องให้ความสนใจกับนักเรียนอย่างใกล้ชิดระหว่างการทดลอง มีการสับเปลี่ยนบทบาทระหว่างการทดลอง แต่ละกลุ่มจะต้องกำหนดเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละการทดลอง

กระบวนการอื่นของการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการเล่นบทบาทสมมุติ สมาชิกของกลุ่มหมุนเวียนกันทำหน้าที่ ตามสถานะการณ์ตามเรื่องก็คือแทนที่จะแสดงนำเสนอกับกระดาษก็นำเสนอเป็นบทละคร หรือเกมส์

การสอนที่บริหารจัดการ 3

ผู้เรียนสามารถท่จะแก้ปัญหาในส่ิงที่ไม่เข้าใจในชั้นเรียนโดยให้มาเรียนรู้หลังเลิกเรียน สมาชิกของกลุ่มและเพื่อนๆช่วยให้ผู้เรียนหลังเลิกเรียนเข้าใจเรื่องที่ไม่เข้าใจ กระบวนการนี้ทำให้แน่ใจว่านักเรียนทำงานที่ไม่เสร็จให้เสร็จ หลังกระบวนการนี้นักเรียนสามารถที่จะประเมินความผิดพลาดของตัวเอง พร้อมๆกับ การประเมินของกรรมการที่เป็นเพื่อนกัน ที่เป็นผู้ปกครอง และครูของนักเรียน การใช้วิธีการประเมินแบบนี้ จะให้ผลการเรียนรู้ได้ดีที่สุด


แต่ละกลุ่มตัดสินวันครบกำหนดส่งงาน เมื่อนักเรียนไม่สามารถทำงานให้เสร็จในเวลาที่กำหนด กลุ่มนักเรียนนั้นจะต้องปรึกษาคณะกรรมการ เพื่อที่ขยายเวลาในการทำงานของกลุ่ม เป็นการเรียนรู้ที่กระตุ้นตัวเอง ปลดปล่อยความเครียดของนักเรียน และทำให้นักเรียนมีภาระรับผิดชอบมากขึ้น นักเรียนสามารถเลือกหัวข้อ และทำให้นักเรียนสนใจมากขึ้น และนักเรียนสามารถกำหนดเวลาของตัวเองเลือกทำงานให้เสร็จ ครูกลายเป็นเพื่อนที่ดี ซึ่งเป็นผู้ที่มักให้ความช่วยเหลือนักเรียน เมื่อนักเรียนต้องการความช่วยเหลือ

ผู้เรียนสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ของตัวเองจากกระบวนการเรียนรู้นี้ไปยังรายวิชาอื่นๆ ตัวอย่างเช่นนักเรียนสามารถนำเอาวิชาเคมีลงสู่ชุมชน ผ่านทางโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับชุมชน และโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น

ย่ิ่งกว่านั้นผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ของตัวเองในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่นวิชาเคมีกับวิชาอิเลคทรอนิกส์ในการเผยแพร่กระจายสื่อการสอน หรือป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อมจากสารพิษ หรือสร้างรายได้ระหว่างช่วงเวลาเรียนในโรงเรียน โดยผลิตน้ำยาล้างจาน และนักเรียนรู้วิธีการพัฒนาโครงงานอื่นๆ ตัวอย่างเช่นโครงการประหยัด 1 บาทต่อ 1 วัน หรือโครงการประหยัดพลังงานอื่นๆ

โครงการเหล่านี้ก่อให้เกิดการตื่นตัวในการประหยัดเงินและพลังงาน เช่นการประหยัดการใช้โทรศัพท์หรือใช้น้ำอย่างระมัดระวัง ผู้เรียนจะซาบซึ้งกับที่ไปที่มาของพลังงานของพวกเขา นักเรียนจะมีความพยายามเอาแนวทางในการประหยัดแหล่งพลังงานอันมีค่าสำหรับคนรุ่นต่อไป โดยนักเรียนจะสามารถนำเสนอแนวคิดต่อในชั้นเรียน

การบริหารการสอนช่วยให้นักเรียนกล้างที่จะแสดงออก กล้าที่จะแสดงความคิดในการประชุมสัมนา แนวคิดของนักเรียนจะเป็นลักษณะปลายเปิด นักเรียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามนักเรียนต้องแสดงแนวความคิดด้วยเหตุผล และอย่างมีสัจจริง

คณะกรรมการห้องเรียน เพื่อน ครู รับฟังอย่างต่อเนื่องและตัดสินประมวลคุณภาพแนวคิดของนักเรียน ครูสามารถนำบริหารการสอนสำหรับรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง และอาจพบว่ามีประโยชน์ในหลายสถานะการณ์ ดังเช่น

-การจะเป็นนักพูดที่ดีอย่างไร

-จะต้อนรับคนจากสถานที่อื่นอย่างไร

-ศึกษาชนิดต่างๆของกิจกรรมอย่างไร

-สาธิตแนะนำ เสนองานอย่างไร

สำหรับการเรียนในภาคฤดูร้อนหรือภาคเรียนใดๆ นักเรียนสามารถวางแผนตัดสินใจการทำงานทั้งหมดด้วยตัวเอง จนนักเรียนอาจพูดได้ว่า ฉันสามารถเรียนรู้ได้ไม่ว่ามีครูอยู่ในห้องเรียนหรือไม่ก็ตาม

การสอนที่บริหารจัดการ 2

คราวที่แล้วได้นำเสนอหลักการทั่วไปในการบริหารจัดการการสอน ในตอนนี้จะได้กล่าวถึงรายละเอียดในแต่ละเรื่อง จากแผนจัดการเรียนรู้ที่มี อยู่ 6 ขั้นตอนมีดังนี้


1ขั้นเตรียม

กิจกรรม1   รู้ตัวเอง (นักเรียนวิเคราะห์ตัวเอง) นักเรียนเขียนชีวประวัติตนเอง ระบุเป้าหมายในชีวิต คำขวัญคำคมที่ชอบ ความสามารถพิเศษ

กิจกรรม2 ครูวิเคราะห์นักเรียนแต่ละคน จาก การเขียนของนักเรียน ความสนใจของนักเรียน การเฝ้าสังเกตของนักเรียน ประสบการณ์ของนักเรียน การสัมภาษณ์นักเรียน ปัญหาในชีวิตประจำวันของนักเรียน

กิจกรรม3 กระบวนการประชาธิปไตย นักเรียนสามารถเป็นผู้นำหรือผู้ตาม ผู้นำต้องมีความกล้าหาญที่จะกระทำ ผู้นำต้องมีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ผู้นำเป็นผู้มีเหตุผล ผู้นำมีความสำนึกสูงในเรื่องของวินัย

กิจกรรม4 การหาผู้นำ นักเรียนสามารถเลือกผู้นำผู้ซึ้งแสดงความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง ผู้ที่มีความตั้งใจที่จะเสียสละ ยอมสละ

กิจกรรม5 จากวิสัยทัศน์การเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ไปสู่การเรียนรู้ใหม่ๆ นักเรียนไม่เหนียมอายที่จะแสดงแนวคิดของตัวเอง ที่สามารถปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา

2 การวิเคราะห์ปัญหา

กิจกรรม6 จากแผนการเรียนรู้ (lesson plan) I can do it (ฉันทำได้) นักเรียนเรียนรู้โดยการปฏิบัติ โดยรู้ว่ามีอะไรที่ต้องการเรียนรู้ ที่ต้องพิจารณาถือเป็นหน้าที่

3. มีวิธีการหลายอย่างที่จะหาคำตอบ นักเรียนเรียนรู้วิธีการฝึกหัดฝึกฝนตนเองเพื่อจะหาคำตอบ หาวิธีการแก้ปัญหา

4. นักเรียนเลือวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา โดยนักเรียนระบุเนื้อหาวิชาที่ต้องการเรียนรู้

5. ปฏิบัติตามกิจกรรมต่างๆ

กิจกรรม7 นักเรียนสามารถเขียนโครงงานของตนเองโดยสามารถวางแผนการปฏิบัติ ดำเนินการตามแผนของตัวเอง และพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานตัวเอง

6. การรายงาน

กิจกรรม8 นักเรียนควรร่วมกับเพื่อนที่มีความสามารถ

-เพื่อนสามารถให้คำแนะนำที่ดี และช่วยเหลือกันและกัน

-เพื่อนที่มีใจเปิดกว้าง มีความกล้าที่จะซื่อสัตย์ต่อกัน ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน โดยการพูดคุยกันด้วยจริงใจ

-เพื่อนจะเป็นผู้ช่วยเหลือต่อเพื่อนๆ เราสามารถบอกเพื่อนได้ ถ้างานของเราไม่เสร็จ และบอกเพื่อนเมื่องานจะเสร็จ และมอบงานให้เพื่อนชื่นชม วิพากษ์วิจารณ์อย่างจริงใจตรงไปตรงมาก่อนส่งให้ครู

กิจกรรม9 การร่วมไม้ร่วมมือ

นักเรียนเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน และวิธีการที่จะประเมินงานของผู้อื่น

กิจกรรม10 การปรับการเรียนรู้เพื่อชีวิตในโลกปัจจุบัน โดยวิธีการนี้ นักเรียนสามารถปรับการเรียนรู้ทุกอย่างโดยตนเอง เพราะว่านักเรียนรู้วิธีการวางแผน จัดการและแบ่งเวลา อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันเป็นเป้าหมายที่ต้องการ

การสอนที่บริหารจัดการ 1

โดยผู้ที่นำเสนอในเรื่องนี้ ให้ชื่อว่า Management Teaching ซึ่งขยายความว่ารวมเอา การจัดการ การวางแผน และ และการบริหารเวลา (management, planning and time management โดยคุณครูชุมศรี พรไพพิบัตร โรงเรียนกะบินวิทยา จ.เพชรบุรี ได้ไปนำเสนอเรื่องนี้ในเวทีนานาชาติ ที่ชื่อว่า ICASE ASIAN SYMPOSIUM 2007 จากเอกสารแจกที่เป็นภาษาอังกฤษ มีไฮไลท์เขียนบอกไว้ที่หน้าปกเอกสารนำเสนอว่า I can learn whether there is or whether there isn t teacher in the classroom ซึ่งหมายความว่า ฉันสามารถเรียนรู้ได้ไม่ว่าจะมีครูอยู่หรือไม่มีครูอยู่ในห้องเรียน ซึ่งน่าจะเป็นการเรียนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

การสอนแบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการทำงานและการเรียนรู้ของนักเรียนบนฐานการบริหารจัดการ การวางแผน และการบริหารเวลา โดยใช้วิธีการเรียนรู้จากการกระทำ โดยบทบาทของนักเรียนจะรับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม เป็นการเรียนรู้ที่กระตุ้นปลุกเร้าตนเอง ได้ปลดปล่อยแสดงออกถึงความสนใจของนักเรียน เรียนรู้ที่จะทำงานอย่างอิสระมีคุณธรรม เพื่อให้ได้สื่อการเรียนรู้ใหม่ๆ โดยมีกรอบที่นักเรียนจะได้รับดำเนินการกล่าวคือ

1) การเตรียมโดยกำหนดแนวคิดของนักเรียน

2) วิเคราะห์ปัญหา

3) ค้นหาคำตอบ

4) เลือกแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา

5) เรียนรู้โดยการกระทำ และลงมือทำงาน

6) การรายงาน

นักเรียนสามารถที่จะใช้การทำงาน 2 วิธีด้วยการฝึกหัด ฝึกฝน การระดมพลังสมองด้วยกัน และวิธีการประเมินการทำงานการเรียนรู้ นักเรียนสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้กับรายวิชาอื่นๆ และใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่นนักเรียนนำสิ่งที่เรียนรู้วิชาเคมีลงสู่ชุมชน เช่นทำโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยอาศัยวิชาเคมี และวิชาอิเลคทรอนิกส์ในการกระจายสื่อการเรียนการสอน หรือโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสลัมไม่ให้มีสารพิษ หรือโครงงานที่ให้นักเรียนสร้างรายได้จากการทำน้ำยาล้างจาน หรือทำโครงงานประหยัดวันละ 1 บาท โครงการประหยัดพลังงาน ด้วยแนวทางดังกล่าวนี้ นักเรียนสามรถที่จะปรับไปสู่การเรียนรู้ทุกอย่างได้โดยตัวของนักเรียนเอง เพราะนักเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ การวางแผนและการจัดสรรเวลา อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นเป้าหมายสำคัญ

การเตรียมวางแผนโครงงานอย่างกว้างขวาง ทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอตามความต้องการของนักเรียน การจัดให้นักเรียนรู้ถึงการเรียนรู้ตลอดเวลา รวมทั้งที่ไม่ได้คาดหวัง และต้องให้นักเรียนทราบการวางแผนการศึกษา เป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบของนักเรียนแต่ละคน

แผนของบทเรียนที่เป็นการสอนที่มีการจัดการ ใช้ 6 ขั้นตอน 10 กิจกรรม คือ

1.ขั้นเตรียม (กิจกรรม 1-5)

2.ขั้นวิเคราะห์ปัญหา (กิจกรรม6)

3.ขั้นหาวิธีการแก้ปัญหา (กิจกรรม6)

4.ขั้นเลือกวิธีการแก้ปัญหา (กิจกรรม6)

5.ขั้นการลงมือทำ หรือการปฏิบัติ

6.ขั้นรายงาน (กิจกรรม 8-10)

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้

คนจะเรียนรู้ได้ไม่เพียงแต่จากการคิด แต่ยังใช้ความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ ความกระหายใคร่รู้ ตามแรงปรารถนา ที่ก่อตัวมาอยู่ในตัวคนหนึ่งๆ ที่รวมเข้ามาปะทะสังสรรค์ เกาะเกี่ยวโยงใยกัน เหมือนกับการกระทำที่ต้องใช้ไหวพริบเชิงจิตนาการ ที่แต่ละคนจับยึดถือเอาไว้ และยังรวมไปถึงการจัดโครงสร้างที่มีมาก่อนในอดีตที่จะเลี่อนไหลมาสู่การคิดเรื่องราวต่างๆเป็นมุมมองการพิจารณาของแต่ละคน

คนจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีแรงขับประจำตัวที่ฝังอยู่ หรือที่เป็นแรงผลักจากด้านใน ซึ่งเขาจะใสใจเอาใจใส่ ยอมทุ่มตัวเอง ให้ความสนใจที่จะเรียนรู้ ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะเริ่มใช้ทักษะการเรียนรู้ที่สูงขึ้น เพื่อที่ให้การเรียนรู้เกิดการโยงใยเชื่อมโยง เพื่อที่จะใช้ไปในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ทักษะการเรียนรู้ที่สูงขึ้นนี้ได้แก่การ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมิน เป็นไปในทางที่มีความหมาย ในส่วนนี้มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยง เริ่มแรกกับระบบโรงเรียน อันเนื่องจากกิจกรรมในห้องเรียน ที่ได้จัดสถานะการณ์ สิ่งแวดล้อม เพื่อเคลื่อนจากการเป็นผู้รับรู้ความรู้สึกต่างๆ ไปสู่ความเข้าใจในเชิงนามธรรมจากการนึกคิด

กระบวนการในการเรียนรู้ในทางปฏิบัติ จะเป็นการเลือกตามความตั้งใจเสียมากกว่า เด็กๆ จะเรียนรู้สิ่งที่พวกเขาต้องการอยากจะเรียนรู้ เราจะปล่อยให้เด็กได้ใช้ความสนใจตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ในวัยการเรียนรู้ แล้วสร้างขอบเขตที่กว้างขวางเข้าไปสู่ความเป็นเฉพาะทาง ให้ได้มีการแสดงออกที่จะแสดงถ่ายทอดไห้ผู้อื่นได้ คนเรามักจะสนใจ เอาใจใส่กับสนใจกับสิ่งที่จะเรียนรู้ และเราเกือบทั้งหมดเอาใจใส่กับเรื่องที่เลือก ตามความชอบตามความอย่ากรู้ และถือว่าเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง เป็นการเลือกที่จะเรียนรู้ เหมือนกับการวิจัยตนเอง ซึ่งเป็นการฝึกหัดอย่างจริงจัง ยาวนานจากการเลือกอย่างตั้งใจ

เมื่อเขากระหายที่จะเรียนรู้ ที่ยืนยันได้ในช่วงการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ในตอนต้น ช่วงใดช่วงหนึ่งของแต่ละคนก็จะเข้าไปเชื่อมโยงกับความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติอีกครั้งที่ยังคงมีอยู่เมื่อครั้งสมัยเป็นเด็กเล็กเป็นวงรอบหรือวัฏจักร บางทีอาจกล่าวได้ว่าความอยากรู้อยากเห็นที่ฝังอยู่ในแต่ละคนไม่เคยหาย แต่หยุดไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีสิ่งเร้าจากภายนอกมาปลุกกระตุ้นจนไฟภายในขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการเรียนรู้ที่แท้ของชุมชนก่อตัวสร้างขึ้นเมื่อคนมาอยู่รวมกัน มีความตั้งใจที่สอดประสานกันเป็นแนวเดียวกัน สุดท้ายก้าวสู่การเรียนรู้ที่ลุ่มลึกได้ มีความเป็นอิสระที่ไม่สามารถแยกออกได้จากการเรียนรู้ ครูคนหนึ่งๆ ไม่สามารถทำให้นักเรียนมาเรียนรู้แบบทุ่มตัว แต่ครูก็สามารถที่จะสร้างแรงบันดานใจได้ เพื่อกระตุ้นความกระหายใคร่รู้ทำงานร่วมกับ ความต้องการ ที่ทำให้ความใฝ่ฝันที่มีอยู่เป็นจริงให้มากที่สุด

การเรียนรู้อย่างมีความหมาย

การเรียนรู้อย่างมีความหมายไม่ใช่การเรียนรู้แบบใดๆก็ได้ และการเรียนรู้แบบนี้สัมพันธ์กับสารสนเทศหรือมโนทัศน์ของผู้เรียนที่มีอยู่แล้ว โดยที่เป็นกระบวนการทางการคิดทางจิตที่คิดให้สารสนเทศใหม่ที่ได้รับนำไปสู่การเชื่อมโยงกับความรู้ที่เคยได้เรียนรู้มาแล้ว สารสนเทศที่ทำให้ง่ายเข้าใจต่อการเรียนรู้ มากกว่าที่ไม่ทำให้เข้าใจอะไรเลย การเรียนรู้อย่างมีความหมายจึงเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจออกมาจากสารสนเทศ โดยมีการจัดลำดับไว้ในการคิดของผู้เรียนจนกระทั่งไปสอดรับกับลำดับ ที่เป็นระบบระเบียบ โดยใช้สารสนเทศที่มีอยู่เดิมหรือความรู้เดิมในการดูดซึมสารสนเทศใหม่ (assimilate) เกิดการเรียนรู้ใหม่


สิ่งที่สำคัญมาอันเป็นงานของครูก็คือทำให้สารสนเทศนั้นมีความหมายต่อผู้เรียน โดยการนำเสนอให้ชัดเจนเป็นระบบ โดยการจัดความสัมพันธ์กับสารสนเทศที่มีอยู่ในความคิดของนักเรียน และโดยการทำให้แน่ใจว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่นำเสนอให้อย่างแท้จริง อันได้แก่มโนทัศน์ที่ครูสอน และนักเรียนสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในสถานะการณ์ใหม่

สารสนเทศที่มีความหมายจะเก็บบันทึกไว้ในส่วนของความจำระยะยาว ในรูปของเครือข่ายการเชื่อมโยงความจริงต่างๆ หรือเป็นมโนทัศน์ที่เรียกว่า schemata สารสนเทศที่สอดรับกันกับ sheme ที่มีอยู่นี้จะง่ายต่อการทำความเข้าใจเรียนรู้และคงอยู่ได้มากกว่าสารสนเทศที่ไม่สอดรับกับ scheme ดังกล่าว scheme ที่พัฒนาอย่างดีแล้วจะจัดระบบเป็นลำดับชั้น (hierarchies) คล้ายกับมีหัวข้อรายการที่เชื่อมยึดโยงใยอยู่ใน schemata (Ausubel,1963)

ส่วนที่สำคัญมีความลึกซื้งของทฤษฎี schema ในการเรียนรู้อย่างมีความหมายคือการเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างกระตือรือร้นของผู้เรียน อันเป็นเจ้าบ้านของความรู้และประสบการณ์ที่มีมาก่อน ที่จะนำมาสู่สิ่งที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจที่จะต้องเข้าไปร่วมไม้ร่วมมือ เข้าไปมีความสัมพันธ์กับสารสนเทศใหม่ที่เข้ามา

David Ausubel (1960,1963) ได้พัฒนาวิธีการที่เรียกว่า Advance Organizer เพื่อนำทางให้แนวทางแก่ผู้เรียนในรูปของสื่อการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ และช่วยให้ผู้เรียนจดจำสารสนเทศที่มีความสัมพันธ์กัน เพื่อช่วยนักเรียนเข้าไปมีส่วนร่วมสัมพันธ์กับสารทนเทศใหม่ที่นำเสนอต่อผู้เรียน Advance Organizer เป็นเหมือนประโยคพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะให้เรียนรู้ และจัดเตรียมโครงสร้างสำหรับสารสนเทศใหม่ ให้สัมพันธ์กับสารสนเทศที่ผู้เรียนมีอยู่ นักเรียนจำนวนมากได้ก่อตัวจัดตั้งให้ Advance Organizer เป็นตัวการเพิ่มความเข้าใจให้กับการเรียนรู้ ในแต่ละเนื้อหาของสื่อที่จัดให้ นอกจากนี้ advance organizer ดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์มากที่สุดกับการสอนเนื้อหาที่จัดโครงสร้างไว้อย่างดีที่อาจจะไม่ปรากฏต่อนักเรียนในทันทีฅ

การสอนที่ดีเป็นความสามารถของครูที่จะหยั่งลึก เข้าถึงความเข้าใจของผู้เรียน มโนทัศน์พื้นฐานของทฤษฎี Ausubel ก็คือการเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยสรุปเพื่อให้มีการเรียนรู้อย่างมีความหมายผู้เรียนแต่ละคนจะต้องนำเอาความรู้ใหม่ไปสัมพันธ์กับมโนทัศน์และข้อความรู้ที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว ที่ต่างไปจากการเรียนรู้เชิงรับที่จัดสารสนเทศที่จะเรียนรู้ให้ผู้เรียนโดยตรง

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รูปแบบการเรียนรู้แบบเจนเนอเรทีพ

ตามชื่อมาจากคำว่า Generative learning model คำว่า generative เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน generator เป็นคำนามที่แปลว่าเครื่องกำเนิด (ไฟฟ้า) generative จึงเป็นที่สภาพที่กำเนิดหรือที่กำเนิด ดังนั้น Generative learning model จึงเป็นรูปแบบที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ รูปแบบกำเนิดการเรียนรู้ เพื่อที่จะเปลี่ยนทัศนะแนวคิดของผู้เรียน ที่เน้นให้ว่านักเรียนจะกระตือรือร้น สร้างหรือก่อกำเนิดความหมายจากประสาทสัมผัสอินทรีย์ (sensory input) ตามรูปแบบการเรียนรู้แบบนี้นั้น เน้นตามวัตถุประสงค์สามประการ

ต้องทำให้ทัศนะของนักเรียนให้ชัดว่าเป็นอย่างไรก่อน

ปรับเปลี่ยนทัศนะนักเรียนไปทางทัศนะทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

แล้วทำให้ทัศนะทางวิทยาศาสตร์เข้มแข็งมั่นคงขึ้นภายใต้ความรู้พื้นฐานที่นักเรียนมี

สำหรับกระบวนการในการสอนรูปแบบที่กำเนิดการเรียนรู้ กล่าวคือ

ในขั้นแรกเริ่มต้องมั่นใจให้ได้ถึงทัศนะที่มีอยู่ของนักเรียน ในขั้น focus ตามด้วยขั้น challenge หรือท้าทาย และขั้นการประยุกต์ (application) ที่มุ่งไปที่นำเอาทัศนะของนักเรียน เข้าไปอยู่ในแนวเดียวกับทัศนะทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่ยอมรับกัน

generative learning หรือการเรียนรู้ที่กำเนิดขึ้น เป็นทฤษฎีหนึ่งที่เน้นการบูรณาการสื่อใหม่ต่างๆอย่างแข็งขันกับแบบแผนความคิด (schemata) ที่มีอยู่ หรือการเข้าใจแนวคิดที่ผู้เรียนจะต้องบูรณาการอย่างกระตือรือร้นกับข้อมูลสารสนเทศใหม่ เข้ากับความเข้าใจหรือแบบแผนการคิดที่มีอยู่ เป็นข้อตกลงเบื้องต้นหลัก ของรูปแบบการเรียนรู้ที่เรียกว่า “generative learning ” (Wittrock, 1978,1976) ที่กล่าวอีกอย่างว่า การเรียนรู้ทั้งหมดเป็นการค้นพบ (all learning is discovery)

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปรัชญาและจิตวิทยาการศึกษา

ตามแนวปรัชญามาตรฐาน คิดให้ความรู้นั้นยังต้องการที่จะอ้างเหตุผลสนับสนุน ทำนองเดียวกับความเชื่อและด้วยความจริง การได้มาซึ่งความรู้ในทางปรัชญาจำกัดโดยองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกตัวผู้รู้ คงจะต้องเป็นมากกว่าความเชื่อจริงในใจของใครบางคน ผู้ซึ่งไม่ได้อ้างเหตุผลสนับสนุนตามข้อเสนอ นอกจากว่าจะได้ทราบว่าทำไมจึงเป็นความจริง


ดังนั้นในขณะที่นักจิตวิทยามีแนวโน้มที่จะไม่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างความเชื่อกับความรู้ ความแตกต่างจะเด่นชัดในเชิงปรัชญาของความรู้ ที่อาจมองว่าค่อนข้างเข้มงวดกว่า

การเรียนรู้ความจริงโดยการท่องจำดูเหมือนว่าจะสนิทแนบกับการได้มาซึ่งความเชื่อจริงโดยปราศจากการรู้ถึงการอ้างเหตุผลมาสนับสนุนสำหรับความเชื่อจริงนั้น ในทางการศึกษาต้องการความเข้าใจ และความเข้าใจต้องการเหตุผลสำหรับความจริงหรือความเชื่อ นี่ก็คือหลักของความรู้ในทางปรัชญาที่ใกล้เคียงกับหลักความเข้าใจที่มักอยู่ภายใต้เป้าหมายการศึกษา

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การศึกษาคือทิศทางที่เป็นไป

การจัดการศึกษาในแต่ละประเทศส่งผลให้เกิดสภาพที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน การเกิดวิกฤติต่างๆในประเทศไทยรวมทั้งวิกฤติทางการศึกษาที่ด้อยคุณภาพในทุกระดับ ดังเราจะพบว่าเด็กอ่านหนังสือไม่ออก ผลสำฤทธิ์ทางการเรียนตกต่่ำในวิชาหลัก วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ การศึกษาที่มุ่งการกวดวิชาเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันของประเทศไทย ทำให้ผู้เรียนขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง และทำให้มีส่วนขาดวินัยและคุณธรรมและจริยธรรม ส่งผลให้ผลผลิตจากมหาวิทยาลัยด้อยคุณภาพลงไปด้วย และที่ส่งผลเห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยน้อยลงไปจนขาดแคลนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าถ้าปัญหานี้ยังดำรงอยู่จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน หากมองว่าสภาพที่ตั้ง สังคมวัฒนธรรมไม่ได้มีผลมากไปกว่าการแก้ปัญหาทางการศึกษา


หากดูแนวการพัฒนาการศึกษาของแต่ละประเทศอันเป็นทรีทเมนต์ของแต่ละประเทศ ประเทศเกาหลีแก้ปัญหาเรื่องการกวดวิชาและกลยุทธ์ใครเรียนอิเลคทรอนิกส์ไม่ต้องกเกณฑ์ทหาร ประเทศเวียตนามเน้นให้เก่งคณิตศาสตร์แล้วจะส่งผลให้เก่งด้านอื่นๆ การกวดวิชาอาจไม่มีผลเพราะเงินเดือนที่จบการศึกษาสาขาใดก็ไม่แตกต่างกัน สิงคโปร์จำต้องจัดการศึกษาให้ัคนมีคุณภาพจึงจะอยู่รอดได้ มาเลย์เซียก็มุ่งเน้นการศึกษาเป็นพิเศษดังเห็นได้จากคนที่จะมาเป็นครูจะต้องมีคุณภาพและเงินเดือนสูงกว่าการจบจากสาขาอื่น ก็ส่งผลให้คนมาเลย์เซียมีคุณภาพมากกว่า

สำหรับแนวทางปฏิรูปการศึกษาประเทศไทย แม้ว่าจะมีกฏหมายปฏิรูปการศึกษา แต่ไม่ได้เชื่อมโยงไปสู่การปฏิรูปด้านอื่นๆ ที่รวมอยู่ในการปฏิรูปการศึกษา หรือทำอย่างไรที่จะทราบว่าควรปฏิรูปอะไรก่อนหลัง และอะไรที่จะต้องทำพร้อมๆกัน ซึ่งก็ได้แต่ฝันว่าการศึกษาเราจะดีขึ้น อะไรๆที่ตามมาก็จะดีขึ้น แต่พอนึกถึงการกวดวิชา การกระจายให้โรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกัน แล้วทำให้นึกว่าจะฝันลมๆ แล้งๆ ไปอีกนานเท่าใดที่จะให้คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้นหรือว่า จะแย่ลงไปและเกิดวิกฤติจนไม่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ก็ฝันและหวังอีกเช่นกันว่าขอให้เปลี่ยนเป็นไปในทางที่ดีก็แล้วกัน

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปัจจัยที่กระทบต่อคุณภาพการศึกษา

เมื่อสองสามปีที่แล้วได้มีการกำหนดว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่กระทบต่อการศึกษา อันได้แก่

ประชากร พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตลาดแรงงาน การกระจายอำนาจ ความรุนแรงและความขัดแย้ง พฤติกรรมเยาวชนและบัณฑิต เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งครอบคลุมเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าให้ชัดเจนเป็นการเน้นย้ำลงไป ก็น่าจะมีเพิ่มเติมในมิติ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ จริยธรรมและคุณธรรม

โครงสร้างของประชากรจะต้องนำมาคำนึงถึงในการจัดการศึกษาเพื่อให้ได้ประชากรที่มีคุณภาพในทุกระดับ พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นและต้องใช้อย่างเหมาะสมที่ไม่ให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม โดยที่เราเองและเยาวชนของเราสามารถที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่อาศัยบนโลกใบนี้โดยไม่ทำความเสียหายต่อระบบนิเวศ การจ้างงานในตลาดแรงงานควรมีค่าจ้างที่เหมาะสมมีคุณค่าต่อการดำรงความเป็นมนุษย์ ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองในแง่มุมต่างๆที่มากขึ้น ก็โดยการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นทำให้มีการพึ่งตนเองมากขึ้น

ความรุนแรงและความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจการเมืองที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรงในปัจจุบัน โดยทั่วไปในระบอบประชาธิปไตยความขัดแย้งทางความคิดมีได้ ถือว่าเป็นความหลากหลายทำให้ประชาชนมีโอกาสมีทางเลือกที่จะหาแนวทางที่ดีที่สุด ความเห็นที่แตกต่างยังต้องการหลักเหตุผลความรู้มาประกอบจึงจะเป็นข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ ความขัดแย้งในทางดีคือต่างฝ่ายต่างก็มีข้อดี แต่ไม่น่าจะขัดแยังกันเรื่องคอร์รับชั่น น่าจะเห็นพ้องกันว่าเป็นที่น่ารังเกียด และไม่น่าจะขัดแย้งกันในเรื่องการใช้ความรุนแรง น่าจะเป็นสิ่งที่ควรประนามของทุกฝ่าย

การที่มีตัวอย่างที่ไม่ดีของผู้ใหญ่ในด้านต่างๆ ไม่ว่าการใช้ความรุนแรง ทุจริตทุกรูปแบบ ความไม่ซื่อสัตย์ก็ส่งผลต่อนักเรียนนักศึกษาเยาวชนของชาติ จัดการศึกษาอย่างไรที่จะให้เยาวชนของชาติมีจิตสาธารณะ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน รักความเป็นธรรม สำหรับการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้นั้น เป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ที่จะต้องมีความพอเพียงความพอประมาณพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด

ส่วนการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เป็นหลักในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนให้มีเหตุผลไม่หลงงมงาย ไม่เชื่ออะไรง่ายๆก่อนที่จะพิจารณาด้วยเหตุผลตามหลักวิชาที่คิดว่าดีที่สุด และโดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ที่เป็นไปในทางทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน อำนวยความสะดวกเป็นต้น