หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ในภาวะปัจจุบันที่อิทธิพลของโลกาภิวัฒน์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นการเรียนรู้ภาษาของประเทศอื่นย่อมได้เปรียบในการทำกิจการต่างๆ เพราะคงไม่มีใครจะติดต่อสื่อสารและรู้เรื่องได้ดีเท่ากับการพูดภาษาเดียวกัน เคยมีเรื่องเล่ากันเล่นว่าประเทศไทยที่ค้าขายสิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง ใต้หวัน ไม่ได้ก็เพราะว่ามาติดต่อกับประเทศไทยแล้วสื่อสารกันยังไม่ชัดเจนจึงต้องผ่านตัวแทนที่รู้ภาษาดีกว่าเช่นสิงค์โป มาเลย์ ฮ่องกง ใต้หวัน หรือแม้แต่ฟิลิบปินก็ตาม ซึ่งเราจะเห็นว่าประเทศเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่อาจคิดได้ว่าเป็นภาษาสากล หลายประเทศประกาศให้เป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่ง นอกจากภาษาของตัวเอง

แน่นอนว่าประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นย่อมทราบดีว่า คนจะเรียนรู้ภาษาให้ซาบซึ้งสามารถใช้ภาษาเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรม สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสังคมวัฒนธรรมตามสถานะการณ์ได้ในทุกทักษะของภาษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดีจะมีโอกาสในการจ้างงาน และได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในงานในหน้าที่ให้ยิ่งขึ้นไป มากกว่าผู้ที่ไม่มีทักษะทางภาษาเลย ดังตัวอย่างที่หน่วยงานห้างร้านบริษัท ที่ประกาศรับพนังงาน แต่แนบท้ายด้วยคำว่ามีความสามารถทางภาษาที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ นั่นก็คือต้องมีทักษะการฟังและการพูดเป็นอย่างน้อย

อันเนื่องจากภาษาอังกฤษมีการใช้กันทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นๆ มีการเรียนการสอนกันทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นจึงคิดให้เป็นภาษาสากลที่ติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลก การเรียนการสอนภาษาอังกฤษประการแรกน่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างเหมาะสมตามสถานะการณ์ เช่นเดียวกับการที่เราเรียนรู้ภาษาแรกจากพ่อแม่ พี่เลี้ยง เป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์ แปล หรือ รู้หลักไวยากรณ์ ดังนั้นการเรียนการสอนในระดับเริ่มเรียนรู้ภาษานั้น คงต้องเน้นการมีส่วนร่วมทางภาษาให้มากที่สุด คือผู้เรียนต้องเรียนรู้จากการฟังและพูดอย่างเป็นธรรมชาติจนเกิดทักษะ เริ่มจากการพูดในชีวิตประจำวันในครอบครัว แล้วค่อยขยายออกไปสู่โลกภายนอกมากขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในการศึกษาขั้นสูงขึ้น

การสอนทักษะการพูดและการฟังจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และผู้สอนอันเป็นต้นแบบจะต้องพัฒนาความรู้ทางภาษาให้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาให้มากที่สุด มิฉะนั้นแล้วจะเข้าลักษณะแม่ปูสอนลูกให้เดินให้ตรง ในเรื่องนี้ปัจจุบันแม้จะแก้ได้บ้างโดยอาศัยเทคโนโลยี ที่บันทึกเสียงการพูดคุย การออกเสียงที่ถูกต้องไว้ แล้วก็ตาม แต่การแสดงความรู้สึก แสดงอารมณ์ที่เกี่ยวข้องนั้นก็ยังต้องใช้เจ้าของภาษามาเป็นผู้สอนถึงจะทำให้เกิดการเรียนรู้ทางภาษาได้เร็ว

การสื่อสารในสถานะการณ์ต่างๆ จะสื่อสารกันได้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องฟังรู้เรื่องก่อนแล้วจึงจะทำให้สามารถพูดโต้ตอบได้ หรือพูดได้ พูดเป็น หรือใช้เป็น และเป็นประโยชน์ นอกจากการโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศกันก็คงรวมไปถึงการเล่าเรื่อง บรรยาย แสดงความคิด ความเห็น ความรู้สึก วิพากษ์วิจารณ์ ซึงก็ต้องมีการประเมินงที่ได้ยินได้ฟังมา จากการวิเคราะห์สังเคราะห์อีกทีหนึ่ง จึงถือว่าสุดยอดในการเรียนรู้ทางภาษา

และจากที่ประเทศเรากำลังประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ตากเศรษฐกิจกระแสโลก และวิกฤติการเมือง กาเรียนรู้ภาษาให้แตกฉานก็เป็นการช่วยบรรเทาภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ อันเนื่องมาจากที่รัฐบาลประกาศให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ การเข้าใจเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจะทำให้การติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศที่จะเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยดีขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพ น่าจะมีส่วนส่งเสริม ช่วยเหลือประเทศในแง่นี้ได้

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ซอพท์แวร์การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วยตนเอง

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ นั้นต้องอาศัยซอพท์แวร์ที่จัดทำขึ้นมาอย่างดีสำหรับเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้ด้วยตนเอง เพียงแต่รู้เทคนิควิธีใช้ โดยทั่วไปซอพท์แวร์ได้จัดเตรียมส่วนที่ให้ความช่วยเหลือในการใช้งานไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอพท์แวร์ที่จัดทำโดยบริษัทแฟร์ไชด์ชื่อ โรเซตต้า สโตน (Rosetta Stone) เป็นซอพท์แวร์เรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ดีมากที่สุดชุดหนึ่ง ซึ่งได้ผลิตออกมาสำหรับเรียนรู้เกือบทุกภาษาที่นิยมใช้กันในโลกนี้รวมทั้งภาษาไทย และมหาวิทยาลัยของเราก็ได้ชื้อซอพท์แวร์ชุดนี้มาใช้นานแล้ว ลองติดต่อยืมมาใช้ได้นะครับ เช่นมีภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย


รุ่นหรือเวอร์ชั่นที่มหาวิทยาลัยมีอยู่คือThe RosettaStone 2.0.1.8A ประกอบด้วยแผ่นซีดีรอมสำหรับติดตั้งเป็นกรอบหรือทางวิ่งในการเรียนรู้ภาษาได้ทุกภาษาเมื่อติดตั้งแล้วก็เพียงแต่ใส่แผ่นซอพท์แวร์ภาษาที่จะเรียนรู้ลงไปในซีดีรอม จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็ใส่แผ่นภาษาอังกฤษ จะเรียนรู้ภาษาจีนก็ใส่แผ่นภาษาจีน โดยทั่วไปในแต่ละภาษาจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับ1 เป็นขั้นพื้นฐาน ระดับ2 เป็นขั้นกลาง ระดับ3 เป็นขั้นก้าวหน้า ก็เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้

ในแต่ละระดับนั้นสามารถฝึกทักษะทางภาษาได้ทั้ง 4 ทักษะคือการอ่าน การฟัง การพูดและ การเขียน หลักการนำเสนอในการเรียนรู้ของภาษาจะใช้วิธีการธรรมชาติแบบ Wholelanguage มากกว่าที่จะสอนให้ท่องจำคำศัพท์และไวยากรณ์ แต่จะใช้วิธีการที่กำหนดบทเรียนให้ผู้เรียนใช้ภาพเป็นสื่อในการเข้าใจคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษรวมทั้งการสนทนา

ในแต่ละระดับจะประกอบด้วยหน่วย (unit) การเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ประกอบด้วยบทเรียน (lesson) แต่ละบทเรียนจะประกอบด้วยแบบฝึกหัด (exercise) เช่นในระดับ 1 (level1) ของภาษาอังกฤษจะประกอบด้วย 8 หน่วย แต่ละหน่วยจะมีบทเรียนไม่น้อยกว่า 10 บทเรียนแต่ละบทเรียนมีแบบแบบฝึกหัดตั้งแต่ 1-4 แบบฝึกหัด และทุกบทเรียนจะมีแบบฝึกหัดให้ฝึกได้ทั้ง 4 ทักษะ การทำแบบฝึกหัดในแต่ละทักษะจะมีคะแนนบอกให้ทราบว่าได้คะแนนร้อยละเท่าใด สำหรับทักษะการพูดจะมีให้ฝึกทุกบทเรียน และจะมีเข็มมีเตอร์คล้ายมีเตอร์หน้าปัดรถยนต์ ที่แถบทางซ้ายสีแดง ตอนกลางสีเหลือง และทางขวาสีเขียว หลังจากผู้เรียนพูดตามเสียงที่ได้ยินถ้าเข็มชี้ที่แถบสีแดงแสดงว่ายังพูดไม่เหมือน เข็มชี้ที่แถบสีเหลืองแสดงว่าพูดเหมือนปานกลาง เข็มชี้ที่แถบสีเขียวแสดงว่าพูดเหมือนมากถ้าพูดกับชาวต่างประเทศเขาคงฟังรู้เรื่องแน่

สำหรับการฝึกทักษะการเขียนจะมีสองลักษณะคือ ให้เขียนตาคำบอกคือจากเสียงที่ได้ยิน และภาพที่เห็น กับอีกแบบหนึ่งจากเสียงที่ได้ยินและ คำภาษาอังกฤษและเครื่องหมายวรรคตอนสามารถลากมาจัดเรียงเป็นประโยคในช่องที่กำหนดให้เขียน โดยมีปุ่มตรวจสอบว่าที่เขียนหรือพิมพ์ไว้ถูกหรือไม่ และมีปุ่มสำหรับตั้งว่าแบบง่ายที่ไม่เข้มงวดเรื่องเครื่องหมายวรรคตอน และตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ หรือจะกำหนดให้ถูกต้องทุกอย่างก็ได้

ลักษณะที่ดีอีกอย่างของซอพท์แวร์ชุดนี้คือมีแบบทดสอบให้ผู้เรียนด้วยว่าเรียนรู้เข้าใจเพียงใด สามารถตั้งเวลาในการเปลี่ยนข้อสอบ ตั้งหน่วงเวลาเสียงพูดให้ช้าเร็วขึ้น ปกติแล้วซอพท์แวร์ตั้งอัตราเสียงพูดตามปกติไว้ ในการรายงานผลถ้าผู้เรียนล็อกอินใส่ชื่อผู้ใช้ไว้ในส่วนการตั้งค่า (setting) เมื่อทดสอบแต่ละบทเรียนซอพท์แวร์จะบันทึกผลการทดสอบ เช่นทดสอบหน่วยใด บทเรียนใด ใช้เวลานานเท่าใด ชื่อผู้ทดสอบ สามารถเรียกดูคะแนน (view score)ได้

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วย Rosetta Stone

คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีความสามารถด้านมัลติมีเดีย และปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ได้ดีที่สุด จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ใช้ในการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาใด โดยอาศัยซอพท์แวร์ที่มีผู้จัดทำไว้ให้ทำให้ผู้ใช้ซอพท์แวร์สามารถเรียนรู้ภาษาได้ครบทุกทักษะคือ การฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน ได้ด้วยตนเอง


ซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่นำมาใช้ได้ดี ได้แก่ซอพท์แวร์เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น Rosetta Stone เป็นซอพท์แวร์ที่ใช้ฝึกทักษะทางภาษาได้ครบทุกทักษะ และสามารถใช้ฝึกทักษะทางภาษาได้เกือบทุกภาษาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีลักษณะที่ช่วยในการฝึกทักษะทางภาษาเช่นการหน่วงเวลา ให้ช้าลงหรือ ตั้งเวลาให้เร็วขึ้นในการเปลี่ยนปัญหาหรือคำถามใหม่ในการตอบคำถาม นอกจากนี้มีการบันทึกคะแนนทดสอบไว้เป็นหลักฐาน สามารถเรียกดูผลการทดสอบ บันทึกไว้เป็นไฟล์หรือพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้

ทักษะการพูดจะมีแบบฝึกหัดให้ฝึกพูดเป็นคำๆ เป็นวลี และเป็นประโยค โดยเจ้าของภาษาพูดให้ฟังก่อนแล้วผู้เรียนพูดตามแล้วจะมีมีเตอร์บอก 3 ระดับเข็มชี้ที่สีแดงจะพูดไม่ค่อยเหมือน ชี้สีเหลืองเหมือนปานกลาง ถ้าเข็มชี้ที่สีเขียวแสดงว่าเหมือนเจ้าของภาษามาก ถ้าสามารถฝึกพูดให้เหมือนอยู่ในแถมสีเขียวให้ได้มากที่สุดในทุกแบบฝึกหัดได้แล้ว จะทำให้เราพูดภาษานั้นๆ ได้ดี

สำหรับทักษะการเขียน มีการฝึกหลายรูปแบบ เขียนจากเสียงที่อ่านไห้ฟังในรูป คำ วลี และประโยค สามารถตั้งได้ว่าจะแบบง่ายที่ไม่ค่อยเข้มงวดมากเท่าไร หรือแบบที่เข้มงวด โดยตรวจสอบเครื่องหมายวรรคตอน และตรวจสอบตัวพิมพ์เล็กตัวพิมพ์ใหญ่ โดยถ้าพิมพ์ผิดหรือเขียนผิดจะมีการไฮไลท์ที่อักษรตัวแรกของคำนั้น

โดยรวมซอพท์แวร์นี้สามารถที่จะร่นระยะเวลาการเรียนรู้ภาษาได้ลง บางคนถึงกับกล่าวว่า เรียนรู้ภาษาจากซอพท์แวร์นี้เพียงสองเดือนเท่ากับเรียนมาเป็นสิบปีทีเดียว ซึ่งอยากให้ทุกคนได้มาเรียนรู้ภาษาใดภาษาหนึ่ง ซึ่งทางห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ e-learning ชั้น 1 อาคาร 11 ห้อง 1117 เปิดให้บริการทุกวันลองมาใช้ดูนะครับแล้วท่านจะเห็นความแตกต่าง หลังจากเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ทำได้ไม่ยากถ้ามีซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซอพท์แวร์เพื่อการเรียนรู้มากมาย แต่จะขอแนะนำบางรายการที่หามาใช้ได้ไม่ยาก ดังนี้

talking dictionary ซึ่งสามารถค้นคำ หาความหมายดูรูปภาพประกอบได้ และออกเสียงที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้ เช่น Oxford taking dictionary American talking dictionary และ Cambridge Advanced Learner s Dictionary โดยเฉพาะของ Cambridge นั้นให้เลือกได้ว่าจะออกเสียงแบบอังกฤษหรือแบบอเมริกันก็ได้

ซอพท์แวร์ที่ใช้ในการฝึกพูด ผู้เรียนรู้สามารถที่จะฝึกพูดโดยการอัดเสียงลงไปในคอมพิวเตอร์และซอพท์แวร์สามารถที่จะบอกได้ว่าผู้เรียนผูดเลียนเสียงได้เหมือนมากน้อยแค่ไหน เช่นซอพท์แวร์ ชุด talk to me ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับพื้นฐาน และระดับกลาง ชุดของ Rosetta Stone ซึ่งแบ่งออกเป็นสองระดับ เลือกได้ว่าจะใช้สำนวน อเมริกาหรือ อังกฤษ โดยเฉพาะของ Rosetta Stone

นอกจากให้ฝึกพูด แล้วยัง ฝึก อ่าน ฟัง และเขียนได้ด้วย มีแบบฝึกหัดให้ฝึกจำนวนมาก

ซอพท์แวร์อื่นๆ ที่นำมาใช้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ์ ได้แก่ ภาพยนต์ที่พูดภาษาอังกฤษ และบรรยายภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นบทเรียนซีเอไอมัลติมีเดียที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษก็สามารถนำมาใช้ประกอบในการเรียนรู้ผ่านทางสาขาวิชาที่ผู้เรียนถนัด เช่นซอพท์แวร์มัลติมีเดียของ The Times Education Series ซึ่งมีเกือบทุกสาขาวิชา ไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สาขาวิชาตัวเองถนัด และเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยในขณะเดียวกัน

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำไมคนไทยเรียนภาษาอังกฤษกันมากมายแต่พูดไม่ได้สักที?

คำถามข้างบนเป็นคำถามที่ครูเคทถามใน yahoo answer หรือยาฮูรอบรู้ และผู้เขียนได้รับเลือกให้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดโดยครูเคทขณะนั้นดังนี้ครับ


ที่พูดไม่ได้ก็ไม่ได้เรียนรู้ภาษาอย่างถูกวิธี ทักษะทางภาษามี 4 อย่างคือ การอ่าน การฟัง การเขียน และการพูด วิธีที่ถูกต้องนั้นคือการเรียนรู้แบบธรรมชาติที่เหมือนกับที่เราเรียนภาษาแรกจากพ่อแม่และสิ่งแวดล้อมรอบข้าง นั้นเริ่มต้นด้วยการหัดการพูดก่อนซึ่งจะต้องฟังรู้เรื่องก่อน ส่วนการอ่านการเขียนจะตามมาทีหลัง เมื่อฟังรู้เรื่อง พูดได้ไวยากรณ์พื้นฐานก็จะได้โดยอัตโนมัติ

การเรียนเรียนการสอนในปัจจุบันไม่ได้เน้นให้ฟังและพูด การเน้นการฟังและพูดจึงจำเป็น และเมื่อให้บรรลุพลจะต้องมีการนำไปใช้ เช่นใน 1 วันจะต้องได้พูดภาษาอังกฤษอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเป็นต้นที่ไม่มีการพูดภาษาอื่นเลย แล้วจะทำให้เขาพูดได้พูดเป็นแน่นอน

เมื่อผมท่องดิกชั่นนารี

การเรียนภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาของพ่อแม่เรา นั้นบางคนก็เรียนรู้ได้เร็วบางคนก็เรียนรู้ได้ช้า บางคนฟังภาษาต่างประเทศได้เร็ว เข้าใจสื่อความหมายได้เร็วบางคนสื่อความหมายได้ช้ากว่า ผมสังเกตตัวเองว่าอยู่ในกลุ่มประเภทหลัง แต่เมื่ออยากเป็นนักเรียนนอกไปศึกษาต่อต่างประเทศก็จำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่านมิฉะนั้นเขาก็ไม่รับให้เป็นนักศึกษา จึงต้องหาวิธีการที่ต้องสอบให้ผ่าน


ด้วยความเชื่อว่ายิ่งรู้ศัพท์ภาษามากเท่าใดก็จะทำให้เข้าใจภาษาเขาได้มากเท่านั้น นั่นก็คืออ่านภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นถ้ารู้คำศัพท์มากก็พอจะเดาความหมายได้ ยิ่งประโยคหนึ่งไม่รู้หลายคำยิ่งเดาความหมายทั้งประโยคได้ยาก ด้วยสาเหตุนี้ผู้เขียนจึงได้เลือกเอาวิธีการท่องคำศัพท์ เพราะยิ่งรู้ศัพท์มากก็ยิ่งอ่านภาษาอังกฤษเข้าใจได้ง่ายขึ้น บางครั้งแม้จะฟังไม่ค่อนรู้เรื่องพูดก็ไม่ถูก แต่ก็เชื่ออีกลึกๆ ว่าถ้าได้ฟังออกว่าเป็นคำไหนตามที่ท่องมาแล้วละก็จะจำได้เร็วลืมช้าเพราะผ่านตามาแล้ว รู้ความหมายมาแล้ว

วิธีการที่ใช้คือการท่องดิกชั่นนารี ก็เปิดดิกชั่นนารีไปทีละหน้า ดิกชั่นนารีที่ใช้ท่องขณะนั้นชื่อว่า new standard english-thai dictionary by nit tongsopit ฉบับพิมพ์ครั้งแรกโดยแพร่พิทยา ที่ว่าเปิดท่องไปทีละหน้านั้นยังมีวิธีการคือว่าถ้าคำไหนรู้แล้วก็ผ่านไปเลยแต่ถ้าคำไหนที่ดูเฉพาะคำด้านหน้าไม่รู้ความหมายและคิดว่าอยากจำให้ได้ใช้ปากกาสีแดงขีดเส้นใต้ไว้คราวหน้าเมื่อเปิดดูก็จะดูเฉพาะที่ขีดสีแดงไว้ ไปไหนก็พกดิกชั่นนารีเล่มนี้ ขึ้นรถลงเรือก็เปิดมาดูได้ทำเช่นนี้จนขีดเส้นแดงได้หมดเล่มหลังจากนั้นก็เปิดดูแต่ที่ขีดเส้นแดงถ้าเปิดดูอีกครั้งดูแต่ตัวภาษาอังกฤษถ้านึกความหมายได้ก็ผ่านไปที่คำขีดเส้นแดงอื่นต่อไปนึกความหมายถ้านึกได้ผ่าน เมื่อครบทุกหน้าก็มีการทวน ถ้าจำได้เกือบหมดแล้วไปสอบอีกครั้งหนึ่งคะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ได้คะแนนสูงพอที่เขารับเราเข้าเรียนได้ ใครจะนำวิธีการนี้ไปใช้ก็ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ครับ

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

วิธีไปศึกษาต่ออเมริกาเมื่อภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง

สำหรับผู้ที่สนใจไปศึกษาต่อยังอเมริกาอย่างไรในกรณีที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง หรือยังสอบไม่ผ่าน ก็โดยการสมัครเข้าเรียนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัย หรือสถาบันสอนภาษาจัดการเรียนการสอน ขณะเดียวกันก็สมัครเข้าศึกษาในมาหาวิทยาลัยในสาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต่อไปด้วย ในการเรียนภาษาก็สมัครสอบภาษาอังกฤษ TOEFL หรือแบบทดสอบของมหาวิทยาลัยไปด้วย ถ้าคะแนนถึงระดับที่มหาวิทยาลัยรับได้ ส่วนการรับนักศึกษา (Admission) ก็จะแจ้งให้เราทราบ และให้หลักฐานในการศึกษาต่อ และคงอยู่ศึกษาต่อในอเมริกาได้ต่อไป ทั้งนี้และทั้งนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องมีเงินเพียงพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ตั้งแต่การสมัคร ค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่


เริ่มต้นการสมัครออนไลน์จากสถาบันการศึกษาที่ราคาเหมาะสม ลองติดต่อที่เว็บไซต์ www.inlinguadc.com ก็เข้าไปกรอกแบบสมัคร แล้วจะได้รับการตอบรับกลับมาทาง อีเมลล์ ว่าจะต้องโอนเงินเป็นค่าสมัคร ค่าเล่าเรียนเท่าใด และวิธีการโอนเงินวิธีใด หลังจากจ่ายเงินแล้วสถาบันสอนภาษาได้รับเงินแล้วเขาก็จะส่งตอบก็คือ I20 สำหรับนำมาขอวีซ่า เท่าที่ทราบในปีนี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร 65$ ค่าเล่าเรียน 1300$ ถ้าหากนำไปทำวีซ่าแล้วไม่ผ่าน ทางสถาบันสอนภาษาจะคือค่าเล่าเรียนให้ 1300$

ขั้นตอนในการทำวีซ่าก็ต้องเตรียมเอกสารสำคัญประกอบการทำวีซ่า ก่อนอื่นก็ต้องกรอกแบบฟอร์มสองสามแบบ ภาพถ่าย 5.5 ซม. 1 รูป ที่ขาดไม่ได้มีสเตตเมนต์ทางการเงินของผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ถ้าไม่มีเอง ซึ่งจะต้องมีเงินในบัญชีค้างอยู่ 7 หลักไม่น้อยกว่า 6 เดือนย้อนหลัง บัญชีธนาคารของตัวเองตัวจริง หนังสือเดินทางทั้งเก่าและใหม่นำไปประกอบการขอวีซ่า แล้วขั้นตอนต่อไปก็ต้องไปจองสัมภาษณ์วีซ่า เสียค่าจอง 405 บาท และค่าสัมภาษณ์อีก 131$ ทั้งสองรายการนี้จ่ายเงินผ่านทางไปรษณีย์ ถ้าไม่ผ่านการสัมภาษณ์ในครั้งแรกสัมภาษณ์ครั้งต่อไปก็ต้องจ่ายอีก 131$

ในการสัมภาษณ์ต้องเตรียมตอบคำถามต่อไปนี้

ไปทำอะไรที่อเมริกา ? ทำไมต้องไปเรียน ? ทำอะไรอยู่ตอนนี้ ?

ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ? ไปแล้วจะไปพักกับใครที่ไหน ถ้ามีหลักฐานแสดงได้ยิ่งดี (ถ้าไม่มีก็ต้องบอกว่ากำลังติดต่อหรือวิซ่าผ่านแล้วจะติดต่อ) ถ้าผลการสัมภาษณ์ผ่านเขาจะส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้เราภายหลังทางไปรษณ์ จะจ่ายค่าส่งทั้งหมดเองให้สถานฑูตส่งมาให้ ถ้าสัมภาษณ์ไม่ผ่านเป็นที่เข้าใจกันว่าเขาจะคือนเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ทันที หลังจากนี้ก็คงจะต้องไปจองตั๋วเครื่องบินเดินทางให้ทันกับวันเวลาที่ศึกษาตามที่ระบุไว้ หาคนมารับ ในกรณีที่เรียนไปแล้วสถาบันศึกษายังไม่รับเข้าศึกษา ก็ขยายเวลาเรียนไปอีก จนกว่าจะมีสถานศึกษารับเข้าศึกษาต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

เมื่อชื่อไทยขายไม่ออก

ตอนที่ไปกทม.ได้มีโอกาสไปเดินผ่านห้างเปิดใหม่ของพันธ์ทิพย์สาขาบางกะปิ ที่เปิดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีทั้งซอพท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ก็ไม่ได้ตั้งใจไปซื้ออะไรแค่อยากเดินไปสำรวจดูว่าสถานท่เป็นอย่างไรและมีสินค้าไอทีมากหมายหลากหลายหรือไม่ ซึ่งก็พบว่ายังมีคนเดินเข้าไปเพื่อซื้อสินค้าน้อยกว่าพันธ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำ อาจจะเป็นเพราะว่าคนยังรู้จักน้อย ถ้าดูสถานที่แล้วก็อาจพอๆกัน ร้านค้าเดิมๆ ก็ยังคงมาเปิดสาขาด้วย

และที่น่าสังเกตก็คือว่าไม่มีชื่อร้านใดที่ชื่อเป็นภาษาไทยล้วนเกือบร้อยเปอร์เซนต์ให้ชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษหมด ถ้าจะมีชื่อไทยก็ต้องเป็นอีกบรรทัด ไม่ต้องพูดถึงตราหรือแบรนของสินค้าที่ไม่มีชื่อไทยอยู่ในสารบบเลย เคยได้ยินได้ฟังว่าถ้าตั้งชื่อไทยแล้วโอกาสเจ๊งมีสูง ก็เลยต้องตั้งเป็นภาษาอังกฤษดีกว่า บ้างก็ว่าภาษาไทยเรียกยากอ่านยากมีไม่กี่คำทีอ่านง่ายเขียนง่าย เคยมีสินค้าไทยคือตราธานินทร์ ซึ่งตอนนี้ก็เจ๊งไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าวิเคราะห์ดูว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่เราไม่ค่อยมีความเป็นชาตินิยม จึงไม่นิยมใช้ภาษาของตัวเองแต่ไปใช้ภาษาต่างประเทศมากขึ้น เป็นทางหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้การใช้ภาษาไทยแย่ลงไป

อีกประการหนึ่งอาจเป็นไปได้จากกระแสโลกาภิวัฒน์ที่จะต้องมีภาษากลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างคนทั่วโลก และภาษาอังกฤษได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุด ทำให้เข้าใจความหมายของคำในภาษาอังกฤษได้ดีที่จะสื่อกับคนทั่วโลกได้ดีกว่าใช้ภาษาไทย สำหรับบางประเทศเช่นประเทศญี่ปุ่นมีความเป็นชาตินิยมสูงผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ดังนั้นจริงมีตราหรือแบรนด์ของญี่ปุ่นเอกก็ได้รับการยอมรับ ซึ่งมีอยู่มากมาย เช่นฮอนด้า โตโยต้า ระยะหลังๆ ก็มีการปรับตัวใช้ชื่อภาษาอังกฤษควบคู่กันไปด้วย และทำให้คนทั่วโลกรู้จักสินค้าญี่ปุนเพิ่มมากขึ้นเมื่อใช้ภาษาอังกฤษ แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ทิ้งชื่อญี่ปุ่นด้วยยังคงใช้คู่ขนานกันไป แน่นอนว่าคนทั่วโลกจะรู้จักชื่อภาษาอังกฤษได้ดีกว่า